หอคอยมายางั้นเหรอ? ซูอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เหล่าอัจฉริยะรอบด้านต่างเืลมสูบฉีด ฮึกเหิมอยากประลองฝีมือกันเต็มแก่ ภายใต้การนำของครูฝึกหัวโล้น พวกเขาก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหอคอยศิลาขนาดมหึมา
รอบตัวหอคอยแผ่กระจายคลื่นพลังิญญาออกมาจางๆ บนผิวกำแพงยังสลักอักขระลี้ลับซับซ้อนเอาไว้หนาตา
และที่ด้านข้างหอคอยศิลาก็มีศิลาจารึกขนาดั์ตั้งตระหง่านท้าทายสายตา
"นี่คือ 'ทำเนียบอัจฉริยะ' ยิ่งพวกแกทะลวงหอคอยมายาได้สูงเท่าไหร่ อันดับบนทำเนียบก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น!" ครูฝึกหัวโล้นประกาศเสียงเรียบ
ทุกคนตวัดสายตามองตาม บนศิลาจารึกนั้นสลักอักษรไว้โดดเด่นสะดุดตา!
ทำเนียบอัจฉริยะ!
อันดับหนึ่ง หวังหลิน ขอบเขตหลอมภายในขั้นต้น ชั้นที่เจ็ดสิบ!
อันดับสอง หลี่เสี่ยนจง ขอบเขตหลอมภายในขั้นต้น ชั้นที่หกสิบเก้า!
อันดับสาม โอวหยางหนิงเสวี่ย ขอบเขตหลอมภายในขั้นต้น ชั้นที่หกสิบห้า!
อันดับสี่ หลินเฟิง ขอบเขตหลอมภายในขั้นต้น ชั้นที่หกสิบสี่!
...
บนทำเนียบศิลามีรายชื่อสลักอยู่ถึงเจ็ดแปดสิบอันดับ และทั้งหมดนี้... ล้วนเป็ชื่อของพวก 'เด็กซิ่ว' ที่สิงอยู่ในค่ายอัจฉริยะ!
ขนาดคนที่รั้งท้ายสุด ยังเป็ถึงขอบเขตหลอมโลหิตขั้นกลาง! แถมยังทะลวงหอคอยมายาไปได้ถึงชั้นที่สี่สิบ!
ต้องยอมรับเลยว่า... ความแข็งแกร่งของพวกเด็กซิ่วกลุ่มนี้ช่างน่าขนลุกขนพองจริงๆ!
ซูอวี่สูดลมหายใจลึก ั์ตาทอดมองไปยังหอคอยมายา
ไม่รู้เหมือนกันแฮะ... ว่าถ้าฉันงัดพลังออกมาทุ่มสุดตัว จะทะลวงด่านนี่ไปได้สักกี่ชั้น!
ครูฝึกหัวโล้นยืนตระหง่านอยู่ข้างหอคอย ในมือปรากฏม้วนรายชื่อขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
"เอาล่ะ! ขานชื่อใครก็เข้าไปรับการทดสอบซะ!"
"คนแรก... หยางเสี่ยว!"
สิ้นเสียงเรียก ชายหนุ่มใบหน้าเ็าเย่อหยิ่งคนหนึ่งก็ก้าวเท้าออกมาจากฝูงชน
วินาทีที่หยางเสี่ยวปรากฏตัว เสียงฮือฮาก็ดังระงมทันที
"ซี๊ดดด! หมอนี่น่ะเหรอหยางเสี่ยว? ข่าววงในบอกว่าเขาเป็ถึงหลานชายแท้ๆ ของหยางพั่วเทียน รองประธานสมาคมนักสู้มณฑลเจียงหนานเชียวนะ! แถมยังเป็อัจฉริยะ 'ระดับสีส้ม' เพียงคนเดียวของมณฑลเราในปีนี้อีก!"
"ตอนนี้หมอนั่นบรรลุถึงขอบเขตหลอมโลหิตขั้นกลางแล้ว! ดูทรงแล้ว... การประลองรอบแรกของเขาอาจจะก้าวข้ามพวกเด็กซิ่วไปได้สบายๆ เลยด้วยซ้ำ!"
หยางเสี่ยว? ซูอวี่ใจกระตุกวูบ ตวัดสายตามองตามชายหนุ่มคนนั้นไป
หยางเสี่ยวคล้ายััได้ถึงการจดจ้อง จึงหันขวับกลับมามองประสานสายตา! ทันใดนั้น ประกายไฟที่มองไม่เห็นก็แตกเปรี๊ยะปะทุขึ้นกลางอากาศ!
ใบหน้าเ็าของหยางเสี่ยวกระตุกเล็กน้อย มุมปากแสยะยิ้มหยิ่งผยอง
"น่าสนใจดีนี่... ค่ายอัจฉริยะปีนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีม้ามืดตัวตึงโผล่มาด้วย"
หยางเสี่ยวพึมพำทิ้งท้าย ก่อนจะเชิดหน้าก้าวเข้าไปในหอคอยมายา
ทางด้านซูอวี่ สีหน้ากลับแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมลง วินาทีที่สบตากันเมื่อครู่ เขาััได้ชัดเจนถึงขุมพลังน่าสะพรึงกลัว ที่แฝงตัวเงียบเชียบอยู่ภายในร่างของหยางเสี่ยว!
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก
นี่สินะตัวท็อปจากมณฑลเจียงหนาน... น่าขนลุกสมคำร่ำลือจริงๆ!
ทึ่งในใจได้เพียงเสี้ยววิ เสียงแหกปากอุทานก็ดังระงมขึ้นเป็ระลอก!
"โอ้โห! นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที หยางเสี่ยวทะลวงด่านชั้นสองแตกแล้ว! สมกับที่เป็อัจฉริยะระดับสีส้ม โคตรจะน่าสะพรึงกลัว!"
ภาพเบื้องหน้าคือแสงสว่างบนหอคอยชั้นแรกที่ดับวูบลง ก่อนที่แสงบนชั้นสองจะสว่างโร่ขึ้นมาแทนที่!
นี่คือสัญญาณยืนยันว่าหยางเสี่ยวบดขยี้ด่านแรกไปได้แล้วอย่างง่ายดาย!
กระทั่งครูฝึกหัวโล้นจอมโหดยังอดพยักหน้าชื่นชมไม่ได้
"ฝีมือไม่เลว! ด้วยความเร็วระดับนี้ การกวาดสามสิบชั้นแรกย่อมไม่ใช่ปัญหา ต้องมาลุ้นกันว่ามันจะทะลวงผ่านด่านหินชั้นที่สี่สิบไปได้ไหม... ถ้ามันข้ามพวกเด็กซิ่วขึ้นไปได้ ปีนี้คงจะดุเดือดน่าดู!"
ครูฝึกหัวโล้นแสยะยิ้ม แววตาแฝงความคาดหวังเปี่ยมล้น
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุด... แสงสว่างบนหอคอยมายาชั้นที่สี่สิบก็สว่างวาบขึ้นมา!
"ซี๊ดดด! หยางเสี่ยวทำได้จริงๆ ว่ะ! สมกับที่เป็สัตว์ประหลาดที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเรา!"
"ของจริงว่ะ! ดูท่าปีนี้มณฑลเจียงหนานกำลังจะให้กำเนิดปีศาจไร้เทียมทานขึ้นมาประดับวงการแล้ว!"
รอยยิ้มบนใบหน้าครูฝึกหัวโล้นฉีกกว้างขึ้น หยางเสี่ยวคืออัจฉริยะที่เขาเป็คนไปดึงตัวมากับมือ ยิ่งเด็กนี่ทำผลงานได้กระหึ่มเท่าไหร่ หน้าตาของเขาก็ยิ่งเจิดจรัสมากขึ้นเท่านั้น
ไม่นานนัก หยางเสี่ยวก็ไปหยุดความบ้าคลั่งเอาไว้ที่ชั้นสี่สิบห้า ก่อนจะก้าวออกมาจากหอคอยมายาอย่างสง่าผ่าเผย
และบนทำเนียบอัจฉริยะศิลาที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านข้าง...
ชื่อของ 'หยางเสี่ยว' ก็สลักปรากฏขึ้นมาอย่างเด่นชัด รั้งอันดับที่หกสิบเก้า!
ซ้ำร้าย ใต้อันดับของหยางเสี่ยวลงไป... ยังมีชื่อของพวกเด็กซิ่วรุ่นพี่ถูกก้าวข้ามไปอีกตั้งสี่ห้าคน!
"พระเ้า! หมอนั่นข้ามหัวพวกเด็กซิ่วไปได้จริงๆ ด้วย! สมกับพร์ระดับสีส้ม!" มีคนสูดลมหายใจลึกด้วยความตกตะลึง
ทว่าเมื่อหยางเสี่ยวเงยหน้ามองอันดับของตัวเอง เขากลับขมวดคิ้วมุ่น เห็นได้ชัดว่าเ้าตัวไม่ได้พอใจกับผลลัพธ์นี้นัก
ครูฝึกหัวโล้นเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปากชม "ทำได้ดีมากแล้ว! หลายสิบปีมานี้ คนที่สามารถทะลวงผ่านชั้นที่สี่สิบได้ั้แ่การประลองรอบแรก... แกเป็คนที่เก้าในประวัติศาสตร์! แค่นี้ก็ถือว่าเอาไปคุยโวได้ยันลูกบวชแล้ว!"
สีหน้าของหยางเสี่ยวถึงได้คลายความหงุดหงิดลง เขาประสานมือค้อมศีรษะให้ครูฝึกเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในฝูงชน
ทันทีที่ก้าวเท้ากลับมา เขาก็ถูกรุมล้อมไปด้วยคำประจบสอพลอและคำสรรเสริญเยินยอจากพวกนกสองหัวทันที
แต่ดูเหมือนหยางเสี่ยวจะไม่สบอารมณ์กับความวุ่นวายพวกนี้นัก เขายืนหน้านิ่งตึงราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง ไม่ยอมปริปากเสวนาด้วยแม้แต่คำเดียว
หลังจากนั้น ครูฝึกหัวโล้นก็เริ่มขานชื่อคนต่อไปเรื่อยๆ
เหล่าอัจฉริยะหัวกะทิจากทั่วสารทิศต่างทยอยตบเท้าเข้าสู่หอคอยมายาทีละคน
แต่ทว่า... คนที่จะส่องประกายเจิดจรัสได้เทียบเท่าหยางเสี่ยวนั้นแทบไม่มีให้เห็น ส่วนคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในกลุ่ม ยังทำได้แค่กระเสือกกระสนไปถึงชั้นที่สามสิบเก้า และหมดสภาพหยุดอยู่แค่นั้น
เห็นผลลัพธ์น่าผิดหวัง สีหน้าของครูฝึกหัวโล้นก็ทะมึนลง
"เด็กใหม่ปีนี้... คุณภาพห่วยสิ้นดี!"
เขาสบถในลำคอ ก่อนจะทอดสายตาลงมองรายชื่อในมือ...
ซูอวี่!
ดวงตาของครูฝึกจอมโหดพลันสาดประกายวาบ
นี่สินะ... อัจฉริยะระดับสีทองที่ตาเฒ่าไป๋กับท่านประธานพูดถึง!
หวังว่า... แกจะทำให้ฉันประหลาดใจได้บ้างนะไอ้หนู!
ครู่ต่อมา อัจฉริยะหนุ่มอีกคนก็เดินโซซัดโซเซหน้าซีดเผือดออกมาจากหอคอย ผลลัพธ์ของมันหยุดอยู่ที่ชั้นสามสิบถ้วน ทั้งๆ ที่เป็ถึงยอดฝีมือระดับหลอมโลหิต!
ครูฝึกหัวโล้นแค่นเสียงหยันเหี้ยมเกรียม
"สามสิบชั้นแรก... ออกแบบมาให้พวกขอบเขตปราณโลหิตวิ่งเล่น! แกเป็ถึงขอบเขตหลอมโลหิตแท้ๆ ดันปอดแหกทะลวงไม่ผ่านแม้แต่ชั้นพื้นฐาน... ไอ้สวะเอ๊ย เสียข้าวสุกจริงๆ!"
อัจฉริยะหนุ่มหน้าเสีย สีหน้าย่ำแย่ดิ่งวูบ สองหมัดกำแน่นจนข้อต่อขาวซีด แววตาแฝงความเคียดแค้นชิงชัง แต่เพราะหวาดกลัวในความแข็งแกร่งระดับกายาทองคำของครูฝึก จึงทำได้เพียงกัดฟันกรอด ยืนกำหมัดเจ็บใจอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ
ครูฝึกหัวโล้นปรายตาเหยียดมองคนขี้แพ้ ก่อนจะสะบัดม้วนรายชื่อในมือแล้วแผดเสียงตวาดก้อง
"คนต่อไป... ซูอวี่!"
ซูอวี่ใจกระตุก
ถึงตาฉันลงสนามแล้วสินะ! เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกรวบรวมสมาธิ ก้าวเท้าย่างสามขุมตรงไปยังประตูหอคอยมายา
วินาทีที่เดินสวนกับครูฝึกหัวโล้น จู่ๆ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของอีกฝ่ายก็กระตุกรอยยิ้มอ่อนโยน (ที่ดูยังไงก็พิลึก) ออกมา
"พยายามเข้าล่ะไอ้หนู! แกมีปัญญาเด็ดหัวยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตของลัทธิเทพ์มาแล้ว ด่านสามสิบชั้นแรกคงไม่ระคายผิวแกหรอก! งัดของดีออกมา แล้วทะลวงเข้าสู่เขตแดนสามสิบชั้นกลางให้ได้ล่ะ!"
ซูอวี่เหลือบมองครูฝึกหัวโล้นแวบหนึ่ง พยักหน้ารับคำอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะก้าวเท้าหายเข้าไปในความมืดมิดของหอคอยมายา
ทว่า ในจังหวะที่แผ่นหลังของซูอวี่ถูกหอคอยกลืนกินเข้าไปนั้นเอง...
เ้าคนขี้แพ้ที่เพิ่งโดนครูฝึกด่าเปิงเมื่อครู่ ก็อดพ่นลมหายใจพร้อมเหยียดปากบ่นกระปอดกระแปดออกมาไม่ได้
"เหอะ! ก็แค่ขอบเขตปราณโลหิต... มีค่าอะไรให้ครูฝึกต้องไปโอ๋มันนักหนาวะ! เก่งให้ตายยังไง ได้แค่ชั้นยี่สิบก็ถือว่าบุญหัวบรรพบุรุษมันแล้ว!"
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่คำสบประมาทนั้นหลุดพ้นจากริมฝีปาก!
แสงสว่างบนหน้าปัดหอคอยมายาชั้นแรกก็ดับวูบลงในพริบตา!
ตามมาด้วยแสงสว่างวาบบนชั้นที่สอง ที่พุ่งทะยานถูกจุดขึ้นมาแทนที่อย่างฉับพลัน!
ชั่ววินาทีนั้น สายตาของฝูงชนนับสิบคู่พลันเบิกกว้าง จับจ้องไปที่หอคอยมายาเป็ตาเดียว!
ความเร็วระดับนี้... เมื่อเทียบกับปีศาจอย่างหยางเสี่ยวก่อนหน้านี้... มีแต่จะเหนือล้ำกว่า ไม่มีทางด้อยกว่าเด็ดขาด!