ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 176 โต้ตอบด้วยคมเขี้ยว เผด็จศึก!

            หลายวันต่อมามู่เสินฉวนเดินทางสู่แดนเหนือเพียงลำพัง

            ด้วยพลังบ่มเพาะขั้นสูงของเขาการเดินทางไกลมิต้องพึ่งพากำลังจากค่ายกลมิติอีกต่อไป

            เพียงก้าวเดียวก็ข้ามพ้นห้วงเวหานับหมื่นลี้ไปถึงแดนเหนือภายในวันเดียว

            ...

            ขุนเขาธาราใต้เท้าลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

            แดนเหนือยังคงแห้งแล้งเช่นเดิมผืนแผ่นดินอันไร้ขอบเขต มีแหล่งน้ำเพียงหยิบมือที่คอยประดับผืนแผ่นดินอยู่บ้าง

            ทว่าเมื่อเทียบกับคราที่มู่เสินฉวนเคยมาเยือนกลับมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย

            เห็นชัดว่ามีสรรพชีวิตหมื่นเผ่าพันธุ์มากมายที่ไม่รู้จักชื่อเสียงกำลังสร้างฐานที่มั่นใหม่ขึ้นที่นี่ กลิ่นอายอันแข็งแกร่งแผ่ขยายออกมาโดยรอบระดับพลังก็มีถึงกึ่งเซียนจนไม่อาจมองข้ามได้

            ณเมืองโบราณขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่นอกเหมืองบรรพกาลในเวลานี้กลับคึกคักยิ่งนัก

            ในดินแดนตงฮวงแห่งนี้เหล่าบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแทบทั้งหมดล้วนเดินทางมารวมตัวกัน

            รวมถึงผู้นำหมื่นเผ่าพันธุ์ที่เดินออกมาจากเขาศักดิ์สิทธิ์แต่ละตนล้วนมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป

            ทว่าส่วนใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ดูแล้วไม่ได้แตกต่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มากนัก

            ฟุ่บ!

            เสียงแหวกอากาศดังขึ้นมู่เสินฉวนร่อนจากห้วงเวหาลงสู่เมืองโบราณ

            การมาถึงของเขาดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วนในทันที

            และในหมู่คนเหล่านั้นยังมีสายตาหลายคู่ที่ฉายแววอำมหิตหมายชีวิตสอดส่ายไปมา

            มู่เสินฉวนกลับไม่ยี่หระต่อสิ่งนี้เดินตรงไปยังที่รวมตัวของกองกำลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ แล้วนั่งลงด้วยกิริยาองอาจ

            เขายังได้เห็นร่างที่คุ้นเคยมากมายที่นี่อีกด้วยเช่น จักรพรรดิต้าเยี่ยน

            ทว่าบัดนี้อีกฝ่ายยังมิได้ทะลวงสู่ระดับกึ่งเซียนพลังบ่มเพาะที่แท้จริงอยู่ในระดับเทพสวรรค์ขั้นแปดโดยประมาณ

            ดังนั้นการมาในครั้งนี้น่าจะเป็นเพราะท่านผู้อาวุโสระดับกึ่งเซียนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเขาผู้นั้นต่างหากคือผู้ที่มีอำนาจในการต่อรองที่แท้จริงจากต้าเยี่ยน

            ตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบจั้งยังมีบุรุษวัยกลางคนที่ดวงตาลึกล้ำ พร้อมกับมีกึ่งเซียนสองคนยืนอยู่เบื้องหลัง

            เห็นได้ชัดว่าคือผู้นำแห่งตระกูลจีผู้นั้น!

            หลังจากสงครามเมืองศักดิ์สิทธิ์เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องหลบหนีเข้าไปในห้วงมิติโดยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร

            วันนี้หวนปรากฏตัวขึ้นอีกครามิใช่เพียงรอยแผลจะจางหาย ยังได้ก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งเซียนอีกด้วย!

            ดูแล้วก็เป็นผู้ที่มีวาสนาอันยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่ง

            ด้วยเหตุนี้ แม้ลึกๆมู่เสินฉวนจะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากเกินไป

            ด้วยพลังในระดับกึ่งเซียนเช่นเดียวกันไม่ว่าจะมีอาวุธจักรพรรดิหรือไม่เขาก็พร้อมเหยียบย่ำเหล่าจอมยุทธ์ทั่วหล้าโดยมิหวั่นเกรงต่อสิ่งใด

            "บุรุษหนุ่มชุดขาวผู้นั้นคือผู้นำตระกูลมู่ที่พวกเจ้ากล่าวถึง กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหลแห่งยุคปัจจุบันหรือ?"กึ่งเซียนแห่งเหยาฉือเอ่ยด้วยใจสงบนิ่ง

            "ใช่แล้ว" ซีหวังมู่ตอบกลับด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

            "ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ"

            "กฎแห่งความโกลาหลของเขาแข็งแกร่งมากแม้แต่ข้าก็ยังมองทะลุภาพมายาของเขาไม่ได้"

            "แต่เมื่อดูจากพลังกายเนื้อเขาน่าจะก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งเซียนแล้ว พลังปราณมหาศาลยิ่งนักมิด้อยไปกว่าราชันย์บรรพกาลทั่วไป!"

            ในน้ำเสียงของบรรพชนเหยาฉือที่เปล่งผ่านกระแสจิตแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นอย่างหาได้ยาก

            ซีหวังหมู่ได้ยินก็ตกตะลึงเมื่อมองดูชายหนุ่มอีกครั้งก็รู้สึกอย่างนั้น

            พลังปราณเข้มข้นเกินกว่าราชันย์รุ่นก่อนเช่นนั้นหมายความว่า มู่เสินฉวนในยามนี้อาศัยเพียงกายเนื้อแห่งกึ่งเซียนก็ทัดเทียมฝีมือเซียนทั่วไปได้แล้วกระนั้นหรือ!

            พลังเช่นนี้ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!!!

            ยังมีสิ่งมีชีวิตบรรพกาลอีกจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาจากนอกเมืองแต่ละเผ่าแทบจะมากันครบแล้ว

            และในขณะนั้นเองราชันย์บรรพกาลเผ่าเนตรเงินผู้หนึ่ง ซึ่งมีผมและดวงตาสีเงินก็ลุกพรวด 

            จากนั้นเขาก็กระแทกเสียงเย็นชาข้ามอากาศมาจากที่ที่มู่เสินฉวนยืนอยู่ห่างออกไปหลายร้อยจั้ง

            "เจ้าคือกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งทะเลไร้สิ้นสุดหรือ?"

            "ช่างกล้าหาญยิ่งนักถึงกับกล้ามาเข้าร่วมงานชุมนุมหมื่นเผ่าที่แดนเหนือ!"

            "วันนี้เจ้าจะต้องเลือดตกยางออกมิอาจเดินออกจากที่นี่ไปทั้งเป็น!"

            ผู้คนมากมายที่อยู่ในสถานที่นั้นได้ยินก็ตกตะลึง

            นี่คือคนจากตระกูลราชันย์เนตรเงิน!

            เผ่าพันธุ์ของพวกเขาแข็งแกร่งมากในยุคบรรพกาลก็มีชื่อเสียงโด่งดัง

            แม้จะไม่เคยปรากฏซึ่งจักรพรรดิโบราณแต่พรสวรรค์ที่มาพร้อมดวงตาสีเงินคู่นั้นกลับร้ายกาจอย่างยิ่งมันสามารถเจาะทะลวงทุกสิ่งอย่างได้โดยง่ายทั้งยังเป็นผู้ได้รับความโปรดปรานจากฟ้าดินที่รวบรวมความงดงามของใต้หล้าเอาไว้

            มู่เสินฉวนขมวดคิ้ว หว่างคิ้วส่งแสงเจิดจ้านัยน์ตาทั้งสองปลดปล่อยลำแสงแห่งความโกลาหลที่ควบแน่นกลายเป็นสายฟ้าฟาดออกไป!

            "อ๊าก!"

            ราชันย์บรรพกาลเนตรเงินผู้นั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดร่างกายแหลกสลายในพริบตา เหลือไว้เพียงม่านหมอกแห่งโลหิต

            "หึ ไม่รู้จักเจียมตัว"

            "เป็นเพียงเทพสวรรค์ขั้นเก้ายังกล้าดูหมิ่นข้า!"

            "อยากขู่คำรามก็จงเรียกราชันย์บรรพกาลของพวกเจ้าออกมา!" มู่เสินฉวนเอ่ยเสียงเย็นราวกับแค่เหยียบผักปลา

            ชั่วขณะนั้น ผู้คนทั้งสี่ทิศต่างก็ตกตะลึง!

            พวกเขาเคยได้ยินมานานแล้วว่ากายาศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคปัจจุบันนั้นแข็งกร้าวอย่างหาผู้ใดเปรียบแต่กลับมิได้คาดคิดว่าเขาจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้

            ในงานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ก็ยังกล้าลงมือตามอำเภอใจสังหารราชันย์เนตรเงินผู้หนึ่ง ณ ที่นั้น!

            "ช่างรนหาที่ตาย!"

            บนท้องฟ้าพลันมีเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนฟ้าดินส่งลงมา

            ทันใดนั้นลำแสงสีเงินสายหนึ่งก็ทะลวงฟ้ากะพริบตาเดียวก็มาถึง พุ่งเข้าสังหารมู่เสินฉวน

            "อวดดี!" นัยน์ตาของมู่เสินฉวนเย็นเยียบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วเงื้อหมัดเข้าปะทะ

            โครม! โครม!!!

            เสียงปะทะรุนแรงแผดก้องไปทั่วทุกสารทิศคลื่นพลังอำมหิตถาโถมเข้าใส่ทุกทิศทางก่อให้เกิดพายุคลั่งที่ทำให้ผิวหน้าของผู้ฝึกตนหลายคนแสบร้อน

            ฉับพลันนั้น เสียงกระดูกปริแตกก็แว่วมา

            ราชันย์เนตรเงินระดับกึ่งเซียนผู้หนึ่งกระอักโลหิตร่างปลิวกระเด็น ทำลายตำหนักโบราณหลายแห่งจนกระทั่งหยุดลงได้ในที่สุด

            "เจ้า!!!" ในแววตาของราชันย์เนตรเงินฉายแววตระหนกสุดขีด

            เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าพลังกายเนื้อของกายาศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จะแกร่งถึงเพียงนี้!

            กระทั่งพลังกายเนื้อของเผ่าพวกเขาก็ยังสู้ไม่ได้และตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบโดยสิ้นเชิง!

            "อย่าบีบบังคับให้ข้าต้องฆ่าเจ้า"มู่เสินฉวนเหลือบมองเขาด้วยสายตาที่เฉยเมย ปัดแขนเสื้อแล้วนั่งลงต่อ

            ดวงตากึ่งเซียนแห่งเนตรเงินส่องประกายสีเงินใคร่ครวญไปมา สุดท้ายก็ยอมอดทนต่อความโกรธในใจ

            บรรพชนของพวกเขายังคงหลับใหลอยู่

            อาศัยกำลังของเขาแต่เพียงผู้เดียวเกรงว่าจะยากที่จะจัดการกายาศักดิ์สิทธิ์จากเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้!

            "ฮ่าๆๆ! ดูเหมือนว่าในยุคนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์จักมีบุคคลที่มิอาจมองข้ามได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว"

            "กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหล…รสวิญญาณคงเอมโอชน่าดู"

            กึ่งเซียนจากเผ่าอสูรสีครามหนึ่งในสิบเผ่าอสูรโบราณส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นแล้วจ้องมองร่างของมู่เสินฉวนด้วยเจตนาร้าย

            กายเนื้อแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์เปล่งพลังลมปราณท่วมท้นดั่งโอสถวิเศษที่เดินไปเดินมาคงเป็นอาหารบำรุงที่เลิศรสยิ่งนัก!

            ในขณะเดียวกันเสียงลึกลับที่ซ่อนเร้นในความมืดมิดค่อยๆ แผ่ขยาย

            "มู่เสินฉวนผู้นี้กระทำการใดล้วนแต่เหิมเกริมมากเกินไป"

            "หากปล่อยให้เขาบรรลุวิถีใต้หล้าทั้งห้าแคว้นคงอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้!"

            "ยิ่งกว่านั้นกายาโกลาหลก็ใช่ว่าจะไร้ผู้ต่อต้าน!"

            "ย้อนไปในอดีตกาลเคยมีปราชญ์ผู้บุกเบิกเคล็ดวิชาอักษรเหนือฟ้าหลอมทำลายกายาโกลาหลที่อุบัติในยุคเดียวกัน"

            เสียงเหล่านั้นแผ่วเบาไร้ที่มาจับต้องมิได้และคล้ายจะปลุกปั่นให้เกิดสงคราม

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน