第 八 章
"รู้สึกเยี่ยงไรเ้าคะ"น้ำเสียงแหบกระเส่าเอ่ยถาม
"ขะ..ข้า"
"ใต้เท้าลองใช้ฝ่ามือลูบมันสิเ้าคะ"สาวงามรั้งข้อมือเล็กให้แตะต้องััตุ่มนูนสีชมพูบังคับให้ฝ่ามือเลื่อนไปตามแรงของอีกฝ่าย
"อ่า มือของใต้เท้านุ่มเหลือเกิน"นางครางเบาๆ ฟ่านเสวียนไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานได้แต่ทำตามคนชักนำไปด้วยสายตาเหม่อลอย
"เลื่อนลงไปอีกสิเ้าคะ"นางสั่งให้เขาเลื่อนมือจากอกตูมลงไปช้าๆ จนถึงเอวคอดกิ่ว
"มะ..ไม่ ข้าไม่"ฟ่านเสวียนพยายามดึงสติตนเองกลับมาแต่กลับไม่สามารถทำได้ ยิ่งร่างหอมกรุ่นก่ายเกยขึ้นมาบนตัวบางของเขายิ่งทำให้สติคล้ายหลุดลอยไปแล้ว เขาดำดิ่งสู่ความมืดโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
"บังอาจ! "น้ำเสียงดุดันตวาดลั่นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างบางปลิวไปติดผนังอีกฝั่งทันทีเมื่อฝ่ามือหนาตวัดเข้าบนร่างกึ่งเปลือยนั้น
"อึก! "
"นางสารเลว เ้าบังอาจมาก ใครใช้เ้ามาทำเยี่ยงนี้ ตอบ! "จื่อหลงเค้นเสียงถามใบหน้าดำทะมึนด้วยความโกรธเกรี้ยวในอก
"ข้า..."นางไม่สามารถตอบได้มากกว่านี้เพราะลิ่มเืที่โถมขึ้นมาจนล้นลำคอและอาการปวดแน่นในอกมือเรียวยกขึ้นทาบกับอกเปลือยเอาไว้เพื่อลดแรงาเ็
"ใจเย็นขอรับ"ปู้เฉินเอ่ยเตือนด้วยความเร่งร้อนเกรงว่านายตนจะฆ่าหญิงงามตรงหน้าไปเสียก่อนที่จะรู้ความ
"จับนางไว้"เขาสาวเท้าเข้าไปหาร่างที่ไร้สติบนตั่งด้วยความเร่งร้อน จับชีพจรด้วยความวิตก
"เสี่ยวเสวียน ตอบข้า เ้าเป็อะไรหรือไม่"เขาเขย่าร่างบางที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยด้วยความหวาดกลัวว่าคนที่นอนอยู่จะได้รับอันตราย
"ปู้เฉิน! ปู้เฉินทำอะไรอยู่เร็วเข้า ตามหมอเหยียน"น้ำเสียงเร่งร้อนทำให้ปู้เฉินทำได้เพียงสะกัดจุดนางโจรเอาไว้และรีบกระโจนออกไปตามหมอมาโดยเร็ว จื่อหลงรีบรวบเสื้อผ้าของฟ่านเสวียนให้เรียบร้อยยิ่งขึ้นสอดมือเข้าอุ้มร่างไร้สติกระโจนออกไปอีกฟากของหน้าต่างเพื่อไปยังห้องนอนของเขาเอง ปล่อยให้ร่างกึ่งเปลือยของนางโจรสาวนั่งอยู่ในห้องนั้นโดยไร้การเหลียวแล
"ท่านหมอเป็อย่างไร อาการเขาเป็อย่างไร"
"ใจเย็นเถิดนายท่าน ยามนี้คุณชายฟ่านยังคงมิได้สติให้ท่านหมอเหยียนได้ตรวจตราอย่างละเอียดเถิดขอรับ"ปู้เฉินรับรู้ว่าภายในใจของนายตนร้อนรนเพียงใด หากทว่ายิ่งจวิ้นจื่อหลงเข้าไปอยู่ใกล้ยิ่งสร้างความไม่สะดวกให้แก่ท่านหมอแล้ว
"เขาไม่ได้รับอันตรายมากมายขอรับนายท่านโปรดวางใจ"หมอเหยียนหลังตรวจอาการแล้วก็หันกลับมาประสานมือก้มหัวลงเพื่อรายงาน
"แล้วเหตุใดเขาจึงไม่ยอมตื่น"
"เนื่องจากฤทธิ์ยาจากดอกไป๋เหอขอรับ จึงทำให้คุณชายฟ่านเกิดภาพหลอนและหมดสติ หากมิได้ทำให้เกิดผลร้ายแรงมากไปกว่านี้ มีเพียงรอเวลาให้ฤทธิ์ยาหมดในอีกสองชั่วยาม เมื่อเขาตื่นแล้วให้ต้มยาจากเทียบนี้ที่ข้าน้อยจัดไว้ให้ อาการต่างๆ ก็จะหายดี"
"ขอบใจท่านหมอมาก"
"หามิได้ จริงสิ เมื่อครู่ข้าได้จับชีพจรคุณชายฟ่ายได้พบสิ่งผิดปรกติอย่างหนึ่งด้วยขอรับ"
"ร้ายแรงหรือไม่"
"มิได้ร้ายแรงแต่ก็สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่เป็มิใช่น้อย"
"เช่นนั้น"จื่อหลงทอดหางเสียงเพื่อให้หมอเหยียนเอ่ย
"อาการนี้คือร่างถูกไอเย็นจนเกิดผลเสียขอรับ หากนานวันเขาไอเย็นจะไปทำลายปอดเวลาเจออากาศที่เย็นจะทำให้ไอตลอดเวลา และทำให้ร่างกายอ่อนแอ วิธีรักษาให้หายขาดคือต้องกินยาที่มีส่วนผสมของฉาฮวาขอรับ ไอเย็นจะค่อยๆถูกขับออกมาจนหายขาดและ่ที่รักษาตัวก็อย่าให้ต้องลมหนาวเด็ดขาด"
"ขอบใจท่านหมอมาก ปู้เฉินส่งท่านหมอ อย่าลืมรางวัลล่ะ"เขาประสานมือให้หมอเหยียนก่อนจะหันมาสนใจร่างที่หลับลึกอยู่บนตั่ง เพียงไม่ถึงครึ่งเค่อปู้เฉินก็กลับเข้ามา
"นางโจรผู้นั้นล่ะ"เขาหันมาหาปู้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ข้าน้อยมัดตัวเอาไว้และผูกโยงกับเสาอยู่ในห้องลับขอรับ"
"ดี ให้ข้าดูแลฟ่านเสวียนแล้วจะออกไปสอบสวนนางด้วยตนเอง"เขาบอกเสียงชืด
"นายท่าน ข้าน้อยเกรงว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีเพื่อที่จะทำให้ท่านกับคุณชายฟ่านแตกแยก ดูจากการกระทำแล้วต้องเป็ฝีมือของอิสตรีขอรับ เพราะบุรุษแล้วคงไม่ทำเื่เหลวไหลเช่นนี้เป็แน่"
"นั่นสิ ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเ้า ดีที่ข้ากลับมาทันเวลา เ้าออกไปสืบมาว่าใครเป็คนรับสินบนเพื่อที่จะล่อตัวข้าออกไปข้างนอกจับมันมาให้หมด คิดจะเทน้ำแกงหยุดน้ำเดือดมิสู้ถอดฟืนใต้เตาเสีย"
"ขอรับ"ปู้เฉินหายออกไปอีกครั้ง ครานี้เขาทรุดตัวลงนั่งบนตั่งเพื่อสำรวจร่างบางที่หลับสนิทบนเตียง ลมหายใจนับได้ว่าเป็ปรกติแล้วทำให้เขาโล่งอกไม่น้อย มือหยาบกร้านเพราะจับอาวุธไล้บางเบาบนใบหน้าเรียว สายตาที่ทอดมองรักใครห่วงใยชัดเจน กลับมิได้ทำให้ร่างที่หลับใหลรับรู้แม้แต่น้อย
"เสี่ยวเสวียนเอ๋ยเหตุใดจึงมิหวาดระแวงผู้คนเ้าจะทำให้ข้าหวาดหวั่นไปถึงเมื่อใด ยามที่ข้ามิได้อยู่เคียงข้างเ้าหากเกิดเภทภัยใครจะเป็ผู้ปกป้องกันเล่า"เขากล่าวกับตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมา
"เช่นนี้ข้าคงมิอาจประวิงเวลาให้เนิ่นช้าออกไปได้อีกแล้ว จบสิ้นคราวนี้ข้าจะอยู่ดูแลเ้าอย่างใกล้ชิดเชียวล่ะ"เขายิ้มน้อยๆ บรรจงก้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปชิดใบหน้างดงาม ค่อยแตะแต้มริมฝีปากหนาได้รูปลงกับริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อบดเคล้าช้าๆ สอดลิ้นหนาเข้าไปไล่สำรวจฟันขาวเรียงงามช้าๆ จากนั้นใช้ลิ้นตนเองดุนให้ริมฝีปากอ้าออกกว้างเพื่อให้ลิ้นเล็กรับััดูดดื่มจากลิ้นร้อนๆ ของเขาช้าๆ กระทั่งร่างเล็กขยับน้อยๆ คล้ายหายใจไม่ออกเขาจึงยอมรามือปล่อยให้ร่างบางได้สูดเอาอากาศเข้าปอด
"ข้าหลงใหลเ้ายิ่งแล้ว เสี่ยวเสวียนน้อย"เขาเงยตัวขึ้นเพื่อจะหันข้างเพื่อนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดคราบต่างๆ ให้สะอาดรวมถึงกลิ่นเครื่องหอมที่ติดกายของฟ่านเสวียนออกจนหมดและผลัดเปลี่ยนชุดให้เสียใหม่ มองพู่หยกที่ตกอยู่บนเบาะนำมาคล้องสายรัดให้เสียใหม่
"ข้าหมั้นหมายกับเ้าแล้วนะ อย่าคิดยื่นกิ่งท้อออกไปนอกรั้วเสียล่ะ"เขาหัวเราะน้อยๆ ก่อนที่จะเรียกคนให้เข้ามาหา
"เด็กๆ "
"ขอรับนายท่าน"คนเฝ้ายามหน้าประตูรีบเข้ามาตามเสียงเรียกทันที
"ให้คนเฝ้าด้านนอกห้าถึงสิบคน เดินเวรยามอย่าได้ขาดผลัดเปลี่ยนกันทั้งคืน ให้คนระวังอาหารการกินของคุณชายฟ่านตรวจสอบทุกจานอย่าให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ มิเช่นนั้นหัวของพวกเ้าจะไม่ได้ตั้งอยู่บนบ่าอีกต่อไป เชิญหมัวมัวหนี่รั่วมาเฝ้าคุณชายฟ่านด้วย หากเขาตื่นให้สั่งหมัวมัวว่าข้าติดการค้าอีกหนึ่งชั่วยามจึงจะว่าง เข้าใจหรือไม่"
"ขอรับ"สองเสียงประสานกันรับคำเขาค่อยลุกขึ้นช้าๆ เพื่อไปจัดการภารกิจที่คั่งค้างอยู่ ร่างสูงเหินออกจากหน้าต่างไปยังตึกด้านหลังที่น้อยคนนักจะเหยียบย่ำเข้าไปถึง ด้านในทั้งอับชื้นและมืดมิดทว่าจวิ้นจื่อหลงหาได้สนใจไม่ เขาจุดคบเพลิงให้สว่างขึ้นและเดินลึกเข้าไปด้านในมันสกปรกและเต็มไปด้วยหยากไย่ ฝาผนังที่ราบเรียบไปด้วยกันหมดยากที่จะเดาได้ว่าตรงไหนคือประตู จื่อหลงเพียงััเบาๆ ที่ร่องเล็กๆ สังเกตแทบไม่เห็นจากนั้น ผนังกลับเกิดรอยแยกเป็บานประตูหมุนออกช้าๆ ให้เขาสามารถเข้าไปยังด้านในได้ เสียงครางแ่ดังขึ้นั้แ่เขาเดินตามทางเข้ามาได้เพียงครึ่งเชี๊ยะเท่านั้น
"พูด! ใครจ้างวานเ้ามา"น้ำเสียงปู้เฉินดุดันแข็งกร้าวปนด้วยเสียงแส้ที่ฟาดลงบนเนื้อคนดังชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
"สาดน้ำเกลือใส่มัน"ปู้เฉินพยักหน้าให้กำชายฉกรรณ์สองคน พวกมันคว้าอ่างที่บรรจุน้ำเทไปยังนางโจรสาวที่ยังอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยเช่นเดิม หากริ้วรอยาแจากการถูกทรมานชัดเจน นางกรีดร้องเพราะาแนั้นถูกราดซ้ำด้วยน้ำเกลือ
"ปล่อยข้า ปล่อยข้าเถอะ"
"ตอบมา ใครจ้างวาน"
"ข้าบอกไม่ได้ ใต้เท้าได้โปรดเมตตา"นางคร่ำครวญขอความเมตตา เขาเดินไปหยุดยืนใกล้ปู้เฉิน
"ได้เื่หรือไม่"
"ข้าน้อยไร้ความสามารถขอรับ"เขารับแส้ที่ปู้เฉินส่งมาให้เอาไว้ในมือ สายตาคมจับจ้องไปยังเรือนร่างที่บอบช้ำจากการทรมาน
"แม่นาง ข้ารู้ว่าเ้าลำบากใจ หากเ้าใยจะต้องมาแบกรับความผิดแทนผู้อื่นกันเล่า"
"ข้า...ข้า"
"เชื่อใจข้าเถอะหากเ้าสารภาพ ข้าจะรับรองความปลอดภัยสูงสุดให้เ้าเอง"
"จริงหรือเ้าคะ"
"แน่นอน ข้าไม่เคยผิดวาจาต่อผู้ใด"
"แต่หากข้าพูดออกไปแล้ว ชีวิตข้าน้อยคงเหลือน้อยเต็มที"
"เ้าอย่าได้กลัว สถานที่ที่ให้เ้าไปข้ารับรองว่าจะไม่มีผู้ใดค้นพบ เว้นเสียแต่ว่าเ้าจะดิ้นรนออกมาเอง"
"เป็แม่นาง..."น้ำเสียงตอนท้ายแ่เบาจนไม่ได้ยิน
"หืม! "เ้ากำลังจะบอกว่าเป็ผู้ใด"
"แม่นางอวี้หนี่เ้าค่ะ"คราวนี้ชื่อที่หลุดออกจากปากชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขาบดกรามจนได้ยินเสียงกรอดมือกำแน่นด้วยความโกรธ
"หากเ้ากล้าโป้ปด ต่อให้เ้ามีเก้าชีวิตก็มิอาจพ้นเงื้อมมือของข้าเด็ดขาด"
"ข้าหาได้หลอกลวงท่านไม่ใต้เท้า เป็นางจริงๆ เ้าค่ะ นางให้เงินข้าถึงสิบตำลึงทอง บอกให้ข้าทาไป๋เหอแล้วมาอยู่ใกล้คุณชายท่านนั้นเพื่อให้ยาออกฤทธิ์จากนั้นให้เขา....เขา"นางพูดไม่ออกถึงเื่น่าอับอายได้แต่สะอื้นอยู่ในลำคอ
"นางทำไปเพื่อจุดประสงค์ใด"เขาถามด้วยน้ำเสียงอดกลั้นต่อโทสะ
"นางบอกข้าเพียงว่า ให้ใต้เท้าเผลอไผลและให้ข้าเรียกร้องมิเช่นนั้นชื่อเสียงเขาจะต้องด่างพร้อยเ้าค่ะ"
"เลว! "เขาตวัดมือเงื้อแส้ฟาดเข้าไปยังร่างที่ถูกมัดโยงเอาไว้เต็มแรงจนร่างบางนั้นหวีดร้องสุดเสียงด้วยความเ็ป
"นายท่านโปรดยั้งมือ"ปู้เฉินเกรงว่านางผู้นี้จะทนพิษาแไม่ไหวสิ้นลมไปเสียก่อนจึงได้แต่ขอให้ยั้งมือ
"คาดไม่ถึง ว่าศิษย์น้องของข้าจะไร้มนุษยธรรมเช่นนี้"
"คนอีกห้าคนที่ร่วมมือกับนางยังถูกขังอยู่ด้านในขอรับ"
"เป็คนของใคร"เขาสะกดอารมณ์เกรี้ยวกราดเอาไว้ในอก เอ่ยถามเสียงเข้ม
"หากใช่คนของเราไม่ขอรับ น่าจะเป็คนที่คุณหนูให้แฝงตัวเข้ามา"
"ดี ดีมาก นำพวกมันออกมาให้หมด"เขาหมุนซ้ายขวาเพื่อระงับความโกรธเกรี้ยวปู้เฉินจึงยกเก้าอี้มาให้เขานั่งเพื่อระงับสติ
"นายท่านโปรดอย่าโมโหไปขอรับหากขาดพวกมันไปเสียสักคนคงยากที่จะให้ตัวการสำนึกผิด"ปู้เฉินเอ่ยเตือนสติอีกครั้ง
"อืม ข้ารู้ เอาเถอะไปเอาตัวพวกมันมาให้ข้าสอบสวน"เขาทิ้งแส้ลงบนพื้น มองร่างบางที่ถูกแส้ฟาดซ้ำจนสลบไปอีกครั้งด้วยสายตาเย็นชืด ไม่นานนักเหล่าชายฉกรรจ์ห้าคนที่ถูกมัดมือไพล่หลังและมีร่องรอยของการถูกทรมานต่างก็คลานเข้ามาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาแล้วด้วยเนื้อตัวบอบช้ำจากการถูกทรมานเพื่อให้ยอมรับว่าถูกผู้ใดบงการ