ดวงใจมังกรจ้าวปฐพี (ฉบับรีไรท์)

    บทที่ 2 แผนลวง

           เช้าวันรุ่งขึ้น รถม้าคันเก่าวิ่งออกจากจวนราชครูซีทางประตูหลัง มุ่งตรงไปยังประตูเมืองด้านทิศใต้ ภายในรถม้ามีคนนั่งอยู่สามคนกับห่อผ้าเล็ก ๆ สามห่อ ภายในห่อผ้ามีหมั่นโถวสามลูกกับเสื้อผ้าเก่าขาดไม่กี่ชุด ไม่มีเงินทองหรือของล้ำค่าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว 

    ซีหลินนั่งอยู่ในอ้อมกอดของไป๋จิ้ง เนื้อตัวสั่นระริกร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่ออกจากจวนราชครูมา สาวใช้ได้แต่กอดนางให้แน่นขึ้นพร้อมเอามือลูบหลังปลอบใจ เด็กน้อยร้องไห้จนหลับด้วยความอ่อนเพลียรถม้าวิ่งไปตามทางเรื่อย ๆ จนเลยเขตเมืองหลวงไปไกล ไป๋จิ้งที่เปิดผ้าม่านหน้าต่างมองดูทางมาตลอดรู้สึกผิดสังเกต เพราะทางเริ่มเปลี่ยวและไร้ผู้คนขึ้นเรื่อย ๆ นางจำได้ว่าตอนเอ่ยปากขอเงินฮูหยินรองเอาไว้ซื้ออาหารให้คุณหนูกินระหว่างเดินทาง ฮูหยินรองบอกปฏิเสธและบอกว่าบ้านชนบทสกุลซีอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วยามก็ถึงไม่จำเป็นต้องใช้เงิน เมื่อไปถึงบ้านชนบทจะมีพ่อบ้านคอยดูแลเรื่องอาหารการกินและที่อยู่ให้พวกนางเอง นี่ก็เป็นเวลาจวนจะพลบค่ำแล้ว แต่พวกนางยังไปไม่ถึงบ้านชนบท และเส้นทางที่รถม้าพาวิ่งไปเหมือนจะเปลี่ยวขึ้นเรื่อย ๆ ไป๋จิ้งกระซิบเสียงเบาบอกไป๋อิงถึงความผิดปกติและกำชับให้นางระวังตัวให้ดี พร้อมดึงเอามีดสั้นสำหรับหั่นผักสองด้ามออกมาจากรองเท้า แล้วส่งให้ไป๋อิงไปด้ามหนึ่ง ทั้งสองซ่อนมีดสั้นไว้ในแขนเสื้ออย่างมิดชิด“คุณหนูเจ้าคะ ถ้ามีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นแล้วบ่าวสั่งให้ท่านวิ่ง ท่านก็รีบวิ่งหนีไปให้ไกลจากรถม้าให้มากที่สุดนะเจ้าคะ” ไป๋จิ้งกระซิบเสียงเบาข้างหูซีหลิน“จะมีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นหรือพี่ไป๋จิ้ง? ถ้าข้าวิ่งหนีไปแล้วพวกพี่ล่ะ? ข้าไม่อยากวิ่งหนีไปคนเดียวข้ากลัว” ซีหลินถามด้วยเสียงสะอื้น สองมือเล็กกอดเอวไป๋จิ้งแน่นไม่ยอมปล่อย“คุณหนูคนดีของบ่าว ท่านไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ ท่านต้องทำตามที่บ่าวบอกทุกอย่าง แล้วพวกเราทุกคนจะปลอดภัย บ่าวไม่ทิ้งคุณหนูแน่นอนเจ้าค่ะ” ไป๋จิ้งเอ่ยปลอบใจเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอด ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ นางจะปกป้องคุณหนูสุดชีวิต และนางจะไม่ยอมตาย คุณหนูยังเล็ก นางต้องคอยดูแลจนกว่าคุณหนูจะเติบโตรถม้าวิ่งไปต่ออีกสักพักก็หยุดลง ไป๋จิ้งรีบส่งตัวซีหลินออกจากรถม้าทางหน้าต่าง นางสั่งให้เด็กน้อยวิ่งไปแอบในพุ่มไม้ข้างทางอย่างเงียบ ๆ ในขณะที่ไป๋อิงรีบกระโดดลงจากรถม้า แล้วชวนคนบังคับรถม้าคุยเป็นการดึงดูดความสนใจ“พี่หม่าท่านหยุดรถทำไมรึ? หรือว่าท่านตั้งใจแวะกลางทางในที่เปลี่ยวแบบนี้เพื่อจะสื่อความหมายบางอย่างกับข้า ท่านเคยแอบมองข้าตอนอยู่ในจวนใช่หรือไม่?” ไป๋อิงถามซื่อหม่าเสียงใส พร้อมแสร้งทำท่าเขินอายซื่อหม่าจ้องมองไป๋อิงตาเป็นมัน สาวใช้นางนี้อายุเพิ่งจะสิบสองปี กำลังแตกเนื้อสาว ผิวขาว หน้าตาน่ารัก รูปร่างเล็กบาง เขาเคยแอบมองนางจริง ๆ “ไหน ๆ ก็ต้องฆ่าพวกนางทิ้งตามคำสั่งฮูหยินรองอยู่แล้ว ขอมีความสุขกับนางก่อนแล้วกัน” ซื่อหม่าเดินเข้าไปโอบเอวหญิงสาว แล้วก้มหน้าลงจูบแก้มนางแรง ๆ ไป๋อิงร้อง “อุ๊ย!” แล้วรีบเอามือผลักซื่อหม่าออก“พี่หม่าท่านใจร้อนเกินไปแล้ว นี่ท่านตั้งใจจะพลอดรักกับข้าตรงนี้เลยหรือ? ในรถม้ายังมีไป๋จิ้งกับคุณหนูนั่งอยู่นะ ถ้าพวกเขาออกมาเห็น ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ไป๋อิงถามอย่างแง่งอน“งั้นเจ้าไปกับข้า” ซื่อหม่าพูดเสียงหื่น พลางเดินจูงมือไป๋อิงเข้าไปในป่าข้างทางไป๋จิ้งแอบฟังทั้งสองคุยกัน เมื่อเสียงของทั้งคู่เงียบลง ก็รีบกระโดดลงมาจากรถม้า แล้ววิ่งไปที่หน้ารถค้นหาอาวุธที่ซื่อหม่าน่าจะเตรียมไว้เพื่อฆ่าพวกนาง เมื่อค้นไปใต้ที่นั่งก็พบดาบยาวเล่มหนึ่ง ไป๋จิ้งถือดาบไว้ในมือ แล้วรีบแอบย่องไปตามทางที่ซื่อหม่าพาไป๋อิงเดินหายเข้าไป“พี่หม่าข้าจะช่วยท่านถอดเสื้อนะ จะได้เอามารองไว้บนพื้น หลังข้าจะได้ไม่เปื้อนดิน” ไป๋อิงเดินเข้าไปถอดเสื้อของซื่อหม่าออกอย่างช้า ๆ หมายจะถ่วงเวลาให้ไป๋จิ้งตามมาช่วย แต่ซื่อหม่าเป็นพวกสันดานหยาบ เมื่อไป๋อิงเดินเข้าไปใกล้ก็ใช้มือกระชากเสื้อผ้าของนางอย่างแรงจนขาด ไป๋อิงตกใจสุดขีดแต่ก็ยังพอมีสติ“พี่หม่า! ทำไมท่านต้องทำรุนแรงกับข้า นี่เป็นครั้งแรกของข้านะ ท่านช่วยนิ่มนวลกับข้าหน่อยเถอะ ชุดข้าขาดหมดแล้ว” ไป๋อิงพูดเสียงเศร้า“งั้นเจ้าก็รีบ ๆ ถอดชุดออกเอง ข้าอยากจะกลืนกินเจ้าเต็มทีแล้ว” ซื่อหม่าเอ่ยอย่างรำคาญ สองมือรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดเหลือแต่กายล่อนจ้อน ไป๋อิงแสร้งทำท่าเขินอาย ถอดเสื้อผ้าของตนออกอย่างช้า ๆ ทีละชิ้น จนกระทั่งมองเห็นไป๋จิ้งที่แอบอยู่ทางด้านหลังไม่ไกลจากตัวของซื่อหม่า จึงถอดเอี๊ยมบังทรงของตนเองออก เผยให้เห็นหน้าอกเล็กขาวเนียน ซื่อหม่าตาลุกวาวรีบกระโจนเข้าไปขย้ำหน้าอกของหญิงสาวอย่างหยาบคาย ไป๋อิงฉวยโอกาสที่ซื่อหม่าใช้สองมือบีบหน้าอกตน ปักมีดสั้นแทงเข้าที่กลางหลังของซื่อหม่าอย่างแรงจนมิดด้าม แล้วใช้เท้าถีบร่างใหญ่น่ารังเกียจออกไปพ้นตัว เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของซื่อหม่าดังลั่นป่า เลือดไหลทะลักท่วมหลัง ไป๋จิ้งวิ่งออกจากที่ซ่อนใช้ดาบยาวในมือแทงซ้ำเข้าไปที่ลำคอทันที ซื่อหม่านอนขาดใจตายในสภาพน่าอนาถ ไป๋อิงรีบแต่งตัว ในขณะที่ไป๋จิ้งเดินไปค้นกองเสื้อผ้าของซื่อหม่า พบถุงเงินที่มีเงินอยู่เล็กน้อย จึงเก็บไว้ในอกเสื้อ สองสาวใช้รีบพากันเดินออกจากป่า ไป๋จิ้งรีบเข้าไปอุ้มซีหลินที่นอนขดตัวร้องไห้เพราะตกใจเสียงร้องโหยหวนของซื่อหม่าออกจากพุ่มไม้มากอดไว้“คุณหนูไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ พวกเราปลอดภัยแล้ว เจ้าคนชั่วมันตายแล้วเจ้าค่ะ”ไป๋จิ้งเอ่ยปลอบเด็กน้อย พร้อมกับอุ้มนางขึ้นไปนั่งในรถม้า“ไป๋อิง เจ้าไปบังคับรถม้ากลับไปตามทางเดิมให้พ้นจากสถานที่เปลี่ยวแห่งนี้ก่อน” ไป๋อิงพยักหน้ารับ แล้วรีบปีนขึ้นไปบังคับรถม้าเดินกลับไปตามทางเดิมอย่างไม่รอช้า กว่าจะออกพ้นจากชายป่าก็เป็นเวลาค่ำแล้ว เส้นทางมืดสนิท พวกนางสามคนนายบ่าว จำเป็นต้องหยุดพักค้างคืนริมทาง ไป๋อิงเดินไปหาเศษไม้มาก่อกองไฟข้าง ๆ รถม้า“คุณหนู คืนนี้กินหมั่นโถวรองท้องไปก่อน ไว้พรุ่งนี้บ่าวจะหาข้าวมาให้ท่านกินเจ้าค่ะ” ไป๋จิ้งพูดเสียงเบาพลางหยิบหมั่นโถวลูกหนึ่งออกมาจากห่อผ้าป้อนใส่ปากซีหลิน หลังกินเสร็จก็พาเจ้านายน้อยเข้าไปนอนในรถม้า รอจนเด็กน้อยหลับสนิทนางจึงออกมานั่งข้างกองไฟกับไป๋อิง“ฮูหยินรองไม่ได้ตั้งใจจะส่งคุณหนูไปอยู่ที่บ้านชนบทสกุลซี แต่นางตั้งใจจะฆ่าคุณหนูกับพวกเราแล้วทิ้งศพไว้กลางป่า จิตใจของนางโหดร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉาน” ไป๋อิงพูดอย่างแค้นเคืองไป๋จิ้งนั่งนิ่งมองไปที่กองไฟอย่างเหม่อลอย ในหัวของนางตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นจากที่ใด ไม่มีที่หมายให้ไป ไม่มีของล้ำค่าให้ใช้ประทังชีวิต มีแต่เศษเงินเพียงเล็กน้อยกับรถม้าเก่า ๆ “สวรรค์ท่านยังมีตาอยู่หรือไม่? ฮูหยินใหญ่เป็นคนดีมีจิตใจเมตตากรุณา ท่านก็รีบมาพรากชีวิตของนางไป ทำให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของนางต้องมีชีวิตที่ลำบากเหมือนตกนรกทั้งเป็น โดนคนชั่วช้าใจทรามรังแกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด นางเป็นแค่เด็กผู้หญิงวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น ตอนนี้นางไร้ที่พึ่ง ไร้บ้าน ไร้ซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีชีวิตอยู่อย่างไร? สวรรค์ท่านรังแกพวกนางสองคนแม่ลูกพอแล้วหรือยัง?”ไป๋จิ้งเอ่ยถามสวรรค์ แล้วนั่งกอดเข่าร้องไห้โฮด้วยความอัดอั้นตันใจ นางไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ยังจะสามารถแกล้งทำเป็นคนเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของคุณหนูได้อีกหรือไม่?