บัลลังก์เสน่หา

    เหตุจากความชิดใกล้ 3


    หยางเสียลืมตาตื่นขึ้นในรุ่งเช้าวันถัดมาด้วยความรู้สึกสบายเนื้อตัวขึ้นมากเพราะไข้ลดลงแล้วเมื่อคืนนางฝันถึงแม่หยางเอ๋อร์ ในฝันนางยังดื้อไม่ยอมกินยาดีๆเหมือนเมื่อตอนเป็๞เด็กอีกด้วย หญิงสาวกอดกระชับผ้าห่มไว้แนบอก พลางยิ้มกับตัวเองความรู้สึกอุ่นทั้งกายอุ่นทั้งใจไหลอาบซ่านท่วมท้นหัวใจ

            หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเมื่อท่านแม่ทัพเสด็จเข้ามาในห้องวันนี้พระองค์เปลี่ยนเครื่องทรงเป็๲ฉลองพระองค์เต็มยศ คงจะมีพระราชกิจในวังหลวง

            “อรุณสวัสดิ์ขอรับ”

            ฝีพระบาทขององค์ชายฝานจิ้งสะดุดลงเมื่อคนที่นอนแซ่วไม่รู้เ๱ื่๵๹อยู่เมื่อคืนทักขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มกว้างที่แสนจริงใจมาให้

            “อื้อ” ตรัสรับเพียงสั้นๆ ก่อนจะรีบเสด็จผ่านหยางเสียไปโดยเร็ว

            หยางเสียรีบลุกขึ้นจัดหมอนเก็บผ้าห่มไปวางไว้บนพระเก้าอี้ยาวดังเดิมตัวนางบกพร่องในหน้าที่อีกแล้ว ด้วยตื่นทีหลังผู้เป็๲นายหญิงสาวโค้งคำนับท่านแม่ทัพหนึ่งครั้ง ก่อนรีบก้าวออกจากห้องไป

            หลังจากหยางเสียออกจากห้องไปได้ครู่ใหญ่องค์ชายฝานจิ้งก็เสด็จออกจากห้องบรรทมเพื่อลงมายังลานหน้าพลับพลาเพื่อจะเสด็จเข้าวังหลวงพร้อมผู้ติดตาม

            องค์รัชทายาทเทียนหลงทรงประชวรเรื้อรังมานานแล้วทุกครั้งที่องค์ชายฝานจิ้งเสด็จไปเยี่ยมที่ตำหนักก็จะทรงพบว่าพระวรกายของพระเชษฐานั้นผ่ายผอมลงไปทุกทีพระฉวีขาวซีดไร้ซึ่งสีพระโลหิต ด้วยความกลัดกลุ้มห่วงใยในสายโลหิต พระมเหสีเล่ยหยูก็พลอยประชวรตามพระโอรสไปด้วยเพราะอาการของรัชทายาทไม่ทรงดีขึ้น เหล่าพระประยูรญาติจึงเริ่มมีการเคลื่อนไหวกันบ้างแล้วและเมื่อองค์ชายฝานจิ้งเสด็จเข้าเฝ้าพระบิดาในหนนี้ ทรงสังเกตเห็นว่าสายตาหลายต่อหลายคู่ที่จับจ้องมายังพระองค์นั้นแฝงความนัยเด่นชัดกว่าทุกคราวทำไมจะไม่ทรงทราบถึงความนัย

            ...ใครจะสน!

            แม้ว่าพระองค์รู้ว่าตนเองก็มีสิทธิ์ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติตามลำดับสืบราชสันตติวงศ์แต่ตอนนี้ข้าศึกตั้งท่าจะเข้าประชิดเมืองแล้ว หากยังมัวแต่คุมเชิงคิดแต่จะหาพวกและทางที่จะได้ ‘เป็๲ใหญ่’  ถ้ายังมัวแต่คะคานตำแหน่งกันอย่างนี้เห็นทีศึกภายในอาจจะเกิดก่อนศึกภายนอกกระมังเกิดเป็๲เชื้อพระวงศ์ หากแต่ฝักใฝ่สนใจแสวงหาเพียงอำนาจความสุขสบายในรั้วในวังยังจะมีหน้าชูคอตั้งบ่าว่าตนเหนือกว่าพสกนิกรไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้อย่างไร

            เสียชาติเกิดโดยแท้!

            หลังจากท่านแม่ทัพใหญ่กลับจากเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิหยางเสียเห็นกำลังพลขนย้ายได้จัดการตระเตรียมสัมภาระให้กับองค์ชายฝานจิ้งเช่นเดียวกับเวลาที่พระองค์จะเสด็จไปไกลๆแต่ทรงไม่ได้รับสั่งอะไรกับนางสักอย่าง ความสงสัยจึงก่อตัวขึ้นเงียบๆภายในใจของหยางเสีย

            เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำหยางเสียพบกับรองแม่ทัพเหอในโรงครัวของค่าย หญิงสาวจึงตัดสินใจถามออกไป “ท่านรองแม่ทัพพอรู้หรือไม่ว่าจะมีใครได้ตามเสด็จบ้าง”

            “พระองค์ต้องให้เ๽้าตามเสด็จอยู่แล้วน่าจะทำหน้าเศร้าคอตกอย่างกับหมาถูกทิ้งทำไม” เหอเซียวไห่พูดพลางมองคนที่ทำหน้าเซื่องซึมข้าวปลาไม่ยอมกินหลังจากได้ฟังเ๱ื่๵๹ที่ท่านแม่ทัพจะเสด็จกลับด่านเจิ้งถง

            “ก็...ถ้าเกิดพระองค์ไม่ให้ข้าตามไปด้วยเล่า”หยางเสียยังวิตกกังวล

            “แล้วเ๽้ามีปากไว้กินข้าวอย่างเดียวหรือไร เ๽้าก็ถามไปสิมานั่งทำหน้าห่อเหี่ยว คิดตีตนไปก่อนไข้จะได้อะไรขึ้นมา ข้าปวดหัวแทน!”

            ว่าอีกคนไปแล้ว เหอเซียวไห่ก็แอบกลับมานึกถึงตัวเองเขาเองก็อยากจะตามเสด็จกลับด่านเจิ้งถงด้วยเหลือเกินชายแดนที่เคยสงบเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียดเพราะแคว้นใหญ่อย่างลู่เหลียงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเขาเคยชินกับการติดตามรับใช้เบื้องพระยุคลบาทมาหลายปีด้วยภาระที่นี่ทำให้เขาต้องห่างพระวรกายเขาเชื่อในพระอัจฉริยภาพของท่านแม่ทัพใหญ่และมั่นใจในฝีมือของอู๋อี้หวินว่าจะถวายการรับใช้และคุ้มครองพระองค์ได้ดีแต่หากได้อยู่ด้วยกันครบสามอย่างทุกคราว...มันก็อุ่นใจกว่า

            เหอเซียวไห่มองเ๽้าหนุ่มหน้ามนที่นั่งทำหน้าหงอยอยู่ข้างๆแล้วก็อดขันไม่ได้ ต่อไปนี้คงต้องนับเ๽้านี่รวมไปด้วยกระมัง

            “อย่าทำตัวเป็๞หมาน้อยคอยวิ่งตามนายหน่อยเลยน่า” คนอายุมากกว่าสัพยอก

            “ถ้าข้าเป็๲เ๽้าหมาน้อย แล้วได้ตามเสด็จไป ข้าก็ยอมเป็๲ขอรับ”หยางเสียหันมาบอกชายหนุ่ม ก่อนตักข้าวคำเล็กๆ เข้าปาก

            “เฮ้อ...”ทั้งสองถอนลมหายใจยาวประสานเสียงกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนก้มลงตั้งหน้าตั้งตากินข้าวในชามของตนในหัวคิดก็ยังวนเวียนอยู่ในเ๹ื่๪๫เดียวกัน...อยากตามเสด็จ

            เพราะคำแนะนำของรองแม่ทัพเหอว่าอย่ามีปากไว้กินข้าวอย่างเดียวหยางเสียจึงตัดสินใจว่าจะถามท่านแม่ทัพใหญ่ในคืนนี้ถ้าได้ตามเสด็จก็คงจะดีทีเดียว แต่ถ้าไม่ได้เล่า...แค่คิดก็เคว้งในใจการเอาชีวิตไปผูกติดกับใครสักคนเมื่อถึงวันที่ต้องอยู่โดยไม่มีเขาแล้วก็รู้สึกวูบโหวงในอกยิ่งนักเหมือนบางส่วนของชีวิตได้ขาดหายไปทั้งที่สัญญากับแม่ทั้งสองว่าจะอยู่คนเดียวให้ได้ยังไม่ทันไรก็ดูเหมือนจะต้องม้วนเสื่อเสียแล้ว

            “ข้าอยากตามท่านแม่ทัพไปด่านเจิ้งถงด้วยขอรับ” หญิงสาวโพล่งออกมาทันทีที่ท่านแม่ทัพยอมหันมาสบตานางสองสามวันมานี้ นางรู้สึกว่าพระองค์มึนตึงหลบหน้าหลบตาและไม่ค่อยรับสั่งกับนางดังเช่นปรกติ

            องค์ชายฝานจิ้งทรงหนักพระทัยกับคำขอของชายหนุ่มพระพักตร์คมคายก้มทอดพระเนตรยังคนที่คุกเข่าอยู่แทบพระบาท หลายวันมานี้ที่ทรงมีท่าทีเฉยชากับเขาพระองค์ก็ทรงรู้สึกผิดอยู่ในพระทัยเช่นกันเขาคนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียวหากจะหาคนผิดก็เห็นจะเป็๲พระองค์เองนั่นละที่วูบไหวไปกับรูปลักษณ์และความใกล้ชิดนั้น  

            “หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยความยากลำบากยังอยากจะตามไปอีกหรือ สู้เ๯้าอยู่ที่นี่รับการฝึกฝนจากเซียวไห่ไม่ดีกว่ารึ”

            “ถ้าแค่เดินทางไปด่านเจิ้งถงข้าผู้เป็๲ข้าบาทติดตามรับใช้พระองค์ยังทำไม่ได้แล้วตัวข้านี้จะยังลอยหน้าอยู่ที่ค่าย และไปรบเพื่อแผ่นดินต้าฉางในภายภาคหน้าได้อย่างไร...ขอพระองค์ประทานพระอนุญาตให้บ่าวคนนี้ติดตามพระองค์ไปด้วยเถิด”หยางเสียกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรด้วยแววตามุ่งมั่นนางอยากติดตามพระองค์ไปทุกที่ ตามดูแลรับใช้พระองค์ไปทุกหนแห่งจนกว่าท่านแม่ทัพทรงไล่นางนั่นละ นางถึงจะยอมตัดใจจากพระองค์ไป



    ในตอนสายของวันออกเดินทางเหอเซียวไห่เดินมาหาหยางเสียที่ลานกลางค่าย

            “อย่ามาทำหน้าระรื่นเชียวหนา...” หยางเสียถูกรองแม่ทัพเหอตบเข้าที่ไหล่จนตัวเซนางอุตส่าห์พยายามเก็บอาการไม่ให้ออกนอกหน้าแล้วเชียว แต่โดนเขาจ้องขนาดนี้ก็มีหลุดบ้างละ

            “ชิชะ...มาทีหลังแท้ๆ” อาการแสร้งทำเป็๞งอนสะบัดหน้าของชายหนุ่มทำให้นางอดหัวเราะไม่ได้

            “เซียวไห่” พระกระแสเสียงหนักเอ่ยเรียกคนสนิทพระองค์ทอดพระเนตรเห็นความกังวลและความกดดันสะท้อนอยู่ในแววตาของราชองครักษ์

            เมื่อพระหัตถ์แห่งองค์ชายรองเซี่ยฝานจิ้งกดลงบนบ่าแข็งแรงของเหอ-เซียวไห่เขาก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งที่ถ่ายจากพระหัตถ์มาสู่ตัวเขา

            “ข้าขอฝากค่ายนี้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของเ๽้า”

            “เกล้ากระหม่อมรับพระบัญชา จะดูแลค่ายให้ดีให้สมกับที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัย กำลังทหารของจินเฉิงก่านนั้นพร้อมเคลื่อนพลได้ทุกเมื่อกระหม่อมไม่ได้ตามเสด็จด้วยหนนี้โปรดถนอมและรักษาพระวรกายด้วย” เมื่อพูดจบแล้ว เ๯้าของร่างสูงก็ค้อมตัวลงถวายความเคารพต่อแม่ทัพใหญ่อย่างนอบน้อมยิ่ง

            “หยางเสีย...”รองแม่ทัพแห่งเจิ้งถงหันมาสั่งความกับอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “คอยรับใช้พระองค์อย่าให้พระองค์ต้องเป็๲ฝ่ายดูแลเ๽้าแทนละถ้าเมื่อใดมีเ๱ื่๵๹ที่เ๽้าบกพร่องในหน้าที่ลอยมาเข้าหูข้าละก็ข้าจะตามไปลงมะเหงกเ๽้า...แบบนี้!”มือไวเท่าปากเหอเซียวไห่ลงมะเหงกบนหัวของชายหนุ่มที่ต่อไปนี้จะกลายเป็๲ตัวแทนของเขาและอู๋อี้หวินคนโดนเขกหัวร้องโอดโอยเกินจริง จนเขาหมั่นไส้นึกอยากจะเตะแถมท้ายให้อีกสักที

            “ข้ายังไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยท่านมาทุบตีข้าทำไมกัน” หยางเสียคลำที่หัวตัวเอง

            “ถือเสียว่าเป็๲มัดจำข้าแน่ใจว่าเ๽้าจะต้องทำเ๱ื่๵๹ให้ข้าตามไปเขกหัวเ๽้าที่เจิ้งถงอีกแน่”

            “มีอย่างนี้ด้วย”หญิงสาวบ่นอุบ

            “ทำไมจะมีไม่ได้ ข้าเป็๲ถึงรองแม่ทัพของค่ายกฎที่ข้าตั้งขึ้นมันย่อมถูกเสมออยู่แล้ว”

            “เผด็จการแล้ว...” คนตัวเล็กยังต่อปากคำไม่ลดละ

            องค์ชายฝานจิ้งทรงพระสรวลพลางส่ายพระพักตร์ให้กับรุ่นพี่รุ่นน้องทั้งสองคนพระองค์ทรงรับเหอเซียวไห่เข้ามาชุบเลี้ยงเมื่อครั้งที่เสด็จไปประจำการที่ด่านทางใต้ของต้าฉางในตอนนั้นชายหนุ่มแลดูมีหน่วยก้านดี แต่ฤทธิ์มากและมีความหยิ่งทะนงในตนสูงกว่าจะปราบให้อยู่มือได้ก็ใช้เวลาไปร่วมปี ส่วนหยางเสียก็ทรงเก็บตกได้ที่ข้างกำแพงค่ายนี่เองนับว่าทุกคนล้วนมีวาสนาต่อกันอย่างน่าประหลาด

            “ออกเดินทางได้แล้ว” พระองค์ตรัสขึ้น เพราะหากปล่อยไว้ทั้งสองคงประมือกันอีกยาวเป็๲แน่