บรรยากาศเหนือเวทีประลองศาลทมิฬพลันควบแน่นจนหนักอึ้งประดุจถูกโอบรัดด้วยโช่ตรวนที่มองไม่เห็นสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังร่างของเด็กหนุ่มนาม ต้วนผิงอัน ที่ยืนหยัดเผชิญหน้ากับจอมมารร่างยักษ์ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโถงกว้าง ทว่ามันคือความสงบก่อนพายุร้ายจะอุบัติ!
จอมมารขวานอเวจีเซี่ยวจุน แสยะยิ้มอำมหิตดวงตาแดงฉานดุจโลหิตส่องประกายเหยียดหยามถึงขีดสุด มันตัดสินใจจบการต่อสู้ที่แสนไร้ค่านี้ภายในกระบวนท่าเดียว
"จงแหลกสลายไปพร้อมกับความโง่เขลาของเจ้าเสียเถอะ!"
วูมมมมม!
ทันใดนั้นบริเวณกึ่งกลางอกของเซี่ยวจุนพลันปรากฏแสงเจิดจ้าขุมหนึ่ง แผ่ซ่านประกายออกเป็น เจ็ดจุดดาราเรียงร้อยสอดประสานกันเป็นกลุ่มดาวมรณะ นี่คือสัญลักษณ์แห่งผู้บรรลุวิถี ชีซิง(เจ็ดดารา) พลังปราณของมันกำลังเชื่อมโยงเข้ากับกฎวิถีแห่งโลกธาตุอย่างสมบูรณ์แบบก่อเกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลที่แทบจะบดขยี้จิตวิญญาณของผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับชีซิงให้แตกสลาย!
ฟุบ!
ร่างมหึมาของเซี่ยวจุนพลันเลือนหายไปจากจุดเดิมทิ้งไว้เพียงวงคลื่นมิติบางเบาที่แทบจะสัมผัสไม่ได้ด้วยสัมผัสของมนุษย์ร่างเลือนรางของมันปรากฏขึ้นอีกครั้งทางด้านขวาของผิงอันในพริบตาประดุจภูตผายพรายเงาขวานยักษ์ทลายดาราถูกเงื้อขึ้นสูงก่อนจะเหวี่ยงเป็นวงกว้างด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงวีดร้องสยองขวัญ
"ขวานคลั่งดับวิญญาณ!"
คลื่นพลังตัดมิติสีดำทมิฬพุ่งทะยานออกจากใบขวานทรงพลานุภาพขนาดที่ว่าแม้จะยังไม่ถึงตัว ผิงอันก็พลันรู้สึกแสบร้อนที่ลำคอประดุจถูกคมมีดที่มองไม่เห็นกรีดผ่านรังสีสังหารขุมนี้รุนแรงเกินกว่าที่ระดับชี่ปอทั่วไปจะรับมือได้เพียงครึ่งกระบวนท่า!
ทว่า... ในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือนดวงตาของต้วนผิงอันกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้เพียงกระผีกริ้น เขามิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียวทว่ากลับบิดข้อมืออันแข็งแกร่งหมุนง้าวโลกันตร์ไว้เบื้องหน้าด้วยความเร็วดุจพายุหมุนคลั่ง!
วูม วูม ฟ้าว ฟ้าว!!
ปราณสีชาดพุ่งพล่านออกจากร่างหลอมรวมเข้ากับตัวง้าวก่อเกิดเป็นม่านพลังงานวงกลมสีแดงเข้มที่หนาแน่นและร้อนระอุประดุจลาวาจากอเวจีนี่คือกระบวนท่าตั้งรับอันยอดเยี่ยมที่ถูกปรับแต่งโดยพลังเทพวิวัฒน์ในร่าง!
"ปราการโลกันตร์หมุนวน!"
เปรี้ยงงงงงงงงง!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางลานประลองคลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นรุนแรงจนทำให้เหล่าผู้ติดตามรุ่นเยาว์ของอาณาจักรต่างๆต้องยกมือขึ้นป้องหน้าแรงปะทะที่ควรจะฉีกร่างมดปลวกให้ขาดครึ่งกลับส่งผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง!
ร่างยักษ์ของเซี่ยวจุนกลับเป็นฝ่ายถูกดีดกระเด็นลอยตัวออกไปบนพื้นมันถอยหลังครูดไปกับพื้นศิลาทมิฬหลายสิบก้าวกว่าที่จะหยุดยั้งร่างไว้ได้แรงสะท้อนกลับจากปราการโลกันตร์ทำให้ข้อมือที่ถือขวานของมันถึงกับชาหนึบ
สีหน้าของเซี่ยวจุนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นผสมผสานกับความตกตะลึงอย่างที่สุด"เป็นไปไม่ได้! มันกลับ... สามารถรับไว้ได้?!แถมยังสะท้อนพลังของข้ากลับมา?!"
บนเวทีประลองฝุ่นควันจางหายเผยให้เห็นร่างของต้วนผิงอันที่ยืนยืดตัวตรงอย่างมั่นคงออร่าพลังปราณสีชาดหมุนวนรอบกายอย่างบ้าคลั่ง ทรงพลังและลึกลับจนยากจะหยั่งถึงแม้ระดับพลังฝึกปรือในปัจจุบันจะอยู่ที่ ชี่ปอขั้นที่เจ็ด ซึ่งห่างชั้นจากคู่ต่อสู้มากมายนักทว่าร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากยอดเขาอเวจีและถูกปรับสมดุลด้วยพลังเทพวิวัฒน์ของหนิงเจี่ยทำให้เส้นชีพจรและมวลกระดูกของเขามิใช่ระดับชี่ปอธรรมดาสามัญที่ยอดฝีมือทั่วไปจะจินตนาการได้!
อย่างไรก็ตาม... แรงปะทะจากระดับชีซิงมิใช่เรื่องล้อเล่นทั้งสองแขนของผิงอันในยามนี้สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้เลือดลมในกายปั่นป่วนจนรู้สึกถึงรสคาวเลือดที่คอหอยความเจ็บปวดจากการแบกรับกฎแห่งโลกของชีซิงกำลังกัดกินร่างกายเขา
"หึ... พละกำลังไม่เลว"ผิงอันแค่นเสียงพึมพำผ่านไรฟันเขาจ้องประสานตากับเซี่ยวจุนด้วยแววตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม"แต่ถ้าความแรงของขวานเจ้ามีอยู่แค่นี้...ก็เตรียมตัวส่งวิญญาณกลับอเวจีได้เลย!"
เหล่าผู้ชมรอบลานประลองพากันตกอยู่ในอาการอึ้งทึ่งองค์หญิงรุ่ยเออร์หลิงกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจซ่อนเร้นปาฏิหาริย์ที่นางนึกภาวนานั้น... บัดนี้ได้เริ่มสำแดงอานุภาพออกมาแล้ว!
"เจ้าเด็กนั่น...ร่างกายของมันทำด้วยสิ่งใดกันแน่!" เสียงของหยางเทียนหงตะโกนลั่นด้วยความไม่อยากเชื่อ!
ต้วนผิงอันกระชับง้าวในมือแน่นขึ้น แสงสีชาดระเบิดออกอีกครั้ง
แรงกดดันจากระดับ ชีซิง (เจ็ดดารา) ของเซี่ยวจุนทวีความรุนแรงขึ้นจนบรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยวทว่าภาพของเด็กหนุ่มระดับชี่ปอที่ยังคงยืนหยัดอยู่นั้น ราวกับเข็มทิ่มแทใจของจอมมารขวานยักษ์อย่างเขาอย่างรุนแรง
"เจ้ามดปลวก! แค่ป้องกันได้ครั้งเดียวอย่าลำพองใจไปนัก!"
เซี่ยวจุนคำรามลั่น แววตาแดงฉานฉายชัดถึงความคลุ้มคลั่งมันไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงลมหายใจเดียวขวานยักษ์ทลายดาราถูกวาดลงสู่พื้นศิลาทมิฬอย่างรุนแรงจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท
"อเวจีพันธนาการ!"
ซู่ววววว!
พริบตานั้น เงาใต้เท้าของต้วนผิงอันพลันกระเพื่อมไหวประดุจผิวน้ำที่มืดมิดก่อนที่ โซ่ตรวนมาร สีดำนับสิบเส้นจะพุ่งพรวดขึ้นมาดุจงูพิษกระหายเลือดพวกมันเลื้อยพันขึ้นมาตามอากาศหมายจะตรึงแขนขาและกระชากวิญญาณของเด็กหนุ่มลงสู่ห้วงลึกแห่งอเวจีเพื่อเปิดโอกาสให้มันได้โจมตีปลิดชีพในคราเดียว!
สายตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความระทึกองค์หญิงรุ่ยหมิงหลันถึงกับเผลออุทานออกมา "แย่แล้ว!โซ่นั่นเป็นกฎเกณฑ์แห่งธาตุมืด ต่อให้ร่างกายแข็งแกร่งเพียงใดก็มิอาจหลบพ้น!"นางมิรู้ตัวว่าทำไมถึงเกิดความห่วงใยในตัวเด็กหนุ่มขึ้นมา
ทว่าต้วนผิงอันกลับมีสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พันปีไม่ละลายเขาหาได้ตื่นตระหนกไม่ เด็กหนุ่มรวบรวมปราณสีชาดไว้ที่สองแขนพลันปักด้ามง้าวโลกันตร์ลงสู่พื้นเวทีด้วยความดุดันประดุจเทพสงครามเบิกฟ้า!
"ดอกบัวชาดสะกดมาร!"
วูมมมมมมมม!
ทันทีที่โคนง้าวกระทบพื้นปราณออร่าสีแดงเข้มมหาศาลพลันระเบิดออกเบื้องล่างก่อตัวเป็นกลีบบัวยักษ์สีชาดนับร้อยกลีบที่ซ้อนทับกันอย่างวิจิตรบรรจงและน่าเกรงขามดอกบัวยักษ์นี้โอบอุ้มร่างของผิงอันไว้กึ่งกลางเกสรราวกับเป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามส่งล่วงละเมิด!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องสะท้านเลื่อนลั่น! โซ่มารนับสิบเส้นพุ่งเข้าชนกลีบบัวชาดอย่างบ้าคลั่งทว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดคือ โซ่มารที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างระดับชีซิงกลับมิอาจรุกรานเข้าสู่ภายในดอกบัวได้แม้แต่ชิ้วเดียว! ทุกครั้งที่โซ่กระทบกลีบบัวแสงสีชาดจะสว่างวาบขึ้นสลายแรงกระแทกและกัดกร่อนปราณมารของเซี่ยวจุนจนกลายเป็นควันจางๆ
"บ้าน่า! แรงกระแทกจากพลังระดับเจ็ดดารา...ถูกสลายไปโดยสิ้นเชิงงั้นหรือ?!" หยางเทียนหงตะโกนลั่นด้วยความเสียสติภาพตรงหน้ามันช่างตบหน้ากฎเกณฑ์แห่งพลังฝึกปรืออย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต!
ความจริงที่น่าหวาดหวั่นคือร่างกายและปราณของผิงอันถูกปรับสมดุลด้วยพลัง เทพวิวัฒน์ ที่หนิงเจี่ยมอบให้ผ่านทางตัวยาและอาวุธที่อยู่ในมือเขา พลังป้องกันของดอกบัวชาดนี้มิใช่เพียงการเอาพลังปะทะพลังแต่มันคือการ "วิวัฒน์"ปราณป้องกันให้ข้ามผ่านขีดจำกัดของระดับชี่ปอไปสู่สภาวะที่ก้าวข้ามพลังกฎเกณฑ์ทั่วไป!
การปะทะกันของสองกระบวนท่าสุดขั้วเกิดขึ้นและจบลงภายในชั่วพริบตาเดียวก่อนที่ประสาทสัมผัสของผู้ชมส่วนใหญ่จะตามทันเสียด้วยซ้ำ!
เซี่ยวจุนที่เห็นกระบวนท่าพันธนาการของตนถูกทำลายลงอย่างง่ายดายถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายยักษ์ของมันเริ่มสั่นเทิ้ม ไม่ใช่ด้วยความกลัวแต่ด้วยความอัปยศที่สลักลึกเข้าไปในกระดูก
"เจ้า... เจ้าเป็นตัวประหลาดประเภทใดกันแน่!"เซี่ยวจุนตะโกนก้อง
ท่ามกลางกลีบบัวชาดที่ค่อยๆ จางหายไปต้วนผิงอันยืดกายขึ้นอย่างช้าๆ ง้าวในมือยังคงแผ่ไอความร้อนระอุออกมาแววตาของเขายังคงเย็นชาและเด็ดเดี่ยวไม่เปลี่ยน
"ตัวประหลาดงั้นหรือ?" ผิงอันแค่นเสียงพึมพำ "ข้าก็แค่... เด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้นมิใช่หรอ!"
คำกล่าวที่ดูธรรมดาทว่าแฝงด้วยความอหังการทำให้อุณหภูมิในโถงศาลทมิฬลดฮวบลงทันที รุ่ยหมิงหลัน องค์หญิงผู้ลุ่มลึกแห่งราชวงศ์มังกรฟ้าจ้องมองไปยังร่างที่โชกเลือดทว่ายังยืนหยัดอย่างมั่นคงของผิงอันหัวใจของนางเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกประหลาดที่กึ่งกลางใจเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ‘ชายคนนี้...ทั้งที่ระดับพลังต่ำกว่าถึงสองช่วงใหญ่แต่เหตุใดกลิ่นอายความมั่นใจของเขาถึงได้สั่นสะเทือนวิญญาณของข้าได้ถึงเพียงนี้?’
ด้านล่างเวที หนิงเจี่ย ยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์เขายื่นมือแตะลงบนหน้าผากของ มู่อี้ ที่บาดเจ็บดูภายนอกคล้ายพี่ชายตรวจไข้อาการน้องชาย ทว่าในความเป็นจริง พลัง วารีรวมกระจายอันบริสุทธิ์กำลังถูกส่งผ่านฝ่ามือเข้าไปชำระล้างและรักษาเส้นชีพจรที่ปริแตกของมู่อี้อย่างรวดเร็ว
"ทนอีกนิดมู่อี้...ดูความสำเร็จของผิงอันไว้" หนิงเจี่ยกระซิบเบาๆ มู่อี้พยักหน้าพลางยิ้มแห้ง"ข้าเชื่อใจมัน มันไม่มีทางพ่ายแพ้"
ทางด้าน หยางเทียนหง องค์ชายแห่งพเนจรเทวะบัดนี้ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและตกตะลึงจนแทบเสียกิริยา"บ้าน่า! ระดับชี่ปอจะรับมืออเวจีพันธนาการได้อย่างไร? หรือว่าข้าตาฝาดไปเอง!" ส่วน หยางเฟิงและยอดฝีมือมวลมารผู้ติดตามข้างกายถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูก"มดปลวก" ทำลายชื่อเสียงของทัพมวลมารไปสิ้น
บนเวที เซี่ยวจุน จอมอสูรผู้ผ่านศึกมานับร้อยกลับมาสงบเยือกเย็นอย่างประหลาด มันรู้ตัวแล้วว่าหากยังดูแคลนเด็กหนุ่มคนนี้ต่อไปผู้ที่ต้องลงนรกอาจเป็นตัวมันเอง
"มิแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเจ้าถึงเข้ามายังเกาะปีศาจแห่งนี้ได้ที่แท้ก็เก็บงำประกายไว้นี่เอง" เซี่ยวจุนกวาดสายตามองหนิงเจี่ยและมู่อี้ก่อนจะแสยะยิ้มอำมหิต "ข้ายิ่งอยากสังหารเจ้าจนเนื้อเต้น แทบทนไม่ไหวแล้ว...จงรับของขวัญอันน่าสะพรึงกลัวจากข้าไปซะ! ฮ่าฮ่าฮ่า!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างยักษ์ของเซี่ยวจุนลอยตัวขึ้นสู่เวหาพลังฝึกปรือระดับ ชีซิง (เจ็ดดารา) ระเบิดออกมาจนสุดขีดคลั่งออร่าสีเลือดหมุนวนรอบตัวเป็นพายุคลั่ง ขวานยักษ์ทลายดาราในมือส่งเสียงร้องกระหึ่มเฟี้ยว! เฟี้ยว! ซูม! ประกายไฟสีม่วงดำแลบแปลบปลาบไปทั่วใบขวานมันคือการรวบรวมพลังดาราทั้งเจ็ดไว้ที่คมเดียว!
"มหาวินาศทมิฬสยบไตรภพ!"
"ถอยไป! ทุกคนถอยออกไปให้พ้นเขตเวที!"ผู้นำทุกกองกำลังต่างตะโกนลั่น แขกเหรื่อและนักสู้รุ่นเยาว์ต่างพากันหนีตายออกจากขอบเวทีเพราะพลังทำลายล้างที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นสามารถบดขยี้ทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีร้อยหลาให้เป็นผุยผงได้ในพริบตา!
ต้วนผิงอันเงยหน้าขึ้นมองมหาขวานที่กำลังกดทับลงมาประดุจฟ้าถล่มแววตาของเขาเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด เขาพึมพำแผ่วเบาจนมีเพียงรุ่ยหมิงหลันที่อยู่ใกล้ที่สุดที่ได้ยิน:"งั้นก็มาตัดสินกัน...ว่าขุนเขาอย่างเจ้า ข้าผู้นำพานรกนี้จะทำลายให้พินาศได้หรือไม่"
ช่างเป็นวาจาที่อหังการจนสวรรค์ต้องสั่นสะเทือน!ผิงอันตัดสินใจใช้กระบวนท่าที่เขามิเคยใช้มาก่อนเพราะมันคือท่าไม้ตายที่ต้องการพลังฝึกปรือขั้นสูงสุดของร่างกาย
"ชาดพุ่งทะลวงนภาโลกันตร์พิฆาต!"
เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!
ง้าวโลกันตร์พุ่งทะยานขึ้นประดุจมังกรชาดที่โผบินสู้ฟ้าคมง้าวสีแดงเข้มปะทะเข้ากับขวานยักษ์ทลายดาราใจกลางอากาศแสงสว่างจ้าสีเลือดและสีดำระเบิดออกจนผู้คนรอบข้างต้องหลับตาพลังทำลายล้างฉีกกระชากมิติรอบด้านจนเกิดเสียงดังเปรี้ยะพะประดุจกระจกแตก
ตูมมมม!
เมื่อแสงสว่างจางลง ฝุ่นควันตลบอบอวลขึ้นบนพื้นเวทีพื้นที่ต้วนผิงอันยืนอยู่ยุบตัวลงเป็นหลุมลึก แตกร้าวเป็นใยแมงมุมไปทั่วลานประลองร่างของชายหนุ่มสั่นเทา เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเผยให้เห็นบาดแผลลึกจนถึงกระดูกโลหิตไหลซึมออกมาตามรูขุมขนทั่วตัว ง้าวในมือหล่นลงข้างกายพลางหอบหายใจ ฮั่กๆอย่างน่าเวทนา
ทว่า... ร่างที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศอย่างเซี่ยวจุนกลับมีสีหน้าแข็งค้าง ดวงตาแดงฉานเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขีดสุด "ทำไมกัน... ทำไมกัน... ไม่น่าเป็นไปได้!เจ้า... เจ้าเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์... จริงๆ หรือ?"
ยังไม่ทันสิ้นคำพูดร่างมหึมาของมันพลันถูกพลังงานสีชาดที่มองไม่เห็นบีบอัดจนบิดเบี้ยวผิดรูปเสียงร้องโหยหวน อากกกกกกกก! ดังโหยหวนไปทั่วศาลทมิฬ ก่อนที่เสียง โผละ!จะดังขึ้น ร่างของขุนพลมารระดับชีซิงพลันระเบิดออกเป็นหมอกโลหิต!
ตูมมมมม!
คลื่นพลังทำลายล้างจากการระเบิดแผ่ซ่านเป็นวงกว้างกลางอากาศท่ามกลางอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งตกตะลึง หวาดกลัวและไม่อยากเชื่อสายตาของทุกคนในศาลแห่งนี้... หนิงเจี่ย ที่ยืนอยู่เบื้องล่างกลับค่อยๆยกยิ้มที่มุมปาก