งานถ่ายแบบให้กับนิตยสารของไป่ฉีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เขากำลังทำบางอย่าง เมิ่งชิงชิงก็สังเกตเห็นว่าไป่ฉียิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“มีเรื่องดี ๆ เหรอ ถึงได้มีความสุขขนาดนั้นน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“มีสิครับ แต่ผมไม่บอกพี่หรอกนะ” ไป่ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงซุกซน
“เดี๋ยวนี้มีความลับกันแล้วเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“รอทุกอย่างเป็นไปได้สวยก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะบอกพี่ชิงชิงคนแรกเลย” ไป่ฉีกล่าว
“เข้าใจแล้ว” เมิ่งชิงชิงยิ้ม เธอกับไป่ฉีกำลังไปกองถ่ายละครของเฉินเฟิง หากเป็นคนอื่น วันนี้คงจะมีแค่งานถ่ายแบบเพียงเท่านั้น เพราะต้องถ่ายซ่อมหลายรอบ แต่สำหรับไป่ฉีนั้นการถ่ายแบบเป็นสิ่งที่เมิ่งชิงชิงเชื่อมั่นว่าไป่ฉีสามารถทำมันเสร็จภายใน 1-2 ชั่วโมง ดังนั้นวันนี้เธอจึงให้ไป่ฉีไปถ่ายแบบและถ่ายละครในวันเดียวกัน
ไป่ฉีได้บอกเธอว่าเขาต้องการจะพักยาวในช่วงปิดเทอมที่จะมาถึงนี้ เพื่อเตรียมตัวสอบและไปทำธุระส่วนตัว
'เป็นอย่างที่คิด ข่าวที่ออกมาทำให้หุ้นของ LSA ตกฮวบ บวกกับคลิปของเสี้ยนหรัวที่หลับนอนกับดาราหนุ่มมากหน้าหลายตา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นดาราในสังกัดของ LSA ทำให้ราคาหุ้นยิ่งดิ่งลงเหวเข้าไปใหญ่ ตัวเราได้ให้ปู่ซีหลัวช่วยเราซื้อหุ้นของ LSA ที่มีคนปล่อยขายไว้ทั้งหมด ส่วนหุ้นที่ชูเฟิงก๋วงมีอยู่ เจ้าหมูนั่นรู้ว่าราคาหุ้นกำลังดิ่งลงเหว ก็รีบขายทันที เพื่อให้มีเงินมาสำหรับจ้างทนาย แน่นอนว่าหุ้นพวกนั้นก็อยู่ในมือของเราเรียบร้อย ดูท่าตงไห่จะรู้ว่าเราเป็นคนซื้อหุ้นไป แต่ไม่ได้ทำการตอบโต้อะไร หากเราไม่ไปขัดผลประโยชน์เขาสินะ' ไป่ฉีคิด แต่…..นึกถึงตงไห่ ตงไห่ก็โทรมาหาเขาทันที
“สวัสดีครับ คุณตงไห่” ไป่ฉีกดรับสาย
[ไม่ต้องมาขึ้นคำว่า คุณ เลย นายนี่มันแสบจริง ๆ นายสินะที่วางแผนให้หุ้นของ LSA ดิ่งลงเหวแบบนี้น่ะ] ตงไห่ถาม เขาไม่พอใจอยู่พอสมควรที่มูลค่าหุ้นในมือของเขาดิ่งลงเหวแบบนี้
“ผมก็แค่อาศัยโอกาสนี้ในการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทไงครับ” ไป่ฉีตอบ
[หึ โดยการถือหุ้นกว่า 35 เปอร์เซ็นต์เนี่ยนะ บอกตามตรงฉันรู้สึกเหมือนเสียรู้นายยังไงก็ไม่รู้ที่ยอมมอบหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์ให้หลังจากกำจัดชูเฟิงก๋วงได้] ตงไห่กล่าว
“ขอเพียงคุณตงไห่ช่วยสนับสนุนงานดี ๆ ให้ผม เมื่อมีการออกเสียงแล้วผมเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ผมจะออกเสียงช่วยแน่นอนครับ” ไป่ฉีกล่าว
[โฮ่ สัญญาต่างตอบแทนสินะ] ตงไห่กล่าว แม้เขาจะรู้ว่าไป่ฉีใช้เขาเป็นเครื่องมือทำอะไรบางอย่าง แต่หากมันแลกมาด้วยการที่ได้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถึง 35 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ข้างตนก็ถือว่าคุ้มค่า
“ครับ ตอนนี้ผมกำลังเร่งสะสางงานละครของคุณเฉินเฟิง เพราะใกล้จะปิดเทอมแล้ว ผมต้องเตรียมตัวสอบปลายภาคกับสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายมิดการ์ด แล้วยังมีธุระต้องไปทำอีก อาจจะขอพักงานยาวหน่อยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
[เอาสิ ยังไงฉันก็สนับสนุนให้พวกดาราในสังกัดจบการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรีมาแต่ไหนแต่ไร อย่างน้อยก็จะได้ไม่แสดงความโง่ให้คนอื่นเห็น เรื่องนี้ให้เมิ่งชิงชิงยื่นเอกสารมา เดี๋ยวฉันเซ็นอนุมัติให้เอง อ้อ ที่จริงนายเซ็นให้ตัวเองก็ได้นี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า] ตงไห่แซว
“มันดูไม่ดีมั้งครับ” ไป่ฉีกล่าว
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการให้ก็แล้วกัน] จากนั้นตงไห่ก็วางสายไป
“พี่ชิงชิงครับ เดี๋ยวหลังจากกลับไปรบกวนทำเอกสารขอพักงานชั่วคราวให้ด้วย ส่งให้คุณตงไห่ เขาจะเป็นคนเซ็นให้ผมเอง” ไป่ฉีกล่าว
“ได้เดี๋ยวฉันจัดการให้” เมิ่งชิงชิงกล่าว
ไป่ฉีเลื่อนดูข่าวเกี่ยวกับผลงานของเขา นิตยสารทั้ง 2 ที่เขาไปถ่ายแบบ ออกวางจำหน่ายแล้ว จากที่เขาดูผลตอบรับนับว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว เห็นได้จากในเว็บของ LSA ในส่วนของเขามีจำนวนแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาก และด้วยข่าวที่เขาเป็นผู้เสียหายจากชูเฟิงก๋วง มันก็ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก ถึงจะมีบางคนตั้งคำถามว่าเขาเป็น 1 ในดาราที่เคยนอนกับเสี้ยนหรัวรึเปล่า แต่ทางตงไห่นั้นก็ออกมาแถลงข่าวเรื่องนี้ ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดหรือให้ข่าวเสียหายกับเขา
ส่วนคนที่สร้างข่าวเสียหายให้กับเขา ไป่ฉีตัดสินใจจ้างทนายสั่งฟ้องร้องเรื่องนี้ทันที เพราะตัวเขาเองเพิ่งสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ไม่มาก กลับต้องมาถูกคนพวกพิมพ์แบบไม่คิด ใส่ความในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริง เขาว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับตัวเขา
ที่กองถ่าย ไป่ฉียังคงมาตรฐานของเขาเอาไว้ เพียงเทคเดียวการถ่ายทำแต่ละฉากก็สำเร็จลงด้วยดี กว่าจะเลิกกองก็ดึกมากแล้ว
“เยี่ยมมาก ไม่เคยเจองานกำกับละครที่ง่ายขนาดนี้มาก่อน การแสดงกับการสื่ออารมณ์ทำได้ดีมาก นี่งานก็เสร็จไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์เอง ขอบคุณทุกคนมาก จากนี้ฝากทุกคนช่วยกันเก็บของแล้วก็ไปพักซะนะ สถานที่ถ่ายทำวันพรุ่งนี้จะต้องเดินทางกันแต่เช้า” ผู้กำกับสั่ง
“งั้นผมกับพี่ชิงชิงขอตัวก่อนนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“โชคดีนะ พรุ่งนี้เจอกัน” ผู้กำกับกล่าว
ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเช็กอินเข้าที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แม้จะเช็กอินไว้ 2 ห้อง แต่เมิ่งชิงชิงก็ยังคงนอนกับไป่ฉี อาการเธอเหมือนคนติดหมอนข้างไม่มีผิดจริง ๆ
“ไป่ฉี นายยังไม่นอนเหรอ ฉันง่วงแล้วนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวเสียงอ่อย
“พี่ชิงชิงนอนก่อนก็ได้นะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“จะไปหลับลงได้ไงล่ะ ฉันติดนายอย่างกับติดหมอนข้างไปแล้ว ให้ฉันนอนคนเดียวมันนอนไม่หลับหรอก” เมิ่งชิงชิงกล่าว ส่วนไป่ฉีนั้นลอบยิ้มไม่ให้เมิ่งชิงชิงเห็น ก่อนจะเดินไปที่เตียงแล้วคว้าเอาเธอมากอด
“ราตรีสวัสดิ์นะครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีจูบเบา ๆ ที่หน้าผากของเมิ่งชิงชิง ก่อนจะนอนหงายให้ชิงชิงใช้เขาแทนเตียงเหมือนที่เธอทำเป็นประจำตอนอยู่ที่ห้องของเขา
ไป่ฉีใช้อักขระลมปราณทำให้เมิ่งชิงชิงหลับ ก่อนที่ตัวเองจะใช้แยกจิตไปจัดการเก็บกระบี่กลืนดารามาจากภูเขาไฟที่ทวีปวิหคสีชาด ตามด้วยเขาคิดจะไปสะสางเรื่องที่ค้างคาให้จบ ๆ ไป
ร่างจิตของไป่ฉีปรากฏขึ้นในห้องขังที่ภายในมีชูเฟิงก๋วงกำลังนอนอยู่ ร่างจิตของไป่ฉีนั้นไม่ปรากฎในกล้องที่ติดตั้งอยู่ในห้องนี้ ไป่ฉีนำขวดยาพิษที่เขาเตรียมมาใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงของชูเฟิงก๋วง ก่อนจะทำการปลุกชูเฟิงก๋วงขึ้นมา
เมื่อชูเฟิงก๋วงตื่นขึ้น เขาเห็นไป่ฉีมายืนอยู่ตรงหน้าก็ไม่รอช้าพุ่งตัวไปหมายจะบีบคอไป่ฉี แต่ไป่ฉีกลับหลบไปได้
“แกต้องตาย เพราะแกทำให้ชีวิตฉันเป็นแบบนี้” ชูเฟิงก๋วงตะโกนลั่น
ทางฝ่ายตำรวจที่เฝ้าดูผู้ต้องหาในห้องขังก็รีบประสานงานให้ตำรวจอีก 2-3 คนช่วยกันไปที่ห้องขัง เพราะดูเหมือนผู้ต้องหาจะคลุ้มคลั่ง เกรงว่าจะทำร้ายตัวเอง
'หึ ไอ้เด็กอ้วนอย่างแก กล้ามาทำร้ายคนรักของข้า ข้าไม่รอให้ศาลดำเนินคดีกับแกหรอก ข้าจะให้เจ้าตายอย่างทรมานที่สุด' ไป่ฉีใช้จิตสื่อสารกับชูเฟิงก๋วง
“อะไรกัน ทำไมถึงบังคับร่างกายตัวเองไม่ได้” ชูเฟิงก๋วงกล่าวขึ้น เขาขยับร่างกายไม่ได้ และพบว่ามือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ซึ่งสิ่งที่มือของเขาหยิบออกมาเป็นขวดยาอันเล็ก ภายในมีน้ำสีเขียวบรรจุอยู่ ส่วนมืออีกข้างก็เปิดฝามันออก
“มันคืออะไร อึก” เมื่อชูเฟิงก๋วงอ้าปากพูดขึ้น มือของเขาก็กระดกขวดไปที่ปากเขา ก่อนจะเทของเหลวภายในขวดลงไปในปาก
'มันคือยาพิษที่ชื่อว่า จิ่วกังเหมินสื่อ หรือ 9 ทวาร มรณะ พิษจะเข้าไปทำลายอวัยวะภายใน เลือดจะออกจากทวารทั้ง 9 แต่ไม่ต้องห่วงนะ กว่าแกจะตาย แกจะได้สนุกกับความทรมานแสนสาหัส เมื่อแสงแรกของดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า แกถึงจะตายได้ ขอให้สนุก' ไป่ฉีกล่าวจบก็หายตัวไป
“อ๊าก ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก อ๊าก” ชูเฟิงก๋วงอยากจะพูดมากกว่านั้น แต่เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทั่วร่าง ท้องของเขาราวกับมีใครมาบิดมันไปมา ดวงตาเริ่มแสบร้อน
หลังจากเสียงร้องของชูเฟิงก๋วง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มา สิ่งที่พวกเขาเห็นคือชูเฟิงก๋วงนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น พวกเขาจึงรีบประสานเรียกรถพยาบาลทันที
ไป่ฉีมาปรากฏตัวที่โรงพยาบาล ในห้องผู้ป่วยรวม เตียงริมสุดริมหน้าต่างนั้นเป็นเตียงของเสี้ยนหรัว
ไป่ฉีทำการปลุกเสี้ยนหรัวที่หลับอยู่ เมื่อเสี้ยนหรัวเห็นไป่ฉี แววตาที่ราวกับปลาตาย ก็มีประกายขึ้น
“ไป่ฉี ไป่ฉี เธอมาหาพี่แล้ว” เสี้ยนหรัวพยายามจะลงจากเตียง แต่เธอก็หล่นลงไปกระแทกพื้น
'ดีใจที่ได้พบอีกครั้งนะครับ แต่ว่าผมคงต้องให้พี่สาวตามชูเฟิงก๋วงไป” กล่าวจบไป่ฉีซัดเข็มพิษใส่เสี้ยนหรัว
“ได้โปรด อย่าฆ่าฉัน อย่า ยะ......อึก” เสี้ยนหรัวมีอาการชักกระตุกอย่างรุนแรง พยาบาลที่ได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งมา ส่วนไป่ฉีนั้นรีบดึงเข็มพิษออก แล้วใช้พลังปราณรักษาจุดที่เขาซัดเข็มไปเมื่อครู่ ก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น
ผู้ประกาศข่าวรายงานว่าชูเฟิงก๋วงได้กินยาฆ่าตัวตาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตลงตอน 6 โมงเช้า ส่วนเสี้ยนหรัวก็ตายแล้วเช่นกัน สาเหตุการตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด
ไป่ฉีมองข่าวในสมาร์ทโฟนด้วยความพึงพอใจ เท่านี้เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าทั้ง 2 คนจะแว้งกัดเขาได้อีก เขากับเมิ่งชิงชิงไปที่กองถ่ายละครของเฉินเฟิง ในเช้าวันนี้ทีมงานกับดาราต่างพูดคุยกันถึงการตายของชูเฟิงก๋วงกับเสี้ยนหรัว พวกเขาไม่คิดว่าทั้ง 2 จะตายหลังจากถูกจับไปไม่ถึง 48 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ตัวไป่ฉีเองก็ถูกถามถึงเหตุการณ์นั้นหลายรอบจนเขาแทบจะไม่อยากตอบแล้ว
“โอเค ขอบคุณมากนะไป่ฉี ฉากที่เธอต้องถ่ายที่นี่หมดแล้วล่ะ” ผู้กำกับกล่าว ไป่ฉียังเหลืองานถ่ายละครอีก 2-3 ครั้งเท่านั้น เพราะงานถ่ายทำเสร็จเร็วกว่ากำหนดมาก
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงบอกลาทีมงานกับนักแสดงคนอื่น ๆ ก่อนจะขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน ไป่ฉีดูเวลาเล็กน้อย
“พี่ชิงชิงครับ พรุ่งนี้ผมว่างอยู่ก็จริง แต่ช่วยไปส่งผมที่ตึกสำนักงานใหญ่ของ LSA ได้รึเปล่าครับ” ไป่ฉีกล่าว
“หือ ได้สิ ว่าแต่นายจะไปทำอะไรล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ทำหน้าที่ที่ควรทำครับ อ้อ แวะที่ร้านอาหารเจ้าประจำด้วยนะครับ ผมนัดปู่ซีหลัวกับปู่เมิ่งตงและปู่เมิ่งเจี่ยไว้” ไป่ฉีกล่าว จากนั้นเมิ่งชิงชิงกับเขาก็มุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารนั้นทันที
วันถัดมา
เมิ่งชิงชิงตื่นขึ้นมาเพราะไป่ฉีขยับตัวลุกขึ้น เธองัวเงียอยู่สักพัก พอตื่นเต็มที่ก็พบว่าไป่ฉีกำลังแต่งตัวอยู่ วันนี้เขาอยู่ในชุดสูททางการ ผมถูกหวีเรียบร้อยแต่ดูทันสมัยและมีสไตล์ของตัวเอง
“นายแต่งเต็มยศแบบนี้จะไปทำอะไรที่บริษัทกันแน่เนี่ย” เมิ่งชิงชิงถาม
“ไปร่วมประชุมที่บริษัท LSA ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นบริษัทอยู่ 35 เปอร์เซ็นต์น่ะ” ทันทีที่ไป่ฉีพูดจบ เสียง [เอ๋] ของเมิ่งชิงชิงก็ดังลากยาวจนพ่อกับแม่ของไป่ฉีเปิดประตูออกมาดู
ที่ตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัท LSA
ผู้ถือหุ้นกำลังยืนสนทนากันอยู่นอกห้องประชุม เพื่อรอเวลา ไม่นานประธานบริษัท LSA ก็มาถึง
“สวัสดีครับท่านประธานเทียนเผิง” ตงไห่เป็นคนแรกที่กล่าวทักทาย
“คราวนี้บริษัทเรารอดมาได้เพราะคุณนะคุณตงไห่” ประธานเทียงเผิงกล่าว
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ การหานักลงทุนมาช่วยบริษัทไว้มีความเสี่ยงสูงมาก แต่ผมมีคนที่ไว้ใจได้เป็นคนมาซื้อหุ้นของทางเราไว้ครับ” ตงไห่กล่าว ทำให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นกว่า 10 รายหันมามองที่เขา
“นี่เขามาหรือยัง” ประธานเทียนเผิงถาม
“กำลังจะถึงแล้วครับ พวกท่านเข้าไปข้างในกันก่อน เดี๋ยวผมจะรอเขาอยู่ตรงนี้เอง” ตงไห่กล่าว
“งั้นพวกเราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ” ประธานเทียนเผิงเข้าไปในห้องประชุมก่อน ตามด้วยผู้ถือหุ้นคนอื่น หลังจากประตูปิดลง ไป่ฉีก็ปรากฏอยู่ในสายตาของตงไห่ ชายหนุ่มวันนี้ดูราวกับคนละคนกับที่เขาเจอเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้เขาดูภูมิฐาน เหมือนกับนักธุรกิจหนุ่มมากกว่าจะเป็นดารา
“สวัสดีครับ คุณตงไห่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้าไปรอเร็วกว่ากำหนดนะครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับมองนาฬิกาข้อมือของตน (ไม่ได้ยืมใครมา)
“แล้วผู้จัดการของเธอไม่ขึ้นมารึไง” ตงไห่มองหาเมิ่งชิงชิงที่มักอยู่กับไป่ฉีตลอดเวลา
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมีเลขามาด้วย” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาอยู่ข้าง ๆ ไป่ฉี
“นั่น...” ตงไห่พูดไม่ออก เขารู้จักคนคนนี้ คนผู้นี้เป็นเลขาของเมิ่งตง ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้เมิ่งตงวางมือไปแล้ว เลขาของเขาจึงให้ไปช่วยพวกลูก ๆ ของเขาแทน แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะพบคนระดับนี้อยู่กับเด็กนี่กัน
“สวัสดีครับ คุณตงไห่ เราพบกันอีกแล้วนะครับ หลังจากนี้คงจะได้เจอกันบ่อย ๆ” ชายหนุ่มที่เป็นเลขาของไป่ฉีกล่าวขึ้น
“เช่นกันครับ” ตงไห่นั้นมีท่าทีสุภาพลงมาก เพราะเขารู้ว่าเมิ่งตงนั้นแม้จะวางมือไปแล้ว แต่เส้นสายก็เยอะมาก การผูกมิตรไว้ย่อมดีกว่าการเป็นศัตรูแน่นอน นอกจากนี้เขายิ่งให้ความสำคัญกับไป่ฉีมากขึ้น เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะมีความสัมพันธ์อันดีกับเมิ่งตงแน่ ๆ
“งั้นเราเข้าไปกันเถอะครับ อย่าปล่อยให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นรอนานเลย” ไป่ฉีกล่าว
“งั้นฉันจะเข้าไปก่อน เธอรอตรงนี้ก่อนนะ” ตงไห่เดินเข้ามาภายในห้องประชุม แล้วส่งสัญญาณให้ไป่ฉีรอก่อน ทางประธานและผู้ถือหุ้นต่างก็ชะเง้อมองหาผู้มาใหม่
“ทุกท่าน ผมขอแนะนำผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเรา” ตงไห่เดินเข้ามาเพื่อหลีกทางให้กับไป่ฉี ชายหนุ่มเดินเข้ามาแผ่กลิ่นอายทรงอำนาจจนหลายคนถึงกับตัวเกร็งเลยทีเดียว ตงไห่เองก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวไป่ฉีที่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่เช่นกัน
“นั่นมันไป่ฉี ที่เป็นดาราในสังกัดของเรานี่” มีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งทักขึ้น คนอื่น ๆ จึงมองหน้าของชายหนุ่มที่เป็นผู้ถือหุ้นคนใหม่ให้ชัด ๆ อีกครั้ง
[[[ใช่จริง ๆ ด้วย]]] ทุกคนต่างปากอ้าตาค้างพูดกันไม่ออก แม้กระทั่งตัวประธานบริษัทเองก็เช่นกัน
_____________________________
