ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 37 ข้อเสนอ
พลั่ก!!
พลังหมัดของอี้เจียวหั่วกระทบเข้ากับแขนของจางหย่งที่ยกขึ้นมาตั้งรับจนเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ผู้คนรอบข้างถึงกับตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่ตัวจางหย่งเอง พลังวิญญาณที่ยังไม่เสถียรทั่วร่างไหลเวียนมาอยู่ที่แขนพอดิบพอดี ทำให้จางหย่งรับหมัดครั้งนี้ไว้ได้
เหตุใดคนที่ไร้พลังถึงสามารถรับมือกับคนที่มีพลังวิญญาณได้ล่ะ นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน
อี้เจียวหั่วที่เห็นเหตุการณ์ไม่ได้เป็นตามที่ตัวเองคาดก็เค้นพลังสุดแรง ซัดเข้าไปอีกครั้ง จางหย่งไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เขารู้ว่าตัวเองอาจไม่โชคดีเช่นครั้งแรก จึงรีบเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางส่วนกระทบเข้ากับพลังวิญญาณที่ถูกส่งออกมา จางหย่งเซถลาไปด้านข้างเล็กน้อยก่อนจะตั้งตัวยืนขึ้นมาได้แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เฮอะ ไม่นึกว่าตระกูลอี้ที่แสนสูงส่ง จะเลี้ยงหมาที่เอาแต่ลอบกัดไว้ที่ตระกูลด้วยนะขอรับ"
อี้ถังกับเหล่าผู้อาวุโสถึงกับหน้าชา ดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขาไม่สามารถโต้แย้งได้เลยว่าไม่ได้เป็นเช่นคำพูดของจางหย่ง อี้ถังจึงคำรามในลำคอก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"เจียวหั่วหยุดเดี๋ยวนี้!!"
อี้เจียวหั่วที่ตั้งสติได้ ได้แต่กัดฟันอย่างโกรธแค้นก่อนจะเดินถอยกลับมายืนเคียงข้างบิดาและมารดาของเขา ฮูหยินใหญ่อี้ที่เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพี่ เห็นๆอยู่ว่าเจ้าเด็กเหลือขอนั่นยั่วยุ เจียวหั่วของเรา ท่านก็อย่าตำหนิลูกเลยนะเจ้าคะ"
"เฮอะ"
อี้ถังสบถออกมาคำหนึ่งแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แม้ครั้งนี้อี้เจียวหั่วจะเป็นฝ่ายผิด แต่นั่นคือบุตรชายของเขา เขาไม่มีทางต่อว่าลูกชายต่อหน้าคนจำนวนมากอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงโยนความผิดทั้งหมดไปให้จางหย่งแล้วเอ่ยว่า
"หลานจางหย่ง หากเจ้าคุกเข่าขอโทษลูกชายของข้าข้าจะไม่เอาความกับเจ้าอีก"
"เหตุใดข้าต้องขอโทษ?"
"เราเป็นคนตระกูลเดียวกัน เหตุใดเจ้าถึงได้เอาแต่หาเรื่องครอบครัวของข้ากัน?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของอี้ถัง จางหย่งถึงกับร้อง 'โอ้' ขึ้นในใจ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น คำนี้ใช้ได้เสมอจริงๆ
"ไม่ทราบว่าข้าหาเรื่องครอบครัวท่านเมื่อใดกัน?"
"เจ้าทำร้ายลูกชายคนเล็กของข้าจนเกือบตายทั้งเป็น ซ้ำยังทำร้ายลูกชายคนโตของข้าอีก ไม่เรียกว่าหาเรื่องครอบครัวข้าให้เรียกว่าอะไร!!"
"ฮ่าๆๆ ท่านช่างตลกยิ่งนัก มีครั้งไหนบ้างที่เรื่องเกิดขึ้นที่บ้านของท่าน แล้วมีครั้งไหนบ้างที่เรื่องไม่ได้เกิดขึ้นที่บ้านของข้า ผู้อาวุโสทั้งสองคิดว่ามันแปลกไหมขอรับ ที่ข้าเอาแต่หาเรื่องผู้อื่นที่บ้านของตัวเอง"
ผู้อาวุโสตระกูลอี้ที่ตามมาหมายจะสั่งสอนจางหย่งกลับหยุดชะงักในทันที ที่ชายหนุ่มคนนั้นพูดมาก็ไม่ผิด เอาแต่หาเรื่องผู้อื่นตอนผู้อื่นมาที่บ้าน อืม ฟังแล้วก็รู้สึกแปลกๆชอบกล อี้เจียวหั่วที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปก็เอ่ยขึ้นว่า
"ข้าแค่ต้องการมาทักทายญาติตัวเองเท่านั้น เจ้าต่างหากที่เอาแต่ทำร้ายพวกข้า"
"บ้านข้ามีแค่ตัวข้าและลูกๆสามคน เจ้าและน้องชายของเจ้าอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือ?"
อี้เจียวหั่วถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินคำพูดนี้ จังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยเถียงตอบโต้ไป ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านข้างว่า
"พ่อหนุ่มอี้ อาหารยังไม่เสร็จอีกหรือไง ข้ารอจนตาลายแล้วนะ"
ผู้เฒ่าจ้าวก้าวมาจากทางบ้านหนิงเหอเดินเข้าสู่ลานบ้าน เขามองไปรอบๆบริเวณด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อ้าวเจ้ามีแขกหรอกหรือ รีบๆคุยรีบๆกลับไปได้แล้ว ข้าหิว"
"ตาแก่นี่เป็นใครกัน!! ไม่รู้จักมารยาทเสียบ้างเลย"
ฮูหยินใหญ่อี้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผู้เฒ่าจ้าวก้าวเข้ามา ผู้เฒ่าจ้าวไหนเลยจะยอม คนที่เรียกเขาว่าตาแก่ได้มีเพียงภรรยาของเขาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปข้างๆจางหย่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"สตรีหนังเหี่ยวผู้นี่คือใครกัน?"
"กรี๊ดดด!! แกว่าใครหนังเหี่ยว"
จางหย่งถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง จนฮูหยินใหญ่อี้รู้สึกทั้งโมโหทั้งอับอาย นางแอบเดินพลังยุทธซัดเข้าไปที่จางหย่งเต็มแรง จนจางหย่งที่ไม่ทันระวังกระอักเลือดออกมา แค่นั้นยังไม่พอนางยังคิดจะอัดจางหย่งซ้ำเพื่อระบายความโกรธให้ลูกชายทั้งสองและตัวเอง แต่จางหย่งที่ตอนนี้ไม่สามารถควบคุมพลังในร่างกายได้เพราะถูกซัดพลังเข้าจุดสำคัญได้ระเบิดพลังออกมา
ตูม!!!
ฮูหยินใหญ่อี้ที่หมายจะทำร้ายจางหย่งซ้ำ กลับถูกพลังที่ระเบิดออกซัดออกมาจนกระอักเลือด อี้ถังที่เห็นเช่นนั้นก็เข้าไปพยุงภรรยาของตัวเองเอาไว้ เขามองไปที่จางหย่งด้วยสีหน้าตกตะลึง เหตุใดเจ้าเด็กนั่นถึงมีพลังวิญญาณได้กัน ไม่ได้การเสียแล้ว หากเป็นเช่นนี้ตำแหน่งผู้นำตระกูลของเขาอาจต้องสั่นคลอน อี้ถังคิดจะใช้จังหวะนี้เข้าไปปลิดชีพจางหย่งหมายจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เขารวบรวมพลังวิญญาณเต็มพลังพร้อมพุ่งเข้าใส่จางหย่ง แต่ก่อนที่จะถึงเป้าหมาย พลังนั้นได้ถูกหยุดโดยผู้อาวุโสหลิวที่ออกมาตามหาผู้เฒ่าจ้าว ที่เห็นว่าสหายได้หายไปนาน
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!"
"อั่ก!!"
อี้ถังถูกหยุดผู้อาวุโสหลิวหยุดพลังไว้ ทำให้พลังของเขาตีกลับมาทำร้ายตัวเอง เขาซวนเซถอยหลังสามก้าวก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น
"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน!!"
"ท่านผู้อาวุโสหลิว เจ้าเด็กนั่นทำร้ายลูกชายสองคนของข้า ข้าจึงอยากได้คำขอโทษจากเขา"
ผู้อาวุโสหลิวมองไปทางอี้เจียวหั่วอย่างดุดันก่อนจะหันไปหาอี้ถังแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"การเป็นบิดาต้องรู้จักมีสติ ไม่สืบสาวราวเรื่องให้ชัดเจนแล้วพากันมาแบบนี้ หากผู้อื่นรู้เข้า เจ้าคิดจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน"
อี้ถังที่ได้ยินคำพูดนี้ถึงกับหันไปมองหน้าบุตรชายคนโตอีกครั้ง แม้เขาจะพอรู้ว่าบุตรชายไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายขนาดนี้ ผู้อาวุโสหลิวเป็นถึงผู้อาวุโสหลักของสำนักอัคคี แม้อี้ถังจะเป็นผู้ฝึกยุทธ ก็ไม่อาจเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธชั้นสูงเช่นนั้น
"ทั้งหมดคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน หลานชาย ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวลาก่อนก็แล้วกัน"
กล่าวจบอี้ถังก็หมุนตัวเตรียมเดินจากไป คนอื่นๆที่เห็นเช่นนั้นก็คิดจะจากไปเช่นกัน แต่ผู้อาวุโสหลิวไหนเลยจะยอมปล่อยไปง่ายๆ เมื่อหลายวันก่อนเจ้าลูกศิษย์ตัวดีทิ้งคำสาบานหนีไปอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้เขาต้องคอยรับหน้าเพียงลำพัง โชคดีที่พ่อหนุ่มอี้ผู้นี้เป็นคนใจกว้าง ไม่ได้ติดใจอะไรกับเขา อีกทั้งยังมอบของกำนัลค่าเสียเวลาให้อีกต่างหาก ดังนั้นตอนนี้เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ช้าก่อน เจียวหั่วเจ้าคงยังไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าเจ้าสาบานอะไรไว้!!"
อี้ถังที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองหน้าบุตรชายก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"เจียวหั่ว เจ้าไปสาบานอะไรมา!!"
อี้เจียวหั่วก้มหน้ามองดิน ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดออกมา เป็นผู้อาวุโสหลิวที่ตอบขึ้นแทนว่า
"เมื่อหลายวันก่อนลูกชายของเจ้าแพ้พนัน และได้สาบานไว้ว่า คนจากตระกูลอี้จะไม่มาระรานบ้านหลังนี้อีก อีกทั้งยังกล่าวว่าหากเขาแพ้พนันเขาจะยอมแก้ผ้าคลานออกจากบ้านหลังนี้ไป!!"
"อะไรนะ นี่มันคือเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ"
อี้เจียวหั่วยังคงก้มหน้าไม่พูดไม่จา ทำให้อี้ถังรู้แล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมาทั้งหมดคือเรื่องจริง แม้จะโมโหแต่อย่างไรนั่นก็คือลูกชายของเขา ดังนั้นเขาหันไปพูดกับจางหย่งขึ้นว่า
"ไม่ว่าอย่างไรเราก็คนในครอบครัวเดียวกัน เจ้าก็อย่าใจดำกับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าเลย"
"ท่านจะไม่ให้ลูกชายตัวเองรักษาคำสาบานงั้นหรือ?"
"นี่เจ้า...!!"
"หากท่านจะไม่ให้เขาแก้ผ้าคลานออกจากบ้านข้าก็ได้ แต่ท่านต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง"
อี้ถังคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"หากเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ ข้าจะทำให้"
"พวกท่านต้องไม่มาระรานบ้านของข้าอีก และข้าต้องการแยกบ้าน"
อี้ถังที่ได้ยินข้อเสนอนี้ก็รู้สึกลิงโลดในใจ เขากำลังคิดหาวิธีกำจัดเจ้าเด็กเหลือขอนั่นอยู่แล้วเชียว หากมันขอแยกบ้านแบบนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเจ้าเด็กนั่นอีก ดังนั้นเขาจึงเอ่ยโดยไม่ต้องคิดทันทีว่า
"ตกลง"
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินคำตกลงของอี้ถังก็ได้แต่หัวเราะในใจ
'หลงกลเจ้านายของข้าแล้วเจ้าผมขาวเอ๊ย'