บทที่5 ตอนที่23 : อลัน ปะทะ โอ๊บ !
“มาได้สักที.. นายคืออลันที่มีขาเป็นอวัยวะพิเศษสินะ?” คำพูดที่ไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำดังออกมาจากปากของชายผู้เฝ้าประตูทางเข้าหอพัก “แกรู้ได้ยังไง?” ผู้มาเยือนถามกลับด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างประหลาดใจ “ก็นังใบ้นั่นมันบอกข้อมูลของพวกแกทุกคนให้พวกเรารู้หมดแล้ว” โอ๊บพาดพิงถึงซีรินญ่าที่ถูกฝังเขี้ยวจนกลายเป็นสมุนของดันทัวร์ “ชิ.. ฉันมาเพื่อพาโจเซฟออกจากที่นี่” ชายหัวเห็ดพูดเป้าประสงค์ของเขาอย่างจริงใจ แต่ทางฝั่งชายผิวกร้านกลับส่ายหัวด้วยความละเหี่ย “งั้นก็ไปเอาไอ้แว่นหน้าติ๋มที่มีตาวิเศษมาแลกซะ” เขาบอกความต้องการของตัวเองอย่างชัดเจนเช่นกัน ซึ่งทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่อลันคิด เหตุการณ์มันบีบบังคับให้เข้าทางของเดอะเลกออฟมิราเคิลทุกอย่าง.. “ถ้าข้อสรุปไม่ลงตัวแบบนี้ก็คงเจรจาด้วยคำพูดไม่ได้แล้วล่ะ” เขายิ้มมุมปากด้วยความอยากลองวิชาจนตัวสั่น “ถ้าคิดว่าจะผ่านฉันแล้วเข้าประตูหอนี้ไปได้ก็ลองดู” บุตรแห่งออการ์เดี้ยนตอบกลับเสียงนิ่ง อลันค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ เป็นอันว่าเขาตอบรับคำเชื้อเชิญ และเมื่อได้ระยะที่พอเหมาะ เป้าหมายอยู่ในระยะทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.. ฟึ่บ!!.. ขาแห่งปาฏิหาริย์ก็ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงพุ่งไปอยู่ด้านหน้าของผู้ท้าทายภายในเสี้ยววิ! “ควะ.. ความเร็วอะไรกันเนี่ย..” ทายาทตระกูล ซี ทาวาสซ์ พูดเสียงระส่ำ “แค่เริ่มต้นก็ผวาขนาดนี้แล้วเหรอ?” ชายหัวเห็ดเอ่ยทัก สายตาทั้งคู่สบกันในชั่วขณะ แต่แววตาที่มองกันและกันนั้นมันแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง.. ดวงตาของผู้พุ่งเข้ามาจู่โจมเต็มไปด้วยความมั่นใจและหยิ่งผยองผิดกับผู้ตั้งรับที่ดวงตาของเขากำลังตื่นตะลึงกับความเร็วระดับปิศาจ เปรี้ยง!! ชายผิวสีน้ำผึ้งผู้มีขาเป็นอวัยวะพิเศษเอี้ยวตัวเตะเข้าไปที่หน้าท้องของโอ๊บเต็ม ๆ “รุนแรงอะไรขนาดนี้เนี่ย.. ทำเอาซะพลังที่จิมมี่ให้มาเกือบจะหมดในการโจมตีเพียงครั้งเดียวเนี่ยนะ!” ชายในชุดนักขุดเหมืองถ่านหินคิดในใจหลังจากรับการกระแทกไปอย่างจัง “ขืนปล่อยให้มันโจมตีอีกครั้ง เราคงไม่รอดแน่.. คงต้องเสี่ยงด้วยพลังที่เหลือทั้งหมดแล้วล่ะ!” โอ๊บได้ทำการตัดสินใจในเสี้ยววิก่อนจะง้างหมัดออกในขณะที่ตัวอลันกำลังลอยอยู่ในอากาศ ฟึ่บ.. เขาเหวี่ยงแขนออกไป ก่อนที่มันจะกระทบเข้ากับขาของอลันที่ยกขึ้นมาป้องกันได้อย่างทันท่วงที เปรี้ยง!! การปะทะกันของพลังอันแข็งแกร่งทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวลั่นไปทั่วบริเวณ ซึ่งด้วยความรุนแรงนั้นเอง จึงทำให้เดอะเลกออฟมิราเคิลถึงกับต้องดีดตัวถอยกลับมาตั้งหลัก “ชิ.. โดนเข้าไปจัง ๆ ขนาดนั้นยังยืนไหวอยู่อีก มันต้องมีจุดอ่อนอยู่บ้างสิหน่า!” ในขณะที่อลันผิดหวังเล็กน้อยกับการปะทะเมื่อครู่ แต่ทางฝั่งชายผู้เฝ้าหอพักกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เขากลัวจนตัวสั่นไปหมด “ซวยแล้ว.. พลังที่ได้รับมาหมดไปแล้ว” “คราวนี้ฉันจะโค่นแกด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวให้ดู!” เด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-บราซิล ดึงอินฟินิตี้ฟอร์สออกมาจากขาของเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนจะพุ่งเข้าไปจู่โจมอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนเป้าหมายโดยอลันนั้นเล็งการโจมตีไปที่ก้านคอของชายที่กำลังยืนช็อค หวืด.. เสียงแข้งของอลันที่หวดลมไปอย่างจังเนื่องจากโอ๊บยังสามารถดึงสติตัวเองกลับมาได้ทัน ก่อนที่จะย่อตัวหลบลงไปได้อย่างหวุดหวิด.. ชายผู้หวั่นเกรงอยู่ในสภาพที่ไม่อาจตอบโต้อะไรได้อีกแล้ว สองมือของเขากุมไปที่ท้ายทอย ขาสองข้างหุบชิดตัวจนเข่าเข้าไปแตะอก แผ่นหลังหันชนฟ้าใบหน้าก้มลงดิน ท่าทางของเขาราวกับเต่าที่กำลังหดอยู่ในกระดองไม่ผิดเพี้ยน “ก็ไม่รอดอยู่ดีนั่นแหละ..” อลันคิดพลางเผยสายตาอันเย็นยะเยือกก่อนจะง้างขาขึ้นทำมุมเก้าสิบองศาตั้งฉากกับผืนโลก และใช้เท้าที่ยกค้างอยู่ฟาดลงไปกลางหลังของชายผู้เคราะห์ร้าย! เปรี้ยง!!.. สันเท้าของผู้โจมตีกระแทกเข้าไปยังเป้าหมายอย่างจัง! มันรุนแรงขนาดที่ทำให้ผืนดินรอบ ๆ สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นแผ่นดินไหวขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว เหตุการณ์ชะงักไปชั่วครู่.. ก่อนที่จะมีรอยยิ้มเล็ก ๆ แย้มออกมาจากทางฝั่งของผู้รับการจู่โจม “อ่าห์.. สุดยอดจริง ๆ ความรู้สึกนี้” ผู้รับการโจมตีครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนจะมีความสุข “ผลีผลามพุ่งเข้ามาโจมตีออแกเนียนคนอื่นทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้อวัยวะพิเศษและความสามารถของเขาเนี่ย.. มันจะดีจริง ๆ เหรอ?” ชายผู้อยู่เบื้องล่างมีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดอีกครั้ง เขาค่อย ๆ ใช้แขนพยุงตัวขึ้นทั้ง ๆ ที่เท้าของอลันยังติดคาอยู่กลางหลัง.. อยู่ ๆ ความมั่นใจของชายชาวแคนาเดียนก็กลับมาเกินร้อยซะเฉย ๆ “แต่ยังไงก็ขอโทษด้วยนะที่ทำให้แกผิดหวัง เสียความรู้สึกไหมล่ะที่โอ้อวดซะดิบดีว่าจะล้มฉันให้ได้ภายในการโจมตีครั้งเดียว แต่กลับทำไม่ได้” บุตรแห่งดิออการ์เดี้ยนยืนขึ้นประชันหน้ากับชายผู้ที่กำลังตะลึง ทางฝั่งของอลันเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกเตะที่เขาใช้พลังดึงอินฟินิตี้ฟอร์สออกมาจนสุดความสามรถแล้วนั้น จะทำอะไรคู่ต่อกรสุดแข็งแกร่งที่อยู่ต่อหน้าเขาตรงนี้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว และในจังหวะที่อลันกำลังยืนเหวออยู่นั่นเอง โอ๊บก็ได้ช่วงชิงโอกาสที่เขามี สาวหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของชายหัวเห็ดอย่างจัง ปั้ง!! แต่ก็เป็นเรื่องแปลก.. หมัดที่เขาปล่อยออกไปนั้นดูเหมือนจะเป็นหมัดลุ่น ๆ ทื่อ ๆ ที่ไม่มีความวิเศษวิโสอะไรเลย แต่มันกลับสามารถทำให้อลันล้มทั้งยืนลงไปได้ หน้าของเดอะเลกออฟมิราเคิลคะมำลงไปนอนหมอบกับพื้นอย่างหมดสภาพ “หนะ..หนอยแน่ะแก!!” เด็กหนุ่มผิวน้ำผึ้งค่อย ๆ ตะเกียกตะกายยืนขึ้นอย่างทุลักทุเลหลังจากตั้งสติได้ ก่อนที่เขากระโดดเหวี่ยงขาซ้ายเข้าไปที่ก้านคอของเป้าหมายทันที! ปั้ง!! ชายผู้ที่อวัยวะพิเศษของเขายังคงเป็นปริศนายกมือขวาขึ้นมาบล็อคการโจมตีนั้นไว้ได้อย่างสบาย ๆ “โธ่เว้ย!!” อลันตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขายังคงไม่ยอมแพ้ เขาพลิกตัวตั้งหลักได้แม้ยังลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนที่ชายหัวเห็ดลองสลับใช้ขาขวาในการจู่โจมบ้าง! หมั่บ!!.. มือขวามือเดิมของโอ๊บตบกลับมาอีกฝั่ง พลางคว้าเข้าไปที่ข้อเท้าและเหวี่ยงเด็กหนุ่มผู้ทะนงตนทิ้งไปราวกับเป็นเพียงแค่ของเล่น จนทำให้ทางฝั่งของอลันต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ในการประคองตัวขึ้นยืนอีกครั้ง ชายหนุ่มผู้สะบักสะบอมเริ่มทิ้งอัตตาอันสูงเฉียดฟ้าของตน และคิดถึงวิธีที่ใช้เป็นข้ออ้างในการต่อรองกับสตีฟ เพื่อให้ยอมปล่อยเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อช่วยโจเซฟด้วยตัวคนเดียว ‘ ใช้ความเร็วเพื่อเอาตัวรอด หรือ.. วิ่งหนีนั่นเอง’ ความคิดแบบนี้ในเวลาปกติคงไม่มีทางแวบเข้ามาในหัวคนอย่างอลันแน่นอน หากแต่ช่วงเวลานี้ชายผู้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าของเขาคือคนที่เขาไม่มีทางเอาชนะได้เลย.. “เป็นอะไรไป? ความเย่อหยิ่งอวดดีเมื่อกี้มันหายไปไหนหมดล่ะ?” โอ๊บได้ทีจึงมองเหยียดก่อนเสียดสีด้วยถ้อยคำแทงใจ แต่ด้วยความที่อลันเป็นคนประเภทไม่ยอมทนกับคำยั่วยุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และหลังจากที่สิ้นสุดการลงโทษของคุณเวิร์ด เขาก็ละเลยการฝึกนั่งสมาธิควบคุมจิตใจและหันมามุ่งมั่นฝึกแต่เรื่องการใช้พลังจึงทำให้สัญชาตญาณเดิมของเขากำเริบขึ้น อนึ่งเขาก็ยังมีความเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าความพยายามในการฝึกฝนอย่างหนักในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันจะทำให้เขายังคงมีหนทางที่จะโค่นอริที่อยู่เบื้องหน้าได้อยู่ “ย้ากกกก!!..” ชายร่างเล็กใช้พลังเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปโจมตีใส่คู่ต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่! “มันต้องมีจุดอ่อนบ้างมั่งแหละ!” อลันคิดขึ้น ก่อนที่คราวนี้เขาจะลองเตะไปที่ขาเพื่อเจาะยางดูบ้าง ปั้ง!! แต่สิ่งที่เขาคาดการณ์มันผิดไปโดยสิ้นเชิง โอ๊บยกขาขึ้นเพื่อป้องกันลูกเตะของชายผู้เดือดดาลได้อย่างง่ายดาย แต่อลันก็ไม่ยอมง่าย ๆ เขาใช้พลังฮึดสุดท้ายรัวเรียวขาอันบ้าคลั่งใส่ทายาทตระกูล ซี ทาวาสซ์ อย่างไม่หยุดยั้ง! ปั้ง ๆ ๆ ๆ !!.. ผลั่วะ!!.. ปั้ง!!.. ผลั่ก!.. ผลั่วะ!!.. ปั้ง ๆ ๆ ๆ !!.. ซึ่งบางการโจมตีของเดอะเลกออฟมิราเคิลนั้นก็ถูกบล็อคได้ บ้างก็เข้าเป้าอย่างจัง แต่นั่นมันก็ไม่สามารถทำให้โอ๊บแสดงออกถึงความรู้สึกเจ็บปวดได้เลยแม้แต่น้อย มันเหมือนกับว่าเขาแค่ยกแขนขาเพื่อป้องกันตัวส่ง ๆ ไปแค่นั้น เมื่อรัวเตะไปทั่ว ๆ ได้สักพักใหญ่อลันก็หยิบลูกเตะที่เขามั่นใจมากที่สุดขึ้นมาใช้อีกครั้ง ชายหนุ่มลอยตัวสูงขึ้นไปบนอากาศ วาดขาทำมุมเก้าสิบองศาตั้งฉากกับผิวโลก.. อินฟินิตี้ฟอร์สทั้งหมดที่เขาสามารถดึงออกมาได้ถูกนำมารวมไว้ที่ส้นเท้าเพียงจุดเดียว ก่อนที่จะตวัดมันลงด้วยความเร็วสูงในขณะที่โอ๊บยังไม่ทันตั้งตัว โดยมีเป้าหมายคือกลางกะโหลก แต่ด้วยสัญชาตญาณ.. โอ๊บรู้ทันทีว่าถ้าปล่อยให้ลูกเตะลูกนี้ลงกลางกระหม่อมของเขามันคงไม่ดีแน่ เขาจึงเก็บคอ งอเข่าชิดติดอกและหมอบลงหน้ามองพื้นในท่าเต่าหุบกระดองเหมือนตอนครั้งแรกที่โดนโจมตีไม่มีผิดเพี้ยน โคร่ม! ! ! หลังจากที่ส้นเท้าของอลันกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของโอ๊บอย่างจังนั้น จึงทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ “ก็บอกแล้วไงว่าโจมตีทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ความสามารถของคนอื่นน่ะ.. มันไม่ดี” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของชาวิส ซี ทาวาสซ์ เอ่ยพลางเอื้อมมือไปจับข้อเท้าที่ยังคงพาดอยู่บนแผ่นหลังของเขา ชายหนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างทรงพลังพลางยกมือที่จับข้อเท้าของอลันไว้ก่อนชูขึ้น “ดูแกตอนนี้สิ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” โอ๊บมองไปยังอลันที่ห้อยกลับหัวต่องแต่งอย่างหมดสภาพในเงื้อมมือของเขากร่อบ!... ก่อนที่มือเปล่า ๆ ของผู้กุมความได้เปรียบจะจัดการบดกระดูกขาของเดอะเลกออฟมิราเคิลจนแหลกเป็นเสี่ยง ๆ “อ๊ากกกกก!!!” และนั่นมันก็ทำให้ชายผู้สูญเสียได้ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด.. เขาเจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ การที่อวัยวะพิเศษถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตานั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่มีออแกเนียนคนไหนอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน “ชะ..ช่วยด้วย.. โอ๊บ ซี ทาวาส” อลันพูดเสียงอ่อย ๆ ด้วยน้ำตาที่เอ่อนองเต็มแก้ม ก่อนที่โอ๊บทิ้งร่างอันอิดโรยลงกับพื้นพลางพูดขึ้น “เรียกชื่อฉันเพื่อขอความเมตตาหรือไง? หึ! ใช้ขาที่เหลืออยู่อีกข้างของแกพาสังขารกลับไปบอกเพื่อน ๆ ซะ ว่าถ้าอยากได้พี่ชายแกคืน ก็เอาไอ้แว่นนั่นมาแลก!” สายตาอันเย็นชาถูกจับจ้องไปที่ชายผู้พ่ายแพ้อย่างไร้เยื่อใย ณ ห้องฝึกต้นไม้ ที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมพลของกลุ่มต่อต้านดันทัวร์ หลังจากที่พวกเขาได้วางแผนกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว “อย่างน้อยพวกเราก็สบายใจได้ไปหนึ่งอย่างแล้วล่ะ เพราะในหนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่า ‘เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีชจะไม่มีวันสูญสลายและถ้าหากเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ถูกทำร้ายระบบป้องกันตัวของมหาวิทยาลัยออแกเนียนจะเริ่มทำงานในทันที’ ฝั่งพวกมันเองก็น่าจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณเวิร์ดอยู่บ้าง มันเลยไม่กล้าฆ่าหรือแม้แต่ทำร้ายคุณเวิร์ดเลย” สตีฟเอ่ยพลางพลิกตำราออแกเนียน “มิน่าล่ะ ตอนที่คุณเวิร์ดโดนโจเซฟต่อย พวกเราถึงรู้สึกว่ามีอะไรสั่น ๆ นั่นน่าจะต้องเป็นระบบป้องกันตัวที่ตำราบอกแน่ ๆ ดีที่ตอนนั้นคุณเวิร์ดห้ามมันเอาไว้ก่อน” มีสท์นึกย้อนถึงเหตุการณ์ “แล้วตามแผนของนาย คือจะให้มีสท์หายตัวเข้าไปข้างในนั้นจริง ๆ เหรอ? นายบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าไอ้ดันทัวร์มันน่าจะรู้ความสามารถของพวกเราหมดทุกคน เพราะตอนนี้ซีรินญ่าไปเป็นพวกของมันแล้ว” โสตเอ่ยถามเพื่อทวนแผนการของสตีฟ “ถึงมันจะรู้ก็จริง แต่พลังของมีสท์ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือได้ง่าย ๆ อีกทั้งเรายังมีเส้นทางลับที่ได้รู้มาจากตำราออแกเนียนอีก หรือถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ ก็ยังมีฉันกับมิทาจิที่พอจะช่วยได้อีกแรง นายไม่ต้องกังวลไปหรอก ทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี” หนุ่มอเมริกันผู้มีตาสีน้ำข้าวคู่สวยเดินเข้าไปตบไหล่ชายร่างท้วม “เอาล่ะ ๆ ทุกคนเข้าใจแผนนะ เริ่มปฏิบัติการได้!!” ดิอินสเปคเตอร์พูดตัดบท แต่ในขณะที่เริ่มแผนการที่วางไว้ไปได้สักพัก โสตก็ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากอลันผ่านคีย์เวิร์ดฉุกเฉิน ซึ่งเขาก็ไม่รอช้าที่จะบอกสตีฟในทันที “สตีฟ! เกิดเรื่องแล้วล่ะ อลันต้องการความช่วยเหลือ!” เสียงอันรีบรนของหนุ่มร่างท้วมพุ่งพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว “นายมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมั้ย!?” หนุ่มชาวอเมริกันก็ถามกลับอย่างทันทีเช่นกัน ในช่วงเวลาเร่งรีบ โสตินทรีย์ก็ได้ใช้เวลาประมวลผลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะให้ข้อมูลทั้งหมดที่เขารู้ “อลันพูดแค่ว่า โอ๊บ ซี ทาวาสซ์ แล้วก็เงียบไปเลย” ซึ่งหลังจากได้ยินเช่นนั้น สตีฟไม่รอช้าที่จะเปิดตำราออแกเนียนออกเพื่อหาข้อมูล หนังสือเล่มยักษ์ถูกกางออกอีกครั้ง และมันก็มีฟังก์ชั่นพิเศษที่จะสามารถเสิร์ชหาข้อมูลตามที่เราต้องการได้ โดยไม่ต้องดูสารบัญและพลิกหน้าเอาเอง หลังจากที่กรอกชื่อ-นามสกุลเสร็จ ตำราก็ได้พลิกไปยังหน้าของตระกูลซี ทาวาสซ์ และแสดงข้อมูลในทันที “แผ่นหลังลูกผู้ชาย เดอะเจ็นเทิลแมนแบ็ค ‘The Gentleman’s Back’ เหรอ?” สตีฟทวนเสียงเบาหลังจากเปิดตำราออแกเนียนหาข้อมูลพลางทำปากหมุบหมิบพร้อมมองขึ้นฟ้าเหมือนกำลังนึกอะไรอยู่ในหัว