บทที่ 61 : หวนคืนสู่โลกปุถุชน กองทัพพันธมิตรสามมหาทวีป
ณ ใจกลางดินแดนเอกภพเทวะ แสงสว่างสีทองคำที่เคยสาดส่องลงมาจากพระราชวังลอยฟ้า ค่อยๆ หม่นแสงลงเมื่อผู้สืบทอดที่แท้จริงได้ช่วงชิงแก่นกำเนิดเอกภพไปจนหมดสิ้น มิติรอบด้านเริ่มเกิดการบิดเบี้ยวและหดตัว ราวกับว่าเมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็พร้อมที่จะปิดผนึกตนเองและหลับใหลไปอีกนับล้านปี
ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีกระโดดขึ้นประทับบนแผ่นหลังของ 'จินหลิน' ราชสีห์เพลิงที่บัดนี้มีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
การได้อาบไล้ปราณเทวะที่หลงเหลืออยู่ในวิหาร ทำให้สายเลือดกิเลนบรรพกาลของจินหลินตื่นรู้และวิวัฒนาการ! ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า เกล็ดสีทองแดงแปรเปลี่ยนเป็นสีทองคำบริสุทธิ์ที่สาดประกายเพลิงศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน ก้าวข้ามคอขวดและทะลวงเข้าสู่ขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น' (ขอบเขตที่ 6 ขั้นต้น) อย่างสมบูรณ์แบบ! บัดนี้ มันคือสัตว์เทวะที่สามารถแผดเผาขุนเขาให้เป็นจุณได้เพียงแค่พ่นลมหายใจ!
"ได้เวลาไปกล่าวทักทายสหายเก่ากันแล้ว จินหลิน ทะลวงมิติออกไป!" ซูหลงอวิ๋นสั่งการเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาสองสีสาดประกายมัจจุราช
"โฮก!!!!! น้อมรับบัญชานายท่าน!"
จินหลินแผดเสียงคำรามก้องสะท้านเอกภพ มันกางปีกเพลิงสีทองคำ พุ่งทะยานร่างแหวกมิติที่กำลังจะปิดตัวลง ทะลวงผ่านห้วงเหวโกลาหลบรรพกาลอันมืดมิด มุ่งหน้ากลับคืนสู่โลกปุถุชนด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลา!
...
ในขณะเดียวกัน ณ ขอบพรมแดนของห้วงเหวโกลาหล ฝั่งที่เชื่อมต่อกับมหาทวีปประจิมวิญญาณ
ท้องฟ้าสีเลือดถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดของค่ายทัพขนาดยักษ์! กองเรือเหาะนับพันลำและผู้ฝึกยุทธ์นับล้านชีวิตจากสามมหาอำนาจ ได้แก่ 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า', 'วังวังวนเหมันต์' และ 'นิกายมารโลหิต' ได้มารวมตัวกันจัดตั้ง 'ค่ายกลผนึกสวรรค์สามบรรพกาล' ล้อมรอบรอยแยกมิติแห่งนี้เอาไว้อย่างแน่นหนาประดุจกำแพงเหล็กกล้า!
บนเรือเหาะบัญชาการลำใหญ่ที่สุดที่ลอยอยู่ตรงกลาง ปรากฏร่างของยอดฝีมือระดับสูงสามท่านนั่งจิบชาหารือกันอยู่
ผู้แรกคือชายชราสวมชุดนักพรตสีขาว ถือแส้ปัดรังควาน กลิ่นอายขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' (ขอบเขตที่ 7 ขั้นต้น) แผ่ซ่านออกมา นามของท่านคือ 'ผู้อาวุโสซวนอู๋' ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สามแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า!
ผู้ที่สองคือสตรีชราในชุดคลุมผ้าไหมน้ำแข็ง ใบหน้าเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยรังสีสังหาร กลิ่นอายขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' เช่นเดียวกัน นามของนางคือ 'ผู้อาวุโสสวี่เหมย' เสาหลักแห่งวังวังวนเหมันต์!
และผู้ที่สามคือชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ สวมเกราะสีเลือด กลิ่นอายขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด' (ขอบเขตที่ 6 ขั้นสูงสุด) นามว่า 'แม่ทัพมารโลหิต' ตัวแทนจากนิกายของจักรพรรดิจ้านอู๋หยาที่กำลังบาดเจ็บสาหัส!
"หกเดือนแล้ว... นับตั้งแต่พวกมันหนีเข้าไปในห้วงเหวโกลาหล" แม่ทัพมารโลหิตแค่นเสียงอย่างหงุดหงิด "ท่านประมุขของพวกเราต่างทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อปิดล้อมพรมแดน ทว่ากลับไร้ซึ่งวี่แววของพวกมัน ข้าว่าป่านนี้ ไอ้เด็กเหลือขอและนังศิษย์ทรยศนั่น คงถูกพายุมิติฉีกร่างเป็นชิ้นๆ หรือไม่ก็กลายเป็นอาหารของสัตว์อสูรบรรพกาลไปแล้วเป็นแน่!"
"อย่าประมาทพวกมันเด็ดขาด!" ผู้อาวุโสสวี่เหมยตวาดเสียงเย็น "ท่านประมุขไป๋รั่วปิงของข้า สูญเสียแขนไปหนึ่งข้างเพราะเล่ห์เหลี่ยมของไอ้เด็กวิญญาณก่อกำเนิดนั่น! ตราบใดที่ยังไม่เห็นศพ พวกเราก็ไม่อาจวางใจได้!"
ผู้อาวุโสซวนอู๋ลูบเคราเบาๆ นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์ "สวี่เหมยกล่าวถูกต้อง... หลิงอวี้ซีเป็นถึงอดีตสตรีศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งของนิกายข้า นางมีสายเลือดและรากฐานที่ล้ำเลิศ ย่อมไม่ตกตายง่ายๆ ทว่า... ต่อให้พวกมันรอดชีวิตและซมซานกลับออกมา ทันทีที่ก้าวพ้นรอยแยกมิติ พวกมันก็จะต้องเผชิญหน้ากับกองทัพนับล้าน และค่ายกลสังหารที่พวกเราสามคนควบคุมอยู่... ถึงเวลานั้น ต่อให้พวกมันมีปีกงอกออกมาก็ไม่อาจหนีพ้น!"
คำกล่าวของผู้อาวุโสซวนอู๋ ทำให้ทั้งสามพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเย่อหยิ่ง พวกมันมั่นใจในขุมกำลังที่เหนือล้ำเกินกว่าผู้ใดจะต้านทานได้
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พวกมันกำลังยกจอกชาขึ้นจิบนั้นเอง!
ครืนนนนนนนน!!!!!
รอยแยกมิติของห้วงเหวโกลาหลที่ปิดสนิทมานาน พลันเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงประดุจโลกาวินาศ! คลื่นพลังงานที่หนักหน่วงและศักดิ์สิทธิ์ พุ่งทะลักออกมากระแทกค่ายกลผนึกสวรรค์สามบรรพกาลจนเกิดรอยร้าว!
"เกิดอะไรขึ้น! มีบางอย่างกำลังจะทะลวงออกมา!" แม่ทัพมารโลหิตผุดลุกขึ้นยืน
เปรี้ยงงงงงง!
มิติสีเทาหม่นถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาว! เปลวเพลิงสีทองคำสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานออกมาประดุจดวงอาทิตย์ที่ร่วงหล่น! ราชสีห์เพลิงขนาดยักษ์ที่แผ่กลิ่นอาย 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น' ปรากฏกายขึ้นเหนือน่านฟ้า แผดเสียงคำรามที่ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างนับหมื่นคนต้องกระอักเลือดและสลบเหมือดในพริบตา!
และบนแผ่นหลังของสัตว์เทวะนั้น... ปรากฏเงาร่างของบุรุษและสตรีคู่หนึ่ง ยืนตระหง่านอยู่อย่างโอหัง!
"นั่นไง! พวกมันมาแล้ว! หลิงอวี้ซี และบุรุษชุดขาว!"
ผู้อาวุโสซวนอู๋เบิกตากว้าง ท่านจำอดีตศิษย์ของสำนักได้อย่างแม่นยำ ทว่าเมื่อท่านสัมผัสถึงกลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมัน ใบหน้าของราชันย์ยุทธ์ชราก็พลันซีดเผือดลงอย่างกะทันหัน!
"ปะ... เป็นไปไม่ได้! กลิ่นอายของหลิงอวี้ซี... ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด! นางทะลวงขอบเขตไปถึงจุดสูงสุดเทียบเท่าท่านประมุขไป๋รั่วปิงได้อย่างไร!"
เสียงอุทานของซวนอู๋ ทำให้กองทัพพันธมิตรทั้งมวลตกอยู่ในความตื่นตระหนก! หลิงอวี้ซีที่พวกมันจำได้ คือราชันย์ยุทธ์ขั้นต้นที่กำลังบาดเจ็บ ทว่าบัดนี้ นางกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตที่เจ็ด!
"แล้วไอ้เด็กชุดขาวนั่นเล่า!" ผู้อาวุโสสวี่เหมยชี้มือที่สั่นเทิ้มไปยังร่างของซูหลงอวิ๋น "เมื่อหกเดือนก่อน มันยังอยู่เพียงวิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น... ทว่าบัดนี้... พลังของมันทะลวงเข้าสู่ 'ตัดวิญญาณขั้นต้น' (ขอบเขตที่ 5 ขั้นต้น) แล้ว! สัตว์ประหลาดอันใดกัน ถึงได้ข้ามขอบเขตใหญ่ได้ในเวลาเพียงครึ่งปี!"
ความหวาดผวาเริ่มกัดกินจิตใจของกองทัพนับล้าน ทว่าผู้อาวุโสทั้งสามก็รีบดึงสติกลับมา
"อย่าได้ลนลาน! ต่อให้นางจะเป็นราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด ทว่าพวกเรามีกองทัพนับล้านและค่ายกลประสาน! ส่วนไอ้เด็กนั่นก็เป็นเพียงขอบเขตตัดวิญญาณ! พวกเราสองราชันย์ยุทธ์ ย่อมสามารถบดขยี้พวกมันได้!" ซวนอู๋ตวาดก้องเรียกขวัญกำลังใจ "เปิดค่ายกลสังหาร! ระดมยิงพวกมันให้แหลกเป็นผุยผง!"
"ฆ่ามันนนนนน!"
เสียงโห่ร้องดังกัมปนาท ศัสตราวุธและค่ายกลนับหมื่นสายสาดแสงหลากสี พุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายทั้งสองประดุจพายุห่าฝนที่หมายจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง!
บนหลังของจินหลิน ซูหลงอวิ๋นมองดูกองทัพที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยสายตาที่เยียบเย็น ไร้ซึ่งความผันผวนใดๆ ในนัยน์ตาสองสีของเขา
"อวี้ซี... ขยะพวกนั้น ส่งเสียงหนวกหูยิ่งนัก" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
หลิงอวี้ซีที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและสูงศักดิ์ไม่แพ้บุรุษเบื้องหน้า "เข้าใจแล้ว นายน้อย... ข้าจะทำความสะอาดให้เดี๋ยวนี้"
นางก้าวออกมายืนบนหัวของราชสีห์เพลิง นัยน์ตาดอกท้อสาดประกายความหนาวเหน็บอันเป็นนิรันดร์ กระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ถูกชักออกจากฝัก!
"มดปลวกที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ... จงกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งไปชั่วนิรันดร์เสียเถิด!"
"อาณาเขตเหมันต์ราชันย์บรรพกาล... ผลาญสวรรค์แช่แข็งปฐพี!"
บูมมมมมมมมมมม!!!!!
กลิ่นอายขอบเขตราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด ระเบิดออกอย่างเต็มพิกัด! กฎเกณฑ์แห่งความหนาวเย็นที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจที่สุด พุ่งกวาดล้างออกไปในรัศมีร้อยลี้!
รังสีกระบี่ ค่ายกล และศัสตราวุธนับหมื่นสายที่พุ่งเข้ามา เมื่อสัมผัสกับอาณาเขตของนาง พลันหยุดชะงักและถูกแช่แข็งกลางอากาศ! และมิใช่แค่นั้น คลื่นความหนาวเย็นยังทะลวงผ่านการป้องกันของกองทัพพันธมิตร พุ่งเข้ากวาดล้างค่ายทหารเบื้องล่างอย่างเกรี้ยวกราด!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
ร่างของผู้ฝึกยุทธ์นับแสนชีวิต ตั้งแต่ขอบเขตสร้างรากฐานไปจนถึงขอบเขตตัดวิญญาณ... พลันถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที! ไร้ซึ่งโอกาสได้กรีดร้อง ไร้ซึ่งการต่อต้าน! ก่อนที่สายลมจะพัดพาให้รูปปั้นเหล่านั้นแตกสลายกลายเป็นผุยผงสีขาวร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน!
เพียงแค่กระบวนท่าเดียวของผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตที่เจ็ด กองทัพนับล้านก็ถูกกวาดล้างไปกว่าครึ่ง! นี่คือความห่างชั้นที่จำนวนคนไม่อาจถมเต็มได้!
"อ๊ากกกก! กองทัพของข้า!" แม่ทัพมารโลหิต (บรรพชนขั้นสูงสุด) เบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง มันพยายามจะหลบหนี ทว่าเพียงแค่หลิงอวี้ซีปรายตามองและตวัดกระบี่ ร่างของแม่ทัพผู้เย่อหยิ่งก็ถูกตัดขาดเป็นสองท่อนและแช่แข็งตายคาที!
"นังศิษย์ทรยศ! บังอาจนัก!"
ผู้อาวุโสซวนอู๋และผู้อาวุโสสวี่เหมย เดือดดาลจนสติแตก! ยอดฝีมือขอบเขตราชันย์ยุทธ์ขั้นต้นทั้งสองท่าน พุ่งทะยานร่างเข้าหาหลิงอวี้ซีพร้อมกัน!
"วิชาแส้ปัดสวรรค์!"
"กระบี่หิมะกลืนวิญญาณ!"
การโจมตีระดับกฎเกณฑ์ฟ้าดินพุ่งเข้าใส่หลิงอวี้ซีจากสองทิศทาง! แม้นางจะอยู่ขั้นสูงสุด ทว่าการรับมือกับราชันย์ยุทธ์สองคนพร้อมกัน ก็ทำให้นางต้องใช้สมาธิอย่างมาก นางจึงเตรียมจะตวัดกระบี่ฟาดฟันกลับไป
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ฝ่ามืออันอบอุ่นของซูหลงอวิ๋นก็เอื้อมมาจับไหล่ของนางเอาไว้
"พักผ่อนเสียเถิด อวี้ซี... ยายแก่เหมันต์นั่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้า ทว่าสำหรับตาแก่หน้าไหว้หลังหลอกแห่งหมื่นเต๋าผู้นี้... ข้าขอเป็นคนสั่งสอนมันเอง"
คำกล่าวของเขา ทำให้หลิงอวี้ซีและราชันย์ยุทธ์ทั้งสองถึงกับชะงักงัน!
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" ผู้อาวุโสซวนอู๋ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำน้ำนม! เจ้าเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้น ทว่ากลับกล้าท้าทายข้าที่เป็นถึงราชันย์ยุทธ์งั้นรึ! ความห่างชั้น 'สองขอบเขตใหญ่' ของเรา เป็นดั่งฟ้ากับเหว! ข้าจะบดขยี้เจ้าด้วยปลายนิ้วเดียว!"
"ฟ้ากับเหวงั้นรึ?"
ซูหลงอวิ๋นลอยตัวขึ้นไปเบื้องหน้า กางแขนออกอย่างสง่างาม นัยน์ตาสองสีสาดประกายความเย่อหยิ่งที่ไร้ขอบเขต
"สัจธรรมของพวกมดปลวก มักจะยึดติดอยู่กับระดับพลังที่สวรรค์กำหนดไว้... ทว่า สำหรับข้า... ข้าคือผู้กำหนดสวรรค์!"
"เปิดอ้าสัจธรรม! อาณาเขตจักรพรรดิเทพยุทธ์กลืนสวรรค์!"
ตู้มมมมมมมมมมมม!!!!!
วินาทีที่ซูหลงอวิ๋นปลดปล่อย 'อาณาเขต' ของตนเอง โลกทั้งใบก็พลันหยุดนิ่ง! กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินในรัศมีร้อยลี้ถูกฉีกกระชากและเขียนทับด้วยเจตจำนงของเขาทั้งหมด!
แสงสีทองคำและสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ม้วนตัวเป็นสัญลักษณ์หยินหยางขนาดยักษ์!
ภายในอาณาเขตนี้ สัจธรรมแห่งเต๋าของผู้อาวุโสซวนอู๋ ที่เคยแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม พลันถูก 'กดทับ' และ 'บดขยี้' จนแหลกสลาย! ปราณราชันย์ยุทธ์ของตาแก่ซวนอู๋ ถูกดึงดูดและสูบกลืนหายไปในความว่างเปล่า!
"เกิด... เกิดอะไรขึ้น! อาณาเขตของข้า... กฎเกณฑ์ของข้า... เหตุใดจึงถูกลบล้าง!" ซวนอู๋เบิกตาโพลงด้วยความหวาดผวาขีดสุด! มันพบว่าตนเองไม่อาจดึงพลังจากฟ้าดินมาใช้ได้เลยแม้แต่น้อย ภายใต้อาณาเขตของเด็กหนุ่มผู้นี้ มันกลายเป็นเพียงปุถุชนที่ถูกตัดขาดจากวิถีเต๋า!
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของ 'อาณาเขตจักรพรรดิ' ที่เกิดจากการหลอมรวมแก่นกำเนิดเอกภพและผลึกวิญญาณบรรพกาล! อาณาเขตทั่วไปคือการนำกฎเกณฑ์ธรรมชาติมาใช้ ทว่าอาณาเขตของซูหลงอวิ๋น คือการ 'ปฏิเสธ' และ 'ทำลาย' กฎเกณฑ์ของผู้อื่น!
"ในอาณาเขตของข้า... ผู้ใดอนุญาตให้เจ้ายืนค้ำหัวข้า?"
ซูหลงอวิ๋นกล่าวเสียงเย็นเยียบ เขาเพียงแค่ปรายตาซ้าย 'เนตรมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี' จ้องมองไปยังร่างของซวนอู๋!
"อ๊ากกกกกก!"
วิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตที่เจ็ดขั้นต้น ถูกกระชากอย่างรุนแรง! แม้พลังวิญญาณของราชันย์ยุทธ์จะแข็งแกร่ง ทว่าภายใต้การกดข่มของอาณาจักรจักรพรรดิ และทักษะเนตรระดับเทวะ วิญญาณของมันก็เริ่มฉีกขาดและหลุดลอยออกจากร่าง!
"ข้าจะฆ่าเจ้า!" ซวนอู๋ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มันกัดลิ้นพ่นโลหิตแก่นแท้ หมายจะจุดระเบิดจุดตันเถียนเพื่อตายตกไปตามกัน!
ทว่า ซูหลงอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำเช่นนั้น เขาชัก 'กระบี่กลืนเงา' ออกมา!
ฟู่! เปรี้ยง! ซูม!
มหัคฆเพลิงทั้งสี่ดวง... เพลิงปรโลก เพลิงสุริยัน เพลิงอสนีบาต และเพลิงมาร ถูกสูบกลืนเข้าไปอาบเคลือบอยู่บนใบกระบี่สีดำทมิฬ ก่อเกิดเป็นประกายแสงสี่สีที่แฝงพลังทำลายล้างที่สามารถสังหารกึ่งเทพได้!
"วิถีแห่งเทวะ... กระบี่เดียวพิพากษาสวรรค์!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดฟันกระบี่ออกไปเป็นแนวขวาง!
ฉัวะ!!!!!
รังสีกระบี่ที่อัดแน่นด้วยสัจธรรมสูงสุดสี่ขั้ว พุ่งทะลวงตัดผ่านมิติ ตัดผ่านเวลา และตัดผ่านการป้องกันทั้งหมดของผู้อาวุโสซวนอู๋!
ร่างของราชันย์ยุทธ์ชรา ถูกรังสีกระบี่ฟันขาดครึ่งตั้งแต่เอว!
ก่อนที่ร่างของมันจะร่วงหล่น เพลิงสวรรค์ทั้งสี่ก็ลุกลามเข้าแผดเผา แช่แข็ง ฉีกกระชาก และกลืนกินทั้งกายเนื้อและดวงวิญญาณของมันไปจนหมดสิ้น! ไร้ซึ่งร่องรอย ไร้ซึ่งการเวียนว่ายตายเกิด!
ยอดฝีมือขอบเขตที่ 7 ขั้นต้น... ถูกผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตที่ 5 ขั้นต้น สังหารอย่างสมบูรณ์แบบในกระบวนท่าเดียว!
นี่คือการพิสูจน์พลังที่ทำให้สวรรค์และปฐพีต้องสั่นสะเทือน! ซูหลงอวิ๋นได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตพลังไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
"ซวนอู๋ตกตายแล้ว!"
ผู้อาวุโสสวี่เหมยแห่งวังเหมันต์ ที่กำลังปะทะอยู่กับหลิงอวี้ซี หันมาเห็นภาพนั้นพอดี นางเบิกตากว้างด้วยความสยดสยองสุดขีด! ความหวาดกลัวเข้าเกาะกินจิตวิญญาณ นางละทิ้งศักดิ์ศรีและกองทัพ หันหลังกลับหมายจะพุ่งทะยานหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต!
"คิดจะหนีรึ? สายไปแล้ว!" หลิงอวี้ซีแค่นเสียงเย็น นางพลิ้วกายด้วยความเร็วของขั้นสูงสุด พุ่งเข้าประชิดแผ่นหลังของสวี่เหมย ก่อนจะตวัดกระบี่เหมันต์ฟาดฟันลงมา!
"สัจธรรมเหมันต์... ปลิดชีพหมื่นลี้!"
ฉึก!
กระบี่ของหลิงอวี้ซีแทงทะลุขั้วหัวใจของผู้อาวุโสสวี่เหมยอย่างแม่นยำ! ความหนาวเย็นระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด แช่แข็งร่างของศัตรูจากภายในสู่ภายนอก ก่อนที่สวี่เหมยจะแตกสลายกลายเป็นเพียงเศษน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้น!
ราชันย์ยุทธ์ทั้งสองท่าน และกองทัพนับล้านของสามมหาอำนาจ ถูกสองหนุ่มสาวและหนึ่งสัตว์เทวะ กวาดล้างพินาศย่อยยับในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดกระบี่ไล่หยาดเลือดที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะเก็บเข้าฝัก เขาสลายอาณาเขตจักรพรรดิ นัยน์ตาสองสีกวาดมองซากปรักหักพังและทะเลเลือดเบื้องล่างด้วยความเยือกเย็น
หลิงอวี้ซีร่อนลงมาอยู่เคียงข้างเขา นางหอบหายใจเล็กน้อย ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"พวกมันคงไม่คาดคิด ว่าการมาดักรอพวกเรา จะกลายเป็นการส่งตัวเองมาลงนรก" นางเอ่ย
ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มมุมปาก เขาล้วงเอาป้ายหยกสื่อสารของผู้อาวุโสซวนอู๋ที่ตกหล่นอยู่ขึ้นมา ป้ายหยกนี้ยังคงเชื่อมต่อกับศูนย์บัญชาการของสามมหาทวีปอยู่
ชายหนุ่มบีบปราณเข้าไปในป้ายหยก ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่อัดแน่นด้วยเจตจำนงของจักรพรรดิ!
"ตาแก่เทียนจี... ไป๋รั่วปิง... และจ้านอู๋หยา..."
"พวกสุนัขรับใช้ที่พวกเจ้าส่งมา ข้าได้จัดการส่งพวกมันไปลงนรกหมดแล้ว..."
"ประกาศิตสังหารของพวกเจ้า เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า... บัดนี้ ข้า ซูหลงอวิ๋น และหลิงอวี้ซี ได้กลับมาแล้ว... และเป้าหมายแรกของการกวาดล้าง... คือ นิกายมารโลหิต!"
"จ้านอู๋หยา... ล้างคอรอข้าไว้ได้เลย ข้าจะไปเด็ดหัวของเจ้า และทวงคืนมหาทวีปประจิมวิญญาณเป็นที่แรก!"
เปรี้ยง!
เขาบีบป้ายหยกจนแหลกละเอียด ตัดการเชื่อมต่ออย่างโอหัง! การประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ ได้ถูกส่งตรงไปยังหูของจักรพรรดิยุทธทั้งสามแล้ว!
"ไปกันเถิด อวี้ซี... ไปชำระแค้น และทวงคืนบัลลังก์ของพวกเรากัน!"
ซูหลงอวิ๋นกระโจนขึ้นหลังจินหลิน พุ่งทะยานมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางมหาทวีปประจิมวิญญาณ โดยมีเป้าหมายคือหัวของ 'จ้านอู๋หยา' จักร
พรรดิมารโลหิตที่กำลังบาดเจ็บ!
มหากาพย์การชำระล้างสามมหาทวีป ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง!
(จบบทที่ 61)