ตอนนี้ซินซินก็ไม่ยอมออกจากบ้านตามพี่สาวไปอีกคน ท่านย่าเป็ห่วงมากแต่ว่าอะไรไม่ได้ เพราะขุนนางหวังไม่ได้ว่าอะไรที่ลูกสาวสองคนไม่ยอมออกจากบ้าน เขาคล้ายเข้าใจว่าลูกสาวอาจกลัวเพราะเพิ่งเจอเื่ร้ายมา
ซู่หรานเริ่มขอเรียนเขียนอักษรภาพกับท่านป้า เธอสนิทกับท่านป้าอย่างรวดเร็ว แม้ท่านป้าจะเข้มงวดเื่การเรียนมาก แต่สำหรับซู่หราน เธอชอบทำงานที่ใช้สมาธิสูงอยู่แล้ว การนั่งคัดอักษรทั้งวันจึงไม่ใช่เื่ยากอะไร แม้จะเพิ่มตารางเรียนแล้ว แต่เธอยังคงเย็บกองผ้าห่วยๆ ของเธอต่อไป
ในที่สุด จิ้งซานก็ทนความคิดถึงไม่ไหว บุกมาหาถึงจวน เพราะซินซินไม่ยอมออกจากบ้าน เขาจึงเข้าไปสารภาพกับขุนนางหวังว่าชอบพอซินซินมานาน หวังจะได้แต่งงานกับซินซิน
เมื่อซินซินรู้เื่ที่จิ้งซานทำ นางกระวนกระวายทำตัวไม่ถูก รีบไปต่อว่าจิ้งซานต่อหน้า แต่จิ้งซานกลับดีใจที่ได้พบนางในดวงใจ
ขุนนางหวังเห็นอาการของหนุ่มสาวก็พอดูออกบ้าง จึงอ้างกับชายหนุ่มว่า หากจิ้งซานจริงใจก็ควรบอกกล่าวบิดามารดา และส่งแม่สื่อมาสู่ขอตามประเพณี จิ้งซานดีใจมากรีบกลับไปบอกทางบ้าน
แน่นอนว่าฮูหยินจิ้งย่อมอยากได้ซินซินเป็ลูกสะใภ้ การที่จิ้งซานเอ่ยปากอยากแต่งงาน นางย่อมต้องจัดการให้เร็วที่สุด ส่งทั้งหนังสือหมั้น หนังสือแสดงสินสอดที่มีรายการแน่นมากมาพร้อมกันวันเดียว ทุกขั้นตอนแม้ต้องมีแม่สื่อ แต่ฮูหยินจิ้งก็เดินทางมาด้วยตัวเองเสมอ
ซินซิน เด็กสาวอายุสิบเจ็ดที่เพิ่งรู้จักความรัก เพิ่งเคยได้ัักับการชอบพอเพศตรงข้าม นางตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก จะปรึกษาใครก็ไม่ได้ ได้แต่วิ่งมาหลบในเรือนของพี่สาว ซู่หรานจึงให้คำแนะนำไปเล็กๆ น้อยๆ
ซินซินกล้ากลับไปบอกแม่ตัวเองว่า รู้สึกดีกับจิ้งซานเช่นกัน แต่นางยังอายุน้อย ยังไม่อยากรีบแต่ง ยังอยากอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ แต่เพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ นางจะยอมหมั้นก่อน
ฮูหยินย่อมรักซินซินอยู่แล้ว เมื่อลูกสาวเอ่ยปากเช่นนี้ นางจึงยอมรับหนังสือหมั้นและหนังสือแสดงสินสอดจากตระกูลจิ้ง เื่นี้จึงกลายเป็หัวข้อใหญ่ให้คนในเมืองหลวงพูดคุยอย่างตื่นเต้น
ทุกคนต่างเห็นพ้องว่าเป็คู่ที่เหมาะสมกันมาก ราวกับกิ่งทองใบหยก
“เ้าคิดอย่างไร เื่ที่ซินซินได้หมั้นก่อน ทั้งที่เ้าอายุมากกว่านาง” จู่ๆ ท่านป้าถามขึ้นระหว่างที่กำลังสอนซู่หรานเขียนอักษรภาพ
ซู่หรานเงยหน้าขึ้นมองท่านป้าครู่หนึ่งแล้วยิ้ม
“ท่านกลัวว่าข้าจะอิจฉาน้องจนก่อปัญหาขึ้นอีกหรือ” นางพูดและกลับไปตั้งใจคัดอักษรต่อ
“เ้าเคยทำจริงๆ ไม่ใช่หรือ” ท่านป้าว่าให้
“ข้าอายุสิบเก้า ซินซินอายุสิบเจ็ด สำหรับผู้อื่นอาจคิดว่าข้าแก่แล้ว แต่สำหรับข้า ทั้งข้าและนางยังเด็กอยู่มาก”
“ไร้สาระ เป็หญิงสาว อย่างไรก็ต้องคิดเื่แต่งงาน ฝากชีวิตกับใครสักคนที่บำเพ็ญร่วมกันมาเมื่อร้อยปีก่อน” ท่านป้าสั่งสอน
“หึ ไร้สาระ ท่านป้าไม่ได้เชื่อเื่บำเพ็ญร้อยปีอะไรนั่นด้วยซ้ำและท่านไม่เคยเชื่อเื่ฝากชีวิตกับผู้ชายคนไหน หากท่านเชื่อคงไม่ปฏิเสธงานแต่งจนอยู่มาอายุเท่านี้ จริงหรือไม่เ้าคะ” ซู่หรานย้อน เธอยังคงตั้งใจคัดอักษร ไม่ได้เงยหน้าดูท่านป้าเลย
“เ้ากำลังด่าว่าข้าแก่แล้วแต่ไม่มีสามีหรือ?” ท่านป้าดุ แต่ในมือก็ยังคงดีดลูกคิดคำนวณบัญชีต่อไป
“ข้าคิดว่าท่านน่ายกย่องมาก ข้าอยากมีชีวิตเช่นท่าน”
สิ้นคำพูดของซู่หราน เสียงดีดลูกคิดก็หยุดลง
“เ้า..คิดว่าข้าน่ายกย่องหรือ?”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ท่านดูแลตัวเองได้ น่าเคารพและน่าเกรงขามด้วยท่านเอง ไม่ใช่เพราะบารมีของบุรุษ ทั้งยังฉลาด หาเงินใช้เอง เหตุใดจึงต้องแต่งงานด้วย” ซู่หรานรู้ว่ากำลังพูดเื่จริงจัง แต่เธอไม่กล้าเงยหน้าและวางมือจากอักษรภาพ กลัวว่าอาจทำให้บรรยากาศอึดอัดกว่าเดิม
“ถ้าคิดเช่นนั้นจริง เ้าต้องรีบคิดได้แล้วว่าวันหน้าจะหาเงินเช่นไร” ท่านป้าพูดคล้ายล้อเล่น แต่ซู่หรานรู้ว่านางกำลังจริงจัง และให้คำแนะนำด้วยความเป็ห่วงอย่างจริงใจ
“ทราบแล้วเ้าค่ะ”
่หลังมานี้ ซู่หรานรู้สึกว่าสนิทกับท่านป้ามากขึ้น
ซู่หรานคิดว่าจะทำธุรกิจขายเสื้อผ้า แต่ฝีมือของเธอแย่มาก เธอลองเอาผ้าที่เย็บไว้ก่อนออกมาดู ลองเอาผ้าผืนใหม่ที่ซื้อไว้มาตัดตามรูปที่วาดไว้ในกระดาษ แต่ปรากฏว่าตัดผ้าเสียทิ้งไปมากมาย เธอจึงยอมแพ้และไปฝึกยิงธนูแทน
วันรุ่งขึ้นซู่หรานถามหากองผ้าที่ตัดเย็บแล้วของตัวเอง อิงเถาจึงเอาหมอนอิงสองใบมาให้ซู่หราน และบอกว่านางเสียดายผ้าราคาแพงพวกนั้น จึงเอาไปเย็บเป็หมอนแทน เพราะนางคิดว่าเป็เศษผ้าที่ซู่หรานตัดทิ้งไม่เอาแล้ว ซู่หรานแทบอยากร้องไห้ ผลงานหลายเดือนของเธอถูกมองเป็เศษผ้ากองหนึ่ง!!
แต่ซู่หรานได้ค้นพบว่าที่จริงแล้ว อิงเถาเป็คนเย็บปักเก่งมาก เธอลองเอาแบบเสื้อผ้าตามที่วาดไว้มาให้อิงเถาดู นางดูอยู่สักครู่ก็สามารถตัดผ้าออกมาได้ตามแบบ และอิงเถายังใช้เวลาไม่ถึงสามวันก็สามารถเย็บเสร็จแล้วความฝันทำธุรกิจเสื้อผ้าของซู่หรานจึงกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง
ซู่หรานนำแบบชุดที่เธอวาดไว้อีกหลายชุดออกมาให้อิงเถาลองตัด แน่นอนว่าวิธีการตัดไม่เหมือนที่ซู่หรานเคยเรียนจากโต่วอิน แต่รูปแบบภายนอกก็ออกมาตามรูปที่วาดไว้
เธอขนเสื้อพวกนั้นไปให้ท่านป้าดูและช่วยวิจารณ์
“ดูแปลกมากเกินไป” ท่านป้าว่า
แน่นอนอยู่แล้ว เพราะชุดส่วนใหญ่ที่ซู่หรานวาด เป็แบบที่วาดตามเกมออนไลน์ที่เธอเคยชอบเล่น
ซู่หรานต้องกลับมานั่งแก้กับอิงเถาหลายครั้ง และเอาไปให้ท่านป้าช่วยวิจารณ์อีกหลายครั้ง
ผ่านไปหลายวันจนท่านป้ายกมือยอมแพ้ในที่สุด
“ข้าคิดว่าเสื้อผ้าของเ้าแปลกประหลาด แต่เพราะมันแตกต่างจากร้านอื่นๆ บางทีอาจทำให้เ้าขายได้ก็ได้” หวังมี่อธิบาย
จากนั้นซู่หรานก็ให้อิงเถาเย็บชุดให้ท่านย่าหนึ่งชุด เย็บให้ท่านพ่อและฮูหยินคนละหนึ่งชุด มีให้ท่านป้ากับซินซินคนละสองชุด ซินซินร้องอย่างดีใจ เพราะชุดที่นางได้ มีดอกไม้ปลอมที่ทำจากผ้าติดตามปลายแขนเสื้อ ทำให้เป็ชุดที่น่ารักมาก นางจึงทำขนมหวานมาให้พี่สาวเพื่อตอบแทน ซู่หรานได้แต่ปั้น
หน้าตายชิมขนมหวานอีกครั้ง
ทุกคนคะ ไรท์จะติดเหรียญรายตอนแทนการติดเหรียญล่วงหน้านะคะ และจะเปิดให้อ่านฟรีโดยวิธีการปลดล็อกแบบทำด้วยตัวเองในวันพรุ่งนี้ เพราะไรท์เพิ่งได้รู้จากรุ่นพี่นักเขียนว่าการติดเหรียญล่วงหน้า ทำให้คนอ่านต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อน แต่ถ้าใช้วิธีปลดล็อกรายตอน ถ้าเื่จบแล้ว และไรท์ติดเหรียญถาวรเมื่อไหร่ ทุกคนอยากกลับมาอ่านก็จะได้ไม่ต้องซื้อซ้ำซ้อนเนาะ เื่ก่อนไรท์ไม่รู้ ขอโทษนักอ่านที่ตามมาจากเรื่อเดิมด้วยนะคะ