ปะทะ
เหล่าคณะต่างแหวกว่ายหลบเร้นพยายามเข้าใกล้ตัวปราสาทสัตว์น้ำน้อยใหญ่หน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเห็น ทำให้พวกเด็ก ๆ ต้องซ่อนตัวเป็นระยะเพราะไม่แน่ใจว่าพวกที่เจอจะเป็นสายคอยรายงานความเคลื่อนไหวให้ราชินีชั่วร้ายหรือเปล่า
“เจ้าพอจะรู้ทางเข้าของตัวปราสาทนี้หรือไม่” เมื่อทั้งหมดว่ายมาถึงตัวปราสาทใต้น้ำที่ทำจากมุกหลากสีชูม่าก็หันไปเอ่ยถามนางเงือกน้อยผู้นำทางมา
“ข้าพอมีทางลับอยู่ด้านหลังปราสาทจุดนั้นเป็นจุดที่เอาไว้ขนถ่ายของเน่าเสียหรือของกินที่ราชินีไม่ต้องการออกมาทิ้งแถวนั้นไม่มีคนเฝ้า พวกเงือกที่อดอยากก็มักจะมาคุ้ยหาของแถบนั้นไปประทังชีวิตข้าเองก็เคยไป มันเป็นปล่องทอดยาวขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดได้” เงือกน้อยชี้มือไปทางด้านหลังปราสาทส่วนนั้นมีลักษณะคล้ายกับปล่องท่อระบายอะไรสักอย่างซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่พวกเธอจะลอดเข้าไปได้
เนย่าถึงกับนึกสะท้อนตัวเองในใจแม้แต่ในโลกใหม่ก็ยังมีการแก่งแย่งกันเอาชีวิตรอด เพียงเพราะความเหลื่อมล้ำแบ่งแยกเงือกน้อยตนนี้ต้องมาคอยแอบหาของกินเหมือนเธอตอนที่อยู่โลกมนุษย์ไม่มีผิด
“รีบพาพวกเราไปเถอะทางนั้นอาจพาไปถึงที่ที่ราชินีจับลาร์เฟียไว้ก็ได้นะ” รินรินรีบเสนออยู่ในน้ำเธอว่ายได้ไม่คล่องตัวนัก เพราะปีกอุ้มน้ำจนทำให้ตามเพื่อนได้ล่าช้ากว่า เธออยากกลับขึ้นไปด้านบนเร็วๆ
เหล่าคณะลัดเลาะไปตามพุ่มสาหร่ายโขนหินหน้าตาแปลกประหลาดที่ประดับอยู่รอบปราสาทมันสวยงามมาก ๆ ก็จริง แต่บริวารของราชินีโดยรอบกลับหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว และบรรยากาศก็หดหู่สิ้นหวังรวมถึงบางครั้งพวกเด็ก ๆ ต้องแอบเกาะหางปลาขนาดยักษ์ที่เหมือนจะมองอะไรไม่เห็นมันเป็นบริวาร แต่ตาพวกมันกลับบอดสนิท ไม่แน่ใจว่าถูกทรมานหรือเพราะเป็นสายพันธุ์ของมันกันแน่
“ถึงแล้วแต่ข้าไม่แน่ใจว่าจะไปถึงห้องของราชินีหรือไม่” เงือกน้อยร้องบอกเมื่อพวกเขาว่ายมาถึงปล่องบำบัดของเสียที่ว่า
“ข้างบนนั่นสูงสุดไม่ใช่ที่อยู่ของราชินีแต่เป็นหอพิธี” เป็นเรเนรอสที่เอ่ยแทรกขึ้น
“เจ้ารู้ได้ยังไง แม่มันม่วง” ชูม่าหันไปถามกวน ๆ
“ข้ารู้ก็แล้วกัน รีบไปเถอะ” เรเนรอสสะบัดเสียงใส่ก่อนจะว่ายนำทุกคนเข้าไปในปล่องที่มีความกว้างขนาดคนสิบคนก็เข้ามาได้
“ยายหนู แม่มันม่วงนี่น่าสงสัยเนาะว่าไหม” ชูม่ากระซิบบอกเนย่า
“เงียบเถอะน่าชูม่าเวลานี้เราต้องช่วยลาร์เฟียก่อน” เนย่าหันไปดุเจ้าตัวเล็กขี้สงสัย
ระหว่างทางที่ทุกคนกำลังว่ายขึ้นไปนั้น ในแต่ละชั้นจะมีช่องให้เห็นเข้าไปด้านในเพราะปล่องนี้ถูกสร้างไว้เพื่อให้ทิ้งสิ่งของสกปรกหรือไม่ใช้ลงมาจึงสามารถมองลอดเข้าไปได้ว่าแต่ละชั้นมีห้องหรือใครกำลังทำอะไร
มีเศษซากของร่างกายเงือกที่ถูกชำแหระตัดหัวตัดหางลอยผ่านร่างพวกเขาร่วงลงไปสู่เบื้องล่างบางครั้งก็เป็นหัวกะโหลกหรือลูกตา ของสัตว์น้ำที่ถูกจับมากินทำเอาเงือกสาวถึงกับปิดปากแอบสะอื้นด้วยความเศร้าใจที่เห็นพวกพ้องต้องมาตายด้วยสภาพอนาถเช่นนี้
ร่างพวกนี้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะลอยขึ้นไปรับแสงอรุณเพื่อให้วิญญาณเป็นอิสระด้วยซ้ำและจะไม่ถูกพรายสิงร่างเพราะร่างกายไม่สมบูรณ์
“อ้ากกกกก” เสียงร้องอย่างทรมานจากการถูกโบยตีเพราะไม่ทำตามคำสั่งของเงือกที่เป็นนักโทษดังก้องพวกเงือกพรายรุมกระชากเนื้อหนังของผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างน่าสยองและรุมกินกันอย่างป่าเถื่อน นับว่ากิจกรรมภายในปราสาทแตกต่างจากภายนอกที่สวยงามอย่างสิ้นเชิงทำเอารินรินถึงกับต้องปิดตาแล้วว่ายหนี เพื่อให้ถึงยอดปราสาทใต้น้ำนี่โดยเร็ว
“รีบไปตามหาเพื่อนเจ้าแล้วไปจัดการตัวต้นเหตุเสียดีกว่า” เรเนรอสหันไปพบเนย่าที่ท่าทางกรุ่นโกรธจึงเอ่ยเตือนเพราะไม่อยากให้เนย่าเสียเวลา หากขืนอยู่ตรงนี้นานเนย่าอาจจะพุ่งเข้าไปช่วยใครจนเสียแผนและเป็นเซนดรินที่พยายามดึงและลากเนย่าให้ตามขึ้นไปไม่ให้หยุดดูภาพน่าสยองเหล่านั้น
ชั้นบนสุดของลานพิธี
ลาร์เฟียลอยนิ่งอยู่ในโหลแก้วทรงกลมที่บรรจุอากาศไว้ภายในเพื่อไม่ให้เธอขาดอากาศตายไปเสียก่อน โดยรอบเป็นลานกว้างมีเหล่าเงือกพรายถืออาวุธเป็นกิ่งไม้น้ำผุพังแปลกตาอยู่โดยรอบหลายร้อยตัว
สูงขึ้นไปเป็นบัลลังก์ที่ทำจากเปลือกหอยขนาดใหญ่สีดำทะมึนสวยงามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
“ปล่อยฉันออกไปนะถ้าท่านเซนดรินเจอพวกแกล่ะก็เขาจะฆ่าพวกแกจนหมดบึงนี้แน่” ลาร์เฟียตะโกนโวยวายมีเพียงปากของเธอเท่านั้นที่ขยับได้ส่วนร่างกายคล้ายจะเป็นอัมพาตไปเสียแล้ว
“หึ ๆ ๆ ๆ ส่งเสียงไปเถอะ อีกเดี๋ยวร่างสวย ๆนี่ก็จะเป็นของข้าแล้ว” ร่างกายของคนพูดใบหน้าเสี้ยวหนึ่งคล้ายกับถูกสัตว์อื่นกัดแทะจนเห็นกระดูกและซี่ฟันอันแหลมคมผมเผ้ารุงรังยาวแผ่สยาย มันเคลื่อนไหวตามแรงกระเพื่อมของกระแสน้ำคล้ายกับมีชีวิตร่างกายท่อนบนเป็นคนแต่มีมือและแขนถึงหกมือ
ส่วนล่างเป็นกระดองปูมีขาและก้ามใหญ่ที่แข็งแรงไม่แน่ใจว่าร่างนี้ต้องผสมกับสัตว์น้ำในโลกเซนเทียกี่ชนิดถึงหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเช่นนั้นทำเอาเนย่านึกถึงซากศพที่แช่น้ำจนขึ้นอืดและเปื่อยเน่าทุกครั้งที่ร่างกายมันขยับก็เหมือนจะมีเศษเนื้อหลุดล่อนออกมาแล้วลอยไปตามกระแสน้ำอีกด้วยคล้ายกับจะยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรอบมีแต่สิ่งปฏิกูลและกลิ่นไม่พึงประสงค์โชคยังดีที่จมูกของพวกเธอไม่ได้ใช้ในงานนี้
“นั่นคือราชินีโบอาร์ นางคงกำลังพยายามทำพิธีย้ายร่างเพื่อนของท่านอาจเป็นคนที่นางต้องการร่าง แต่ต้องรอเวลาสักครู่เพราะสิ่งบูชายัญยังไม่ครบ” เงือกน้อยอธิบาย
“อะไรหรือที่ว่ายังไม่ครบ” เนย่ากระซิบถามในขณะที่ทุกคนต่างแอบซุ่มดูอยู่ขอบลานพิธี
“หัวใจศิลาของเหล่าปีศาจเงือก เมื่อก่อนมันมีมากมายนางเลยเอามาใช้ประกอบการย้ายร่างไปมาไม่หยุดหย่อนจนกว่านางจะพอใจแต่ตอนนี้มันร่อยหรอลงไปนางจึงต้องหาพวกเงือกแท้มาฆ่าควักหัวใจเพื่อใช้แทนของเดิมที่จะหมด” เงือกน้อยอธิบายอีก
“โหดร้ายที่สุดถ้าเช่นนี้ก็คงไม่เหลือหัวใจศิลาของปีศาจเงือกแล้วสิ เราก็อดเอาไปให้อาจารย์ทรอยอาร์ด้วยเพราะภารกิจไม่ผ่าน” รินรินแสนจะเสียดาย
“ข้าคิดว่ายังมีอยู่แต่นางไม่เอาของเก่ามาใช้เสียมากกว่าเพราะพลังของหัวใจศิลาจากผู้ยอมสละเองจะให้พลังมากกว่าผู้ที่โดนบังคับเอามานางคงเก็บของเดิมไว้ใช้ในยามจำเป็นจริง ๆ นี่ก็ผ่านมาหลายร้อยปีแล้วนางเพิ่งคิดจะย้ายร่างใหม่ตอนนี้ก็คงส่งสมุนให้ไปตามหาเงือกแท้มาเพื่อสังเวยนางเป็นแน่”
“เจ้าก็เป็นหนึ่งในเงือกแท้นี่” ชูม่าไม่รอช้าที่จะแทรกเพราะกลัวไม่มีบท
“ใช่ ข้าเองก็ต้องอยู่อย่างหลบซ่อนเช่นกันบ้างก็แฝงอยู่ในพวกเงือกพรายเพื่อพรางไม่ให้ถูกจับได้” เงือกน้อยเล่าถึงความยากลำบากในการพยายามมีชีวิต
“ฉลาดไม่เบา” เจ้าตัวเล็กเอ่ยชม
“ปล่อยข้าเถิด ปล่อยข้า ข้าขอร้ององค์ราชินี” ร่างของเงือกหนุ่มรายหนึ่งถูกลากเข้ามาในลานพิธีสภาพร่างกายเขาไม่สู้ดีซูบผอม มีรอยบาดแผลไปทั้งตัว แล้วยังถูกมัดมือเข้ามาโยนไว้ตรงหน้าราชินีอีก
“จุ๊ ๆ ข้าปล่อยเจ้าไปแน่ แต่เจ้าต้องมีของมาแลก” โบอาร์เยื้องย่างเข้าหาเงือกหนุ่มเหยียดยิ้มชั่วร้ายจนใบหน้าซีกที่เป็นโครงกระดูกถึงกับขากรรไกรขยับเลื่อนไปด้านหลังเกือบจะหลุด
“ขะ ข้าให้ได้ทุกอย่างเลย ราชินีอยากได้อะไรข้าพร้อมมอบให้เลย แต่ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิดนะ” เงือกหนุ่มร้องขอชีวิตลนลานตะเกียกตะกายร่างเข้าไปเกาะขาที่เป็นปูของโบอาร์อย่างร้อนรน
“พร้อมมอบให้เหรอ ดีจัง ฮ่า ๆ ๆ” โบอาร์หัวเราะร่าอย่างได้ใจ
“ใช่ ๆ ข้ามอบให้เลย มอบให้” เงือกหนุ่มไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่นางต้องการคืออะไร
“งั้น ฉันขอนี่แล้วกันนะ” ฉึก! ไม่มีแม้แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดวงตาเหลือกถลนพร้อมกับก้อนหัวใจถูกควักออกไปต่อหน้าต่อตาโบอาร์ใช้ก้ามคีมเหล็กหนีบหัวของเหยื่อเอาไว้ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งกะซวกเข้าไปในร่างอันบอบช้ำนั่นกอบกุมสิ่งที่ต้องการแล้วกระชากมันออกมาโดยแรงรินรินถึงกับวี้ดร้องด้วยความกลัวแต่ฮาร์มพุ่งมาปิดปากเธอไว้ได้ทันเนย่าหันไปช่วยปิดตาไม่ให้เพื่อนมองเห็นภาพสยดสยองอีกแรง
“ร่างอสุรเทวา หึ ๆ ดีจริง ๆถ้าข้าได้ร่างนี้แล้วกินลูกมังกรของเจ้าไปด้วยมันจะมีพลังมากสักแค่ไหนนะ” โบอาร์ชูหัวใจศิลาสีขาวใสขึ้นรับแสงเลื่อมพลายในน้ำก่อนจะหันมาหาลาร์เฟียที่จ้องมองภาพนั้นอย่างตื่นตะลึง เมื่อยิ่งเห็นลาร์เฟียกลัวนางก็โยนร่างของเงือกหนุ่มไปพาดไว้บนโหลแก้วที่ลาร์เฟียอยู่ร่องอกที่กลวงโบ้ดวงตาที่เหลือกถลนทำเอาลาร์เฟียถึงกับร้องไห้ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาพบเจออะไรน่ากลัวเช่นนี้
“แกมันชั่วร้าย เลวที่สุด” ลาร์เฟียสะอื้นพลางก่นด่า แต่โบอาร์ก็ไม่สนใจเธอได้หัวใจศิลาดวงใหม่ที่มีพลังแล้วเพราะเจ้าตัวมอบให้เองเป็นเครื่องบูชาชั้นดีถ้าได้กลืนกินร่างเด็กนี่ไปพร้อม ๆ กันด้วย
“ฮะ ๆ ๆ ๆ ด่าไปเถอะ แกหายใจในน้ำไม่ได้แค่นี้ก็ต้องตายอยู่แล้วถ้าโหลแก้วนี่แตกยอมสละร่างสวย ๆ นี่ให้ข้าเสียจะดีกว่า รับรองข้าจะดูแลอย่างดีเชียว” โบอาร์ยิ้มเยาะนางเยื้องย่างด้วยขามากมายเข้ามาหาลาร์เฟีย ก่อนจะใช้เล็บคมค่อย ๆกรีดกระจกจนเกิดเสียงแสบหู
ลาร์เฟียหลับตาแน่น ร่างกายก็ขยับไม่ได้แถมยังจะต้องถูกปีศาจร้ายนี่นำร่างไปใช้กินคนนั้นคนนี้อีก ช่างเป็นการเก็บคะแนนที่เอาชีวิตมาทิ้งจริงๆ ลาร์เฟียได้แต่คิดและหลับตาด้วยความหวาดหวั่น
พลั่ก! ร่างของเหล่าเงือกพรายที่ล้อมอยู่ล้มลงไปหลายสิบเพราะถูกอาวุธคมของฮาร์มและเซนดรินปลิดชีพ
“แต่พวกฉันหายใจได้ ปล่อยเพื่อนฉันนะยายปีศาจ” เนย่าง้างสายธนูจนสุดแขนเป้าหมายคือราชินีวิปริตที่กำลังกอดโหลแก้วบรรจุร่างลาร์เฟียไว้มั่นถ้าปล่อยลูกธนูไปตอนนี้มีหวังโหลแตกและลาร์เฟียจมน้ำแน่
“มาให้เลือกกันเยอะดี ฉันล่ะชอบจริง ๆ” โบอาร์ปล่อยโหลแก้วแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก
เงือกหลายร้อยตัวโผล่มาจากทุกทิศทางเมื่อพบเข้ากับผู้บุกรุกโบอาร์กลืนกินหัวใจของเงือกที่เพิ่งฆ่าไปทันที ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่ลาร์เฟียอีกครั้งเพื่อทำพิธีให้จบ
ก้ามปูใหญ่โตบีบเข้ากับโหลแก้ว มันแตกกระจาย มวลน้ำล้นทะลักเข้าหาลาร์เฟียเธอกำลังจะจมน้ำโบอาร์เหยียดยิ้มเพราะถ้าเด็กตรงหน้าตาย เธอก็สามารถใช้ร่างได้
“รีอาร์ข้าขออัญเชิญท่าน” เนย่าอันเชิญผู้ครองธาตุสายน้ำพุ่งเข้าโอบอุ้มร่างของลาร์เฟียไว้มวลน้ำหมุนวนก่อนจะดูดร่างของลาร์เฟียเข้าไปแล้วส่งเธอให้ลอยขึ้นโบอาร์เมื่อเห็นว่าร่างใหม่จะหลุดมือก็รีบว่ายตามแล้วคว้าขาของลาร์เฟียไว้ได้
“ข้าไม่ยอมให้หนีไปได้หรอก” นางคำรามก้อง เซนดรินเห็นลาร์เฟียจะขาดอากาศเขาจึงพุ่งด้วยความเร็วกระแทกเข้ากับกระดองปูของโบอาร์อย่างแรงทำให้ลาร์เฟียหลุดพ้นจากพันธนาการแล้วลอยตามกระแสน้ำวนขึ้นไปโดยมีฝูงเงือกพรายมากมายตามลาร์เฟียขึ้นไปติด ๆ
“รินริน เซนดริน ขึ้นไปช่วยลาร์เฟียก่อนทางนี้ฉันกับฮาร์มและเรเนรอสจะจัดการเอง” เนย่าสั่ง รินรินรับคำก่อนจะรีบว่ายตามขึ้นไปแต่เซน ดรินก็ยังห่วงเนย่า ฮาร์มหันไปส่งสัญญาณกับเขาเป็นการบอกว่าจะดูแล เนย่าให้ทั้งคู่พยักหน้าให้กันก่อนเซนดรินจะตามร่างลาร์เฟียขึ้นไป
“พวกแกทำให้ข้าต้องเสียร่างใหม่ เช่นนั้นก็เอาร่างพวกแกมาให้ข้าแล้วกัน” โบอาร์แค้นเคืองเมื่อไม่สามารถใช้ร่างที่จับมาได้ จึงหันมาเล่นงานคนที่กำลังต่อสู้อยู่
นางส่งคลื่นเสียงทำให้เกิดระรอกคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่เข้ากระแทกร่างของเนย่าและฮาร์มทันทีคลื่นเสียงนั้นเกิดเป็นแรงบีบอัดอย่างร้ายกาจทำให้ทั้งคู่ถึงกับถูกบีบรัดจนร่างแทบจะแหลกสลายโบอาร์กำลังรวบพลังให้ถึงขีดสุดนางส่งคลื่นเสียงอีกระลอกเพื่อให้ทั้งฮาร์มและเนย่าป่นปี้แต่แล้ว เรเนรอสก็พุ่งเข้ามากันร่างทั้งคู่ไว้
เรเนรอสกลายร่างเป็นปีศาจปลาขนาดใหญ่ใบหน้าที่เคยสวยงามแปลเปลี่ยน ปากยื่นยาวอ้ากว้าง เต็มไปด้วยคมเขี้ยวน่ากลัวใบหูกลายเป็นครีบขนาดใหญ่ ส่วนลำตัวยาวยืดนับหลายกิโลดวงตาสีแดงฉานบ่งบอกถึงความโกรธถึงขีดสุด รอบ ๆคอมีหนวดยาวสยายหลายสิบเส้นคล้ายกับปลาหมึก พร้อมกับมีลำแสงแลบแปลบปลาบเป็นกระแสไฟฟ้าโดยรอบ
ร่างปีศาจนั้นใหญ่โตกว่าโบอาร์หลายสิบเท่าเรเนรอสเข้างับร่างที่เป็นกระดองปูแข็งหนาของโบฮาร์พร้อมกับพุ่งลากไปกระแทกกับตัวปราสาทสวยจนหักโค่น
โบอาร์เองไม่ยอมแพ้ เมื่อจวนตัวนางจึงรวบรวมเหล่าเงือกพรายให้มารวมร่างด้วยพวกมันคล้ายกับถูกดูดเข้าไปในร่างของโอบาร์จนร่างนางขยายใหญ่ และมีขนาดเท่าเรเนรอสการปะทะกันระหว่างพญาปูปีศาจกับปลายักษ์หนวดหมึกกระแทกต่อสู้รัดรึงกันจนเป็นระลอกคลื่นซัดเอาทั้งเนย่าและฮาร์มหลุดลอยออกไปไกล
แต่เงือกน้อยที่แอบหลบอยู่ก็พุ่งตามร่างทั้งสองจนดึงเอาไว้ได้เธอพาทั้งคู่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาในที่สุด แต่สถานที่นี้ไม่ใช่บึงมายาอีกต่อไปเนย่าหันมองไปรอบ ๆ มันกลายเป็นว่าพวกเธอออกมาถึงทะเลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การปะทะกันระหว่างสองปีศาจทำให้เกิดพายุใต้ทะเลเพิ่มความกราดเกรี้ยวม้วนตัวเป็นคลื่นใหญ่ปลุกกระแสลมโดยรอบทำให้เกิดน้ำหมุนวนเหมือนทั้งฮาร์มและเนย่าอยู่ท่ามกลางมหาพายุซึ่งยากที่สงบ
“แม่หนู เราออกมาไกลเกินไปกระแสจิตเจ้าพอจะเรียกใครมารับได้รึเปล่า” ชูม่าโผล่หัวออกมาจากหลังคอเสื้อเนย่าพลางร้องถามนับว่าเขาเอาตัวรอดได้ดีหลังจากมีประสบการณ์ที่ต้องแยกกับเนย่าจนทำให้เธอต้องลำบาก
“น่าจะไม่ไหวไกลเกินไปฉันกลัวพวกเขาออกมาแล้วจะเกิดอันตราย รีสกับชีน่ายังไม่หายดี คุณบาร์รามก็ออกไปตามหาเวย์นาสฉันไม่อยากเรียกเขากลับมา” เนย่าอธิบาย
“มังกรตนอื่นที่อยู่ในพันธะจะไม่มาเพราะเรเนรอสมาแล้วรวมถึงเธอก็อยู่กับฉันไม่ต้องห่วงฉันจะปกป้องเธอเอง” ฮาร์มตะโกนแข่งกับพายุ แล้วมองสำรวจไปรอบ ๆคลื่นใหญ่ทำให้ทั้งคู่ที่ถูกทำร้ายมาแทบจะหมดแรง แต่เขาก็ยังยืนยันจะปกป้องเนย่า
“แต่นายจะกลายร่างพาฉันกลับไม่ได้ลืมแล้วเหรอ” เนย่ากลัวว่าฮาร์มจะตัดสินใจกลายร่างแล้วพาเธอบินกลับไป
“นี่อย่ามัวเถียงกัน เราอยู่ในทะเลนะพวกนั้นกำลังสู้กันคลื่นจะดูดเราลงไปเมื่อไรก็ไม่รู้รีบหาทางเข้าฝั่งก่อน” ชูม่าเตือนสติตอนนี้เขาอิ่มน้ำที่เผลอกลืนเข้าไปจนท้องจะแตกแล้ว
“ข้าจะพาพวกท่านไปหลบที่แนวเกาะด้านโน้นก่อน” เงือกน้อยเสนอ
“แต่เรเนรอส” เนย่าอดเป็นห่วงเรเนรอสที่กำลังปะทะกับโบอาร์อย่างดุเดือดไม่ได้ภาพสองปีศาจที่พลัดกันดำผุดดำว่ายได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ไม่ไกลนั้นทำเอาเนย่าหวาดหวั่นแต่เธอก็ไม่อยากให้เรเนรอสต้องเจ็บตัว อีกอย่างเธอไม่คิดว่ามังกรจะกลายร่างเป็นปีศาจน่ากลัวเช่นนั้นได้
“นั่นคือราชินีของพวกเรา” เงือกน้อยบอกเนย่าด้วยใบหน้ามีความหวัง
“แต่เรเนรอสเป็นมังกรไทโซล์....” เนย่ากำลังจะถามต่อแต่ก็ถูกคลื่นใหญ่ซัดกดลงไปจนต้องตะเกียกตะกายกลับขึ้นมาสูดอากาศอีกหน
“รีบหลบก่อนเถอะน่าตอนนี้ไม่ใช่แค่คลื่นยักษ์พวกนี้แล้วที่จะฆ่าเจ้า เห็นครีบหางไหว ๆ นั่นไหมพวกมันมาแล้ว” ชูม่าชี้นิ้วป้อม ๆ ให้เนย่าดู กำลังมีฝูงเงือกว่ายตรงมาทางนี้เธอและฮาร์มต้องรีบหนีแล้ว
“ไปเถิดท่าน” เงือกน้อยเร่ง