จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 พลองเหล็กดำ

            เมื่อออกมาจากหอจิ่วชิงเย่เฉินก็พาหู่หวาไปยังหอศัสตราวิญญาณเพื่อให้หู่หวาได้ทำการเลือกอาวุธวิญญาณที่เหมาะสมกับเขา

            “พี่ใหญ่ข้าทำให้ท่านต้องขายหน้า” ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ จู่ๆหู่หวาก็ก้มหน้าลงแล้วพูดขึ้นมา

            เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินก็ถึงกับผงะ

            แต่ไม่นานเขาก็คิดหาเหตุผลได้ หู่หวาเป็นเด็กที่ซื่อตรงและดูเหมือนว่าเขายังคงกังวลถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้อยู่เรื่องของเด็กที่รุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ฉีอวิ๋นที่ฉีเฮ่าพามาด้วยนั้นกลับมีความแข็งแกร่งกว่าหู่หวามาก

            เขาได้ยินเรื่องราวความเป็นมาของฉีเฮ่ามานานแล้วเขาเป็นคุณชายของตระกูลฝึกตน จึงถูกส่งมาอยู่ที่สำนักเหิงเยว่ตั้งแต่เด็ก

            และเจ้าตัวน้อยที่ชื่อเสี่ยวอวิ๋นเห็นได้ชัดว่าเป็นคนมาจากตระกูลฉี และก็ถูกส่งมาเพื่อฝึกตนในสำนักเหิงเยว่เช่นกัน

            แคว้นต้าฉู่มีตระกูลฝึกตนอยู่มากมายเหมือนอย่างตระกูลซั่งกวนแห่งตงเยว่  ตระกูลซือถูแห่งซีสู่ ตระกูลฉีแห่งหนานเจียง และตระกูลหวังแห่งเป่ยชวน  ส่วนฉีเฮ่าและเจ้าเด็กฉีอวิ๋นก็เป็นลูกชายของตระกูลฉีแห่งหนานเจียง

            แม้ว่าตระกูลฝึกตนไม่ได้เป็นที่กล่าวขานหรือนิยมเท่าสำนักเหิงเยว่แต่ก็ไม่ได้กระจอกงอกง่อย ศิษย์ของตระกูลเหล่านี้อย่างน้อยก็ต้องผ่านการแช่ยาวิญญาณ และจะต้องได้รับยาวิญญาณไปตลอด

            แค่เพียงเรื่องนี้ไม่เพียงแต่หู่หวา แม้แต่ตัวเขาเองเย่เฉิน ก็ยังไม่อาจจะเทียบได้

            “เจ้าเพิ่งจะกลายเป็นผู้ฝึกตนต่อไปยังมีหนทางอีกยาวไกล” เย่เฉินตบไหล่ของหู่หวาและยิ้มอย่างผ่อนคลาย

            “หรือว่าที่จริงแล้วข้าไม่ควรขึ้นมา”

            “เมื่อมาแล้วก็ควรอยู่ให้มีความสุข บนโลกใบนี้มีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนแอ แต่สวรรค์มีความยุติธรรมสู้เขาไม่ได้เพียงชั่วขณะหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสู้เขาไม่ได้ไปตลอดชีวิตตอนที่ข้าเพิ่งเริ่มต้นก็โดนดูถูกมามากเช่นกัน”

            “ข้าจะพากเพียรให้มากขึ้นจะไม่ทำให้พี่ใหญ่ต้องขายหน้า”

            พูดจบทั้งคู่ก็เดินมาถึงด้านหน้าของหอศัสตราวิญญาณ

            ทันทีที่เดินเข้าไปผู้อาวุโสโจวต้าฝูที่กำลังหลับสนิทอยู่ในหอศัสตราวิญญาณก็ลืมตาขึ้น

            “เข้าไปเถอะ! ให้หยิบได้แค่ชิ้นเดียวนะ” โจวต้าฝูโบกมือส่งๆ

            “ไปกันเถอะ!” เย่เฉินผลักหู่หวาไปข้างหน้าเบาๆ “ไปเลือกอันที่เหมาะกับเจ้ามาสักชิ้นแล้ววันหลังข้าค่อยหาของดีให้เจ้าอีกชิ้น”

            การมาถึงของเย่เฉินดูเหมือนจะทำให้โจวต้าฝูที่กำลังหลับสนิท ลุกขึ้นนั่งและยืดตัวตรงจากนั้นก็หาวไปฟอดใหญ่

            เมื่อเห็นว่าโจวต้าฝูตื่นแล้วและหู่หวาเองก็ยังไม่ออกมา เย่เฉินจึงก้าวออกไปก้าวหนึ่ง แล้วถามขึ้น “ผู้อาวุโสที่นี่มีเหล็กดำและเหล็กหล่อดำไหม”

            เหล็กดำและเหล็กหล่อดำเป็นวัตถุล้ำค่าสำหรับการกลั่น พวกมันเป็นของมีค่า แล้วก็เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่ายๆ

            และสาเหตุที่เย่เฉินถามถึงเหล็กดำและเหล็กหล่อดำก็เห็นถึงวัตถุประสงค์ได้ชัดเจนว่าเขานั้นคิดที่จะนำเอาเหล็กดำและเหล็กหล่อดำไปกลั่นหลอมเข้ากับกระบี่เมฆแดงของเขาเหล็กดำนั้นมีความแน่นแกร่ง ส่วนเหล็กหล่อดำนั้นมีความยืดหยุ่นเมื่อผสมเข้าด้วยกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันนั้นวิเศษมาก

            อย่างน้อยนี่ก็เป็นสิ่งที่เคล็ดวิชาการกลั่นอาวุธได้กล่าวเอาไว้

            “เหล็กดำและเหล็กหล่อดำมีค่ามากจะว่ามี ข้าก็มีอยู่ แต่กลัวว่าเจ้าจะจ่ายไม่ไหวนะสิ!” โจวต้าฝูขยี้ตาที่กำลังงัวเงียของเขา

            เย่เฉินตาสว่างขึ้นมาทันทีรีบถามกลับ “ผู้อาวุโส ราคาเท่าไร”

            โจวต้าฝูไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว

            “หนึ่งหมื่นหรือ?”

            “หนึ่งหมื่นอะไรเจ้าคิดอะไรอยู่? หนึ่งแสนต่างหาก”

            เอื๊อก! ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็ถึงกับกลืนน้ำลายอย่างรุนแรง

            “หนึ่งแสนนี้ให้ราคาถูกแล้วนะที่หอหมื่นสมบัติของผางต้าไห่ ขายแพงกว่านี้อีก”โจวต้าฝูชำเลืองมองเย่เฉินอย่างมีชีวิตชีวา แล้วพูดต่อไปว่า “อีกอย่างหนึ่งแสนหินวิญญาณยังเพียงพอแค่ซื้อเหล็กดำและเหล็กหล่อดำขนาดเท่าไข่ไก่ลูกใหญ่ๆเท่านั้น”

            ได้ยินดังนั้นเย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลายอีกครั้ง

            เขารู้ถึงความล้ำค่าของเหล็กดำและเหล็กหล่อดำแต่ก็ยังประเมินค่าของพวกมันต่ำเกินไป

            หนี่งแสนหินวิญญาณ

            นี่มันอะไรกันศิษย์ของนอกสำนัก แม้ว่าจะถูกรับไว้ในสำนักตลอดชีวิตก็ไม่เห็นจะมีรายได้มากมายขนาดนี้และแม้ว่าตอนนี้เขาจะสำเร็จวิชากลั่นน้ำยาวิญญาณหยกแล้วแต่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะหามาได้มากถึงหนึ่งแสนหินวิญญาณ

            “อ้อจริงสิยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่น่าจะถูกกว่านี้มาก” โจวต้าฝูพูดต่อ

            “เป็นที่ใดกัน”

            “ตลาดมืดอเวจี”

            ได้ยินดังนั้นเย่เฉินอดไม่ได้ที่จะลูบคางตนเอง แล้วกระซิบ “ข้าลืมชื่อสถานที่แห่งนี้ไปเลย”

            ตลาดมืดอเวจีตั้งอยู่ตรงเขตแดนของสำนักเหิงเยว่ สำนักเจิ้งหยาง และสำนักชิงอวิ๋นมันเป็นสถานที่สำหรับทำการค้าขายแลกเปลี่ยน และยังเป็นแหล่งขายสินค้าที่ถูกขโมยมาเพราะเหตุนี้ ที่นั่นจึงไม่ค่อยสงบนัก อีกทั้งยังมีเหตุทารุณเกิดขึ้นบ่อยครั้งจึงเป็นที่เลื่องลือกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

            แม้ว่าเย่เฉินจะไม่เคยไปที่ตลาดมืดอเวจีมาก่อนแต่เขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงที่ไม่ดีของมันมาบ้าง

            แน่นอนว่าตลาดมืดอเวจีไม่ได้มีเพียงแต่ชื่อเสียงด้านความรุนแรงเท่านั้น แม้ว่าที่นั่นจะมีความวุ่นวาย แต่ก็ไม่เคยขาดแคลนสมบัติและของวิเศษที่มาซื้อขายกันอีกอย่างมันยังมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดจึงมีผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยที่ไปเลือกซื้อของวิเศษจากที่นั่น

            “อย่างนั้นเหล็กดำและเหล็กหล่อดำที่ตลาดมืดอเวจีจะถูกกว่าที่นี่มากสักเท่าไร” เมื่อคิดเช่นนี้ เย่เฉินจึงมองไปยังโจวต้าฝู

            “ความเป็นมาของเหล็กดำและเหล็กหล่อดำนั้นมาจากที่ใดก็ไม่แน่ชัดเจ้าของสินค้าต่างรีบเร่งที่จะขายของที่ขโมยมา ถ้าลองคำนวณดูแล้วก็น่าจะถูกกว่าสักสี่ห้าหมื่น!”

            “สี่ห้าหมื่น”เย่เฉินลูบคางของเขาอีกครั้ง สำหรับเขาแล้ว สี่ห้าหมื่นหินวิญญาณนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยเลยหากเขาซื้อเหล็กดำและเหล็กหล่อดำจากตลาดมืดอเวจีจริงๆ ละก็เขาคงไม่คิดจะไปที่นั่นอีกเลย

            “ตลาดมืดอเวจีไม่ใช่สถานที่ดีอะไรอาจจะสูญเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ เจ้าลองคิดดูแล้วกัน” โจวต้าฝูชำเลืองมองเย่เฉิน

            “อย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้วล่ะใครให้ท่านขายแพงขนาดนี้!”

            “แค่สี่ห้าหมื่นเองมันจะไปต่างอะไรกันนักหนา” โจวต้าฝูไอแห้งๆ“เหล็กดำและเหล็กหล่อดำของข้าไม่ใช่ว่าจะได้มาเปล่าๆ นะ มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากมันก็ต้องให้ข้าได้ทุนคืนมาบ้างสิ!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะเม้มปาก จะว่าไปโจวต้าฝูก็เหมือนกับกับผางต้าไห่ทั้งสองคนล้วนเป็นคนฉลาดและมีไหวพริบมาก

            ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันหู่หวาก็ออกมาพร้อมกับอาวุธที่เขาเลือก

            สิ่งที่เขาเลือกไม่ใช่กระบี่วิญญาณแต่เป็นพลองเหล็กอันหนึ่ง แม้ว่าจะไม่สอดคล้องกันกับความสูงของเขาแต่มันก็ยังพอที่จะใช้งานได้

            “พลองเหล็กดำ”โจวต้าฝูมองดูแล้วหันไปมองหู่หวา จากนั้นจึงพูดขึ้น “เจ้าหนุ่มน้อยอาวุธวิญญาณมีตั้งมากมาย ทำไมเจ้าจึงเลือกมันล่ะ”

            “หู่หวาเจ้าเปลี่ยนเป็นอันอื่นได้นะ” เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            ในบรรดาอาวุธที่มีอยู่มากมายสิ่งที่ฝึกยากที่สุดคือหอกและพลองเหล็กดำนั้นก็สั้นกว่าหอกเพียงแค่หนึ่งปลายหอกเท่านั้นซึ่งมีความยากในการฝึกฝน นี่เป็นเหตุผลที่เย่เฉินและโจวต้าฝูไม่แนะนำให้หู่หวาเลือกพลองเหล็กดำ

            “ไม่เอาๆข้าชอบพลองเหล็กดำอันนี้” หู่หวายิ้ม

            “อย่างนั้นก็ได้!” เขารู้จักนิสัยของหู่หวาเมื่อตัดสินใจอะไรแล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเย่เฉินจึงไม่พูดอะไรออกไปอีก

            “กระบี่มีความร้ายกาจของกระบี่พลองก็มีความลับของพลอง ในเมื่อเลือกมันแล้วก็ตามใจเจ้าแล้วกัน!” โจวต้าฝูจึงไม่คัดค้านอีก

            “ผู้อาวุโสท่านมีเคล็ดวิชากระบวนท่าพลองหรือไม่” เย่เฉินมองไปทางโจวต้าฝู

            หู่หวาเพิ่งจะเข้ามาเป็นผู้ฝึกตนยังมีเรื่องที่ยังไม่รู้อีกมากมาย และยังจะเลือกพลองเหล็กดำเป็นอาวุธอีกตัวเขาเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกระบวนท่าพลองเลย เพราะฉะนั้นอย่าได้พูดถึงหู่หวา

            “เคล็ดวิชากระบวนท่าพลองข้าไม่มีหรอก” โจวต้าฝูส่ายหน้า “เจ้าลองไปดูที่หอหมื่นสมบัติผู้อาวุโสผางอาจจะมีก็ได้”

            ได้ยินดังนั้นเย่เฉินก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกข้าก็ขอตัวก่อน” เย่เฉินทำความเคารพ และพาหู่หวาเดินออกจากหอศัสตราวิญญาณ

            ในระหว่างทางพวกเขาก็แวะไปที่หอหมื่นสมบัติแต่ก็ต้องผิดหวังอีกเช่นกัน

            เย่เฉินได้พาหู่หวามาทำการบ่มเพาะการฝึกตนของเขาที่ภูเขาลูกหนึ่งคอยดูแลและให้แนะนำหู่หวาบ้างบางครั้ง

            “หู่หวาความไม่ถนัดชดเชยได้ด้วยความขยัน เจ้าจะต้องตั้งใจให้มาก!”

            “อืมข้าจะฝึกตนให้มากขึ้น จะไม่ทำให้พี่ใหญ่ต้องขายหน้าเด็ดขาด”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน