แต่เป็นโลกที่ทุกช่วงชั้นของพลัง คือการเปลี่ยนแปลงทั้ง กาย ปราณ โลหิต จิต วิญญาณ และชะตา
ผู้ที่สูงขึ้นเพียงหนึ่งระดับใหญ่ ย่อมต่างจากผู้ต่ำกว่าราวฟ้ากับดิน
ต่อให้เป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ หากยังไม่ข้ามกำแพงใหญ่ของช่วงชั้น ก็ยากต้านผู้ที่อยู่สูงกว่าหนึ่งระดับใหญ่ได้โดยตรง
เว้นแต่จะมีวิชาลับ สายเลือด สมบัติสวรรค์ หรือวาสนาที่สวนสามัญสำนึกเท่านั้น
แบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงขั้นยอดนี่คือประตูแรกของผู้ฝึกยุทธ์
เป็นการเปิดเส้นลมปราณ ขัดเกลากายเนื้อ รับรู้พลังฟ้าดิน และเริ่มกักเก็บปราณไว้ในร่าง
ผู้ถึงระดับนี้ แม้ยังไม่ถือว่าเป็นยอดฝีมือ แต่ก็พ้นจากคำว่าปุถุชนแล้ว
ลักษณะเด่น
พละกำลัง ความเร็ว และประสาทรับรู้สูงกว่าคนธรรมดามากเริ่มใช้กระบวนท่าที่มีปราณหนุนได้ยังเน้นพื้นฐานกายและความหนาแน่นของเส้นลมปราณผู้แข็งแกร่งในขั้นยอดสามารถกดผู้ต่ำกว่าหลายขั้นย่อยได้ง่ายดายข้อจำกัด
ปราณยังไม่มั่นคงพอกายยังไม่ถูกหลอมจนแท้จริงสู้ยืดเยื้อกับผู้ข้ามระดับใหญ่กว่ามักเสียเปรียบมาก2) หลอมกายโลหิตแบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงนี่คือระดับที่ “กาย” เริ่มแยกจากสามัญชนอย่างแท้จริง
โลหิต กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และอวัยวะภายในถูกหลอมด้วยปราณจนเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
ผู้ที่เข้าสู่ระดับนี้ ร่างกายย่อมไม่ใช่เพียงภาชนะรับปราณอีกต่อไป หากเป็นอาวุธสังหารที่มีชีวิต
ลักษณะเด่น
พลังกายพุ่งสูงมากทนทานขึ้นอย่างก้าวกระโดดโลหิตทรงพลังขึ้น ทำให้วิชาประเภทหลอมกายหรือระเบิดแรงโจมตีเด่นชัดผู้ฝึกในระดับสูงสามารถกวัดแกว่งอาวุธหนักอำมหิตได้ราวของเบาหากฝึกวิชาหลอมกายขั้นสูง ย่อมมีแรงกดจากร่างเพียงยืนอยู่ก็กดคนระดับต่ำกว่าได้ข้อแตกต่างจากชำระลมปราณ
ไม่ใช่แค่มีปราณมากขึ้น แต่ “คุณภาพกาย” เปลี่ยนศึกระหว่างผู้มีหลอมกายโลหิตกับผู้ยังอยู่ชำระลมปราณ มักเป็นการบดขยี้โดยตรง3) หลอมแก่นปราณแบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงเมื่อเข้าสู่ระดับนี้ ปราณในกายจะเริ่ม “จับแก่น”
ไม่กระจายอย่างหยาบอีกต่อไป
แต่รวมตัวเป็นศูนย์กลางพลังที่หนาแน่น มั่นคง และระเบิดออกได้ทรงอานุภาพกว่าระดับก่อนหลายเท่า
ลักษณะเด่น
ปราณทั้งร่างหนาแน่นขึ้นอย่างมากกระบวนท่าที่ปล่อยปราณออกภายนอกเริ่มมีอานุภาพแท้จริงสามารถใช้วิชาประเภทฆ่าระยะไกล กดข่มพื้นที่ หรือผสานอาวุธกับปราณได้ชัดเจนศึกในระดับนี้ไม่ใช่แค่ปะทะกายกับกาย แต่เป็นศึกของแก่นพลังที่อัดแน่นผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสามารถใช้แรงกดของปราณกดผู้ต่ำกว่าให้คุกเข่าได้ข้อแตกต่างจากหลอมกายโลหิต
หลอมกายโลหิตเด่นที่ร่างหลอมแก่นปราณเด่นที่ “แก่นพลัง” และการปลดปล่อยวิชาอย่างแท้จริงนี่คือช่วงที่ผู้ฝึกยุทธ์เริ่มมีภาพของ “ยอดฝีมือ” อย่างแท้จริงในสายตาคนทั่วไป4) รวมจิตแบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงนี่คือระดับที่ “จิต” เริ่มรวมเป็นหนึ่งกับพลัง
ผู้ฝึกมิได้อาศัยเพียงการโคจรปราณและความแข็งแรงของกายอีกต่อไป
แต่เริ่มใช้เจตจำนง วิญญาณรับรู้ และความคมของจิตเข้าเป็นแกนของการต่อสู้
ลักษณะเด่น
สัมผัสศัตรูและแรงอันตรายได้ไวกว่าคนทั่วไปมากเจตสังหารสามารถกดข่มผู้อ่อนแอกว่าได้จริงการใช้กระบวนท่ามี “วิญญาณ” ของวิชาปรากฏผู้ฝึกเริ่มเห็นแก่นแท้ของวิชาตนเองคนระดับต่ำกว่าหากเผชิญหน้าตรง ๆ มักถูกแรงกดทางจิตใจบดจนไม่กล้าสู้เต็มที่ข้อแตกต่างจากหลอมแก่นปราณ
หลอมแก่นปราณคือพลังหนาแน่นรวมจิตคือพลังนั้นเริ่มมี “เจต” และ “การครอบงำ”นี่คือระดับที่ผู้แข็งแกร่งหนึ่งคนอาจล้างคนระดับต่ำกว่าทั้งกลุ่มได้ด้วยตัวคนเดียว5) จักรพรรดิปราณแบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงนี่คือระดับที่เริ่มถูกมองว่า “อยู่เหนือสามัญยุทธ์” อย่างแท้จริง
ปราณในกายก่อเป็นอาณาเขตของตน
ทุกการเคลื่อนไหวแฝงบารมี ทุกกระบวนท่ามีแรงกดดั่งราชันย์
ลักษณะเด่น
ปราณมหึมาดุจมหาสมุทรหนึ่งกระบวนท่าสามารถเปลี่ยนภูมิประเทศขนาดย่อมได้สามารถกดข่มพื้นที่ กดอากาศ หรือปิดกั้นทางหนีของศัตรูได้เจตจำนงและพลังรวมเป็นหนึ่งจนวิชาทุกท่าสูงส่งกว่าระดับก่อนอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ระดับนี้ขึ้นไป ผู้ฝึกสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ดุจเดินบนพื้นดิน ตราบเท่าที่มีพลังปราณเพียงพอการบินของผู้ระดับนี้ไม่ใช่การกระโดดหรือร่อน แต่คือการใช้ปราณหนุนร่างให้ยืนอยู่บนฟ้าอย่างแท้จริงข้อแตกต่างจากรวมจิต
รวมจิตยังเป็นยอดฝีมือในโลกคนจักรพรรดิปราณเริ่มเป็น “ผู้ยืนเหนือผู้คน”ระดับนี้คือเส้นแบ่งที่ทำให้โลกดูใหญ่ขึ้นทันที เพราะฟ้าเองเริ่มเป็นเส้นทางของผู้แข็งแกร่ง6) ข้ามสวรรค์แบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงผู้ที่ถึงระดับนี้เริ่มแตะ “ขอบเขตเหนือมนุษย์” อย่างแท้จริง
การฝืนฟ้าดิน การฉีกกฎเดิม การทะลวงคอขวดแห่งชีวิต ล้วนเริ่มเกิดขึ้นในระดับนี้
ลักษณะเด่น
เหาะเหินเดินอากาศได้ไกลและมั่นคงกว่าระดับจักรพรรดิปราณมากอายุขัย พลังชีวิต และความหนาแน่นของวิญญาณพุ่งสูงกระบวนท่าหนึ่งอาจสั่นสะเทือนภูเขาและแม่น้ำเริ่มมีอาณาเขตพลังที่กดโลกภายนอกได้ชัดคนระดับต่ำกว่ามักไม่อาจมองการปะทะของคนระดับนี้ได้ทันด้วยซ้ำข้อแตกต่างจากจักรพรรดิปราณ
จักรพรรดิปราณคือผู้เป็นราชาในหมู่ยอดฝีมือข้ามสวรรค์คือผู้เริ่มฝืนกฎของโลกเดิม7) เทวะอุบัติแบ่งเป็น
ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงระดับนี้คือการเกิดใหม่ของผู้ฝึกในฐานะ “ผู้แตะกลิ่นอายเทวะ”
ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้ มิใช่เพียงแข็งแกร่ง หากมีอำนาจกดโลกทั้งใบได้ในบางขอบเขต
ลักษณะเด่น
พลังปราณมหาศาลเกินกว่าคนระดับล่างจะจินตนาการเจตจำนงและอาณาเขตหลอมรวมกับฟ้าดินบางส่วนการเหาะเหินเป็นไปดุจจิตสั่งกระบวนท่าหนึ่งอาจลบเมืองหนึ่งเมืองได้หากไม่มีผู้ต้านผู้คนทั่วไปได้แต่มองเป็นตำนาน8) ตำนาน — ครึ่งก้าวสู่เทวะนี่คือขอบเขตที่แทบไม่มีผู้ใดแตะต้อง
เป็นช่วงที่ผู้ฝึกยืนอยู่ระหว่าง “เทวะอุบัติ” กับ “สิ่งที่สูงกว่านั้น”
ผู้ถึงขั้นนี้มิใช่แค่แข็งแกร่ง แต่เป็นตัวตนที่อาจกลายเป็นตำนานของทั้งยุคสมัย
ลักษณะเด่น
แรงกดเพียงปล่อยออกเล็กน้อยก็อาจกดผู้ต่ำกว่าทั้งเมืองให้คุกเข่าการเหาะเหินเดินอากาศไม่ต่างจากครอบครองนภาหนึ่งความคิด หนึ่งเจต ก็อาจสั่นสะเทือนขุนเขาและลำน้ำเป็นระดับที่ผู้คนจำนวนมากไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าใกล้ความแตกต่างที่สำคัญของโลกนี้ในโลกแห่งนี้ การต่างกันเพียง “ขั้นย่อย” ก็ส่งผลมากแล้ว
แต่การต่างกัน “หนึ่งระดับใหญ่” มักหมายถึงความแตกต่างราวฟ้ากับดิน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มี
วิชาลับเหนือสวรรค์สายเลือดพิเศษสมบัติสวรรค์เม็ดพลังธาตุวิเศษมรดกสัตว์เทวะหรือวาสนาระดับสวนฟ้าย่อมอาจทำสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้
เช่น ต่อสู้ข้ามระดับใหญ่
บดขยี้ผู้แข็งแกร่งรุ่นเดียวกัน
หรือแม้แต่เขย่ากฎเกณฑ์ของโลกที่ผู้คนเคยเชื่อว่าตายตัว