นาฟบิดคันเร่งให้รถแข่งของเขาเร่งความเร็วขึ้นอีกขณะที่ก้อนหินใหญ่น้อยเริ่มตกลงมาจากฟากฟ้าในอัตราที่รวดเร็ว และครั้งนี้ล้วนแต่เป็นของจริงไม่ใช่ภาพลวงตา
นาฟต้องใช้ความแม่นยำและความคล่องตัวในการหลบหลีกหินที่ตกลงมาด้วยความเร็วสูงขณะที่นาฟเร่งผ่านหินที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทางวิ่ง
ทีมคู่แข่งที่ตามหลังมาไม่ได้หยุดยั้งพวกเขาใช้เทคนิคขับรถบังลมให้กันเป็นกลุ่มอย่างชำนาญ หนึ่งในนั้นขับเข้ามาใกล้มากขึ้นพวกเขาพยายามใช้ประโยชน์จากการขับขี่เป็นทีมเพื่อเร่งความเร็วและลดการต้านลมแต่นาฟเองก็ไม่ยอมให้พวกเขาเข้ามาใกล้ได้ง่ายๆ
"ไปเลย!"
หนึ่งในคู่แข่งตะโกนเสียงดัง อยู่ๆรถแข่งที่เรียงแถวอยู่คันสุดท้ายก็เร่งความเร็วมาอยู่ที่หน้าแถวใช้พลังพิเศษกางม่านพลังสีเหลืองอ่อน มาคลุมรถทั้งสี่คันพร้อมกับเร่งความเร็วเป็นเส้นตรงพร้อมกัน ฝ่ากระแทกหินที่ตกลงมาอย่างไม่หวั่นเกรง
พวกเขาใช้ความสามารถในการขับขี่เป็นทีมทะลุทะลวงฝ่าอุปสรรคอย่างไม่หวั่นเกรงลูกหินที่ตกจากฟากฟ้าไม่สามารถผ่านม่านปราการไปได้ ล้วนแตกกระจายไปทั้งหมด
ขณะที่นาฟต้องเบรกและเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการชนความเร็วรถแข่งเริ่มจะลดลง
ในที่สุด รถแข่งทั้งสี่คันก็ทำความเร็วขึ้นมาขนาบข้างกับรถของนาฟ
รถแข่งทั้งห้าคันขับตีคู่กันมาอย่างสูสีด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกัน
ฝั่งหนึ่งเป็นรถแข่งคันสีแดงที่พยายามหลบหลีกอุปสรรคไปพร้อมกับเร่งความเร็ว อีกฝั่งเป็นรถสีเงินปกคลุมด้วยม่านปราการไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรค เรียงแถวทำความเร็วเป็นเส้นตรง
ขณะที่รถแข่งทั้งห้าคัน มุ่งหน้าเข้าสู่ทางที่แคบและโค้งมากขึ้น
ทีมคู่แข่งก็เริ่มใช้กลยุทธ์ของพวกเขา โดยบีบระยะขนาบเข้ามาใกล้จากด้านข้าง ทำให้นาฟเริ่มจะปรับทิศทางได้ยากขึ้นเนื่องจากเส้นทางที่แคบลง
หนึ่งในคู่แข่งตะโกนเสียงดัง
"ได้เวลาแล้ว สกายโฟ!"
ทันใดนั้น รถในแถวคันหนึ่งพุ่งรถเฉียงออกไปจากกลุ่มพร้อมจุดระเบิดความเร็วอย่างฉับพลัน
“ตูม!”
รถแข่งสีเงินมีไฟพวยพุ่งออกมาจากท้ายรถพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็วราวกับจรวด
พุ่งออกไปตัดหน้ารถแข่งคันแดงไว้ นาฟต้องเบรกกระทันหันเพื่อหลีกเลี่ยงการชนในขณะเดียวกัน รถคันนี้ก็เสียสละตัวเองเพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีมสามคนที่เหลือเร่งแซงนาฟขึ้นไปทันที
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หน้าจอใหญ่ซึ่งแสดงภาพสดของการแข่งขัน
เมื่อนาฟถูกทีมคู่แข่งแซงหน้าเสียงเชียร์ของกองเชียร์ก็เริ่มเงียบลงเล็กน้อยความกังวลและความผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าของพวกเขา
"อย่ายอมแพ้นะ! นาฟสู้ต่อไป!" เสียงตะโกนของเจ้าอ้วนคิมดังก้องขึ้นมาจากกลุ่มกองเชียร์ร่วมสถาบันทำให้คนอื่นๆเริ่มตะโกนเชียร์ด้วยความมุ่งมั่นเช่นเดียวกัน บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งทุกคนต่างส่งกำลังใจให้พายุโลหิต
เมญ่าที่เชียร์อยู่มุมหนึ่งของสนามก็อดไม่ได้ถึงกับต้องเอามือมากุมไว้ที่หน้าอก
เสียงเชียร์ดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางการแข่งขันที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึก
นาฟที่กำลังเสียการควบคุม รีบปรับสมดุลใหม่แล้วเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้งสายตาที่ไม่หวั่นไหวใดๆ พยายามจับจังหวะการขับขี่ของทีมคู่แข่งจากด้านหลังเพื่อหาช่องว่างในการสอดแทรกอีกครั้ง
เส้นทางแข่งขันคดเคี้ยวมีโขดหินขรุขระอยู่เต็มทางวิ่งและเส้นทางที่แคบลงเรื่อยๆท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
นาฟพยายยามเร่งขับขี่รถแข่งสีแดงพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเห็นรถแข่งสีเงินหนึ่งคันที่นำหน้าอยู่ แต่พบว่าถูกคู่แข่งชะลอความเร็วอย่างจงใจ
อาศัยทางวิ่งที่แคบคอยบังทาง จนนาฟไม่สามารถแซงผ่านได้
รถคู่แข่งที่อยู่ข้างหน้าทั้งชะลอความเร็วทั้งปิดกั้นเส้นทางราวกับกำแพงที่ปิดไม่ให้นาฟข้ามไปได้ ความเร็วลดลงเรื่อยๆ เส้นทางที่คดเคี้ยวทำให้การแซงเป็นไปได้ยากขณะที่นาฟพยายามหาช่องว่างเพื่อแซง แต่อยู่ๆ รถแข่งคันสีเงินอีกคันที่เข้าขวางนาฟในคราแรกก็เร่งความเร็วขึ้นมาเข้าประกบที่ด้านข้าง
รถของคู่แข่งนั้นเข้ามาใกล้รถแข่งนาฟจนเกือบสัมผัสกัน
"นี่มันกลยุทธ์อะไรกัน!" นาฟถึงกับพึมพำในใจ
พลางหาทางหลบหลีกการปิดกั้นจากทางด้านหน้าและด้านข้าง
นาฟต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อควบคุมรถ ขณะที่ความกดดันเพิ่มขึ้นทุกขณะก็มองหาช่องทางที่เล็กที่สุดพยายามใช้ความเร็วและความคล่องตัวของรถเพื่อหาทางผ่านไปแต่คู่แข่งที่ประกบด้านข้างก็คอยขยับเข้ามาใกล้ๆ ทุกครั้งที่นาฟพยายามเลี้ยวออก
เสียงเชียร์ของกองเชียร์เริ่มดังบ้างหยุดบ้างเกิดความกังวลกับนักแข่งที่ตนเองเชียร์
คากิที่มองการแข่งขันผ่านจอภาพอยู่ในห้องเช็คเครื่องถึงกับหัวเสียเป็นอย่างมากกระทืบเท้าเป็นระยะเพื่อระบายอารมณ์ อยากจะสื่อสารกับนาฟก็ทำไม่ได้เพราะทันทีที่เข้าโลกมิติการสื่อสารทางเสียงผ่านหมวกโลหะจะถูกตัดสัญญาณทันที
นาฟมองไปที่จอภาพกลางคอนโซลรถแข่งเห็นถึงอัตราความเร็วที่ลดลงเรื่อยๆในขณะที่คู่แข่งในเส้นทางอื่นคงทำความเร็วแซงหน้าตนไปหลายคันแล้ว
“ถ้ารอจนสุดทางสายนี้ คงไม่ได้! ความเร็วแค่นี้ไม่ผ่านเข้ารอบแน่”
นาฟเร่งเปิดสัมผัสสายตาของเขาอย่างเต็มกำลังมองหาช่องว่างเล็กๆที่อาจพอให้เขาผ่านไปได้
ทันใดนั้นเอง เสียงดังกึกก้องมาจากด้านบนก่อนที่ทุกคนจะทันรู้ตัว ลูกหินขนาดใหญ่ร่วงลงมาจากฟากฟ้าเบื้องหน้ากลิ้งลงมากลางเส้นทางด้วยความเร็วมหาศาล ทำให้เส้นทางที่แคบอยู่แล้วถูกปิดกั้น ให้เล็กลงอีก
นักแข่งต่างแตกตื่น คันที่อยู่ข้างหน้าเบี่ยงรถหลบกันอย่างรีบร้อนเสียงเบรกดังก้องไปทั่ว
นาฟที่ตามหลังมาติดๆ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในใจ
"นี่ล่ะ โอกาส!"