วิถีบรรลุสุญตา

    ตอนที่ 57 ชีวิตใหม่

    ตอนที่ 57 ชีวิตใหม่ 


            กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนรวมพลังกันในการโจมตีครั้งสุดท้าย เหว่ยหลิงใช้พลังปราณสายฟ้าของเขาโจมตีหลงฉี ขณะที่หลินเซียงใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู เฉินหลงและหลันเหยาร่วมกันโจมตีจากหลายทิศทาง


            "พวกเราจะหยุดยั้งเจ้า!" เหว่ยหลิงตะโกนขณะที่เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีในการโจมตี


            การโจมตีพร้อมกันทำให้หลงฉีต้องรับมือกับการโจมตีที่รุนแรงและไม่สามารถต้านทานได้ ในที่สุดพลังวิญญาณมืดของเขาก็ถูกทำลาย และเขาล้มลงกับพื้น


            "เราทำได้" หลินเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความภูมิใจ

              

            หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดในถ้ำและการทำลายพิธีการของนิกายถวายจันทราโลหิต เหว่ยหลิงและกลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนยืนอยู่ท่ามกลางซากศพและซากอุปกรณ์พิธีที่กระจัดกระจายไปทั่วถ้ำ ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ทำให้พวกเขาหายใจหอบและมองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจและความเศร้า


            เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากทางเข้า พวกเขาหันไปเห็นกลุ่มผู้ฝึกฝนในชุดขาวบริสุทธิ์เดินเข้ามา นำโดยชายสูงวัยที่มีใบหน้าผิวขาวเรียบเนียนแต่อิ่มเอิบด้วยความมุ่งมั่น ชายคนนี้คือเฟิงเจี้ยน เจ้านิกายชิงหยุน นิกายที่มีชื่อเสียงในด้านความยุติธรรมและความกรุณา


            "พวกเจ้าทำได้ดีมาก" เฟิงเจี้ยนกล่าวขณะที่เขามองไปรอบๆ ถ้ำ "เรามาช่วยเหลือพวกเจ้าในเวลาที่เหมาะสมพอดี"


            เหว่ยหลิงมองเฟิงเจี้ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและความหวัง "ข้าคือเหว่ยหลิง เรามาที่นี่เพื่อหยุดยั้งพิธีสังเวยของนิกายถวายจันทราโลหิต แต่ข้าสูญเสียครอบครัวไปในกระบวนการนี้"


            เฟิงเจี้ยนมองเหว่ยหลิงด้วยความเวทนาสงสาร "ข้าเข้าใจความเจ็บปวดของเจ้า เหว่ยหลิง ข้าเสียใจที่เจ้าต้องผ่านเหตุการณ์ที่น่าสลดใจเช่นนี้"


            เหล่าผู้ฝึกฝนของนิกายชิงหยุนเริ่มกระจายตัวไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและตรวจสอบสถานที่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตรายอีกต่อไป


            "เจ้าได้แสดงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่หายากในยุคสมัยนี้" เฟิงเจี้ยนกล่าว "ข้าเห็นในตัวเจ้าศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ข้าต้องการรับเจ้าเป็นศิษย์ของข้าและให้เจ้าได้รับการฝึกฝนในนิกายชิงหยุน"


            เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความหวังที่ลุกขึ้นมาในใจ "ข้าขอบคุณท่านเจ้านิกายเฟิงเจี้ยน ข้าจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อเป็นศิษย์ที่ดีและปกป้องผู้บริสุทธิ์จากอันตราย"


            เฟิงเจี้ยนพยักหน้า "ข้าจะสนับสนุนเจ้าและให้เจ้าได้รับการฝึกฝนที่ดีที่สุดในนิกายชิงหยุน เจ้าจะมีโอกาสในการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น"


            เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในใจ เขารู้ว่าเส้นทางของเขาในฐานะผู้ฝึกฝนยังอีกยาวไกล แต่การได้รับการสนับสนุนจากเจ้านิกายเฟิงเจี้ยนและนิกายชิงหยุนทำให้เขามีพลังใจในการเผชิญกับอุปสรรคและภัยคุกคามที่ยังคงอยู่ในอนาคต

             

            ภายหลังการต่อสู้ที่ดุเดือดและการทำลายพิธีการของนิกายถวายจันทราโลหิต เฟิงเจี้ยน เจ้านิกายชิงหยุน ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพและรอยเลือดภายในถ้ำ ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียงหายใจหอบของเหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทาง เฟิงเจี้ยนหันมามองเหว่ยหลิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเวทนาสงสาร


            "เจ้าคือเหว่ยหลิงใช่หรือไม่?" เฟิงเจี้ยนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ข้าได้ยินเรื่องราวความกล้าหาญของเจ้า"

             

            เหว่ยหลิงพยักหน้าและเริ่มเล่าเรื่องราวของเขา "ข้าสูญเสียครอบครัวและคนรักไปในการโจมตีครั้งนี้ ข้าพยายามทุกวิถีทางที่จะหยุดยั้งพิธีสังเวย แต่ข้ารู้สึกว่าข้ายังไม่พอ..."


            เฟิงเจี้ยนฟังด้วยความตั้งใจ และแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเวทนาสงสาร "ข้าเข้าใจความเจ็บปวดของเจ้า ข้ารู้ว่าการสูญเสียคนที่เรารักนั้นยากที่จะรับได้"

             

            เฟิงเจี้ยนก้าวเข้ามาใกล้เหว่ยหลิงและวางมือบนไหล่ของเขา "เจ้ามีความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่หายากในยุคสมัยนี้ เจ้าไม่ต้องกังวลว่าตนเองยังไม่พอ ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้รับการฝึกฝนที่ดีที่สุด"


            น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเหว่ยหลิง เขารู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในใจ "ข้าขอบคุณท่านเจ้านิกายเฟิงเจี้ยน ข้าจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อเป็นศิษย์ที่ดี"


            “เจ้ามีความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่หายาก” เฟิงเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นคง “ข้ารู้ว่าการสูญเสียครอบครัวเป็นเรื่องที่ยากจะทนได้ แต่เจ้าก็ยังคงสู้ต่อไป และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เจ้าพิเศษ”


            เหว่ยหลิงยืนอยู่ตรงหน้าเฟิงเจี้ยน ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดจากการต่อสู้ยังคงแสดงออกมาทางสายตา แต่ในใจของเขากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เพิ่มขึ้น “ข้าขอบคุณท่านเจ้านิกายเฟิงเจี้ยน ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”


            เฟิงเจี้ยนก้าวเข้ามาใกล้และวางมือบนไหล่ของเหว่ยหลิง “ข้าสัญญาว่าจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่ ข้าจะให้เจ้าได้รับการฝึกฝนที่ดีที่สุดในนิกายชิงหยุน เจ้าไม่ต้องสู้เพียงลำพังอีกต่อไป”


            เสียงของเฟิงเจี้ยนเต็มไปด้วยความมั่นใจและความกรุณา เขาเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่เหว่ยหลิงต้องเผชิญและรู้ว่าความช่วยเหลือและการสนับสนุนที่เหมาะสมสามารถช่วยให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคได้


            “เจ้าจะมีโอกาสในการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น” เฟิงเจี้ยนกล่าวต่อ “เจ้าจะได้เรียนรู้วิชาและพลังใหม่ๆ ที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น ข้ารู้ว่าเจ้าจะสามารถนำความยุติธรรมกลับมาสู่โลกนี้ได้”


            เหว่ยหลิงรู้สึกถึงพลังใจที่เพิ่มขึ้น “ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และนำความยุติธรรมกลับมา”


            เฟิงเจี้ยนยิ้มเล็กน้อย “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนที่มีศักยภาพและความมุ่งมั่น ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าและสนับสนุนเจ้าในทุกทางที่ข้าสามารถทำได้”


            เสียงของเฟิงเจี้ยนเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความมั่นใจ เขายกมือขึ้นสัญญาว่าจะสนับสนุนเหว่ยหลิงในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง


            “เราจะสู้ไปด้วยกัน” เฟิงเจี้ยนกล่าว “เราจะทำให้โลกนี้ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความยุติธรรม”


            เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังและจะมีคนที่คอยสนับสนุนเขาในทุกย่างก้าว


            “ข้าขอบคุณท่านเจ้านิกายเฟิงเจี้ยน ข้าจะทำให้ดีที่สุดและไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


            เฟิงเจี้ยนพยักหน้า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะทำได้ เจ้าจะกลายเป็นผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งและนำความยุติธรรมกลับมาให้แก่โลกนี้”

             

            เพื่อนร่วมทางของเหว่ยหลิงยืนอยู่ใกล้ๆ และมองไปที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจและความเคารพ "เหว่ยหลิง เจ้าคือแรงบันดาลใจของพวกเรา เจ้าทำให้พวกเรารู้ว่าความกล้าหาญและความมุ่งมั่นสามารถเอาชนะอุปสรรคได้"


            เหว่ยหลิงยิ้มและพยักหน้า "ข้าขอบคุณพวกเจ้าที่อยู่ข้างข้า เราจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและปกป้องผู้บริสุทธิ์ไปด้วยกัน"

             

            เฟิงเจี้ยนมองไปที่กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อน "เจ้าทุกคนได้แสดงความกล้าหาญและความมุ่งมั่น ข้าจะสนับสนุนและให้การฝึกฝนที่ดีที่สุดแก่พวกเจ้าในนิกายชิงหยุน"


            เสียงหัวใจที่เต้นแรงของเหว่ยหลิงแสดงถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่เพิ่งจะถูกปลุกขึ้นมาใหม่ "ข้าสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด ข้าจะไม่ยอมแพ้"


            เฟิงเจี้ยนพยักหน้า "ข้ารู้ว่าเจ้าจะทำได้ เจ้าจะกลายเป็นผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งและนำความยุติธรรมกลับมาให้แก่โลกนี้"


            การสนทนาและการแสดงความเวทนาสงสารนี้ทำให้เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความอบอุ่นและพลังใจที่เพิ่มขึ้น เขาพร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคในอนาคตด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ

             

            หลังจากการสนทนาและการให้สัญญาจากเฟิงเจี้ยน เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความหวังและพลังใจที่เพิ่มขึ้น เขารู้ว่าการเดินทางของเขาเพิ่งเริ่มต้น และยังมีสิ่งใหม่ๆ ที่เขาต้องเรียนรู้และฝึกฝน

             

            ถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและซากศพของผู้ถูกสังเวย ตอนนี้ถูกทำความสะอาดและจัดการเรียบร้อยแล้ว แสงจันทร์ยังคงส่องลงมาจากปล่องถ้ำให้แสงสว่างบางเบา ภายในถ้ำเงียบสงัด เหล่าผู้ฝึกฝนของนิกายชิงหยุนกำลังช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับ


    คล้ายกับเรื่องวิถีบรรลุสุญตา ที่คุณอ่าน