การทดสอบความรู้เรื่องสมุนไพรของเด็กหนุ่มเป็นไปได้ด้วยดีไม่มีติดขัด หลังจากผ่านไปสักพัก! ประธานสมาคม ฟ่านเจี้ยน ก็เดินเข้ามาในห้องสอบพร้อมกับพนักงานสาวที่กำลังถือสมุนไพรถาดใหญ่
“คาราวะท่านผู้อาวุโส”
เย่หยุนซีผสานมือทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างฉับไว เพราะเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกลิ่นอายอันน่าเกรงขามจากตัวชายชรา
“ฮ่าๆๆ เจ้าหนู ไม่ต้องมากพิธีไป สำหรับการทดสอบความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเจ้าทำได้ดีมาก ลำดับต่อไปคือการทดสอบปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ ข้าให้เวลาเจ้าเตรียมตัว 1 ก้านธูป” ฟ่านเจี้ยนกล่าว ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ยังว่าง
พนักงานสาวคนเดิมรีบนำถาดสมุนไพรมาจัดวางไว้บนโต๊ะของเย่หยุนซี ก่อนจะเดินไปยืนข้างๆผู้ซึ่งเป็นประธานสมาคม
“เรียน ท่านผู้อาวุโส ข้าสามารถเริ่มได้เลยตอนนี้” ผสานมือคาราวะอีกที เย่หยุนซีเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ
“อืม.....ได้ๆ หวังว่าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” ฟ่านเจี้ยนตอบกลับพลางลูบเคลาของตนเองไปมา
เย่หยุนซีมิได้รอช้า เตาหลอมโอสถกิเลนนภาลวดลายวิจิตรปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเขา
ภาพนี้ทำเอาแม้แต่ฟ่านเจี้ยนก็ยังต้องตื่นตระหนกตกใจจนตาค้าง ด้วยความที่เป็นประธานสมาคมมานาน เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า นี่คือเตาหลอมโอสถที่ยอดเยี่ยมที่สุดในดินแดนแห่งนี้
“ทะ ท่านประธานดูที่มือของเขาสิเจ้าคะ!” ในขณะที่ฟ่านเจี้ยนกำลังสนใจเตาหลอมโอสถอยู่นั้น น้ำเสียงที่เจือความสั่นสะท้านของพนักงานสาวที่ยืนอยู่ข้างๆก็ดังขึ้นมา
และเมื่อฟ่านเจี้ยนเบนสายตามองตาม ใบหน้าอันเหี่ยวชราที่แต่เดิมตื่นตระหนกอยู่แล้วก็ยิ่งฉายแววแตกตื่นราวกับเห็นภูตผี ร่างกายแข็งทื่อในทันที เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มมันน่าเหลือเชื่อจนเกินไป
“ปะ เปลวเพลิงแท้จริง! เป็นไปได้อย่างไร” ผู้เป็นประธานสมาคมมิอาจทานทนต่อความตกใจได้จึงเอ่ยอุทานเสียงสั่น
ทั้งเตาหลอมที่สุดแสนจะล้ำค่าอย่างมิอาจประมาณการเมื่อบวกกับเปลวเพลิงแท้จริง เขาสามารถตีความได้ในทันทีว่า เด็กคนนี้มีที่มาไม่ธรรมดา
ฝ่ายเย่หยุนซีมิได้สนใจสายตาของพวกฟ่านเจี้ยนเลยสักนิด เขาเริ่มต้นกระบวนการปรุงโอสถตามที่ตนเองได้เรียนรู้มาจากทักษะหลอมโอสถนิพพาน
สมุนไพรทั้ง 5 อย่างที่พนักงานสาวจัดเตรียมไว้ถูกโยนเข้าไปในเตาหลอมพร้อมกัน หลังจากนั้นเปลวเพลิงหิมะจันทราสีขาวเจือสีฟ้าก็ลุกโหมกระหน่ำที่เตาหลอม ส่งผลให้บรรยากาศทั่วทั้งห้องเริ่มหนาวๆร้อนๆอย่างน่าประหลาด ใช้เวลาไม่นานนัก! เม็ดโอสถสีขาวราวหิมะ 10 เม็ดก็ลอยขึ้นมา
“บะ บ้าน่า! โอสถทวีลมปราณ ระดับปรมาจารย์ ความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน” ได้กลิ่นหอมหวนของโอสถที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ฟ่านเจี้ยนสามารถประเมินค่าของมันได้ในทันที
ส่วนทางฝั่งเย่หยุนซี เขารีบเก็บโอสถเข้าขวดหยกแล้วเดินมาหาชายชรา
“ท่านผู้อาวุโส แบบนี้ข้าถือว่าสอบผ่านแล้วหรือยัง” เด็กหนุ่มยื่นขวดหยกบรรจุโอสถให้พลางยิ้มถาม
“อะ......อ่า เจ้าผ่าน เจ้าผ่านแล้ว” ฟ่านเจี้ยนที่อยู่ในสภาวะตลึงงัน รีบตั้งสติตอบกลับ
“โอ้ ถ้าเช่นนั้น ข้าควรทำอย่างไรต่อขอรับ?” ยกมือเกาศีรษะเล็กน้อย ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยถามอีกครั้ง
ฟ่านเจี้ยนเผยรอยยิ้มบาง “ไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้น เจ้าเพียงแค่ไปนั่งรอด้านนอกเฉยๆก็พอ เดี๋ยวพนักงานจะเอาเสื้อคลุมและตราสัญลักษณ์ไปให้”
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่แนะนำ”
ผสานมือคาราวะอีกครั้ง จากนั้นเย่หยุนซีหันหลังเดินจากไป
ชายชราฟ่านเจี้ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้เขาแทบจะหัวใจหยุดเต้นตาย เพราะความตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า “เห้อ ความสามารถของเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เสี่ยวหยิง ย้ำเตือนพนักงานทุกคน อย่าได้ทำให้เด็กคนนี้ขุ่นเคืองเป็นอันขาด”
“รับทราบแล้วเจ้าค่ะ” พนักงานสาวหรือก็เสี่ยวหยิงตอบรับอย่างฉับไว และเดินออกจากห้องไปทำตามคำสั่ง
ฝ่ายเย่หยุนซี หลังออกมาจากห้องสอบก็เดินปรี่ไปหาภรรยาของตนเองโดยมิรอช้า แต่ทว่าเมื่อมาถึงเขากลับต้องชะงักฝีเท้า
เนื่องจากภรรยาสาวคนงามบัดนี้กำลังนั่งอย่างเมินเฉยท่ามกลางเหล่าชายฉกรรจ์นับสิบคนที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นอย่างน่าสงสาร
“ที่รัก เกิดอะไรขึ้นกัน?” เย่หยุนซีตัดสินใจเดินเข้าไปไถ่ถาม
ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมเผยรอยยิ้มบาง ก่อนที่นางจะส่ายศีรษะอย่างแผ่วเบา “ไม่มีอะไรๆ เจ้าทำสอบเสร็จแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“อืมๆ เรียบร้อยแล้วล่ะ ที่เหลือก็แค่รอพนักงานให้พนักงานนำชุดกับตรานักปรุงโอสถมาให้” ว่าแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างกายภรรยาสาว
“เหอะ อย่างเจ้าน่ะหรือจะได้เป็นนักปรุงโอสถ อย่าได้หวัง!!” หนึ่งในชายที่ลงไปนอนกองกับพื้นจู่ๆก็ส่งเสียงดัง
“ที่รัก เจ้านี่เป็นใครกัน?” เย่หยุนซีเบนสายตาไปมองใบหน้าอันบอบช้ำของอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
“มันคือชายที่บังอาจเอ่ยวาจาหยาบโลนกับข้า ทั้งยังอวดอ้างว่าเป็นบุตรของนักปรุงโอสถระดับแก่นแท้ เหล่าคนเฝ้ายามของสมาคมก็เลยต้องไว้หน้ามัน” หยุนฉางเยว่พูดอย่างไม่แย่แส พร้อมทั้งอิงศีรษะไปซบที่ไหล่ของผู้เป็นสามี
“โอ้ บุตรของนักปรุงโอสถระดับแก่นแท้มีอำนาจถึงเพียงนี้” เย่หยุนซีเอื้อนเอ่ยอย่างเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแห่งการสังหาร เปลวเพลิงหิมะจันทราก่อตัวเป็นกระบี่แผ่กระจายอำนาจร้อนหนาว
“จะ เจ้า! เจ้าจะทำอะไร!!” หวาดกลัวสุดขีด! เหล่าชายฉกรรจ์คลานหนียกใหญ่ โดยเฉพาะชายที่อวดอ้างตนว่าเป็นบุตรของนักปรุงโอสถระดับแก่นแท้บัดนี้ถอยกรูดไปไกล อาภรณ์หรูหราที่มันใส่เปียกชุ่มไปด้วยของเหลวสีเหลืองดูน่าสมเพชยิ่ง
“ถอยเก่งจริงๆ ข้ามิได้หวังจะเอาชีวิตเจ้าพวกเจ้าเสียหน่อย ก็แค่อยากจะได้แขนของพวกเจ้าคนละข้าง ทั้งยังอยากจะพิสูจน์ด้วยว่าตำแหน่งนักปรุงโอสถระดับแก่นแท้มีอำนาจเพียงพอจะหยุดข้าได้หรือเปล่า”
เย่หยุนซีคว้ากระบี่เพลิงหิมะจันทราที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าพลางกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นก้าวเท้าเดินตรงไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ช้าๆ ใบหน้าประดับรอยยิ้มเหี้ยมหาญ
แต่ทว่าทันใดนั้น! เสียงอันอหังการก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้าประตูใหญ่ พร้อมกับการมาถึงของชายวัยกลางคน 2 ท่าน
“ใครกันที่บังอาจทำร้ายบุตรข้า!!”