ตอนที่ 40: ปล้นกลับและสังหารนักฆ่า
เศษกระจกแหลมคมนับหมื่นชิ้นร่วงหล่นพร่างพรูลงมากระทบพื้นห้องนอนพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องกังวานของปืนไรเฟิลเจาะเกราะพลังทำลายล้างสูงจากที่ห่างไกล ฝุ่นปูนและควันสีเทาคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณเสาเตียงที่พังพินาศสะบั้นเป็นสองท่อน
"กรี๊ด!..." จ้าวอวี่ถิงกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีดตามสัญชาตญาณ ร่างบางสั่นระริกพยายามคืบคลานหลบเข้าหาเงามืดข้างเตียง ทว่าจ้าวเสวี่ยอินบอดี้การ์ดสาวกลับมีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่รวดเร็ว เธอรีบพลิกตัวกระโจนทับร่างของคุณหนูเอาไว้เพื่อใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเกราะกำบังทันที แม้ดวงตาสวยคมของเธอจะสั่นเครือไปด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจและเพิ่งเสร็จสมอารมณ์หมายจากศึกสวาทเมื่อครู่ ทว่าความจงรักภักดีและวิญญาณคนคุ้มกันยังคงผลักดันตัวเธอ
"นายท่านคะ!... นั่นมันปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านยานเกราะแบบหนักขนาด 12.7 มม. วิถีกระสุนยิงมาจากป่าสนบนหอคอยสัญญาณทางตะวันออกค่ะ! พวกมันตั้งใจจะสังหารคุณหนูและคนในตระกูลจ้าวเพื่อสร้างความโกลาหลแย่งของประมูล!" เสวี่ยอินตะโกนแจ้งข้อมูลเสียงแหบพร่าสั่นเครือ แววตาของเธอสบตาจ้องมองผมด้วยความหวาดวิตกแทนชีวิตของผม
"พวกคุณสองคนหมอบหลบอยู่ใต้ฐานเตียงหินอ่อนนี่แหละ... อย่าขยับไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะบอก ปล่อยหน้าที่บดขยี้หนอนแมลงพวกนี้ให้เป็นเรื่องของผมเอง" ผมสั่งการน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าก้องกังวานไปด้วยพลังอำนาจเด็ดขาดสะกดประสาท
ผมหยิบเสื้อยืดสีดำและกางเกงสวมกลับคืนสู่สรีระอย่างรวดเร็วปานวิญญาณเคลื่อนไหว นัยน์ตาสีทองส่องสว่างคมปลาบประดุจพญามังกรทองที่พร้อมจะสยายปีกออกล่าเหยื่อในคืนพายุฝน
[ระบบ: กำลังล็อกวิถีกระสุนและระบุพิกัดนักฆ่า...]
[ระบบ: วิเคราะห์ผล - นักฆ่ามือสังหารระดับสากลสังกัด 'เงาโลหิต' ซุ่มซ่อนอยู่บนยอดหอคอยสูง 30 เมตร ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะ 480 เมตร ใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิง Barrett M82]
[ระบบ: ตรวจพบกองกำลังติดอาวุธระดับปฏิบัติการอีก 8 นาย กำลังแทรกซึมเข้าทางประตูด้านข้างคฤหาสน์เป้าหมายเพื่อปล้นกล่องนิรภัย]
"คิดจะปล้นเหยื่อและตระกูลที่ผมสถาปนาการควบคุมแล้วงั้นเหรอ? ช่างเป็นพวกแมลงเม่าที่รนหาที่ตายจริงๆ..." ผมแค่นหัวเราะเสียงต่ำดุดันในลำคอ
เป้าหมายแรกของผมคือการไปกู้กล่องของประมูลโบราณห้าร้อยล้านหยวนที่ซ่อนอยู่ในห้องนิรภัยใต้ดินตามที่เสวี่ยอินแจ้งรหัสผ่านไว้ก่อนที่พวกมันจะบุกเข้ามาถึง ผมเคลื่อนย้ายร่างกายโดยใช้ทักษะก้าวพริบตาทะลุผ่านบานประตูห้องนอนที่เปิดอ้าออก ลัดเลาะฝ่าความมืดตามทางเดินชั้นสองลงบันไดสู่ห้องทำงานใหญ่ของคุณท่านจ้าวปู่ใหญ่ตระกูลจ้าวชั้นล่างดุจเงาปีศาจสีดำพาดผ่าน
เสียงระเบิดและปืนกลเบาดังกระหน่ำถล่มประตูด้านข้างคฤหาสน์ส่งเสียงแผดสยอง บอดี้การ์ดเสื้อดำตระกูลจ้าวหลายคนถูกยิงล้มตายเปรอะเปื้อนเลือดตามพื้นสนามหญ้า ท่ามกลางเสียงหวีดเตือนภัยที่กรีดร้องระงมราตรี
ผมก้าวเท้าบุกเข้าสู่ห้องทำงานตระกูลจ้าวที่กว้างขวาง ตู้หนังสือไม้โอ๊คขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ผนังห้องด้านใน ผมใช้กำลังกายศิลาเหล็กกล้าผลักตู้หนังสือหนักสองร้อยกิโลกรัมให้เลื่อนเปิดออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นบานประตูนิตินิรภัยเหล็กกล้าเจาะเข้าในผนังคอนกรีตหนาแน่นหนา ผมยื่นนิ้วมือกดปุ่มรหัสลับผ่านหน้าจอดิจิทัลอย่างรวดเร็ว: "991208"
"ครืน... แก๊ก!..."
บานประตูเหล็กกล้าหมุนเปิดออกเผยห้องเก็บของล้ำค่าตระกูลจ้าว ด้านในมีกล่องนิรภัยเหล็กดัดทองคำลายมังกรโบราณขนาดใหญ่ตั้งเด่นสะดุดตา ผมใช้สายตาเพลิงสุริยะตรวจสแกนรังสีพลังงานทันที พบไอพลังงานยาสมุนไพรร้อนแรงเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากกล่องนิรภัย นี่คือกล่องประมูลโบราณมูลค่าห้าร้อยล้านหยวนของแท้ที่บรรจุนมังกรเพลิงและสมุนไพรล้ำค่าสำหรับใช้ส่งมอบให้รัฐบาลเพื่อความมั่นคงของตระกูลเซียว!
ผมใช้ฝ่ามือหุ้มพลังลมปราณเหล็กกล้าบดทำลายล็อกกล่องหูหิ้วนิรภัยอย่างง่ายดายปานฉีกกระดาษ หยิบถือกล่องโบราณทองคำน้ำหนักยี่สิบกิโลกรัมขึ้นมาด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ พลางก้าวเดินฝ่าลมฝนออกไปลานด้านหน้าคฤหาสน์
เมื่อผมก้าวออกมาถึงสนามหญ้า ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างหนักและแสงไฟสปอร์ตไลท์ลาดตระเวนสั่นไหว กองกำลังติดอาวุธ 8 คนในชุดปฏิบัติการรบสีดำและหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าเพิ่งพังประตูรั้วเหล็กด้านข้างเข้ามา พวกมันถือปืนกลเบาอูซี่และปืนลูกซองจู่โจมสแกนหาเป้าหมายอย่างระแวดระวัง
"เฮ้ย! มีคนอยู่ตรงนั้น! มันถือกล่องทองคำอยู่ด้วย! ฆ่ามันซะ!" มือปืนคนแรกที่เห็นร่างของผมตะโกนสั่งเสียงเหี้ยมทันควัน
ปืนกลเบาและปืนลูกซองสี่กระบอกเล็งตรงมาทางผมพร้อมกระหน่ำยิงรัวสาดกระสุนปืนเสียงดังสลอน "ปังๆๆๆๆ!..." ปลอกกระสุนทองแดงร่วงกราดพื้นดินโคลนสะท้อน แสงประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบเป็นระยะๆ
ทว่าผมกลับไม่ได้หลบเลี่ยงหรือหาที่กำบังเลยแม้แต่น้อย ผมหยิบใช้ทักษะ "พลังกายศิลาเหล็กกล้า" (Stone-Steel Body) ลมปราณหนาแน่นสีทองสลัวแผ่ออกมาเคลือบผิวกายและเสื้อยืดสีดำของผมจนแข็งแกร่งประดุจเหล็กไหลกล้า กระสุนปืนกลเบาและลูกปรายปืนลูกซองนับสิบนัดที่พุ่งเข้าปะทะร่างกายของผมส่งเสียงดัง "เปรี้ยง! เปรี้ยง! แก๊ง!..." ราวกับกระสุนเหล่านั้นยิงกระทบแผ่นเกราะหนาหนาของรถถังทหาร กระสุนปืนบดบี้บุบสลายร่วงหล่นลงพื้นหญ้าเปียกน้ำโดยไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้ผิวหนังของผมได้เลยแม้แต่เซนเดียว!
"บ้าน่า!... นี่มันตัวบ้าอะไรวะ! ยิงไม่เข้าเลย!" มือปืนขโมยผวาหวาดสะพรึงกลัวจนหน้าถอดสี มือไม้สั่นระริก
ผมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมขยับร่างเคลื่อนย้ายด้วยความเร็วสูงก้าวพริบตาเป็นเงาน้ำเงินพุ่งเข้าใส่กลุ่มมือปืนชั่วพริบตา
"อั่ก!..." ผมยื่นหมัดขวาชกเข้าใส่หน้าอกมือปืนคนแรกอย่างแรงจนกระดูกซี่โครงหักสะบั้นยุบตัวเข้าหาปอด ร่างของมันลอยละลิ่วลอยกระเด็นไปไกลกว่าสี่เมตรกระแทกต้นปาล์มขาดครึ่งสิ้นลมตายทันที ผมบิดตัวกวาดขาเตะตัดน่องมือปืนคนที่สองจนขาหักบิดผิดรูปเสียงดังสนั่น ก่อนจะใช้นิ้วมือหนีบจับบีบคอหอยมือปืนคนที่สามและสี่พร้อมกันแล้วออกแรงกดนิ้วหักลำคอพวกมันจนสิ้นลมหายใจรวดเร็วปานลมพัดผ่าน
ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที กองกำลังติดอาวุธเจ็ดคนนอนทอดร่างจมกองเลือดบนผืนหญ้าเปียกแฉะโดยไม่มีทางขัดขืนพลังอำนาจเทวะของผมได้เลย เหลือเพียงมือปืนคนสุดท้ายที่ทรุดร่างคุกเข่าตัวสั่นเทาโยนปืนในมือทิ้งร้องไห้วิงวอนขอชีวิต
"ผม... ผมแค่รับจ้างมาครับ! อย่าฆ่าผมเลย..."
ผมปรายสายตาเย็นชามองผ่านร่างที่สั่นระริกของมันอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวเท้าผ่านเลยไปโดยไม่เสียเวลาลงมือสังหารแมลงเม่าที่ไร้พิษสงตัวนี้ จุดหมายถัดไปของผมคือนักฆ่าสไนเปอร์บนหอคอยสูงที่ยังคงพยายามจับทิศทางสแกนหาเป้าหมายซุ่มยิงอยู่
"ฟิ้ว!... ปัง!..."
กระสุนปืนซุ่มยิงสไนเปอร์ขนาด 12.7 มม. พุ่งแหวกพายุฝนตรงดิ่งมาทางหน้าอกของผมด้วยวิถีสังหารแม่นยำ ทว่าม่านตาของผมกลับกะพริบคำนวณวิถีกระสุนสีแดงล่วงหน้าอย่างละเอียด ผมเบี่ยงไหล่เอียงตัวเพียงเซนติเมตรเดียวหลบกระสุนปืนไรเฟิลความเร็วสูงให้ผ่านพ้นผิวแก้มไปอย่างเฉียดฉิว กระสุนพุ่งปะทะพื้นหินอ่อนด้านหลังจนระเบิดเป็นหลุมลึกขนาดเท่าชามข้าว
บนยอดหอคอยสูงสามสิบเมตร นักฆ่าสไนเปอร์มือดีที่มองผ่านกล้องเล็งปืนถึงกับตื่นตะลึงอ้าปากค้างเหงื่อเย็นชุ่มหน้าผากผ่านกล้องเล็งอินฟราเรด: "บัดซบ!... นี่มันปีศาจหรือยังไงวะ?! มันหลบกระสุนสไนเปอร์ความเร็วเหนือแสงได้ด้วยการเอียงตัวเฉยๆ เนี่ยนะ?!"
มันพยายามเหนี่ยวไกกระหน่ำยิงนัดที่สองนัดที่สามตามมาทันควัน ทว่าร่างของผมกลับหายวับไปจากหน้ากล้องเล็งอินฟราเรดของมันราวกับผงธุลีปลิวหายในอากาศ
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!"
ผมเปิดใช้วิชาก้าวพริบตาขยับเคลื่อนย้ายไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดขีด ร่างการเป็นเงาสีทองสลัวรางพุ่งผ่าฝนรวดเร็วปานอัสนีบาตข้ามผ่านระยะทางเกือบห้าร้อยเมตรภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที โผล่มาหยุดยืนอยู่ใต้ฐานหอคอยสัญญาณสูงชันเหล็กกล้า นักฆ่าด้านบนยังไม่ทันตั้งตัวได้เลย ผมก็ก้าวเท้าทะยานเหยียบเสาเหล็กกล้าปีนไต่ขึ้นสู่ยอดหอคอยด้วยความรวดเร็วดุจพญาวานรทองคำสวรรค์
เมื่อผมโผล่ขึ้นมาขอบระเบียงหอคอยด้านบน นักฆ่าเงาโลหิตถึงกับสะดุ้งตัวโยนหน้าซีดเผือดล้มพับลงไปกับระเบียงพยายามจะดึงปืนสั้นพกที่เอวออกมายิงต่อสู้
"ลาก่อนครับ หนอนแมลงน้อย" ผมเอ่ยคำตัดสินประหารชีวิตน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับวิญญาณ
ผมก้าวเข้าไปคว้าปากกระบอกปืนสไนเปอร์ Barrett ที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยมือเปล่าแล้วออกแรงบีบเค้นจนลำกล้องเหล็กกล้าหนาหนักหนาปูดโปนบิดเบี้ยวหักงอเป็นรูปตัวยูในเสี้ยววินาที นักฆ่าอ้าปากค้างช็อกตาตั้งยังไม่ทันได้กรีดร้องด้วยความสยอง มันรีบชักมีดพกทหารปลายแหลมหวังจะแทงสวนเข้าที่ยอดอกของผม แต่ผมเพียงใช้มือซ้ายรับปลายมีดคมกริบไว้ด้วยฝ่ามือเปล่า เสียงมีดกระทบฝ่ามือของผมดัง "แก๊ง!..." ดุจปะทะกับแผ่นเหล็กกล้า ก่อนที่ผมจะออกแรงบิดข้อมือของมันจนกระดูกแตกละเอียดเป็นผุยผง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสของมันดังเล็ดลอดออกมาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ผมจะยื่นมือขวาออกไปคว้าคอหอยของมันยกขึ้นเหนือน่านฟ้าราตรีกลางสายฝนอันเย็นยะเยือก
"ก๊อบ!..."
ผมออกแรงบีบปลายนิ้วหักคอหอยของนักฆ่าสไนเปอร์จนเสียงกระดูกคอหักสะบั้นดังลั่นท่ามกลางเสียงพายุฝน แววตาของนักฆ่าสปายเงาโลหิตเบิกโพลงขาดสติลอยเลื่อนลอยตายสิ้นชีวาในทันที ผมปล่อยมือทิ้งร่างไร้วิญญาณของมันให้ร่วงหล่นลงจากหอคอยสูงร่วงกระแทกพื้นปูนด้านล่างเสียงดังสนั่นดับสิ้นชีวิต
ผมหิ้วกล่องทองคำห้าร้อยล้านทะยานร่างร่อนลงจากหอคอยกลับสู่ลานหน้าคฤหาสน์หลักตระกูลจ้าวอย่างสุขุม รวดเร็วปานวิญญาณเคลื่อนย้ายไปตรวจดูความสงบเรียบร้อยลานหน้าคฤหาสน์
ในระหว่างนั้น กองกำลังตำรวจและบอดี้การ์ดที่เหลือนำโดยจ้าวเทียนหรานคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวและผู้นำตระกูลจ้าวผู้เฒ่าที่สภาพตื่นตระหนกตัวสั่นสะท้านต่างพากันวิ่งกรูกันออกมาตรวจดูสถานการณ์บริเวณหน้าลานจอดรถคฤหาสน์หลัก ภาพที่พวกมันเห็นทำให้พวกมันทุกคนถึงกับแข็งทื่อเปรียบเสมือนโดนแช่แข็งในฤดูหนาว
ท่ามกลางสายฝนตกหนักและแสงสปอร์ตไลท์สีแดงที่ส่องสว่างนวล ร่างของเย่เฉินยืนหยัดอย่างองอาจดุจจักรพรรดิเทพสงคราม ผิวกายเปล่งออร่าสีทองจางๆ สะท้อนแสงหยาดฝน มือขวาถือกล่องของประมูลทองคำล้ำค่าห้าร้อยล้านหยวน เบื้องล่างเท้าของเขาคือซากศพของกลุ่มนักฆ่าสไนเปอร์และมือปืนสังหารระดับสากลนอนกองจมกองเลือดจมน้ำฝนอย่างน่าอนาถใจ
ผู้นำตระกูลจ้าวผู้เฒ่าถึงกับหน้าซีดไร้สีเลือด แขนขาสั่นระริกสะท้านจนต้องมีบอดี้การ์ดช่วยพยุง และจ้าวเทียนหรานที่เคยหยิ่งผยองพยายามแบล็คเมล์ตระกูลเซียวบัดนี้กลับทรุดล้มพับลงไปกับพื้นโคลนด้วยความหวาดกลัวสะพรึงกลัวต่อพลังฝีมือเหนือมนุษย์ของผมอย่างรุนแรงที่สุด มันจ้องมองผมด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสำนึกผิดและเกรงกลัวอย่างถึงขีดสุด ห้วงความคิดถากถางดูแคลนไรเดอร์ส่งของจนๆ บัดนี้ถูกทำลายล้างจนสลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดผวาต่อเทพมรณะตรงหน้า
"นาย... นายท่านเย่เฉิน... ได้โปรดไว้ชีวิตตระกูลจ้าวเราด้วยเถอะครับ! พวกเราไม่กล้ามีปัญหากับตระกูลเซียวอีกต่อไปแล้ว! ของประมูลโบราณห้าร้อยล้านหยวนและหุ้นธุรกิจทั้งหมดตระกูลจ้าวเรายินดียกให้คุณคุมจัดการทั้งหมดเลย!... ได้โปรดเมตตาด้วยครับ!" ผู้นำตระกูลจ้าวผู้เฒ่าคุกเข่าลงกราบไหว้ผมแทบเท้าท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างน่าเวทนาสูงสุด สยบยอมราบคาบต่ออำนาจบารมีอันล้นพ้นสวรรค์ของผมในคืนนี้!