“ไม่เป็นไร เรื่องนี้คุณไม่ผิดแต่เป็นเขาต่างหาก” เจมส์ยิ้มให้หญิงสาวทีหนึ่ง
สำหรับวุ้นเส้นคำพูดของเขาเหมือนกับน้ำหวานที่ชุ่มในลำคอ รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้านาย จะให้ผมหักกระดูกพวกเขาดีไหมครับ” ทอยบิดข้อมือไปมา ปากก็หัวเราะเหมือนวายร้าย
ธิติและเขตถอยหลังไปเพราะความกลัว ต่อให้ทั้งสองมีรูปร่างที่ดูดีแต่หากเทียบกับทอยแล้วยังห่างอีกหลายระดับ
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก กว่าคนเราจะโตได้ต้องเปลืองข้าวเปลืองน้ำตั้งเท่าไหร่ เพียงแค่ขอโทษ...บางทีผมอาจให้อภัย”
“เข้าใจแล้วครับเจ้านาย” ทอยเดินไปหาทั้งสองคน ล็อกตัวจากทางด้านหลังคนละมือ ต่อให้ธิติและเขตต้องการขัดขืนแต่ว่าหุ่นแบนเนอร์มีชั้นเหล็กแกร่งอยู่ด้านในผิวสังเคราะห์ แรงมนุษย์ไม่สามารถแข็งขืนได้อยู่แล้ว
“จะทำอะไร! ที่นี่ในห้างนะ มีกล้องวงจรปิดเยอะแยะคิดจะใช้กำลังรังแกละก็...ฉันจะแจ้งตำรวจ!” ธิติไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงหยิบยกกฎหมายขึ้นมาขู่
“ใช่แล้วกล้องวงจรปิดเยอะแยะ ทางที่ดีนายบอกให้ไอ้ยักษ์นี่ปล่อยพวกเราไปซะ จากนั้นก็ขอโทษ ฉันจะไม่เอาเรื่องก็ได้!” เขตเปลี่ยนให้ดำเป็นขาวได้หน้าตาเฉย ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ
เจมส์หัวเราะมุมปาก ก้มศรีษะลงมา สองมือวางบนบ่าแล้วกระซิบเสียงเบา “ใช่เพราะมีกล้องวงจรปิดพวกคุณถึงยังอยู่รอดปลอดภัย แต่คุณคิดว่ากฎหมายจะทำอะไรผมได้? คิดว่าตำรวจจะเชื่อคนไร้ชื่อเสียงไม่มีเงินเหรอ...”
“ฟังนะ...เงินของผมนี่แหละคือกฎ! เชื่อไหมว่าผมสามารถทำให้คุณสองคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย นี่ไม่ใช่การเตือน เอาล่ะถ้าเข้าใจแล้วก็ก้มหัวขอโทษผมซะ”
เจมส์ถอยหลังกลับมา ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เฝ้ามองคนทั้งสองราวกับตัวตลก
เขตและธิติตัวสั่นระริก เจ็บข้อมือจนกระดูกแทบหักแถมเมื่อครู่ยังถูกกดที่ไหล่ หากไม่เป็นเพราะสุภาพบุรุษร่างสูงล็อกตัวไว้ด้านหลัง เกรงว่าคงแข้งเข่าอ่อนอยู่บนพื้นนานแล้ว
เวลานี้คนทั้งสองก้มศีรษะลงอย่างสำนึกผิด
“ขอโทษครับคุณเจมส์ เป็นพวกเราที่ดูไม่ดีเองมองคนที่ภายนอก ต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“รู้ตัวก็ดีแล้วครับ” เจมส์พยักหน้าพึงพอใจ แล้วโอบเอวสไปร์เข้ามา เดินผ่านทั้งคู่ไปโดยไม่หันกลับมามอง
วุ้นเส้นค่อนข้างกระปรี้กระเปร่าที่ชายหนุ่มสองคนถูกกำราบ แต่ไม่ค่อยพอใจเมื่อเจมส์ฉกฉวยโอกาสนั้นแตะเนื้อต้องตัวคู่แข่ง กัดฟันกรอดแล้วย่ำเท้าเข้าไปขนาบข้างทันที
เมื่อทั้งสามไปหมดแล้วทอยก็ทำการบีบข้อมือเบาๆ เสียง'กร็อบ'ทำเอาเขตและธิติร้องโอดครวญ อยากจะส่งเสียงร้องไห้ดังๆ เป็นต้องพยักหน้าสั่นๆ เมื่อถูกข่มขู่
“เงียบไว้ ห้ามส่งเสียงร้องเด็ดขาด ไม่งั้นไม่ใช่แค่มือแต่จะเป็นขา...พวกคุณคงไม่อยากเป็นคนพิการเดินไม่ได้หรอกใช่ไหม งั้นก็เข้มแข็งไว้ ออกไปจากห้างก่อนแล้วค่อยร้องโอเคนะ อ้อไม่ต้องกลัวว่าจะเดินไปไม่ไหว เดี๋ยวผมจะเดินไปส่งเอง”
“เอ่อ...พวกเราเอารถมา ไม่ต้องรบกวนนายหรอก” เขตกัดฟันพูดทั้งน้ำตา
ธิติอยากจะกระโดดถีบเพื่อนร่วมคณะ ทำไมถึงโง่เชิญให้อีกฝ่ายไปขึ้นรถด้วย
ทอยยิ้มหน้าบาน “งั้นก็ดีเลย พักอยู่ที่ไหนเดี๋ยวจะไปส่ง ไม่ต้องกลัวว่าผมจะขับรถไม่ดีนะ เพราะผมเนี่ยหัดขับรถมาจากวิดีโอเกม รับรองปลอดภัยหายห่วง”
ปลอดภัยกลับผีน่ะสิจะตายละไม่ว่า!
ธิติและเขตขึ้นรถไปกับทอยอย่างไม่มีทางเลือก
ทั้งสองเริ่มร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องให้ทอยปล่อยพวกเขาไป
ทอยหัวเราะชอบใจ เหยีบคันเร่งโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม พุ่งเข้าชนรถอีกคันที่เป็นแลมโบร์กินีสีแดงสด
อีกฝ่ายแน่นอนย่อมต้องเป็นลูกหลานคนรวย ระบบเซฟตี้ดีกว่ารถอีโคคาร์ไม่รู้กี่เท่า ชนแค่นี้คนข้างในไม่ได้รับบาดเจ็บหรอก
หยิบหมวกล่องหนของเจ้านายที่อยู่ในกระเป๋าด้านในขึ้นมาใส่ ทอย'ล่องหน'อย่างไร้ร่องรอย และถึงแม้เขตกับธิติจะปฏิเสธว่าไม่ได้ขับ แต่ในรถมีเพียงพวกเขาสองคนแล้วใครจะเชื่อ
.....
ทอยกลับมาถึงห้างสรรพสินค้าแมงโก้ก็เป็นเวลาเที่ยงวัน
ซึ่งหลังจากที่เขาจัดการทั้งคู่ด้วยการชนรถอีกคันก็ไม่ได้กลับมาทันที หากแต่อยู่ที่นั่นเพื่อคอยดูเรื่องราวต่อไป
“เจ้านาย ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ” ทอยรายงานสถานการณ์ฝั่งนู้นด้วยอารมณ์เด็กๆ หน้าตาใสซื่อที่เพิ่งขับรถเฉียดตายมา
เจมส์พยักหน้าพึงพอใจ นี่ไม่ใช่ว่าเขาโหดหากแต่ไม่คิดปราณี โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับไร่ทุเรียนทำให้เขาเป็นคนเด็ดขาดขึ้น
จะตีงูต้องตีให้ตาย!
แต่ถึงแม้เขตกับธิติจะไม่ตาย แต่เชื่อว่าคู่กรณีจะเล่นหนัก คงทำให้ทั้งคู่ไม่กล้ากลับมาซ่าอีก
ส่วนเรื่องหมวกล่องหน โดยปกติก็อยู่บนเรือไม่ค่อยได้ใช้งานเพราะผลเสียด้านลบ แต่เพราะทอยเป็นหุ่นยนต์ ผลเสียด้านลบจึงไม่ส่งผลต่อร่างกายซึ่งเป็นเหล็กแกร่ง บวกกับช่วงที่ผ่านมาไปเกาหลีใต้ บางครั้งก็ต้องใช้หมวกผ่านเข้าออกสถานที่อย่างว่า รวมถึงโรงหนังเพราะขี้เกียจซื้อตั๋ว
“อะไรเรียบร้อยเหรอคะ?” สไปร์ถาม ท่าทางอยากรู้อยากเห็น
“อ๋อไม่มีอะหรอกครับ เดินดูต่อเถอะ” เจมส์เลือกจะไม่ตอบคำถาม เพียงเดินดูภายในคลินิกด้วยความชื่นชม
ด้านนอกมีป้ายแบรนด์ขนาดใหญ่ JSV คลินิก เป็นตัวหนังสือสีแดงเด่นสะดุดตา มองจากข้างนอกมาจะเห็นโซนนั่งรอระหว่างคิวเข้ารับการรักษา เป็นโซฟาสีขาวชวนสดใส เคาเตอร์เซอร์วิสมีขนาดยาวพอรับบริการลูกค้าได้ถึงสามคน
วุ้นเส้นเริ่มอธิบายเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายรักษาในคลินิก “ถ้าหากลูกค้าเข้ามาครั้งแรกแล้วอยากจะลอง ก็ครั้งละ 750 บาท นี่ถือว่าถูกที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับเครื่องมือและค่าบริการจากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนั้นยังได้รับการดูแลแบบวีไอพี ฉันเชื่อว่าทุกคนจะต้องประทับใจในบริการและต้องกลับมาใช้เป็นครั้งที่สอง”
“นอกจากนั้นการรักษาใช่จะมีเพียงประเภทเดียว โดยเราจะแบ่งคอร์สรักษาชัดเจน เช่นคนนี้มาด้วยเรื่องปัญหารอยสิวที่แก้ยังไงก็ไม่หาย ทางคลินิกจะมีบริการเลเซอร์อยู่ในคอร์สรวมถึงจ่ายยาและครีมกลับไปทา ค่ารักจะสูงขึ้นตามหลักและเหตุผล ส่วนบางคนอยากขาวขึ้นก็จะเป็นอีกคอร์สค่ารักษาจะต่างกัน...”
ถึงเจมส์จะไม่เคยเข้าคลินิกพวกนี้เพราะว่ามันแพง แต่ก็เคยได้ยินมาคร่าวๆ เรื่องคอร์สแต่ละแบบจะถูกคัดแยกอย่างเป็นระเบียบ ยิ่งเป็นคอร์สที่นับรวมบริการทุกอย่างราคาจะยิ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
ด้านในเป็นห้องที่ถูกแบ่งแยกแต่ละห้องชัดเจน
มีเตียงสำหรับผู้ที่เข้ามารักษา ดูสะอาดตาน่านอนลงไปแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดคอร์ส
เจมส์ไม่รู้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกสั่งตรงจากเมืองนอกโดยสไปร์และวุ้นเส้นจะได้ผลดีจริงไหม แต่เพราะมี'เครื่องเปลี่ยนสีผิว'ต่อให้การรักษาด้านสิวจะแย่ แต่เขาเชื่อว่าเรื่องสีผิวไม่เป็นรองใคร
“ผมชอบที่นี่มากเลย ดูแล้วอยากเข้าไปให้ผู้หญิงสวยๆ บริการถึงที่”
ได้ยินแบบนั้นวุ้นเส้นก็เผยรอยยิ้ม ยื่นเอกสารให้เจมส์อ่าน “คุณเจมส์ลองดูนี่สิคะ นี่คือเครื่องแบบพนักงานสำหรับคลินิกเรา ฉันใช้เวลาออกแบบกับสไปร์อยู่นานสองนาน ไม่รู้ว่ามีถูกใจบ้างหรือเปล่า”
“ออกแบบกับฉันอะไรกันล่ะ เราสองคนก็แค่จ้างนักออกแบบ แล้วนำมารวมแฟ้มเอกสารให้คุณเจมส์เลือกเท่านั้นเอง โธ่...” สไปร์ส่งเสียงลอดไรฟัน จงใจทำให้คู่กัดอับอายขายหน้า
วุ้นเส้นแสร้งตีหน้าซื่อ “จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก จริงอยู่ที่ฉันไม่ได้ออกแบบเองทั้งหมด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันมีส่วนร่วม...อย่างน้อยก็เสียเงินจ้างนักออกแบบ หรือเธอจะพูดว่าไม่จริง!”
สไปร์ทำหูทวนลม แต่สายตากลับจดจ้องการกระทำของเจมส์ไม่ห่าง อยากจะรู้นักว่าสุดท้ายงานของใครจะผ่านตาชายหนุ่ม
เจมส์กวาดมองเอกสารตรงหน้า ชุดแต่ละชุดด้านบนจะมีชื่อกำกับของสองสาวอย่างชัดเจน
ดูก็รู้ว่าคงพนันกันไว้!
หากเป็นก้อนหน้านี้เจมส์คงต้องคิดหนักว่าจะเลือกใครดี
เพราะไม่ว่าเลือกคนไหนอีกคนก็ต้องแง่งอน แต่ตอนนี้ด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้าเขาจึงมีเหตุผลที่ต้องเลือกงานของสไปร์
“ผมชอบเครื่องแบบอันนี้ บอกให้โรงงานจัดการได้เลย” เจมส์ยื่นเอกสารคืนให้ วุ้นเส้นรับมาด้วยรอยยิ้มกัดปาก
“คุณเจมส์นี่ตาถึงจริงๆ ชุดยูนิฟอร์มของฉันถูกออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญชื่อดังเชียวนะคะ กว่าจะได้ตัวเขามาร่วมงานไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนกับนักออกแบบทั่วไปที่หาได้ตามเว็บไซต์พวกฟรีแลนซ์!” สไปร์เมื่อรู้ว่าตัวเองชนะก็เริ่มพูดจาเหน็บแนม
วุ้นเส้นอยากจะเอาคืนแต่ต้องหน้าเจื่อนเมื่อถูกสวน
“คนแถวนี้นี่ทำงานแย่จัง แม้แต่ผู้จัดการยังเอาใครที่ไหนก็ไม่รู้มา ปล่อยให้มาดูถูกคุณเจมส์ซึ่งหน้า เฮ้อ...บางทีฉันก็สงสัยนะว่า เธอไม่เหมาะกับงานนี้เลย”
สไปร์เหยียดยิ้มหยัน คล้องแขนชายหนุ่ม “คุณเจมส์ เราไปดูคลินิกที่ห้างเซ็นตร้ากันดีกว่าค่ะ”
“งั้นก็ไปกันเลย” เขาพยักหน้าแล้วโอบเธอเดินออกไปพร้อมกับทอย
“แม่งเอ้ย! เพราะไอ้ธิติคนเดียวเลย แม่นะแม่หาใครมาให้ดันไม่หา ดูสิเนี่ยฉันถูกทิ้งไว้ข้างหลังแบบนี้ อีกไม่นานคงถูกลอยแพแน่เลย...” วุ้นเส้นอยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่กล้างอแงรีบตามทั้งสามไปขึ้นรถด้วยใบหน้าเศร้าหมอง