THE ONE

    ตอนที่ 50 ไหเจินปะทะเทียนคง

            

            เทียนคง ยืนจ้องมองผู้ที่มาหาเข้ากัวไหเจิน ด้วยสีหน้าเย็นชาสุด ๆ ไหเจินเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงยายามปั้นหน้าให้เป็นปรกติที่สุดแล้วทำท่ามาดผู้ดีสองมือไขว้หลัง ก่อนพูดว่า “พี่ชาย พอดีมีคนอยากพบท่าน รบกวนท่านมากับข้าหน่อยนะ”

                  

            เทียนคงที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งขมวดคิ้วใครกันที่อยากพบข้า ข้าไปรู้จักใครตอนไหน จะมีก็แต่พวกสาวน้อยคนนั้นและถ้าเป็นอย่างนั้น ก็คือเจ้านี่คือคนของนางและกำลังจะใช้กำลังบังคับข้าให้กลับไปใช่ไหม

                  

            เขาสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มคนนี้แม้จะอายุน้อย แต่มีระดับพลังไม่ธรรมดาเขาถึงกับมีพลังระดับเชี่ยวชาญขั้นสองสูงกว่าศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักวิหคครามสาขาเมืองประกายเงินอย่าง เหอหลงหง ถึง 5ขั้นย่อย แถมอายุดูก็น่าจะน้อยกว่าเป็นสิบปี แสดงว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดามากๆ

                  

            ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นพวกเดียวกันกับสาวน้อยคนเมื่อครู่และอาจจะมีฐานะที่สูงกว่าด้วย แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคนระดับนี้จู่ๆจะตามเขามาและมีความตั้งใจจะพาเขาไปทำไม

                  

            เทียนคงคิดได้ดังนั้นก็พยายามเลี่ยงปัญหาที่อาจจะไปทำให้ลูกหลานคนใหญ่คนโตไม่พอใจจึงพูดว่า “ข้าว่าคุณชายจำคนผิดแล้ว ข้าไม่รู้จักใครที่นี่เลยและข้าก็ต้องขออภัยท่านด้วย” เทียนคงไม่ได้ถือสาว่าตัวเองน่าจะอายุมากกว่าเขาโค้งคำนับให้ไหเจินแล้วพูดด้วยความนอบน้อม

                  

            “ข้าจำไม่ผิดหรอกพี่ชาย ใช้เวลาไม่นานหรอก ให้ความร่วมมือกับข้าเถอะ จะได้จบ ๆเรื่องไป”ไหเจินยังไม่เลิกรา จริง ๆต้องนับว่าเขาใจเย็นได้ผิดปรกติมาก ๆแล้ว เพราะหากเป็นปรกติทั่วไปหากมีคนปฏิเสธเขาแบบนี้ เขาคงอาละวาดโวยวายไปแล้ว และคนที่คอยควบคุมความประพฤติของเขาก็คือพี่สาวของเขา กัวซินเหยียน และนี่คงเป็นเหตุผลที่เขายงคงไม่ออกอาการดังกล่าว

                  

            เทียนคงที่เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมเลิกรากับเขาไปง่าย ๆแน่ จึงเอ่ยถามไปว่า “เอาเถอะข้ายอมไปกับท่านก็ได้ แต่ว่าข้าขอทราบก่อนได้ไหมว่าข้ากำลังจะไปพบใคร” เทียนคงยอมถอยให้แล้วแต่ไม่คาดคิด จู่ ๆไหเจินก็เหมือนจะทนกับการต่อล้อต่อเถียงไม่ไหวแล้วเขาไม่พูดจาแล้วคิดใช้กำลังเข้าบังคับอีกฝ่ายทันที

                  

            “หืออคุณชาย ท่านจะทำอะไร” เทียนคงเห็นมือข้างหนึ่งพุ่งตรงมาที่ไหล่เขา ด้วยกำลังและความเร็วไม่ธรรมดาแต่ก็ไม่อาจทำอะไรเทียนคงได้ แม้จะเร็วในสายตาคนทั่วไป หรือแม้แต่นักรบชั้นยอด แต่นั่นมันก็สำหรับคนที่ระดับพลังไม่ต่างกับเขามากนักซึ่งเทียนคงมีระดับพลังสูงกว่าไหเจินถึง 5 ขั้นย่อยและมากกว่านั้นคือเทียนคงไม่เหมือนกับผู้ใช้พลังทั่วไปอีกด้วย

                  

            มือข้างนั้นในสายตาเทียนคงนั้นช้ามาก ๆ แต่มือนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เขาจึงไม่ได้ตอบโต้เหมือนกับพวกสาวน้อยสิ่งที่เขาทำจึงเพียงแค่ฉากหลบไปเฉย ๆก่อนจะถามออกไป

                  

            ไหเจินมีสีหน้าตะลึงแม้เขาจะไม่ได้ใช้กำลังอะไรมากมาย แต่นักรบที่มีพลังระดับต่ำกว่าเขาถึง 5 ขั้นย่อยสามารถหลบเงื้อมมือของเขาได้ มันเป็นไปได้อย่างไร

                  

            ในสายตาของไหเจินมองเห็นเทียนคงเป็นแค่นักรบระดับสูงขั้นเจ็ดเท่านั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบการโจมตีของเขา และเขาคิดว่าเมื่อครู่คงเป็นเรื่องบังเอิญมันต้องบังเอิญแน่ ๆ

                  

            เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกจึงลงมือซ้ำ และผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม คือเทียนคงขยับตัวเพียงเล็กน้อย ก็สามารถหลบมือที่หมายจะคว้าเขาไปได้

                  

            “นี่ท่านจะไม่เลิกใช่ไหมข้าแค่ถามว่าข้ากำลังจะไปเจอใคร มันตอบไม่ได้เชียวหรือ หากท่านพาข้าไปหายมบาลข้าก็ต้องไปกับท่านเฉยๆน่ะรึ” เทียนคงถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย ขณะที่กำลังหลบมือของไหเจิน

                  

            “บัดซบเอ้ยยยในเมื่อข้าเชิญเจ้าดี ๆแล้วเจ้าไม่ชอบ ถ้างั้นก็ลองดูว่าข้าจะพาเจ้าไปในสภาพไหน”ไหนเจินหมดความอดทนในที่สุด เขาเปลี่ยนมือธรรมดาที่หมายจะคว้า ไปเป็นฝ่ามือ กรงเล็บและหมัดแทน

                  

            ต้องยอมรับจริงๆว่าท่วงท่าและทักษะของไหเจินนั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ เทียนคงลอบประเมินคู่ต่อสู้แม้ไหเจินจะกดพลังตัวเองให้เท่ากับเหอหลงหง ศิษย์พี่ของเขาที่สำนักสาขาเมืองประกายเงินเหอหลงหง ก็ไม่มีโอกาสที่จะสู้ได้เลย เขาคงรับมือได้อย่างมากก็สองสามกระบวนท่า

                  

            แต่ก็นั่นแหละตอนที่เทียนคงจับคู่ประลองเพื่อฝึกฝนนั้น เขาแทบไม่ได้ใช้ทักษะต่อสู้ที่มีเลยเขาใช้เพียงทักษะที่หานจื่อหง อาจารย์ของเขาถ่ายทอดให้ ซึ่งมันเป็นทักษะระดับต่ำเตี้ยจนเรียกได้ว่าไม่มีทักษะไหนจะต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว แต่เขาก็สามารถใช้ทักษะนี้ประมือกับเหอหลงหงได้มากกว่า200 กระบวนท่า

                  

            และจริงๆนี่ก็เป็นเพียงสิ่งที่เทียนคงต้องการแสดงให้คนรอบข้างเห็นก็เท่านั้นหากให้เขาเอาจริง อย่าว่าแต่ประมือเลย ให้เขาล้มเหอหลงหงด้วยทักษะสุดกากนั้น อย่างมากก็สักห้ากระบวนท่าเขาก็ทำได้แล้ว

                  

            ผ่านไปราว5 นาที ขณะที่ไหเจินกำลังประเคนทั้งมือและเท้าใส่เทียนคง ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น

                  

            “ไหเจินหยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่” ในที่สุด ซินเหยียนก็ตามมาทัน เมื่อเห็นไหเจินน้องชายสุดห้าวของตัวเองกำลังลงไม้ลงมือกับชายหนุ่มก็ตะโกนห้ามทันที นางมีลางสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าอาจเกิดเรื่องแบบนี้และก็ไม่ผิดคาด มันเกิดขึ้นจริง ๆ

                  

            ดีที่นางตัดสินใจตามมาแม้จะลังเลอยู่ว่า หากชายหนุ่มคนนี้เกิดปลดทุกข์ขึ้นมาจริง ๆแล้วนางตามไปไม่เท่ากับว่าต้องไปเจอชายหนุ่มในสภาพที่แค่คิดก็จะอ้วกแล้วเหรอและยังเป็นการเสียมารยาทอย่างไม่อาจให้อภัยด้วย ด้วยฐานะองค์หญิงสามแห่งนครวิหคครามนางไม่อาจทำแบบนั้นได้แน่นอน

                  

            แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าแล้วถ้านางคิดถูกว่าชายหนุ่มมีความสามารถพอที่จะรู้ว่าพวกนางตามเขามา แน่นอนว่าเขาต้องไม่ได้เป็นคนธรรมดาแน่ๆ และมันอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาถ้าเกิดไหเจินไปล่วงเกินอะไรเขาเข้า นางเชื่อในลางสังหรณ์ของนางว่าเขาเป็นคนมีความสามารถจริงนางจึงตัดสินใจตามไปในที่สุด

                  

            ไหเจินชะงักทุกการกระทำและตัวแข็งทื่อทันทีเขาเองก็คิดไว้อยู่ว่าพี่สาวอาจตามเขามา แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เขาคิดว่าจะพาชายหนุ่มคนนี้ไปหานางแต่ไม่คาดคิด เขากลับไม่อาจพาไปได้ แม้จะใช้กำลังแล้วก็ตาม

                  

            “เอ่ออท่านพี่ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะ .... จริงไหม พี่ชาย” ไหเจินหน้าซีดก่อนจะหันไปขยิบตาให้เทียนคง

                  

            ซึ่งเทียนคงเองก็รู้งานเขารู้ได้ทันทีว่าหญิงสาว ที่แสนจะงดงามคนนี้คงเป็นพี่สาวเขา แน่นอนล่ะ ก็เมื่อสักครู่ไหเจินเรียกนางว่าท่านพี่ นี่ -..- และเขาก็คิดว่าในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้เป็นอะไร ช่างเถอะ ตามน้ำไปแล้วกัน จะได้จบเรื่องไป

                  

            “อ้อใช่แล้วแม่นาง ... คุณชายท่านนี้ไม่ได้ทำอะไรข้าหรอก เขาแค่มาเชิญข้าไปพบคนๆหนึ่งเท่านั้น ไม่ทราบว่าคน ๆนั้นคือท่านใช่หรือไม่” เทียนคงขยิบตากลับให้ไหเจินเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป แล้วถือโอกาสตรวจสอบสิ่งที่เขาคิด

                  

            “ใช่เป็นนางนั่นแหละ .... ทีนี้พี่ชายยังไม่อยากพบคนที่ข้าอยากพาไปอยู่หรือไม่ล่ะ”ไหเจินเห็นเทียนคงจ้องมองพี่สาว ก็ขุ่นเคืองเล็กน้อยแต่ก็ยังอดที่จะประทับใจเทียนคงไม่ได้ ที่ไม่ได้เอาเรื่องเมื่อครู่มาเล่นงานเขาทั้ง ๆที่ตัวเขาออกกระบวนท่าหมายทำร้ายเขาชัด ๆ แม้พี่สาวนางจะเห็นว่าเขาทำแบบนั้นแต่ในเมื่อผู้ถูกกระทำยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ ทีนี้พี่สาวนางจะทำอะไรเขาได้

                  

            “ข้าไม่บังอาจหรอกคุณชายหากแน่นางท่านนี้ยินดีที่จะพบผู้น้อย ก็ถือเป็นเกียรติของข้าแล้ว ... ถ้าอย่างนั้นแม่นาง ท่านต้องการพบข้าด้วยเรื่องอะไรหรือ” เทียนคงแม้ในใจจะอยากบอกว่า “ใช่ ไม่อยากพบ”แต่ก็เก็บคำพูดนี้ไป เพราะถ้าพูดแบบนั้นออกไป ไม่เพียงไอเด็กนี่จะต้องโวยวายแน่นอนแต่แม่นางคนนี้ก็อาจจะพลอยโมโหที่เขาไม่เห็นนางอยู่ในสายตาด้วยเป็นแน่

                  

            “เอ่ออ.... คือว่า ข้า ...” ซินเหยียน เห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็พลันคิดไม่ทันทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก นางคิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะต้องโวยวายเอาเรื่องไหเจินแน่ๆ และยิ่งมีคนมาห้ามปรามก็อาจยิ่งได้ใจ จนขอเรียกค่าเสียหายซึ่งก็ไม่ผิดถ้าเขาจะทำอย่างนั้น เพราะไหเจินล่วงเกินเขาจริง ๆ

                  

            “ท่านพี่ท่านนี่น้า พี่ชายคนนี้ก็อยู่ตรงนี้แล้ว พี่ก็ถามเขาไปเลย ว่าเมื่อครู่เขาล้มนักรบที่มีพลังระดับสูงขั้นต้นพร้อมๆกันทีเดียวห้าคน โดยที่เขามีพลังเพียงระดับสูงขั้นเจ็ดได้ยังไง” ไหเจิน เห็นพี่สาวอ้ำๆอึ้ง ๆ จึงเป็นคนเอ่ยถามสิ่งที่ต้องการรู้ด้วยตัวเองเพราะเขาเองก็อยากรู้ไม่แพ้พี่สาวเขาหรอก อาจจะมากกว่าด้วย เพราะเมื่อครู่เขาได้ลงมือกับชายตรงหน้านี้แล้วก็พอรู้ได้แล้วว่าเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ และเขาจะต้องปิดบังพลังที่แท้จริงไว้แน่ ๆ

                  

            ต้องยอมรับเลยเรื่องหนึ่งคือแม้ไหเจิน จะยังเด็ก และมีความมุทะลุ อารมณ์ร้อนง่ายอยู่บ้างแต่ในเรื่องการวิเคราะห์ทักษะและพลังเขาไม่เป็นรองใครจริง ๆในนครวิหคครามนี้ เหล่าองค์ชายที่เป็นพี่น้องของเขาล้วนไม่มีใครสู้เขาได้เลยในเรื่องนี้

                  

            “พวกท่านอยู่ในเหตุการณ์หรือ?” เทียนคงเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ถ้าพวกท่านอยู่แล้วทำไมไม่ช่วยข้าสักหน่อยเล่า ปล่อยให้เรื่องมันเลยเถิดไปแบบนั้นทำไมกัน แถมยังดูน่าจะเป็นคนใหญ่คนโตด้วยหากพวกท่านออกตัวสักหน่อย พวกสาวน้อยมีหรือจะเหิมเกริมขนาดนั้น

                  

            “เอ่ออก็ใช่ พวกเราอยู่ แต่เจ้าอย่าเพิ่งคิดว่าพวกเราจะไม่ช่วยนะ พี่สาวข้านางตั้งใจจะช่วยอยู่แล้วแต่เห็นว่าเจ้าเอาตัวรอดได้ จึงไม่อยากออกตัวมากนัก” ไหเจินเห็นท่าทางไม่พอใจของเทียนคงก็รีบอธิบายราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วโดนจับได้

                  

            “พอเถอะไหเจิน เป็นพวกเราเองที่อยู่ในเหตุการณ์เกือบจะตั้งแต่เริ่ม แต่ก็ไม่คิดที่จะเข้าไปช่วยในทันทีจนเรื่องบานปลายจนถึงขั้นนี้ และข้าต้องขอออภัยท่านด้วย ส่วนคำถามของน้องชายข้าก็อยากรู้ แต่หากท่านไม่ต้องการตอบก็ไม่เป็นไร หวังว่าท่านจะไม่ถือสาพวกเราสองพี่น้องที่เสียมารยาทและล่วงเกิน”

                  

            เห็นพี่สาวที่เป็นถึงองค์หญิงกล่าวขอโทษชายหนุ่มที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าไหเจิน ก็พลันเดือด เขากล่าวว่า “นี่พี่ชาย รู้หรือเปล่าว่าพวกเราเป็นใครบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าเป็นใคร มาจากไหน แล้วปิดบังพลังเอาไว้ทำไม”

                  

            ซินเหยียนตาโตทันที นางอุตส่าห์ประนีประนอมสุดชีวิต ไม่ให้เรื่องมันไปกันใหญ่แต่ไอน้องชายตัวแสบนี่ กลับทำมันพังเสียไม่เป็นท่า เจ้าจะต้องทำให้มันเป็นเรื่องให้ได้เลยใช่ไหมหา ......