การกลับมาของจอมปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์

    เมี่ยวอิงเยว่ระเบิดความโกรธ

            ไม่นานพวกเมี่ยวอิงเยว่ก็มาถึงตรงหน้าผาที่มีน้ำตกพวกนางพบกับล่องลอยการต่อสู้อีกครั้ง

            “ดูเหมือนอู๋เซิ่งจะหนีมายังจุดนี้และเจอทางตันแต่ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร”ต้วนซิวเอ๋อโกรธมากในใจของนางรู้สึกหวาดกลัวและโกรธนางหวาดกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหลานชายของนาง

            “นี่มันกระบี่ของจางเหมิน”เมี่ยวจื่อมองไปยังกระบี่ที่มีโลหิตติดอยู่เห็นได้ชัดว่าจางเหมินนั้นรีบหนีไปโดยไม่ได้เก็บกระบี่ไปด้วยเก็บแต่แขนของตัวเองไป

            “จางเหมินเจ้ากล้าทำร้ายเขา ข้าจะไม่มีทางยกโทษให้พวกเจ้าตระกูลจางทั้งหมดข้าจะลบพวกเจ้าทั้งหมดให้หายไปจากโลก”เมี่ยวอิงเยว่ระเบิดความโกรธออกมาพลังระดับครึ่งเซียนทำให้ท้องฟ้าสั่นไหวเหล่าสัตว์อสูรหวาดกลัวและหนีออกไป

            “ใจเย็นๆก่อนท่านพี่อู๋เซิ่งอาจจะยังไม่เป็นอะไรก็ได้”เมี่ยวจื่อกล่าวด้วยความร้อนใจเพราะหากเมี่ยวอิงเยว่ลงมือกับตระกูลจางจริงๆสำนักจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก

            “นั่นมัน”ต้วนซิวเอ๋อหยิบกรีบดอกบัวที่ทำมาจากโลหะและแร่ชนิดพิเศษขึ้นมาดวงตาของเมี่ยวอิงเยว่เบิกกว้างนางรีบเข้าไปแย่งมันมาจากมือของต้วนซิวเอ๋อนางมั่นใจแล้วว่าอู๋เซิ่งถูกล้อมสังหารที่นี่เพราะกรีบดอกบัวอันนี้นางไม่มีทางลืมเพราะนางนั่งมองอู๋เซิ่งหลอมมันขึ้นมาตลอดทุกขั้นตอน

            “ทำไมกันทำไมข้าไม่แอบตามมาด้วย” เมี่ยวอิงเยว่หน้าซีดขาวจิตใจเต็มไปด้วยคสามเสียใจโกรธ เกลียด เครียดแค้น อารมณ์ทั้งหมดพุ่งออกมาจนทำให้จิตใจสับสนไปหมด

            “แย่แล้วหากเป็นแบบนี้ธาตุไฟจะเข้าแทรกแน่”เมี่ยวจื่อตื่นตระหนก

            “ท่านประมุขข้าว่าเซิ่งเอ๋อจะต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆเขานั้นมากความสามารถอาจจะกำลังหลบหนีอยู่ก็ได้พวกเรารีบแยกกันออกตามหากันดีกว่า”ต้วนซิวเอ๋ออกล่าว

            “นั่นสินะคนอย่างเขาจะมาตายที่นี่ได้ยังไง”เมี่ยวอิงเยว่เริ่มได้สติและร่างพุ่งออกไป

            แต่หลังจากผ่านไปหลายวันพวกนางก็หาอู๋เซิ่งไม่เจอทำให้ความสิ้วหวังปรากฎออกมาจากดวงตาของเมี่ยวอิงเยว่และขณะเดียวกันข่าวนี้ก็ทำให้สำนักสั่นสะเทือนอัจฉริยะมากความสามารถกลับต้องตกตายไป

            และเมื่อเมี่ยวอิงเยว่กลับมาถึงนางระเบิดความโกรธออกมาสาขาปรุงยาถูกนางทำลายจนย่อยยับผู้อาวุโสตระกูลจางถูกสังหารไปจำนวนมากแม้แต่ผู้นำตระกูลจางจะออกมารับหน้ายังถูกนางโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

            ตอนแรกเหล่าศิษย์ไม่เข้าใจแต่ไม่นานความจริงก็เปิดเผยจางเหมินเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด จางเหมินสมคบคิดร่วมมือกับสำนักเฟยหยางล้อมสังหารอู๋เซิ่งเรื่องนี้อย่าว่าแต่เมี่ยวอิงเยว่เลย แม้แต่ผู้อาวุโสหลายคนยังโกรธและตั้งค่าหัวของจางเหมินเอาไว้สูงและพวกเขาไม่เชื่อว่าจางเหมินจะทำคนเดียวตระกูลจางจะต้องอยู่เบื้องหลังแน่

            ภายหลังอดีตประมุขปรากฎตัวและห้ามเมี่ยวอิงเยว่เอาไว้ทำให้ตระกูลจางรอดพ้นหายนะไปได้แต่ถึงอย่างงั้นทางสำนักก็เกิดข้อกังขากับตระกูลจางไปแล้วถึงอย่างไรทางเมี่ยวอิงเยว่ก็มีหลักฐานที่จางเหมินลงมือจริงๆ

            “น่าเสียดายจริงๆศิษย์พี่ใหญ่นั้นมากพรสวรรค์และจากที่ข้าได้ยินมาหากศิษย์พี่คิดจะหนีก็หนีได้แต่เขาเอาตัวปกป้องให้ศิษย์คนอื่นๆหลบหนีทำให้เขาถูกล้อมสังหาร”

            “ใช่แล้วจากที่ถงอี้บอกศิษย์พี่ใหญ่นั้นจิตใจดีมากไม่เคยแบ่งยอกสถานะและยังปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเจ้าคิดว่าศิษย์พี่ใหญ่แบบนี้จะหาได้ที่ไหนจางไถเหรอฉินอี้เหยาเหรอ พวกเขาไม่มีทางปฏิบัติกับพวกเราแบบนั้นแน่”

            “ทำยังไงได้ตำแหน่งนั้นใครๆต่างก็หมายตา” เหล่าศิษย์ระดับร่างพากันรู้สึกเสียใจและเสียดายศิษย์แบบอู๋เซิ่งพวกเขามักจะถูกศิษย์อัจฉริยะและมีตระกูลหนุนหลังข่มแหงบ่อยๆทำให้พวกเขาไม่พอใจศิษย์เหล่านั้นแต่นิสัยของอู๋เซิ่งทำให้พวกเขานับถือแม้จะไม่เคยต่อสู้ร่วมกันก็ตาม

            อีกด้านหนึ่งร่างของอู๋เซิ่งลอยตามน้ำมาติดอยู่ที่ข้างๆริมลำธารไม่นานหญิงสาวคนหนึ่งที่ถือตระกล้าสมุนไพรก็มาพบเห็น

            “ท่านปู่มีคนอยู่ตรงนี้ด้วย”หญิงสาวกรีดร้อง

            “หืมยังไม่ตายงั้นเหรอบาดแผลสาหัสมาก” ชายชราเดินเข้าไปและยกร่างของอู๋เซิ่งขึ้นมา

            ทั้งสองพาอู๋เซิ่งกลับกระท่อมไม้ไผ่และเริ่มลงมือรักษาทันทีชายชราโบกมือเข็มเงินแทงลงไปอย่างร่างของอู๋เซิ่งอย่างต่อเนื่องทำให้โลหิตหยุดไหลและเริ่มนำสมุนไพรมาทาตรงแผลที่หน้าอกซึ่งเป็นลอยกระบี่ของจางเหมิน

            “เป็นร่างกายที่แข็งแกร่งมากพื้นฐานหนักแน่นหากเป็นคนปกติคงตายไปแล้ว”ชายชราชื่นชม

            “อายุของเขาน่าจะไม่เกิน15 ปี แต่กลับมาถึงจุดนี้ได้ ด้วยพลังปราณที่เบาบางของดินแดนแห่งนี้ถือว่าหายากมากๆ”หญิงสาวผู้นี้สวมชุดสีเชียวใบหน้าอ่อนเยาว์อายุไม่เกิน 20 ปี ใบหน้างดงามและมีเสน่ห์ผมยาวสีดำเงาสวยสง่าอย่างมาก

            “หยุนเหยาเจ้านำสมุนไพรพวกนี้ไปต้มมาให้เขากินซะ” ชายชรากล่าว

            “แต่สมุนไพรพวกนี้ท่านเก็บมาเพื่อทานเองไม่ใช่เหรอ”หญิงสาวนามหยุนเหยางุนงง

            “การช่วยคนสำคัญกว่าแล้วอีกอย่างสมุนไพรเหล่านี้อย่างมากก็แค่ช่วยบรรพเทาความเจ็บปวดให้กับข้าได้ไม่นานนักหรอก”ชายชราถอนหายใจ

            หยุนเหยาไม่ได้ถามอะไรออกไปอีกนามต้มสมุนไพรตามที่ชายชราสั่งก่อนจะนำมันมาป้อนให้กับอู๋เซิ่งที่ไม่ได้สตินางใช้พลังปราณของตัวเองควบคุมน้ำสมุนไพรให้ไหลลงคอของอู๋เซิ่งไป

            “เอาละที่เหลือก็รอให้เขาได้สติ”ชายชราเดินไปยังม้านั่งหน้ากระท่อมและเอนหลังหลบตา

            อย่างช้าๆขณะช่วงกลางคืนมาถึงชายชราที่กำลังเตรียมตัวเข้านอนก็มองเห็นแสงสว่างส่องออกมาจากห้องที่อู๋เซิ่งนอนพักอยู่

            “ท่านปู่มาดูนี่”เสียงของหยุนเหยาดังขึ้น

            “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”ชายชราเดินมาถึงดวงตาก็เบิกกว้างสายตาของชายชราไม่ได้สนใจร่างเงาดอกบัวที่กำลังห่อหุ้มร่างของอู๋เซิ่งเลยแต่มองไปยังสัญลักษณ์ดอกบัวเก้าชั้นตรงหน้าผากของอู๋เซิ่งมากกว่า

            “เป็นไปได้ยังไงในยุคนนี้ยังมีคนสร้างบงกชสวรรค์เก้าชั้นออกมาได้อีกงั้นเหรอ” ชายชราตกใจ

            “เขามาจากตระกูลอู๋บรรพกาลใช่หรือไม่”หยุนเหยากล่าว

            “ไม่ผิดแน่มีเพียงลูกหลานสายตรงของจักรพรรดิอู๋ซูเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนทักษะบงกชส่องสวรรค์ในตำนานได้ไม่คิดว่าข้าจะมาเจอทายาทของจักรพรรดิอู๋ซูที่นี่แถมยังปลุกบงกชสวรรค์เก้าชั้นออกมาได้อีกด้วย”ชายชราตกใจมาก

            แต่ในตอนนั้นเองละออกสีขาวที่ปล่อยออกมาจากดอกบัวที่กำลังห่อหุ้มร่างของอู๋เซิ่งได้สัมผัสร่างกายของชายชราทำให้ความเจ็บปวกของชายชราเบาลงราวกับพิษที่อยู่ในร่างถูกพลังที่บริสุทธิ์ระงับเอาไว้ใบหน้าของชายชราดีใจราวกับเห็นแสงแห่งความหวังอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจอมปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่คุณอ่าน