พลิกฟ้าครองดารา

    ระดับพลังในเรื่อง

    โลกแห่งนี้มิใช่โลกที่วัดกันด้วยเรี่ยวแรงเพียงอย่างเดียว

    แต่เป็นโลกที่ทุกช่วงชั้นของพลัง คือการเปลี่ยนแปลงทั้ง กาย ปราณ โลหิต จิต วิญญาณ และชะตา
    ผู้ที่สูงขึ้นเพียงหนึ่งระดับใหญ่ ย่อมต่างจากผู้ต่ำกว่าราวฟ้ากับดิน
    ต่อให้เป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ หากยังไม่ข้ามกำแพงใหญ่ของช่วงชั้น ก็ยากต้านผู้ที่อยู่สูงกว่าหนึ่งระดับใหญ่ได้โดยตรง
    เว้นแต่จะมีวิชาลับ สายเลือด สมบัติสวรรค์ หรือวาสนาที่สวนสามัญสำนึกเท่านั้น

    1) ชำระลมปราณ

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูงขั้นยอด

    นี่คือประตูแรกของผู้ฝึกยุทธ์
    เป็นการเปิดเส้นลมปราณ ขัดเกลากายเนื้อ รับรู้พลังฟ้าดิน และเริ่มกักเก็บปราณไว้ในร่าง
    ผู้ถึงระดับนี้ แม้ยังไม่ถือว่าเป็นยอดฝีมือ แต่ก็พ้นจากคำว่าปุถุชนแล้ว

    ลักษณะเด่น

    พละกำลัง ความเร็ว และประสาทรับรู้สูงกว่าคนธรรมดามากเริ่มใช้กระบวนท่าที่มีปราณหนุนได้ยังเน้นพื้นฐานกายและความหนาแน่นของเส้นลมปราณผู้แข็งแกร่งในขั้นยอดสามารถกดผู้ต่ำกว่าหลายขั้นย่อยได้ง่ายดาย

    ข้อจำกัด

    ปราณยังไม่มั่นคงพอกายยังไม่ถูกหลอมจนแท้จริงสู้ยืดเยื้อกับผู้ข้ามระดับใหญ่กว่ามักเสียเปรียบมาก2) หลอมกายโลหิต

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูง

    นี่คือระดับที่ “กาย” เริ่มแยกจากสามัญชนอย่างแท้จริง
    โลหิต กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และอวัยวะภายในถูกหลอมด้วยปราณจนเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
    ผู้ที่เข้าสู่ระดับนี้ ร่างกายย่อมไม่ใช่เพียงภาชนะรับปราณอีกต่อไป หากเป็นอาวุธสังหารที่มีชีวิต

    ลักษณะเด่น

    พลังกายพุ่งสูงมากทนทานขึ้นอย่างก้าวกระโดดโลหิตทรงพลังขึ้น ทำให้วิชาประเภทหลอมกายหรือระเบิดแรงโจมตีเด่นชัดผู้ฝึกในระดับสูงสามารถกวัดแกว่งอาวุธหนักอำมหิตได้ราวของเบาหากฝึกวิชาหลอมกายขั้นสูง ย่อมมีแรงกดจากร่างเพียงยืนอยู่ก็กดคนระดับต่ำกว่าได้

    ข้อแตกต่างจากชำระลมปราณ

    ไม่ใช่แค่มีปราณมากขึ้น แต่ “คุณภาพกาย” เปลี่ยนศึกระหว่างผู้มีหลอมกายโลหิตกับผู้ยังอยู่ชำระลมปราณ มักเป็นการบดขยี้โดยตรง3) หลอมแก่นปราณ

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูง

    เมื่อเข้าสู่ระดับนี้ ปราณในกายจะเริ่ม “จับแก่น”
    ไม่กระจายอย่างหยาบอีกต่อไป
    แต่รวมตัวเป็นศูนย์กลางพลังที่หนาแน่น มั่นคง และระเบิดออกได้ทรงอานุภาพกว่าระดับก่อนหลายเท่า

    ลักษณะเด่น

    ปราณทั้งร่างหนาแน่นขึ้นอย่างมากกระบวนท่าที่ปล่อยปราณออกภายนอกเริ่มมีอานุภาพแท้จริงสามารถใช้วิชาประเภทฆ่าระยะไกล กดข่มพื้นที่ หรือผสานอาวุธกับปราณได้ชัดเจนศึกในระดับนี้ไม่ใช่แค่ปะทะกายกับกาย แต่เป็นศึกของแก่นพลังที่อัดแน่นผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสามารถใช้แรงกดของปราณกดผู้ต่ำกว่าให้คุกเข่าได้

    ข้อแตกต่างจากหลอมกายโลหิต

    หลอมกายโลหิตเด่นที่ร่างหลอมแก่นปราณเด่นที่ “แก่นพลัง” และการปลดปล่อยวิชาอย่างแท้จริงนี่คือช่วงที่ผู้ฝึกยุทธ์เริ่มมีภาพของ “ยอดฝีมือ” อย่างแท้จริงในสายตาคนทั่วไป4) รวมจิต

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูง

    นี่คือระดับที่ “จิต” เริ่มรวมเป็นหนึ่งกับพลัง
    ผู้ฝึกมิได้อาศัยเพียงการโคจรปราณและความแข็งแรงของกายอีกต่อไป
    แต่เริ่มใช้เจตจำนง วิญญาณรับรู้ และความคมของจิตเข้าเป็นแกนของการต่อสู้

    ลักษณะเด่น

    สัมผัสศัตรูและแรงอันตรายได้ไวกว่าคนทั่วไปมากเจตสังหารสามารถกดข่มผู้อ่อนแอกว่าได้จริงการใช้กระบวนท่ามี “วิญญาณ” ของวิชาปรากฏผู้ฝึกเริ่มเห็นแก่นแท้ของวิชาตนเองคนระดับต่ำกว่าหากเผชิญหน้าตรง ๆ มักถูกแรงกดทางจิตใจบดจนไม่กล้าสู้เต็มที่

    ข้อแตกต่างจากหลอมแก่นปราณ

    หลอมแก่นปราณคือพลังหนาแน่นรวมจิตคือพลังนั้นเริ่มมี “เจต” และ “การครอบงำ”นี่คือระดับที่ผู้แข็งแกร่งหนึ่งคนอาจล้างคนระดับต่ำกว่าทั้งกลุ่มได้ด้วยตัวคนเดียว5) จักรพรรดิปราณ

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูง

    นี่คือระดับที่เริ่มถูกมองว่า “อยู่เหนือสามัญยุทธ์” อย่างแท้จริง
    ปราณในกายก่อเป็นอาณาเขตของตน
    ทุกการเคลื่อนไหวแฝงบารมี ทุกกระบวนท่ามีแรงกดดั่งราชันย์

    ลักษณะเด่น

    ปราณมหึมาดุจมหาสมุทรหนึ่งกระบวนท่าสามารถเปลี่ยนภูมิประเทศขนาดย่อมได้สามารถกดข่มพื้นที่ กดอากาศ หรือปิดกั้นทางหนีของศัตรูได้เจตจำนงและพลังรวมเป็นหนึ่งจนวิชาทุกท่าสูงส่งกว่าระดับก่อนอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ระดับนี้ขึ้นไป ผู้ฝึกสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ดุจเดินบนพื้นดิน ตราบเท่าที่มีพลังปราณเพียงพอการบินของผู้ระดับนี้ไม่ใช่การกระโดดหรือร่อน แต่คือการใช้ปราณหนุนร่างให้ยืนอยู่บนฟ้าอย่างแท้จริง

    ข้อแตกต่างจากรวมจิต

    รวมจิตยังเป็นยอดฝีมือในโลกคนจักรพรรดิปราณเริ่มเป็น “ผู้ยืนเหนือผู้คน”ระดับนี้คือเส้นแบ่งที่ทำให้โลกดูใหญ่ขึ้นทันที เพราะฟ้าเองเริ่มเป็นเส้นทางของผู้แข็งแกร่ง6) ข้ามสวรรค์

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูง

    ผู้ที่ถึงระดับนี้เริ่มแตะ “ขอบเขตเหนือมนุษย์” อย่างแท้จริง
    การฝืนฟ้าดิน การฉีกกฎเดิม การทะลวงคอขวดแห่งชีวิต ล้วนเริ่มเกิดขึ้นในระดับนี้

    ลักษณะเด่น

    เหาะเหินเดินอากาศได้ไกลและมั่นคงกว่าระดับจักรพรรดิปราณมากอายุขัย พลังชีวิต และความหนาแน่นของวิญญาณพุ่งสูงกระบวนท่าหนึ่งอาจสั่นสะเทือนภูเขาและแม่น้ำเริ่มมีอาณาเขตพลังที่กดโลกภายนอกได้ชัดคนระดับต่ำกว่ามักไม่อาจมองการปะทะของคนระดับนี้ได้ทันด้วยซ้ำ

    ข้อแตกต่างจากจักรพรรดิปราณ

    จักรพรรดิปราณคือผู้เป็นราชาในหมู่ยอดฝีมือข้ามสวรรค์คือผู้เริ่มฝืนกฎของโลกเดิม7) เทวะอุบัติ

    แบ่งเป็น

    ขั้นต้นขั้นกลางขั้นสูง

    ระดับนี้คือการเกิดใหม่ของผู้ฝึกในฐานะ “ผู้แตะกลิ่นอายเทวะ”
    ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้ มิใช่เพียงแข็งแกร่ง หากมีอำนาจกดโลกทั้งใบได้ในบางขอบเขต

    ลักษณะเด่น

    พลังปราณมหาศาลเกินกว่าคนระดับล่างจะจินตนาการเจตจำนงและอาณาเขตหลอมรวมกับฟ้าดินบางส่วนการเหาะเหินเป็นไปดุจจิตสั่งกระบวนท่าหนึ่งอาจลบเมืองหนึ่งเมืองได้หากไม่มีผู้ต้านผู้คนทั่วไปได้แต่มองเป็นตำนาน8) ตำนาน — ครึ่งก้าวสู่เทวะ

    นี่คือขอบเขตที่แทบไม่มีผู้ใดแตะต้อง
    เป็นช่วงที่ผู้ฝึกยืนอยู่ระหว่าง “เทวะอุบัติ” กับ “สิ่งที่สูงกว่านั้น”
    ผู้ถึงขั้นนี้มิใช่แค่แข็งแกร่ง แต่เป็นตัวตนที่อาจกลายเป็นตำนานของทั้งยุคสมัย

    ลักษณะเด่น

    แรงกดเพียงปล่อยออกเล็กน้อยก็อาจกดผู้ต่ำกว่าทั้งเมืองให้คุกเข่าการเหาะเหินเดินอากาศไม่ต่างจากครอบครองนภาหนึ่งความคิด หนึ่งเจต ก็อาจสั่นสะเทือนขุนเขาและลำน้ำเป็นระดับที่ผู้คนจำนวนมากไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าใกล้ความแตกต่างที่สำคัญของโลกนี้

    ในโลกแห่งนี้ การต่างกันเพียง “ขั้นย่อย” ก็ส่งผลมากแล้ว
    แต่การต่างกัน “หนึ่งระดับใหญ่” มักหมายถึงความแตกต่างราวฟ้ากับดิน

    อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มี

    วิชาลับเหนือสวรรค์สายเลือดพิเศษสมบัติสวรรค์เม็ดพลังธาตุวิเศษมรดกสัตว์เทวะหรือวาสนาระดับสวนฟ้า

    ย่อมอาจทำสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้
    เช่น ต่อสู้ข้ามระดับใหญ่
    บดขยี้ผู้แข็งแกร่งรุ่นเดียวกัน
    หรือแม้แต่เขย่ากฎเกณฑ์ของโลกที่ผู้คนเคยเชื่อว่าตายตัว

    คล้ายกับเรื่องพลิกฟ้าครองดารา ที่คุณอ่าน