ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่435 สหายยื้นมือเข้าช่วย

          สถานที่แห่งนี้ลวงสัมผัส กว่าเหล่าเซียนสวรรค์ ราชันสวรรค์จะรู้ตัวเกรงว่าคงจะใช้เวลาไม่น้อย อี้เฉินจึงมีเพียงโอกาสนี้เท่านั้นให้เขาได้ถอยหนี ทว่าหากคิดจะหนีเหล่าผู้ที่เรียนรู้กฎเกณฑ์กาลเวลา การตรวจจับกว้างไกลเกรงว่า คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับอี้เฉิน หากองครักษ์เหล่านั้นรับรู้เมื่อใด ได้กลายเป็นตัวเขาที่ตายตกเป็นแน่


 

         อี้เฉินที่เร่งฝีเท้า สุดกำลัง สืบเท้าไปยังทิศทาง ด่านผ่าแต้มโลหิต อยู่หลายชั่วอึดใจ เขาถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น ครั้นเห็นท้องฟ้าสีดำสนิท ที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด สั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมันจะถูกฉีกกระชาก ออกเป็นเสี่ยงๆ แววตาพลันฉายแววหวั่นเกรงในทันที เมื่อรับรู้ถึงโทสะ ที่บ้าคลั่งของเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ส่งออกมา ท่วมท้นท้องฟ้า


 

           ขาที่สืบเท้าเดินทางมาตลอดอย่างไม่หวั่นเกรง มีอาการสั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ "บัดซบเอ๊ย ข้าไม่คิดเลยว่าคำสั่งล่าสังหาร จะส่งผู้เยี่ยมยุทธ์ เฉกเช่นนี้มาด้วย" ไม่กี่ชั่วอึดใจอี้เฉินก็ต้องหน้ามืดทะมึน ครั้นได้ยินเสียง คนเดินสืบเท้ากลางอากาศ ส่งระลอกคลื่นโหมซัดออกมา ราวกับพวกเขายืนอยู่ท่ามกลางทะเลกว้างใหญ่ คลื่นที่กระเพื่อมไหว กวาดล้างรอบทิศ ส่งเศษหินเศษดินทราย กระจัดกระจายทั่วทิศ


 

          อี้เฉินเพียงโดนระลอกคลื่น ของพวกเขาทั้ง5 ที่เดินสืบเท้าตามหาตัวเขา ถึงกับกระอักเลือดออกมา หัวใจเต้นรั่วเร็วถี่ยิบ จวนแทบจะระเบิดจากแรงกดดัน อันหนักอึ้ง แถมหนึ่งในนั้นยังมีขั้นราชันสวรรค์ อยู่ด้วยหนึ่งตน


 

         ราชันสวรรค์ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาหลี่ตาลงเล็กน้อย ครั้นคลื่นที่ปลดปล่อยออกไป โดนสิ่งมีชีวิตหลายตนยังบริเวณแห่งนี้ที่แอบซ่อนตัว มีเพียงผู้เดียวที่สืบเท้าบินทะยานหนี "หืม!! ข้าเจอเจ้าแล้ว ไอ้หนูสกปรก เจ้าจะหนีไปไหนได้ดูสิ ถึงกับทำให้องครักษ์เทพสวรรค์ ถึง4ตนต้องตายตก เจ้าจะต้องชดใช้บาปนั้น"


 

          ฉับพลัน ด้านหน้าอี้เฉินก็ก่อเกิดเสียงมิติ ที่แตกสลาย ก่อนจะมีเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ สืบเท้าออกมาจากมิตินั้น หยุนเทียนเขายกยิ้มกว้าง ครั้นติดตามเหล่าเซียนสวรรค์ ราชันสวรรค์ ออกมา ดูชมฉากการฆ่าสังหาร


 

          อี้เฉินที่เห็นภาพเบื้องหน้า นำพาให้หัวใจของเขาตกวูบในฉับพลัน เมื่อเห็น จอมยุทธ์ขั้นเซียนสวรรค์ ทั้ง4ตน พร้อมกับ ขั้นราชันสวรรค์ อีกหนึ่งตน ลอยสืบเท้า มายืนท่ามกลางอากาศ ขัดขวางทางหนีทีไล่ ของเขาไว้


 

          ราชันสวรรค์ สวมชุดคลุมดำ ครั้นเขากลางฝ่ามือออกกว้าง แต้มสีดำกลางหน้าผากก็เปล่งแสงขึ้นมาพร่างพราว ปราณพลังที่ราวกับสายน้ำตกลงมาจากผืนฟ้า สาดเทลงมากดดันร่างอี้เฉิน จนคุกเข่าลง ท่ามกลางอากาศ กายาเกิดรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด "บัดซบ! บัดซบ! พวกเจ้าไอ้เวรเอ๊ย!"

 


         ริมฝีปาก อี้เฉิน เริ่มกระอักเลือดออกมา ไม่หยุด จากแรงกดดันที่หนักอึ้ง มองเห็นได้อย่างชัดเจน ดวงตาเริ่มฉายแววหวาดหวั่น กระดูกในร่างลั่นไปทั้งตัว "นี่ข้าจะต้องมาตายเฉกเช่นนี้จริงหรือ" อี้เฉินเขาไม่มีความจำยอมที่จะตายเฉกเช่นนี้ ทว่าเท้าที่ตะเกียกตะกาย หมายจะลุกขึ้นมา ก็ส่งเสียงแตกหัก ออกมาดังลั่น ขาบิดงอ ผิดรูปมองเห็นได้อย่างชัดเจน


 

         เหล่าองครักษ์ จักรพรรดิเพลิง อันหนาน ครั้นเห็นความทุกข์ ทรมาน ของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมจะตายตก  ลงช้าๆ ใบหน้าพลันเปื้อนยิ้มกันขึ้นมาไม่น้อย โดยเฉพาะ หนุนเทียน ที่เคย อับอาย เพราะอี้เฉิน แววตาของเขา ทอประกายราวกับเป็นประจักษ์พยานการตายตก ของอี้เฉิน

 


         ด้านอี้เฉินที่เจอแรงกดดันอันมากมหาศาล ร้องคำรามออกมาไม่หยุด ทวารทั้งหมด ภายในร่าง เริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา แม้แต่ดวงตา ยังเต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหล ทว่าแววตาของเขาดุร้ายไม่น้อย จ้องมอง เหล่าองครักษ์ จักรพรรดิเพลิง อันหนาน อย่างไม่วางตา

 


จู่ๆ เงาที่อี้เฉินเห็นบนยอดเขาสูง ก็พุ่งสอดมือเข้ามาช่วยตัวเขา ก่อนมันจะนำพาร่างอี้เฉิน จากไป จากสถานที่แห่งนี้

 


          เหล่าองครักษ์ เขาหน้ามืดครึ้ม เมื่อเห็น สัตว์วิเศษพร้อมกับ กลุ่มคนที่ขี่หลังของมัน นำพาร่างอี้เฉินหนีจากไป "หืม! ใครกันช่างกล้าสอดมือเข้ามายุ่ง ดูท่าอยากจะตายตกไปพร้อมกับมันสินะ"

 


ทว่ามีหรือ กลุ่มคนเหล่านั้นที่ช่วยอี้เฉิน จะรอดพ้นเหล่าผู้ที่หยั่งรู้กฎเกณฑ์ของกาลเวลาฟ้าดินไปได้

 


         ด้านอี้เฉินเขา คิดว่าเขาต้องตายตกเสียแล้ว ทว่าเมื่อเห็นเจ้าสมิงน้อย กับพวก ซีเผิง ซีเยว่ มาช่วยตัวเขา ไม่รู้เขาในยามนี้จะดีใจหรือเสียใจดี คำพูดต่างๆ จึงติดอยู่ในลำคอจนหมด

 


          พวกซีเผิง ซีเยว่เองก็เช่นกันใบหน้าตึงเครียด กันไม่น้อยในยามนี้ จู่ๆ เจ้าสมิงน้อยก็หยุดชะงักเมื่อรับรู้ได้ว่า มันถูกเหล่าเซียนสวรรค์ปิดล้อมมันไว้ อย่างสมบูรณ์ เยว่ เยว่ ที่อยู่ภายในแหวนมิติ ไต่ถามออกไปในทันที "สมิงน้อย เจ้าหยุดฝีเท้าทำไมกันเล่า รีบเร่งฝีเท้าเร็วเข้า"

 


         เมื่อพวกอี้เฉิน ซีเยว่ ซีเผิง สัมผัสได้ถึงห้วงมิติที่แตกสลาย ทั้งสี่ทิศทาง ก่อนร่างสวมชุดคลุมดำ จะเดินสืบเท้าออกมาจากห้วง มิติที่แตกร้าว ปิดทางหนีพวกเขาไว้อย่างสมบูรณ์ คำพูดต่างๆ ของ เยว่ เยว่ จึงถูกกลืนลงคอไปจนหมด

 


         ก่อนที่ ราชันสวรรค์สวมชุดคลุมดำ จะมายืนประจันหน้ากับ พวกอี้เฉิน นำพาให้กลุ่มของพวกอี้เฉิน ซีเผิง ใจสั่นสะท้าน ครั้นเมื่ออยู่ต่อหน้า ปราณพลังอันมากมหาศาล ยากเกินหยั่งถึง ขาสั่นเทาออกมาน้อยๆ ผิวหนังรู้สึกเจ็บแสบ

 


         ก่อนที่องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ จะกล่าวพูดออกมา "ข้าไม่คิดเลยว่า จะมีคนใจกล้าห่อฟ้า นำพาเหยื่อของข้าหลบหนีไป สงสัยพวกเจ้าอยากตายมากสินะ กล้าเข้ามาแทรกแซงคำสั่งล่าสังหารเฉกเช่นนี้" ครั้นเขาเอ่ยคำพูดออกมาเสร็จสิ้น ฝ่ามือที่กลางออกมากว้าง เตรียมที่จะบดขยี้ กลุ่มของพวกอี้เฉินให้แหลกในทันที

 


ส่งผลให้พวกเขา ราวกับถูกบีบรัดอย่างรุนแรง หายใจไม่ออก ในเสี้ยววินาที ที่ชายสวมชุดคลุมดำ บีบฝ่ามือ เข้าหากันช้าๆ

 


          อี้เฉินกระอักเลือดออกมาไม่น้อย กายาที่เต็มไปด้วยลอยแตกร้าว เริ่มที่จะพังทลาย ฐานพลังเริ่มที่จะเสียหาย "นี่หรือคือความห่างชั้น เพียงหนึ่งฝ่ามือก็สามารถฆ่าสังหารพวกเขาได้"

 


แววตาของ ซีเยว่ ซีเผิง พวกเขาไม่คิดโทษอี้เฉินแม้แต่น้อย พยายามส่งปราณพลัง ออกมาสกัดกั้น การโจมตีแต่ก็ไม่ได้มีสภาพที่ต่างกับอี้เฉินมากนัก

 


         ฉับพลันเสียงคำราม ก็ดังออกมาดังก้องฟ้า "ใครกล้าทำร้ายศิษย์ของข้า" ระลอกคลื่น ที่น่าคร้ามเกรงนั้น ส่งผลให้ องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ หยุดมือกะทันหัน ครั้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงแก่ชรา เต็มไปด้วยแรงบีบคั้นบางอย่าง แม้แต่เหล่าเซียนสวรรค์ทั้ง4ตน ที่ปิดล้อมอี้เฉินไว้ ยังรู้สึกหวาดหวั่นในน้ำเสียงนั้น

 


         เมื่อชายชรา เดินสืบเท้าออกมา ขวางพวกเขาไว้ จากองครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ ซีเผิง กับซีเยว่ ก็โค้งคำนับไปที่อาจารย์พวกเขาในทันที "พวกข้าขอโทษด้วย ท่านอาจารย์ ที่ต้องให้ท่านออกหน้า"

 


        บรรพบุรุษ มู่ไป๋ ครั้นได้ยิน ศิษย์ทั้งสองเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาหันไปมองอี้เฉินแวบหนึ่งในทันที เหมือนบุรุษผู้นี้จะมีความสัมพันธ์กับ เหล่าศิษย์ของเขาไม่น้อย ก่อนหันกลับไปมอง องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ ที่อยู่เบื้องหน้า "เจ้ากลับไปเสีย แดนนรกสีขาวไม่ใช่สถานที่ ของคนทวีปมืดจะย่างกายเข้ามาได้ หรือพวกเจ้าคิดจะทำลาย คำสัญญาเก่าแก่โบราณ"

 


          องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ ที่สวมชุดคลุมดำเขา ปลดปล่อยแต้มสีดำกลางหน้าผากออกมาจนสว่างจ้า ไม่ยินยอมที่จะจากไปเฉกเช่นนี้ "บรรพชนอย่างท่าน ไหนๆ ก็ออกจากการจำศีลมาแล้ว ต่อสู้กับข้า ที่เป็นชนรุ่นหลังหน่อยเป็นอย่างไร ท่านจะได้รู้ว่า ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว แค่ท่านเพียงผู้เดียวไม่อาจปกป้อง ไอ้เวรนั้นจากคำสั่งล่าสังหาร จากจักรพรรดิเพลิงได้"

 


         ฉับพลัน องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ ก็หายออกไปราวกับหมอกควัน ส่งฝ่ามือซัดใส่ชายแก่ชราอย่างไม่มีเก็บออม ร่างเงาพยัคฆ์ขาวด้านหลังชายชรา ขู่คำรามออกมาดังก้อง ก่อนร่าง องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ จะถอยกระเด็นออกไปไกล ส่งผลให้ใบหูของเขามีเลือดไหลซึม

 


        "นี่หรือพลังของแม่ทัพใหญ่ สมัยช่วงสงคราม 2000ปี ผู้ที่ได้ฉายา พยัคฆ์ขาว แห่งทวีปโพ้นทะเล หนานหยาง" ทว่า องครักษ์ ขั้นราชันสวรรค์ เขาเองก็ไม่มีท่าทีหวาดเกรง ครั้นยันกายขึ้นมายืนสงบนิ่ง ยืนมือไพล่หลังได้ เขาส่งสายตาคมกล้าจ้องมองชายชราในทันที

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน