Sorry คนนี้หวง [มี E-book]

    ตุ๊กตาหน้ารถ

    ฉันนั่งหัวสั่นหัวคลอนเอนไปซ้ายทีขวาทีตามแรงเหวี่ยงของรถตัวแข็งทื่อขณะที่รถกำลังดริปตีโค้ง “นะ..นายเบาๆหน่อยสิ!” หลับหูหลับตาตะโกนบอกคนขับที่นั่งอยู่ด้านข้าง “เงียบๆ!” เซนหันมาตะคอกใส่แล้วหันไปขับรถต่อ เขาจะหันมาบอกฉันทำไมเนี่ย มันอันตรายนะโว้ย! ”โอ่ยย เวียนหัว” ขมุบขมิบปากบ่นกับตัวเองเบาๆ แล้วพอแอบเงยหน้าขึ้นมองทางข้างหน้าก็แทบเป็นลม ทำไมมันเร็วแบบนี้วะ หัวใจจะวายตาย เอี้ยดดด!เสียงแบรกเหมือนระฆังปลุกฉันให้ลืมตาไปมองข้างหน้า กะพริบตาปริบๆ มันจบแล้วใช่มั้ยหรืออะไรยังไงทำไมในหัวมันหมุนติ้วๆแบบนี้”จะนั่งแช่อีกนานมั้ย” รู้ตัวอีกทีเซนเปิดประตูมาฝั่งฉันแล้วยืนจ้องหน้านิ่ง ฉันเลยค่อยๆออกจากรถ แต่ทำไมพื้นมันเอียงๆหมับ! “เฮ้ยๆ ไหวมั้ยวะ” ฉันกุ้มลงมองมือที่จับแขนฉันไว้ อยากจะบอกเขาว่าไม่ไหว เกือบหัวใจวายตาย! แต่ไม่มีแรงจะบอก เสียงหายไปไหนไม่รู้“ไอ้เซนพาไปนั่งพักก่อนเถอะว่ะ ดูหน้าซีดๆ” คินเดินมาบอกเซน เขาเลยดึงแขนฉันให้เดินตามไปที่นั่งพักข้างในที่เช็ครถแล้วเดินไปตรวจรถกับคินต่อ ถ้าจะดึงขนาดนี้ฉันเดินเองก็ได้เหอะ พอได้นั่งพักสักพักก็รู้สึกดีขึ้น ครืด ครืด~เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นดังขึ้น พอหยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรมา ชื่อยัยขวัญโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ”ฮะ..” (แกไปอยู่บนรถคันนั้นได้ไง!) ยังไม่ทันพูดจบขวัญก็พูดเสียงแหลมแทรกมาก่อน”ฉันก็งงเหมือนกัน“ (อะไรของแก ไปนั่งบนรถขนาดนั้น บอกมาดีๆนะยะ)“ไม่รู้ ว่าแต่แกจะอยู่ต่อมั้ย ฉันจะกลับแล้ว” ฉันบอกพร้อมกับยืนขึ้นแล้วเดินไปตรงทางออก(ฉันก็ว่าจะกลับละ) “โอเค เดี๋ยวเดินไปหาที่เดิม..” ขาที่กำลังเดินออกจากจุดเช็ครถต้องชะงัก เพราะเซนมายืนขวางไว้”จะหนีไปไหน ค่าเสียหายล่ะ” “ก็บอกมาสิว่าเท่าไร” ฉันกรอกตาไปมา ดูท่าทางเขาก็น่าจะรวยทำไมขี้งกแบบนี้”ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่ที่รู้ๆเธอยังกลับไม่ได้” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความขุ่นเคือง นี่ยังไม่หายโมโหที่เขาเอาชีวิตฉันไปเสี่ยงกับการขับรถบ้าบอนั่นอยู่เลย คิดแล้วก็เวียนหัวขึ้นมาทันที“ทำไมฉันจะกลับไม่ได้”(เกิดอะไรขึ้นวะเพ้นท์) เสียงขวัญดังออกมาจากโทรศัพท์ที่ฉันถือค้างอยู่ เกือบลืมไปเลยว่ายังไม่วางสาย”แกกลับก่อนเลยก็ได้ ฉันมีธุระนิดหน่อย”(ธุระอะไร) “เออน่า แค่นี้นะ” ไม่รอให้ปลายสายตอบกลับ ฉันก็ตัดสายซะก่อน”ไปขึ้นรถ” ทันทีที่ฉันเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เขาก็พูดขึ้นมาพร้อมกับดึงข้อมือฉันให้เดินตาม ตั้งแต่เจอเซนฉันโดนเขาลากไปมาตลอดเลยให้ตายเหอะ คนนะไม่ใช่หมา! “อะไรอีกเนี่ย จะให้ฉันขึ้นไปทำไมอีก“ พอเดินมาถึงที่เช็ครถด้านหน้าก็เจอกับคิน เต ผู้ชายอีกสองคนที่ฉันไม่รู้จักและช่างที่อยู่ก่อนหน้าสามสี่คน“อ้าวนี่เธอยังอยู่อีกเหรอ” เตหันมาพูดกับฉันแบบงงๆ อย่าว่าแต่เขาที่งง ฉันก็งงตัวเองเหมือนกันว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”ใช่ได้นี่หว่า ขึ้นไปนั่งกับไอ้เซนแล้วไม่อ้วกแตกได้ เธอนี่อึดเหมือนกันนะเนี่ย” คินหันมาบอกยิ้มๆ “ก็เกือบเหมือนกัน ขับห่วยแตกขนาดนั้น” ฉันบอกตามตรง ไม่ใช่แค่จะอ้วกแตกนะ หัวใจแทบวายตายคารถเขาอยู่ละ”ฮ่าๆๆ ถูชะตากับเธอชะมัดเลย ถึงงั้นไอ้เซนมันไม่เคยแพ้นะเว้ย” ”มึงก็ถูกชะตากับผู้หญิงทุกคนแหละไอ้คิน” ผู้ชายผมสีควันบุหรี่หยุดจากการขันอะไรหน้ากระโปงรถหันมามองทางพวกเรา”อะไรวะ มึงจะขัดกูเพื่อ ไอ้เดย์“ “เห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้นะมึง ว่าแต่น้องคนสวยนี่ใครวะ“ ผู้ชายอีกคนที่ยืนดูรถข้างผู้ชายที่ชื่อเดย์หันไปถามเซนด้วยความสงสัย แล้วทุกคนก็หันมาเพื่อรอฟังคำตอบกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ช่างที่กำลังเช็ครถคันอื่นใกล้ๆ”ลูกหนี้” “ใครลูกหนี้นาย ฉันก็ถามอยู่ตั้งหลายครั้งว่าค่าเสียหายเท่าไร นายก็ไม่บอกสักที“ ”เออ ผมเช็ครถให้แล้วนะพี่เซน ไม่มีไรเสียหายนอกจากเป็นรอย“ แล้วเตก็พูดขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้ “ค่าเสียหายเท่าไร” ฉันหันไปถามเต จะได้กลับบ้านไปนอนสักที ง่วงจะตายอยู่แล้ว “เก้าหมื่นแปด” พอได้ยินค่าเสียหายฉันนี่หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง“ไอ้รอยเท่าขี้เล็บนั่นน่ะนะเก้าหมื่นแปด! นายดูเลขศูนย์ผิดหรือเปล่า” ฉันถามเตเพื่อความแน่ใจ บางทีเขาอาจจะตาลายดูเลขศูนย์เกินมาตัวนึง มันอาจจะแค่เก้าพันแปดก็ได้ “เท่าขี้เล็บที่ไหน เกือบครึ่งคันแหน่ะ” “ถึงจะงั้นก็เหอะ มันไม่ลึกไม่ใช่หรือไง“ “รถพี่เซนคันละเกือบสามสิบล้านนะเว้ย มันก็ราคานี้แหละ นี่ถูกแล้วนะ” ถูกกับผีนายสิ แค่ได้ยินราคาค่าเสียหายก็แทบจะเป็นลมล้มพับ แถมยังต้องมาได้ยินราคารถแสนแพงหูดับตับไหม้ขายไตก็ยังซื้อไม่ได้อีกตากหาก ทำไมมันซวยงี้วะ! ไหนใครบอกขวาร้ายซ้ายดีไง นี่ฉันก็มาทางซ้ายแล้วนะ ทำไมเป็นงี้อะ! “จ่ายมาสิ” เซนยื่นมือออกมาแบข้างหน้า”ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก“ ฉันบอกเสียงเบาอุบอิบ เงินเก็บในบัญชีมีแค่หมื่นเดียวเอง แค่ค่าหอกับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนที่แม่ส่งมาให้หมื่นสองยังจะไม่พอใช้เลย จะไปเอาเงินเกือบแสนมาให้ตอนนี้ได้ไง ฉันมันผู้หญิงจนๆไม่ได้รวยมีรถคันละสามสิบล้านแบบเขานี่ คนอะไรหน้าตาก็ดีแต่ขูดเลือดขูดเนื้อชะมัด”นี่จะเบี้ยวเหรอ” “เปล่านะ คือตอนนี้ฉันยังไม่มี แต่ขอผ่อนให้ได้มั้ยอะ” ฉันพยายามประนีประนอม พูดด้วยเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เผื่อเขาจะสงสารเมตตาผู้หญิงตาดำๆแบบฉันสักนิด”คนอวดดีเมื่อกี้มันหายไปไหนวะ” เซนพูดลอยๆ แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่ามันหมายถึงฉัน มันก็ยืนอยู่หน้านายนี่ไง ตอนนี้ได้แต่พูดอยู่ในใจ เกิดพูดให้เขาได้ยินก็แย่น่ะสิ เขาอาจจะแจ้งความฉันก็ได้ใครจะรู้ “มึงก็อย่าโหดใส่สิวะ น้องเขากลัวมึงแล้วนั่นน่ะ” คนที่ยืนอยู่ข้างเดย์พูดขึ้น “เสือกนะไอ้ไนซ์” เซนหันไปด่าคนที่ชื่อไนซ์แบบไม่จริงจังมากนัก “เอ้าไอ้นี่ มึงไม่เห็นไงว่าน้องเขาเป็นผู้หญิง ใจเย็นหน่อยดิวะ” ไนซ์เดินมาตบบ่าเซนแล้วเดินไปเช็ครถต่อ “คุยกันเองละกัน กูทำงานต่อละ” พอคินพูดจบทุกคนก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อทันที อย่าปล่อยฉันไว้แบบนี้สิ มาช่วยกันก่อน! ไอ้คนข้างหน้ามันจะกินหัวฉันอยู่แล้ว!“เอ่อ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่อั้มๆอึ้งๆ ไม่กล้าเอ่ยปากหรือขยับตัว “ชื่อไร” “เพ้นท์“”อายุเท่าไร” “ยี่สิบเอ็ดปี” ฉันตอบแบบงงๆว่าเขาจะมาซักประวัติฉันทำไม “ฉันอายุมากกว่าเธอ คนที่นี่ก็ด้วยยกเว้นไอ้เตมันอายุเท่าเธอ จะพูดอะไรระวังหน่อย” “อึก! เอ่อ..คะ..ค่ะ” ฉันกลืนน้ำลายดังอึกแล้วตอบแบบมีหางเสียง ดูจากท่าทางของเซน เอ่อ พี่เซนแล้ว เหมือนจะพร้อมงับหัวฉันทุกเมื่อ น่ากลัวอะ “ถ้าอยากผ่อนก็ไปขึ้นรถ ใกล้เวลาแล้ว” พี่เซนพูดจบก็เดินดึ่งๆไปนั่งรถคันเดิมฝั่งคนขับที่ฉันนั่งก่อนหน้านี้ หมายความว่าไงอะ ฉันต้องไปนั่งรถเขาอีกแล้วเหรอ อยู่ดีๆขาก็เหมือนจะสั่นๆ”พี่เซน เพ้นท์ต้องไปนั่งจริงอะ ให้เตไปนั่งแทนไม่ไดเหรอ” “เฮ้ย ตลกตายห่าสิถ้าให้ฉันไปนั่งกับพี่เซนน่ะ” เออก็จริง พอมาลองนึกภาพผู้ชายตัวโตสองคนไปนั่งข้างกันบนรถแข่งแล้วก็ตลกจริงๆนั่นแหละ “แต่..””นั่งๆไปเหอะ เคยนั่งมาแล้วเธอยังไม่เป็นไรเลย“ ฉันล่ะอยากจะตะโกนใส่หน้าเตดังๆว่าไอ้ตอนนั้นแทบตายเลยเว้ย แต่ก็ทำไมได้”รีบขึ้นมา” เสียงแหบต่ำเปล่งออกมาอย่างหงุดหงิดที่รอนาน “ไปเลย พี่เซนโมโหขึ้นมาไม่มีใครช่วยเธอได้นะเว้ย” เตเดินมากระซิบแล้วกลับไปช่วยพี่เดย์ดูรถอีกคัน ได้ยินแค่นี้ขาทั้งสองข้างก็รีบบึ่งไปนั่งข้างคนขับแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด เอาวะ! ครั้งแรกยังผ่านมาได้ อีกสักครั้งจะเป็นไร ดีกว่าเจอพี่เซนงับหัว