ไป๋ฉีและตงเสวียหลินพูดคุยกันอยู่นาน ความสนิทสนมของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ ด้วยนิสัยเป็นกันเองของหญิงสาวนับว่าเข้ากับชายหนุ่มได้ดีมาก ใช้เวลาไม่นานนักเขาก็สามารถพูดเล่นกันได้ตามประสามิตรสหายทั่วไป
"จริงสิ ปกติเห็นเจ้าไปไหนมาไหนพร้อมกับฝาแฝดอีกคนไม่ใช่หรือ แล้วทำไมวันนี้ถึงออกมาคนเดียวได้"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความสงสัย สำหรับเขาเรื่องนี้มันดูผิดปกติจริงๆ
"อ่อ ถ้าเจ้าหมายถึงยัยก้อนน้ำแข็งเสวียซินล่ะก็ ป่านนี้เธอคงเก็บตัวฝึกฝนอยู่กระมัง"ตงเสวียหลินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่าไป๋ฉีกลับยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ "ยัยก้อนน้ำแข็งอย่างนั้นหรือ? เหตุใดเจ้าถึงได้เรียกพี่สาวของตัวเองเช่นนั้น"
"ก็เพราะเธอมีนิสัยตายด้านเย็นชาเหมือนกับก้อนน้ำแข็งเดินได้อย่างไรล่ะ ตั้งแต่เกิดมีน้อยครั้งนักที่พี่สาวคนนั้นจะแสดงอารมณ์ออกมาบนใบหน้า หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นขั่วตรงข้ามของข้าเลยก็ได้"ตงเสวียหลินกล่าวอธิบายอย่างฉับไว
ไป๋ฉีก็พยักหน้าอย่างเข้าใจในทันที "ปรากฏว่านอกจากรูปร่างหน้าตาแล้ว เจ้ากับพี่สาวก็แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสินะ"
"เอาเถอะๆถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องของข้า ว่าแต่เสวียหลินเจ้าเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับสถานที่แปลกๆในจักรวาลบ้างหรือไม่"ไป๋ฉีได้โอกาสจึงเอ่ยปากถามออกไป ถึงอย่างไรตงเสวียหลินก็เป็นถึงลูกสาวของจ้าวจักรวาลโบราณอาจจะมีข้อมูลดีๆให้กับเขาบ้างก็เป็นได้
"คำถามเจ้ากว้างจัง สถานที่แปลกๆในจักรวาลมันมีเยอะเกินไป"ตงเสวียหลินตอบกลับ
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พอจะเข้าใจได้ เขาจึงกล่าวถึงรายละเอียดของสถานที่ที่ตัวเขาต้องการตามหาให้เธอฟัง "ข้าต้องการหาสถานที่แปลกๆที่มีความผันผวนของเวลาน่ะ เจ้าพอจะมีสถานที่ไหนแนะนำบ้างไหม"
ได้ฟังเช่นนั้นตงเสวียหลินไม่ได้ครุ่นคิดอะไร แต่เธอกลับตอบไป๋ฉีในทันที "ถ้าพูดถึงสถานที่ที่มีความผันผวนของเวลาล่ะก็ ข้าคิดออกเพียงสถานที่เดียวเท่านั้น"
"'เส้นทางแห่งกาลเวลา'นั่นคือชื่อของมัน ทุกคนที่เข้าไปในนั้นแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาอยู่ด้านในนานนับพันปี ในขณะที่โลกภายนอกผ่านไปเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น"
"โอ้ ช่างเป็นพื้นที่ที่แสนมหัศจรรย์ ว่าแต่มันตั้งอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ"ไป๋ฉีเอ่ยปากถามไถ่
ทว่าครั้งนี้ตงเสวียหลินกลับส่ายหน้าตอบกลับ "เส้นทางแห่งการเวลาจะเปิดทุกๆห้าร้อยปีและคงอยู่เป็นเวลายี่สิบปีก่อนจะปิดตัวลงไป"
"การเปิดของมันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะคาดเดาได้ เพราะมันสุ่มเปิดทั่วทั้งมหาจักรวาล ครั้งล่าสุดที่เปิดก็น่าจะราวๆสองร้อยปีที่ผ่านมา"
"โห ถ้างั้นก็แสดงว่าต้องรออีกสามร้อยปีเลยอย่างนั้นหรือ ฟังดูนานเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน"ไป๋ฉีบ่นพึมพำ
ทางด้านตงเสวียหลินเองก็ไม่ได้กล่าวถามรายละเอียดอะไรมากมาย เธอพึ่งได้ไป๋ฉีมาเป็นสหายจึงไม่อยากสร้างความรำคาญใจให้กับอีกฝ่ายมากนัก
"เสวียหลิน ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆนะ"
"ฮิฮิ ไม่เป็นไรหรอกน่า ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นสหายกัน หากมีเรื่องอะไรสงสัยก็สอบถามข้าได้ตลอดเวลา"ตงเสวียหลินกล่าวตอบอย่างขบขัน หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็แยกย้ายกันออกไป
ตลอดทางไป๋ฉีเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องเส้นทางแห่งการเวลาที่พึ่งได้ฟังมา ในอนาคตนี่คือหนึ่งในเป้าหมายที่เขาจะต้องเข้าไปให้ได้
"เห้อ ระหว่างรอเส้นทางแห่งการเวลาเปิด ข้าจะฝึกฝนพลังอื่นๆไปก่อนก็แล้วกัน" ไป๋ฉีกล่าวก่อนที่จะผ่านประตูเคลื่อนย้ายกลับเข้าไปยังที่พักของตนเองทันที
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ทางด้านพิภพไป๋ก็ดูเหมือนกำลังจะเตรียมการอะไรบางอย่าง ไป๋อินและไป๋อิงสองพี่น้องกำลังร่ำลาครอบครัวราวกับกำลังจะจากไปในสถานที่อันห่างไกล
"อินเอ่อร์ อิงเอ่อร์ พวกเจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆเข้าใจหรือไม่"บรรดาแม่ๆเอ่ยปากกล่าวออกมาด้วยความห่วงใย
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วงไปนะเจ้าคะ พวกข้าก็แค่ไปพักผ่อนและเปิดศูนย์การค้าโพชั่นที่บ้านเกิดของหลานชายก็เท่านั้นเอง"ไป๋อินกล่าวตอบกลับโดยพลัน
"ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้ารับรองได้เลยว่าใช้เวลาไม่เกินหนึ่งร้อยปีอย่างแน่นอน"ไป๋อิงกล่าวเสริมออกมา เหล่าบรรดาแม่ๆก็พากันแย้มยิ้มให้กับสองสาว สำหรับผู้ที่มีระดับจ้าวจักรวาลเช่นพวกเธอหนึ่งร้อยปีไม่นับว่าเป็นอะไรได้
"เอ่อ....ท่านป้าเจ้าคะ พวกท่านให้พวกเราไปด้วยได้หรือไม่"ในขณะนั้นเป็นโรสที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงใจ ตัวเธอและบรรดาพี่น้องอีกสี่คนล้วนแต่คิดถึงโลกและครอบครัวที่ตัวเองจากมา
ไป๋อินยิ้มจากนั้นเดินไปลูบเส้นผมสีแดงของโรสด้วยความเอ็นดู
"หนูน้อย จะให้พวกเราพาพวกเจ้าไปตอนนี้คงไม่ได้ อย่าลืมสิตอนนี้เจ้ามีพี่หญิงที่กำลังท้องกำลังใส้อยู่ถึงสองคน พวกเจ้าจะทิ้งพี่หญิงทั้งสองไว้เพียงสองคนอย่างนั้นหรือ?"ไป๋อินกล่าวถาม
โรสที่ได้ยินก็พลันส่ายหน้า "ไม่เจ้าค่ะ พวกเราไม่สามารถทิ้งพี่หญิงทั้งสองคนเอาไว้ได้"
"ฮิฮิ ดีมาก เอาไว้หลังพี่หญิงทั้งสองของพวกเจ้าคลอดและระดับของพวกเจ้าไปถึงนักรบแห่งดวงดาวขั้นสูงเมื่อไร พวกเราถึงจะพาเจ้ากลับไป นี่คือเงื่อนไขและคำสัญญา"
"ดังนั้นช่วงที่พวกข้าไม่อยู่นี้จงเร่งมือฝึกฝนอย่างให้ขาด เข้าใจหรือไม่"
"พวกเราเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านป้า" โรส ซุนหรง จางจิวลี่ เซอิน และโนอากล่าวออกมาพร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเหลือหลาย
ตอนนี้พวกเธออยู่จุดสูงสุดของระดับจ้าวพิภพขั้นที่ห้าแล้ว การไปให้ถึงระดับนักรบแห่งดาวดวงจึงใกล้เพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น ขอเพียงพวกเธอมีพยายามบวกกับทรัพยากรที่ไป๋อินและไป๋อิงมอบเอาไว้ให้ ไม่แน่ภายในหนึ่งร้อยปีนี้พวกเธออาจจะก้าวหน้าไปถึงระดับราชาดวงดาว
หลังจากได้รับคำตอบจากเหล่าหลานสะใภ้ ไป๋อินและไป๋อิงก็เอ่ยปากร่ำลาทุกคนในตระกูล จากนั้นก็หันหลังขึ้นยานรบและสั่งการให้มันบินทะยานออกจากพิภพไป๋ท่ามกลางสายตาแห่งความห่วงใยของคนในครอบครัว