ในตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมอ่อนในการเขียนเรื่องราวมาก ๆทุกครั้งที่ได้รับการบ้านเกี่ยวกับการเขียนเรียงความผมจะจิตใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที
อย่างแรกเลยก็คือ ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะเขียนอะไรดีผมได้แต่ใช้เวลาไปชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงเล่าโดยที่เครื่องเขียนที่อยู่ในมือไม่ขยับเลยผลของการกังวลทำให้แค่การเขียนความคิดก็ทุ่มเทให้กับการแนะนำตัวละครและพล็อตเรื่องจนเต็มไปทั่วทั้งกระดาษสำหรับเขียนเรียงความผมเขียนได้แค่ไดอารี่เท่านั้น พอส่งชิ้นงานไป อาจารย์ก็มักจะบอกซ้ำ ๆ ว่า“มาเขียนเรื่องที่คิดไว้เยอะ ๆ กันเถอะ” ------เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา
ในตอนนั้นอาจจะพูดได้ว่าผมมีปมด้อยในเรื่องของความสามารถทางการเขียนเรียงความของตัวเองอย่างมาก
แล้วตัวผมในตอนนั้นทำไมถึงได้มุ่งเป้าจะเป็นนักเขียนอย่างตั้งใจกันนะ?
--------ไม่เพียงแค่คำถามนี้แผ่ขยายออกไปเท่านั้นแน่นอนว่าตอนนี้เองก็ยังคงเขียนได้อ่อนหัด จนอยากจะพูดออกมาว่าผมลำบากลำบนกับการเขียนหน้าพูดคุยกับนักเขียนให้เต็มแผ่นนี้
เพียงเท่านี้ ก็หมดไป 1 หน้า เป็นไปตามแผนที่วางไว้
อ้ะ ผมพูดแนะนำตัวช้าไปหน่อย ยินดีที่ได้รู้จัก สุเอะบะชิ เคนครับ
ต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ถือผลงานชิ้นเล็ก ๆ อันนี้อยู่ในมือ(ผมจะไม่ถามว่าคุณซื้อมา หรือว่ายืนอ่าน)
“จริงสิ มาเขียนคู่ที่อายุต่างกันดีกว่า!”
ผลงานในครั้งนี้เริ่มมาจากความคิดแบบนี้ครับ น่าจะเริ่มเขียนในราวๆ ต้นปี 2007 ล่ะมั้ง
ผมเริ่มเขียนพวกฉากต่าง ๆ ทันที
แน่นอนว่าบทตัวละครหลักผมอยากได้ตัวละครแบบที่มีเสน่ห์ล้นเหลือและได้รับความรักจากผู้อ่าน
ตัวละครเอกอายุมากกว่า มีความสามารถ ใจกว้างและมีการตัดสินใจที่เด็ดขาด แถมยังเป็นผู้ใหญ่ที่นำทางนางเอกซึ่งเป็นเด็กได้อย่างดีเอา-----ล่ะ ลงมือเขียนเลยนะ------
เสร็จสมบูรณ์
.........พวกคลั่งพี่สาวนี่มันอะไรกัน
ใครกันที่เป็นคนเขียนตัวละครพวกนี้ขึ้นมา
ผมเองงั้นเหรอ?
นั่นสิ
--------ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ตัวละครวัยรุ่นที่ชื่อว่าจูโร่ซึ่งไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความมีชีวิตชีวาและความอ่อนเยาว์จึงได้ถูกเขียนขึ้นมา
ส่วนนางเอกที่ชื่อว่าสึกิโกะนั้นเป็นเด็กใสซื่อซึ่งค่อนข้างใสซื่อกว่าแผนการที่วางไว้ในตอนแรกแถมยังช่วงชีวิตของเด็กสาวซึ่งไม่มีความสามารถในการมองดูผู้ชายเหนือการควบคุมของผมเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดก็ได้รับรางวัลดังนั้นเรื่องนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องความภาคภูมิใจในเรื่องพวกนั้นการเขียนนิยายเนี่ยบางทีก็แปลก ๆ
การอธิบายงานเขียนที่ไร้ประโยชน์ก็จบลงเพียงเท่านี้ส่วนต่อไปจะเป็นการกล่าวคำขอบคุณ
ผมขอขอบคุณทุก ๆ คนที่เลือกให้ผมได้รับรางวัลใหญ่แห่งเกียรติยศคุณผู้ดูแลไซโต้ที่ดูแลเป็นอย่างดี รวมไปถึงทุก ๆ คนในแผนงานแก้ไขคุณคะโบจะนักวาดรูปที่สุดยอดและเหล่าผู้คนทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในนิยายฉบับตีพิมพ์ฉบับนี้การที่ผลงานเล่มนี้ออกมายังโลกใบนี้ได้ ก็เพราะความพยายามของทุก ๆ คนขอขอบคุณจากใจจริง ๆ ครับ
......หืม----- มีกระดาษเหลืออยู่อีกนิดหน่อยงั้นกลับไปเล่าเนื้อเรื่องตอนแรกเลยดีไหม
ตัวผมที่เป็นเด็กไม่ได้เรื่องในการเขียนเรียงความแต่ว่ากลับชอบที่จะขยายเรื่องราวเพ้อฝันต่าง ๆ ภายในหัว
ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก จินตนาการของผมไร้ที่สิ้นสุดแต่ทว่ากลับไม่สามารถเปลี่ยนจินตนาการเหล่านั้นให้กลายเป็นคำพูดได้--------ดังนั้นผมถึงได้เกลียดการเขียนเรื่องราวมากหรือเปล่านะตัวผมในตอนนี้คิดเช่นนี้
ผมที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังคงเขียนได้แย่ไม่เปลี่ยนแต่ทว่าช่วงเวลาที่ผมยังคงเขียนต่อไปโดยไม่ต่อต้านกับความรู้สึกอยากออกมาเจอโลกภายนอกของอะไรบางอย่างในตัวผมผมกลับรู้สึกถึงความสนุก และความสุขขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเลย
ผลงานที่เขียนออกมาอย่างยากลำบากได้ส่งถึงมือทุก ๆ คน ผมได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เคยมีตัวตนอยู่แค่ภายในตัวผมให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกัน-------ผมรู้สึกได้ว่านี่เป็นสิ่งที่ตัวผมในอดีตสามารถยืดอก และภูมิใจออกมาได้
หากได้พบเจอกันอีกครั้งในเร็ววันก็คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ
สวัสดีครับ
เดือนพฤษภาคม ปี 2008 สุเอะบะชิเคน