พวกเขามาถึงห้องศิลาห้องเดิมที่ตู้เซ่าฝู่เคยมาเมื่อเข้ามาตู้เซ่าฝู่ก็เห็นอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่แก่ชราท่าทางอิดโรย
เยี่ยกวังกับเยี่ยเป่าหลินสองคนอยู่ในห้องศิลาพวกเขายื่นสงบเสงี่ยมท่าทางเคารพอยู่ข้างๆ ทั้งสองแววตาเคร่งเครียด มีน้ำตาคลอเบ้า
“เจ้าหนูเจ้ามาแล้วหรือ รักษาตัวได้ไวจริงๆ”
เมื่อพบว่าตู้เซ่าฝู่มาถึง อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่หมอบอยู่ก็เงยศีรษะขึ้นแววตาของเขาไม่ดูสดใสเหมือนแต่ก่อน กลิ่นอายพลังกำลังความดุดันแข็งแกร่งเมื่อครั้นจัดการฉินซีผิงวันนั้นหายไปแล้วผู้ที่ทรงสง่าไร้เทียมทานได้หายไป วันนี้ต่างจากวันนั้นโดยสิ้นเชิง
“ท่านจ้าวสายฟ้า ข้าน้อยมาแล้ว”
เมื่อเห็นอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าท่าทางอิดโรยหมดสภาพตู้เซ่าฝู่ก็ปวดแปล๊บขึ้นมาในใจ
“ข้าใกล้จะจากไปแล้ว น้ำมันในตะเกียงชีวิตใกล้มอดแล้ว ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว” อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามองตู้เซ่าฝู่พร้อมกับพูดให้ฟัง
“ท่านจ้าวสายฟ้า ข้า……”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กำลังจะอ้าปากพูด อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าก็ขัดจังหวะการพูดของตู้เซ่าฝู่มันกล่าวต่อไปว่า “ข้าตัดสินใจแล้ว หลังจากข้าตายกระดูกหายากในตัวข้าให้เจ้ากับบ้านสกุลเยี่ยร่วมกันใช้ประโยชน์จากมันโลหิตสกัดจากตัวข้าก็มอบให้เจ้ากับบ้านสกุลเยี่ยเช่นกันหวังว่าต่อไปพวกเจ้าจะร่วมมือกันคุ้มครองเมืองสือเฉิง”
“จ้าวสายฟ้า!”
เยี่ยกวัง เยี่ยเป่าหลินนัยน์ตาสั่นไหวไม่สนว่าตู้เซ่าฝู่จะอยู่ตรงนั้นด้วย ก้มลงไปคุกเข่าต่อหน้า อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าในทันใด
“จ้าวสายฟ้าคุ้มครองบ้านสกุลเยี่ยของพวกเราปกปักรักษาเมืองสือเฉิงมาตั้งหลายปี พวกเราจะนำกระดูกหายากกับโลหิตสกัดของจ้าวสายฟ้าไปใช้ได้อย่างไรหากจ้าวสายฟ้าจากไป ร่างของท่านพวกเราเก็บรักษาให้ดีไม่ได้ บ้านสกุลเยี่ยทั้งตระกูลของข้าจะมีหน้าไปเจอคนอื่นได้อย่างไรทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” เยี่ยเป่าหลินแหงนหน้ามองอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าพร้อมกับพูด
“ข้าตายไปแล้ว ร่างที่ไร้วิญญาณของข้าก็ไม่มีประโยชน์กับข้าแล้ว”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามองเยี่ยเป่าหลินกล่าวว่า “ตอนนั้นบรรพบุรุษบ้านสกุลเยี่ยของเจ้าช่วยเหลือชีวิตข้าเขาจึงต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควรมิเช่นนั้นคนที่มีระดับพรสวรรค์เช่นเขาต้องใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้ดั่งใจได้แน่นอน
ข้ารับปากเขาไว้ขณะที่ข้ายังมีลมหายใจอยู่ จะคุ้มครองบ้านสกุลเยี่ย รักษาเมืองสือเฉิงไว้ให้ดีหลังจากข้าตายไป ข้าก็อยากให้กระดูกหายากกับโลหิตสกัดของข้าสร้างประโยชน์ในการผลิตยอดฝีมือให้กับบ้านสกุลเยี่ยจะได้ชดเชยความรู้สึกเสียดายในใจของข้าได้”
“จ้าวสายฟ้าเรื่องนี้ข้าทำไม่ได้เด็ดขาด!”
เยี่ยเป่าหลินน้ำตาคลอเบ้าทนกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาพรั่งพรูออกมาเป็นสาย
เยี่ยจื่อจินเข้ามาคุกเข่าข้างกายบิดาของตนแหงนหน้ามองอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า ร้องไห้โฮออกมาอย่างเศร้าโศกทำให้ผู้ที่เห็นรู้สึกปวดใจตาม
“อสูรเมื่อเปรียบกับมนุษย์ส่วนใหญ่แล้วจะแข็งแกร่งมากกว่าไม่รู้กี่เท่า อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตนนี้ไม่ควรต้องมาสิ้นสังขารไปเช่นนี้เลย” มีเสียงพูดหึ่งๆ คล้ายยุงก้องขึ้นมาในหูของตู้เซ่าฝู่ ตู้เซ่าฝู่ฟังออกมาเป็นเสียงของเจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์
ขณะนี้เองตู้เซ่าฝู่ก็น้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตนนี้กำลังตอบแทนบุญคุณ มันตอบแทนบุญคุณมาหลายรอยปีและขณะนี้ที่รู้ว่าตนกำลังจะดับสูญยังคิดจะใช้กระดูกหายากและโลหิตสกัดในตัวของตัวเองมาตอบแทนบุญคุณอีก
“ข้าตัดสินใจแล้ว ไม่ต้องพูดมาก ลุกขึ้นมาให้หมดเถิด”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเรียกให้เยี่ยเป่าหลินเลิกพูดพร่ำเพรื่ออีกจากนั้นมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “เจ้าหนูข้ารู้ว่าอีกไม่นานพอเจ้าโตไปจะต้องเริ่มแบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงเจ้าจะเป็นแข็งแกร่งมีบารมีเหนือคนทั่วไปปีกกล้าขาแข็งเดินทางร่อนเร่ไปไหนก็ได้ดั่งใจข้าติดค้างหนี้บุญคุณของบรรพบุรุษบ้านสกุลเยี่ย ดังนั้นจึงสาบานจะคุ้มครองบ้านสกุลเยี่ยปกป้องเมืองสือเฉิงให้ดี ส่วนเจ้าก็ถือว่าติดบุญคุณข้า วันนี้ข้าจะมอบกระดูกหายากกับโลหิตสกัดให้เจ้าก็หวังว่าเจ้าจะรับปากข้า ตลอดเวลาที่เจ้ายังมีชีวิต จะรับช่วงต่อคำสาบานนี้จากข้าได้หรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจากนั้นเอ่ยถามว่า “ท่านจ้าวสายฟ้า ในตัวท่านมีบาดแผลจากพิษอสูรมกรพิษบึงใช่หรือไม่ครับ?”
เมื่อได้ยินคำถามของตู้เซ่าฝู่ แววตาของเยี่ยกวังเยี่ยเป่าหลิน เยี่ยจื่อจินสามคนนี้มองตู้เซ่าฝู่ด้วยความประหลาดใจ บาดแผลจากพิษบนตัวของจ้าวสายฟ้าทั้งบ้านสกุลเยี่ยก็มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้นที่รู้ เหตุใดตู้เซ่าฝู่จึงรู้ได้
“ถูกต้อง พิษของอสูรมกรพิษบึงติดอยู่ในตัวข้ามาหลายร้อยปีแล้วไม่มีทางรักษาได้แล้วล่ะ” อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตอบนัยน์ตาของมันสั่นไหว
ตู้เซ่าฝู่มองอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้านิ่งไปสักครู่ จากนั้นกล่าวว่า “ท่านจ้าวสายฟ้า พิษของอสูรมกรพิษบึงบางทีข้าอาจจะรักษาให้ได้”
“อะไรนะเจ้ารักษาพิษของอสูรมกรพิษบึงได้?”
“จริงหรือหากเป็นจริง ไม่ว่าจะต้องใช้อะไร บ้านสกุลเยี่ยก็ยอมทำ”
เยี่ยกวัง เยี่ยเป่าหลินลุกขึ้นในทันใด และหันไปจ้องมองตู้เซ่าฝู่ตาไม่กะพริบแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง ทว่าก็ยังแอบคิดสงสัยในใจ
หลายปีมานี้บ้านสกุลเยี่ยทุกยุคทุกสมัยต่างคิดหาวิธีแม้กระทั่งแอบเชิญนักเวทยันต์ระดับขั้นสูงฝีมือร้ายกาจมาช่วยรักษาลองรักษาดูทุกวิถีทางดูแล้วก็ไม่สำเร็จ
“เซ่าฝู่ เจ้าสามารถรักษาบาดแผลจากพิษของจ้าวสายฟ้าได้จริงหรือ?” เยี่ยจื่อจินลุกขึ้น เผลอคว้ามือทั้งสองข้างของตู้เซ่าฝู่ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวจ้องตาแสดงสีหน้าเปี่ยมด้วยความหวัง
ตู้เซ่าฝู่ลังเลสักครู่จึงอ้าปากพูด “ข้าไม่กล้ารับปาก โอกาสสำเร็จประมาณแปดในสิบล่ะมั้ง”
“ได้โปรดรักษาจ้าวสายฟ้าด้วยขอแค่เจ้ารักษาได้ ไม่ว่าจะต้องเสียสละอะไรไปบ้านสกุลเยี่ยก็ยอม” เยี่ยกวังกับเยี่ยเป่าหลินต่างขอร้องตู้เซ่าฝู่
“ได้โปรดรักษาบาดแผลจากพิษให้ท่านจ้าวสายฟ้าด้วย ขอร้องล่ะ” เยี่ยจื่อจินเขย่ามือตู้เซ่าฝู่ ขอร้องอย่างสุดหัวใจ
“คุณหนูเยี่ย เจ้าต้องปล่อยข้าก่อนข้าถึงสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าได้นะ” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มมองหน้าเยี่ยจื่อจินขณะพูด
“ข้า……”
เยี่ยจื่อจินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอจับมือของตู้เซ่าฝู่ไว้แน่นโดยลืมคิดไปนอกจากมือของบิดาแล้ว นางเพิ่งจะสัมผัสชายอื่นอย่างใกล้ชิดเช่นนี้เป็นครั้งแรกเมื่อตระหนักได้หน้าก็แดงก่ำด้วยความเขินอายทว่าจากนั้นก็รีบเบนความสนใจกลับไปเรื่องบาดแผลจากพิษของจ้าวสายฟ้าในทันที นางมองตู้เซ่าฝู่อย่างตั้งตารอคอยด้วยความหวัง
“ข้าจะพยายามลองดูสุดความสามารถนะ” ตู้เซ่าฝู่บอกกับเยี่ยจื่อจินและอีกสองคนจากนั้นหันไปพูดกับอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าว่า “ท่านจ้าวสายฟ้าขอให้ข้าลองหน่อยเถิด”
“ได้ข้าจะลองให้เจ้าลองดู ดูว่าเจ้ามีความสามารถอะไร”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าพยักหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความประหลาดใจและสงสัย
หลายร้อยปีมานี้ลองวิธีตั้งมากมายมาแล้วก็ยังไม่ได้ผล สำหรับอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเขาตอบรับไปแค่อยากเห็นอะไรสนุกก่อนจากโลกนี้ไป เพราะอย่างไรตัวเองก็จะไม่รอดแล้วดีกว่าตายไปอย่างหงอยเหงาเศร้าหมอง
“เซ่าฝู่ จะเริ่มเมื่อไร ต้องการอะไรในการเตรียมตัวไหมข้าจะไปเตรียมให้ในทันที?” เยี่ยเป่าหลินเอ่ยถามพร้อมกับมองตู้เซ่าฝู่ด้วยความตื่นเต้น
“เริ่มตอนนี้เลย ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร ขอชามใหญ่ๆ ชามหนึ่งให้ข้าก็พอแล้ว แล้วก็ตอนที่ข้ากำลังช่วยขับพิษให้กับอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าห้ามไม่ให้ใครมารบกวน และฝากบอกท่านลุงใหญ่ของข้าให้ทีว่าข้าจะอยู่ที่นี่สักสองสามวัน” ตู้เซ่าฝู่กล่าว
เยี่ยกวังรีบพยักหน้าบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “ไม่มีปัญหาแน่นอนข้าจะยืนคุมอยู่นอกประตูเอง ใครคิดจะบุกเข้ามาต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
หลังจากนั้นภายในห้องศิลา เหลือเพียงตู้เซ่าฝู่กับอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า
“เจ้าหนูเริ่มกันเถิด ข้าจะลองดูกับเจ้า”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหันไปพูดกับตู้เซ่าฝู่สิงโตที่ร่างแก่ชราแม้จะไม่บึกบึนกำยำ ทว่ายังคงมีความน่าเกรงขามของสิงโตอยู่บ้าง
“เริ่มเลย ข้าจะสอนเจ้าทีละขั้น สำหรับคนอื่นคงยากมากแต่เจ้าที่ฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองที่มีเลือดในตัวคล้ายกับอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรอย่างมากก็แค่อาจจะเหนื่อยหน่อยแค่นั้น” คำพูดของเจินชิงฉุนดังหึ่งในหูตู้เซ่าฝู่เหมือนยุงขึ้นมาอีกครั้ง
ตู้เซ่าฝู่เริ่มปฏิบัติ มีเจินชิงฉุนคอยแนะนำทีละขั้นตอนทำให้ในใจเขาตึงเครียดน้อยลงมาก
“ฉึบ……”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามองด้วยสายตาประหลาดใจขั้นแรกตู้เซ่าฝู่หยิบมีดออกมาถุงหยินหยาง จากนั้นเอาขึ้นมาปาดข้อมือตัวเองจากนั้นโลหิตที่มีประกายสีทองอ่อนๆ ก็ไหลหยดลงบนชามใหญ่ที่เตรียมไว้
“โครม!”
หลังจากที่โลหิตประกายทองไหลรินออกมาจากข้อมือของตู้เซ่าฝู่ห้องศิลาก็สนั่นหวั่นไหว มีอักษรยันต์ลึกลับไหลกรูออกมา พร้อมกับพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวซัดออกมาเป็นคลื่น
พลังลมปราณที่ไหลเวียนที่มีพลังแห่งฟ้าดินซ่อนอยู่นี้ไหลเวียนไปทางโลหิตสีทอง
ภายในห้องศิลามีประกายสีทองส่องจ้าราวกับแสงตะวันพลังลมปราณซัดกระหน่ำว่อนห้อง
“นี่มัน……!”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่นิ่งสงบอยู่เสมอตกใจกับคลื่นพลังจนร่างที่หมอบสะดุ้งลุกขึ้นมายืนในทันทีด้วยความเกรงกลัว
ในโลหิตสีทองเริ่มมีพลังปราณแผ่ซ่านออกมามากขึ้นเรื่อยๆทำให้อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเริ่มใจสั่น รู้สึกกดดันและเกรงกลัวพลังปราณนั้น
“ท่านจ้าวสายฟ้า ดื่มโลหิตถ้วยนี้ไปแล้วข้าจะส่งพลังปราณในตัวข้าช่วยขับพิษในตัวให้ท่าน”
ตู้เซ่าฝู่ใช้นิ้วกดรอยกรีดที่ข้อมือเพื่อหยุดเลือดจากนั้นก็ยื่นถ้วยที่บรรจุโลหิตประกายสีทองอื่นๆ ยื่นให้กับ อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า
โลหิตสีทองอ่อนๆสะท้อนจนแสบตา พลังงานที่อัดแน่นคลุ้ง อักษรยันต์ไหลเวียนออกมาราวกับว่ามีร่างเงาของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองเหินบินออกมาจากโลหิตสีทองอ่อนในชาม
เมื่อรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่เอ่อล้นออกมาจากโลหิตประกายทองอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าก็มองตู้เซ่าฝู่ด้วยนัยน์ตาสั่นไหวเขาเริ่มเข้าใจได้แล้วว่าเหตุใดตู้เซ่าฝู่จึงบอกว่าสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของตนได้
น้ำตาของสิงโตตัวนี้ไหลพรากออกมาหลายร้อยปีมานี้เขาคิดไม่ถึงว่าเมื่อถึงเวลาใกล้สิ้นใจกลับได้มาพบแสงสว่างแห่งความหวังอีกครั้งในใจของมันตื่นตันมากจนไม่อาจพรรณนา
“นี่มันพลังลมปราณของอสูรตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองเชียวนะ เจ้าหนู ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ”
เมื่ออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเห็นตู้เซ่าฝู่พยักหน้าก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง รีบยกชามที่บรรจุโลหิตประกายทองที่ได้มาจากตู้เซ่าฝู่สูบจนหมดเกลี้ยง
“โครม!”
หลังจากที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าดื่มกลืนโลหิตประกายทองที่ได้มาจากตู้เซ่าฝู่ร่างของมันก็สั่นไหวอย่างรุนแรง รอบกายของมันเริ่มเอ้อล้นด้วยพลังไฟฟ้าวิบวับแววตาที่ไร้เรี่ยวแรงค่อยๆ เห็นประกายไฟฟ้าไหลแวบผ่าน
ขณะนั้นเองก็มีพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวโถมออกมาจากภายในของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า
คลื่นพลังที่น่าสยดสยองเอ่อล้นออกมาประกายสายฟ้ารอบอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าก็ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆมีควันสีดำสกปรกบางอย่างพุ่งเป็นไอออกมาจากผิวของมัน
“โฮก!”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าแผดเสียงคำรามราวกับว่าได้รับความเจ็บปวดบางอย่าง
ตู้เซ่าฝู่เห็นหมอกควันดำที่พุ่งออกรอบร่างของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าสีหน้าของตู้เซ่าฝู่ก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาคิดว่าหมอกควันสีดำนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับพิษร้ายของอสูรมกรพิษบึง
“ท่านจ้าวสายฟ้า อดทนหน่อยนะ ข้าจะช่วยท่านอีกแรง!”
ตู้เซ่าฝู่กล่าวเสียงเบาๆ ทำตามที่เจินชิงฉุนพูดต่อไปเขานั่งขัดสมาธิด้านหน้าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า กวาดฝ่ามือไปมาร่ายพลังจากนั้นรอบกายเขามีพลังปราณสีทองอ่อนโถมกระหน่ำออกมาเขาส่งคลื่นพลังนี้เข้าสู่ภายในร่างของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า