เกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง

    ตอนที่ 37 : การประชุมกล่าวโทษ

    เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน

    ตอนที่ 37 : การประชุมกล่าวโทษ

     

    สัปดาห์ถัดมาเจียงหย่งจวินและกลุ่มเยาวชนที่เขาปลุกระดมได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการคอมมูนให้จัดการประชุมกล่าวโทษต่อหน้าสาธารณะโดยกล่าวหาว่าครอบครัวหลินอาจเป็นชนชั้นนายทุนที่หลบซ่อนตัวมาจากปักกิ่งใช้ความรู้ล่วงหน้าหลบหนีการตรวจสอบก่อนที่การเคลื่อนไหวจะเริ่มขึ้นจริงจัง

    ข่าวนี้มาถึงครอบครัวหลินในเย็นวันหนึ่งผ่านทางหลินเจี้ยนกั๋วที่ได้ยินมาจากที่ประชุมคอมมูนโดยตรง

    "พวกเขาจะจัดประชุมกล่าวโทษเราในอีกสามวันครับ"เขาแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แม้จะพยายามควบคุมสติให้มั่นคงที่สุด

    ความเงียบปกคลุมห้องโถงบ้านสามอยู่ครู่หนึ่งทุกคนต่างนิ่งไปกับข่าวร้ายที่ในที่สุดก็มาถึงจริงๆ

    ซินเยว่นั่งฟังอยู่ในวงประชุมความคิดในหัวแล่นเร็วกว่าที่สีหน้าแสดงออกมากเธอประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบราวกับกำลังวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนข้อกล่าวหาหลักมีสองเรื่อง เรื่องจังหวะเวลาการย้ายที่พอดีเกินไปกับเรื่องผลผลิตที่ดีผิดปกติ เรื่องแรกยังพอมีคำอธิบายที่ฟังขึ้นแต่เรื่องที่สองคือจุดอ่อนที่แท้จริงที่ไม่มีทางอธิบายได้เลยหากไม่เปิดเผยความลับเรื่องมิติ

    "เราต้องตั้งสติให้ดี"หลินเต๋อชางพูดขึ้นเป็นคนแรก น้ำเสียงยังคงหนักแน่นแม้สีหน้าจะซีดลงกว่าปกติ"ไม่มีใครในบ้านเราทำอะไรผิดจริงๆเราแค่ต้องอธิบายความจริงให้ชัดเจนที่สุด"

    หลินเจี้ยนหมินที่นั่งฟังอยู่ด้วยความโกรธแทนที่จะกลัวกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว "ผมอยากไปพูดตรงๆ กับเด็กหนุ่มคนนั้นสักครั้งแต่ก็รู้ดีว่าถ้าทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง"

    "ใจเย็นๆก่อนเถอะเจ้าสาม" หลินเต๋อชางลูบหลังลูกชายให้ใจเย็นลง"เราต้องสู้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์"

    คืนนั้นทุกคนในบ้านช่วยกันเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่อาจถูกถามในวันประชุมทบทวนทุกรายละเอียดของเรื่องราวที่เคยเล่าให้คนอื่นฟังมาตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีจุดไหนที่ขัดแย้งกันจนน่าสงสัยซินเยว่นั่งฟังอยู่ด้วยแล้วชี้ให้เห็นจุดที่คำอธิบายของแต่ละคนอาจขัดกันเองสองสามจุดด้วยความช่างสังเกตที่ไม่มีใครในบ้านคาดคิดว่าเด็กอายุเท่านี้จะทำได้

    "หนูกลัวค่ะแม่"เธอกระซิบเบาๆ กอดแม่แน่นขึ้นก่อนนอน ความกลัวนั้นเป็นเรื่องจริง ร่างกายเล็กๆตอบสนองต่อความเครียดไม่ต่างจากเด็กทั่วไปแต่ในหัวเธอกลับคิดคำนวณความเป็นไปได้ต่างๆ ไปพร้อมกันไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำจนคิดอะไรไม่ออก

    "ไม่เป็นไรลูกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่จะปกป้องลูกเสมอ"หวังซูเจินตอบพลางลูบหลังลูกสาวเบาๆแม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยแต่ก็พยายามให้ความมั่นใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

    สามวันถัดมาผ่านไปอย่างตึงเครียดทุกคนในบ้านพยายามใช้ชีวิตตามปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่บรรยากาศความกังวลก็ปกคลุมอยู่ทั่วทุกมุมบ้าน แม้แต่เสียงหัวเราะของเด็กๆก็เบาลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

    เช้าวันที่จัดประชุมกล่าวโทษลานกว้างหน้าสำนักงานคอมมูนเนืองแน่นไปด้วยชาวบ้านที่มาร่วมฟังบางคนมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นบางคนมาด้วยความเป็นห่วงครอบครัวหลินที่เคยได้รับความช่วยเหลือมาก่อน

    เจียงหย่งจวินยืนอยู่หน้าเวทีชั่วคราวที่ทำจากโต๊ะไม้ต่อกันเริ่มกล่าวข้อกล่าวหาต่อหน้าฝูงชนด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น"ครอบครัวหลินย้ายมาจากปักกิ่งก่อนการเคลื่อนไหวปฏิวัติวัฒนธรรมจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่เดือนทั้งที่เคยมีตำแหน่งสำคัญมากมาย ทั้งผู้อำนวยการโรงงาน ทั้งนายทหารระดับสูงนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน ต้องมีใครรู้ข่าวล่วงหน้าจากที่ไหนสักแห่ง"

    หลินเต๋อชางยืนอยู่หน้าฝูงชนพร้อมกับลูกชายทั้งสามและครอบครัวสีหน้าสงบนิ่งแม้ในใจจะเต้นแรงก็ตาม

    "ผมขอชี้แจงครับ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"ครอบครัวเราตัดสินใจย้ายมาเพราะอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายในบั้นปลายอยากอยู่ใกล้ธรรมชาติ ไม่ได้มีข้อมูลล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้นเรื่องที่ย้ายมาตรงกับช่วงเวลานี้ ก็เป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น"

    เจียงหย่งจวินส่ายหน้าไม่เชื่อ"ความบังเอิญที่ตรงกันขนาดนี้ ฟังดูไม่น่าเชื่อเลยครับแล้วเรื่องที่ดินที่ได้มากกว่าครอบครัวอื่นในหมู่บ้านล่ะนี่ไม่ใช่การใช้อภิสิทธิ์หรอกเหรอ"

    "เรื่องที่ดินเป็นไปตามกฎเกณฑ์ปกติของหมู่บ้านครับเพราะครอบครัวเราไม่แยกบ้าน ทุกคนอยู่ร่วมกัน" หลินเจี้ยนกั๋วอธิบายอย่างพยายามควบคุมอารมณ์

    บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดังขึ้นในหมู่ชาวบ้านที่มาฟังบางคนพยักหน้าเห็นด้วยกับเจียงหย่งจวิน บางคนก็ยังคงนิ่งเงียบไม่แสดงความเห็น

    เฉินซิ่วหลานยืนอยู่ข้างสามีมือกุมมือหลานสาวไว้แน่นรู้สึกได้ถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กน้อยแม้จะพยายามทำหน้านิ่งก็ตามส่วนซุนกุ้ยหลานและจ้าวซูเฟินยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลไม่แพ้กัน

    ซินเยว่ยืนอยู่ในวงล้อมของครอบครัวสายตากวาดมองปฏิกิริยาของฝูงชนทีละกลุ่มอย่างมีสติเธอสังเกตเห็นว่าคนที่พยักหน้าเห็นด้วยกับเจียงหย่งจวินส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวเธอเลยขณะที่คนที่เคยได้รับความช่วยเหลือกลับนิ่งเงียบสังเกตการณ์อยู่ ราวกับกำลังรอจังหวะที่เหมาะสมมากกว่าจะไม่กล้าพูดความคิดนั้นทำให้เธอรู้สึกมีความหวังเล็กๆ ท่ามกลางความตึงเครียด

    จื้อเฉียงที่ทำงานที่สำนักงานคอมมูนมาตลอดรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องเห็นครอบครัวตัวเองถูกกล่าวหาต่อหน้าคนที่เขาทำงานด้วยทุกวันแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเพราะกลัวจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

    "ผมขอถามอีกอย่าง"เจียงหย่งจวินพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เข้มข้นขึ้น"ทำไมครอบครัวท่านถึงไม่เคยลำบากเหมือนครอบครัวอื่นเลยตลอดปีที่ผ่านมาทั้งที่เพิ่งย้ายมาทำนาเป็นครั้งแรก แต่ผลผลิตกลับดีกว่าคนอื่นที่ทำนามาทั้งชีวิตนี่ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน"

    คำถามนั้นทำให้หลินเต๋อชางชะงักไปชั่วขณะเพราะเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดในบรรดาทั้งหมดความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผลผลิตที่ดีเกินคาดนั้น ไม่สามารถเปิดเผยออกไปได้เลย

    ซินเยว่รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีนี่คือจุดที่เธอกังวลมาตลอดตั้งแต่ได้ยินข่าวประชุมครั้งแรกเพราะรู้ดีว่าไม่มีคำอธิบายใดในโลกความเป็นจริงที่จะตอบคำถามนี้ได้อย่างสมเหตุสมผลร้อยเปอร์เซ็นต์มือเล็กๆ กำชายเสื้อแม่แน่นด้วยความกลัวที่แสดงออกทางกาย แต่ในใจกลับคิดเร็วว่าถ้าสถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกจะต้องหาทางเบี่ยงประเด็นอย่างไรดี

    เสียงกระซิบดังขึ้นในฝูงชนอีกครั้งบางคนเริ่มมองครอบครัวหลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับเริ่มเชื่อคำกล่าวหาที่ฟังดูมีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ

    เจียงหย่งจวินเห็นว่าฝูงชนเริ่มเอนเอียงมาทางความคิดของตัวเองจึงพูดต่อด้วยความมั่นใจมากขึ้น"ผมเสนอให้คณะกรรมการคอมมูนตรวจสอบทรัพย์สินและที่มาของรายได้ของครอบครัวนี้อย่างละเอียดเพื่อความเป็นธรรมกับชาวบ้านคนอื่นที่ต้องทำงานหนักโดยไม่มีสิ่งใดพิเศษช่วยเหลือเลย"

    คำพูดนั้นทำให้หัวใจของทุกคนในครอบครัวหลินเต้นแรงขึ้นไปอีกซินเยว่ประเมินในใจทันทีว่าหากการตรวจสอบเกิดขึ้นจริงจะไม่มีทางพบหลักฐานทางกายภาพอะไรที่ชี้ไปที่มิติได้เพราะทุกอย่างถูกเก็บซ่อนอย่างแนบเนียนมาตลอดแต่คำถามคือคณะกรรมการจะพอใจกับการไม่พบอะไรเลยหรือจะยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีกเป็นความเสี่ยงที่ประเมินได้ยากที่สุด

    คณะกรรมการคอมมูนที่นั่งอยู่บนเวทีมองหน้ากันด้วยความลังเลบางคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของเจียงหย่งจวินบางคนก็ยังคงลังเลเพราะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอจะกล่าวโทษใครได้จริงจังประธานคณะกรรมการยกมือขึ้นเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดออกมา

    ขณะที่ทุกคนกำลังนิ่งคิดหาคำตอบเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางฝูงชนอย่างไม่คาดคิด

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390