ว๊ากเกอร์แพ้รัก (อัพจบค่อยติดเหรียญ)มีe-book

    เพื่อนใหม่

    เพื่อนใหม่By Ming Xin

    มหาวิทยาลัย H     หลังจากวันที่ประกาศผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสามสัปดาห์ต่อมาจึงมีการเรียกนักศึกษาใหม่ไปรายงานตัวในตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมพอดีที่คณะจึงเงียบไม่มีนักศึกษาเลยสักคนแต่วันนี้ไม่เหมือนกัน  เพราะวันนี้เป็นวันลงทะเบียนหน่วยกิตที่เรียนเป็นวันแรก ที่มหาวิทยาลัยจึงคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาจำนวนมากมาย ย้อนไปก่อนหน้านี้สักสองสามวันที่แล้วเหมี่ยวเดินทางมามหาวิทยาลัยพร้อมกับพ่อและแม่ซึ่งท่านตั้งใจมาส่ง เพื่อจะได้ดำเนินการติดต่อเรื่องหอพักให้กับเธอไปเลย ครั้งนี้เหมี่ยวตัดสินใจเช่าหอพักที่เป็นหอนอกเพราะเธอไม่ชอบที่มหาวิทยาลัยจำกัดเวลาการปิดเปิดหอใน เธอจึงเลือกที่จะสละสิทธิ์ไป ในวันนั้นกว่าจะตระเวนหาหอที่ถูกใจ(ถูกใจพ่อและแม่ได้)ก็ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ซึ่งหอที่ได้เป็นหอพักที่ไม่ใกล้และไม่ไกลมหาวิทยาลัยH จนเกินไปที่ชื่อว่า เอ็มไพร์  และที่สำคัญคือมีระบบความปลอดภัยค่อนข้างดีมีบัตรสแกนเข้าออกก่อนเข้าหอพักรวมถึงมีที่จอดรถที่ค่อนข้างสะดวกสบายเลยล่ะ “ดูแลตัวเองดีๆน่ะลูก  ส่วนเรื่องรถเดี๋ยวพ่อจัดการให้บริษัทจัดส่งมาให้”“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ” “ดูแลตัวเองดีๆ แล้วแม่ค่อยมาเยี่ยมเราบ่อยๆ”“ค่ะแม่”เหมี่ยวกอดแม่อย่างอาลัยอาวรณ์ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยห่างไกลบ้านห่างหัวอกพ่อแม่มาไกลขนาดนี้ตอนที่พ่อกับแม่ขับรถจากไปใจเธอห่อเหี่ยวและรู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ หลังจากที่พ่อและแม่เดินทางกลับไปแล้วเหมี่ยวก็นั่งโฮมซิกอยู่ครึ่งค่อนวัน เที่ยงแล้วก็ไม่อยากออกไปไหนสุดท้ายก็ต้มมาม่าประทังชีวิตมื้อนี้ไป “น้ำยาล้างจานก็ไม่มี  เฮ้อ!” ว่าแล้ว  เด็กหอใหม่เอี่ยมอ่องอย่างเธอจะทำอะไรได้นอกจาก“ไปช้อปปิ้งให้หายคิดถึงบ้านดีกว่า”        เริ่มจากการไปยืนรอรถตุ๊ก ตุ๊ก หน้าหอก่อนแล้วกัน เธอเลือกไปซื้อของใช้สอยในหอที่ห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดเพราะขี้เกียจเดินทางไกล ก็คนมันยังไม่คุ้นชินสถานที่นี้เน๊าะบรื้น  บรื๊น  กึก!“แม่หนูถึงแล้ว”“ค่ะ คุณลุงเท่าไหร่ค่ะ”“สามสิบบาทหนู  แล้วขนของคนเดียวจะไหวไหม เราซื้อของมาตั้งเยอะแยะ”“ได้ค่ะลุง หนูขนไหว”“เอาเป็นว่าลุงช่วยขนของตั้งไว้ที่หน้าหอก็แล้วกัน” “ค่ะ ขอบคุณคุณลุงมากค่ะ”ขาไปก็เดินตัวปลิวไปคนเดียวแต่ขากลับไม่คิดว่าตัวเองจะช้อปแหลกลานขนาดนี้  ชนิดที่ขากลับต้องเหมาตุ๊ก ตุ๊ก ใส่ของที่ซื้อมาเต็มคัน จนลุงคนขับแซวว่าเธอจะไปขึ้นบ้านใหม่“เอา! เสร็จแล้ว  ลุงไปก่อนน่ะหนู”“ค่ะ ขอบคุณค่ะลุง” เหมี่ยวยืนเท้าสะเอวมองของที่เธอช้อปปิ้งมาหมาดๆ  หรือว่าตัวเองจะซื้อเยอะไปว่ะเนี่ย เหมี่ยวคิดในใจแต่ในเมื่อซื้อมาแล้วจะให้ทำไงได้ก็ขนสิค่ะ จะรออะไรว่าแล้วเธอก็หยิบของหิ้วไปทั้งสองข้าง ดีว่าที่นี่มีลิฟต์ ถ้าไม่มีอย่าให้พูด ตรูตายอย่างเขียดแค่รอบแรก แสนดียังทนไหวรอบที่สอง ยังโอเครอบที่สาม แฮ่กๆ โคตรเหนื่อยเลยว่ะเด็กในหอที่ผ่านไปผ่านมาก็มองเธอแบบว่าอีนี่จะย้ายบ้านหรือไงของเยอะแยะซะขนาดนี้ก็สายตามันบ่งบอกอย่างนั้นถึงไม่ได้พูดออกมาก็เถอะแฮ่กๆ  อึบ“เธอให้เราช่วยไหม?”เสียงอันหล่อเหลาเข้ากระทบโสตประสาทเหมี่ยว เธอจึงรีบหันหน้าขึ้นไปมองและพยักหน้าตอบรับโดยทันที“ขอบคุณมากค่ะ”  โว้ย!โคตรหล่อเลยวุ้ย หน้าตาการแต่งตัวก็สะอาดสะอ้านใช้น้ำหอมอะไรอ่ะโคตรหอมเลย เสนอมาก็สนองไปอย่าให้เสีย “อยู่ชั้นไหนครับ?”“อยู่ชั้นห้าค่ะ”“อยู่ชั้นเดียวกับผมเลยครับ มา มา ผมช่วยตัวเอง”“ขอบคุณมากค่ะ” เหมี่ยวยิ้มรับอย่างดีใจ“ไม่ทราบว่าเรียนอยู่ชั้นปีไหนแล้วคะ” เหมี่ยวชวนคุยเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบ จนเกินไปแต่ใจจริงก็อยากรู้ด้วยแหละว่าหนุ่มหล่อคนนี้อยู่คณะไหนปีอะไร“ผมอยู่ปีหนึ่งครับ”“อ่าว เราก็ปีหนึ่งเหมือนกัน  แล้วเรียนคณะไหนอ่ะ?”  สรรพนามเริ่มเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันมากขึ้น“คณะเกษตร”“คณะเดียวกันเลย”“จริงเหรอครับ ยินดีที่ได้รู้จักน่ะ”“ยินดีเช่นกันไม่ทราบว่านายชื่ออะไรเหรอ?”“เราชื่อแน็ต”“อืมๆ  เราชื่อเหมี่ยวน่ะ  ดีใจจังเลยมีเพื่อนร่วมคณะอยู่หอเดียวกันนึกว่าจะมีแค่เราคนเดียวที่อยู่ที่นี่เสียแล้ว”“ทำไมคิดงั้นล่ะ”“แค่คิดว่าเด็กปีหนึ่งส่วนใหญ่เขาน่าจะอยู่หอในกันนะสิ”“อืมๆ ก็คงเป็นเช่นงั้น แต่ก็มีบางส่วนที่น่าจะตัดสินใจออกมาอยู่หอนอกเหมือนกับพวกเราอยู่บ้างน่ะ และที่หอนี้ก็มีนักศึกษาคณะเราอยู่” “เหรอดีใจจังจะได้มีเพื่อน”“เสร็จแล้ว เราไปก่อนน่ะ”“ขอบใจมากแน็ต”“ไม่เป็นไรเรายินดี” “ กริ๊ง  กริ๊ง  กริ๊ง  กริ๊ง”เหมี่ยวได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนแรกก็นึกว่าของตนเองจึงล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงตนเองเอ๊ะ!ก็ไม่มี สงสัยจะอยู่ในกระเป๋าสะพายครั้นพอจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่วางไว้บนโต๊ะเท่านั้นแหละ“ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะอีดอกกกกกกกกกกกกกกกก” *0*