ตอนที่สิบห้า The Master
พลังสาย Mind Controlหรือที่เกี่ยวกับสภาพจิตใจของโลกนี้มันแปลกๆอยู่พอสมควรหากถามความคิดเห็นของผม
สายพลัง
“Master” ควบคุมจิตใจ
นั้นได้รับการมองจากสังคมว่าเป็อะไรที่ร้ายแรงที่สุด
เราอภัยให้คนที่กินเนืุ้์ที่กินคนอื่นเพื่อเพิ่มพลังพิเศษให้มาเป็หน่วยลับของรัฐบาลได้
แต่เราจะขังคนที่มีพลัง Master เอาไว้ในคุกต่างมิติ(ซึ่ง มีไว้เป็พล็อตเื่เพื่อให้ตัวร้ายบุกไปช่วยตัวร้ายอันตรายที่ถูกขังเอาไว้ในคุกต่างมิติและก่อปัญหาขึ้นต่อไป)
ความ specialize ความสามารถพิเศษเฉพาะเจาะจง
ก่อให้เกิดความสามารถที่ไม่สามารถลบล้างได้ในแง่มุมหนึ่ง
แต่สามารถต่อต้านได้หากเรารู้ว่าขีดจำกัดของพลังนั้นอยู่ที่ตรงไหน
เป็การแถให้สามารถชิงไหวชิงพริบได้นั่นเองเพื่ออฺธิบายว่าทำไมหญิงสาวผมสีชมพูนั้นถึงสามารถฆ่าผู้ที่มี Master ระดับสูงที่สามารถล้างสมองผู้หญิงที่มีพลังพิเศษจำนวนมากมาเป็สมาชิกในฮาเร็มของตนเองได้
เช่นการแถว่า
“การตัดแขนตัดขาและเก็บไว้คนเดียวคือการแสดงความรักอย่างที่สุด”
ที่เธอฝึกมาในฐานะนักฆ่าจะทำให้คนที่มีพลังMaster นั้นตายอย่างอนาถเพราะขาดเื
มันอาจจะสร้างบทเรียนสอนใจให้กับคนอื่น
แต่บทเรียนของผมคือ คนที่มีพลัง Master นั้นร่างกายกากและเปราะเท่ากับมนุษย์ธรรมดาถึงได้โดนฆ่าอย่างนั้น
นั่นคือข้อเสียและจุดอ่อนของผู้มีพลังพิเศษในด้านนี้
การมีพลังควบคุมจิตใจทำให้อ่อนแอเท่ากับคนธรรมดาในด้านร่างกาย
และการแถว่าการตัดแขนตัดขาคือการแสดงความรักนี่มันดูเป็แค่การแถเพื่อหาเหตุผลให้คนธรรมดาเอาชนะคนที่มีพลังพิเศษได้เท่านั้นล่ะ
หรือไม่ก็แปลว่าผู้หญิงผมสีชมพูคือคนโรคจิตอย่างสมบูรณ์นั่นเองหากสามารถหลอกตนเองให้คิดเช่นนั้นได้
แต่หลังจาก Master คนนั้นตายไปแล้ว พลังล้างสมองก็ยังไม่หายไป
มีการบรรยายว่ามีผู้หญิงที่มีพลังพิเศษหลายคนฆ่าตัวตายบางคนก็ออกอาละวาดก่อการร้ายเพื่อระบายความเสียใจ
เป็การแถว่าเป็พลังล้างสมองขั้นสุดยอดที่ร้ายกาจแม้Master ตายไปแล้วผลก็ยังไม่หายไป..แต่นั่นไม่เท่ากับว่าผู้หญิงสีชมพูนั้นก็ยังต้องหลงรักคนมีพลังMaster คนนั้นอยู่ไม่ใช่หรือ?
แต่ทำไมเธอถึงไม่มีอาการซึมเศร้าอย่างคนอื่นๆ?
ผมมีข้อสันนิษฐานว่าแบบเดียวกับแบทแมน
หากโลกนี้มีพระเ้าผู้หญิงผมสีชมพูนั้นน่าจะต้องมีพระเ้าอยู่เคียงข้างแน่นอน
ผมไม่คิดจะไปสู้กับคนเช่นนั้น
หรือเธอสามารถฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าได้แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็คนที่เธอรักก็ตามหากเราตัดความเป็ไปได้ของการมีพระเ้าอยู่เคียงข้างออกไป
แต่ไม่ว่าอย่างไหน
ผมคิดว่าหนีคือกลยุทธที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้
ผมถึงได้สร้างมิติส่วนตัวของตนเองร่วมกับเซย์
ว่าอย่างน้อยเนื้อเื่น่าจะแถให้ผู้หญิงผมสีชมพูเจาะมิติเข้ามาฆ่าผมที่ต่างมิติไม่ได้หากยังมีการแถว่าเธอเป็คนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษอยู่
คนธรรมดาบ้าอะไร
รอดมาจากสุดยอดพลังล้างสมอง The Master ของเนื้อเื่ได้
ผมถึงได้ต้องวิ่งหนีเข้าหาบอสใหญ่ของเื่เพื่อรอดพ้นจากผู้หญิงสีชมพูนั้น
แบบเดียวกับที่มีการแถว่ากัปตันมาร์เวลเก่งกาจสุดยอดในจักรวาลแต่ยังไม่สามารถปราบทานอสได้เพื่อยืดเื่ออกไปนั่นเอง
ผมกอดหญิงสาวที่มีอำนาจสูงที่สุดในจักรวาลที่น่าจะช่วยปกป้องผมได้ไว้อย่างแแ่ไม่ให้ปล่อยออก
“ดาร์ลิ้งล่ะก็ดิชั้นจะปกป้องดาลิงก์เอง”
เธอใช้หน้าอกของเธอมาเป็หมอนรองหน้าผมและกอดผมและลูบหัวอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำเสียงที่น่าจะมีพลังของThe Canary ที่มีพลังสามารถกล่อมให้คนหลับหรือสามารถควบคุมอารมณ์ของคนที่ได้ยินเสียงเธอได้นั่นเอง
เธอใช้ความสามารถนั่นมาร้องเพลงกล่อมผมอย่างอ่อนโยน
ราวกับใช้ะเินิวเคลียร์มาเพื่อจุดเทียนไข