3 วันหลังจากกระแสของวงNOX ะเิบนโลกโซเชียล
ความตื่นเต้นในหอพักเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกดดันเมื่อค่าย JH สั่งเดินเครื่องเต็มสูบตารางซ้อมที่ว่าหนักแล้วถูกยกระดับขึ้นเป็ 12 ชั่วโมงต่อวัน
และวันนี้คือวันสำคัญอีกวันหนึ่ง...วันเริ่มอัดเสียงเพลงเดบิวต์
มิ้นในชุดฮู้ดตัวโคร่งและหมวกบีนนี่ที่ปิดบังสีผมใหม่ไว้อย่างมิดชิดยืนอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว เธอจ้องมองตัวเองที่ดูเหนื่อยล้า
“ฮู๊วว...ต้องทำได้” เธอให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ณห้องอัดเสียงของค่าย JH
บรรยากาศข้างในเย็นเฉียบและตึงเครียดจินฮยอกนั่งอยู่หลังแผงควบคุมเสียงขนาดใหญ่ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองผ่านกระจกนิรภัยเข้ามายังไมโครโฟนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องมิ้นก้าวเข้าไปข้างในนั้นเพียงลำพังความเงียบงัดทำให้เสียงหัวใจของเธอดังชัดเจนกว่าปกติ
"ไอวี่...ลืมเื่เทคนิคไปก่อน"
เสียงของจินฮยอกดังผ่านอินเตอร์คอมเข้ามามันเรียบเฉียบแต่ทรงพลัง
"ผมไม่้าแค่เสียงที่เพราะแต่ผม้าเสียงที่สื่อถึง ความกระหาย เสียงของคนที่ไม่มีที่ไป... เธอเข้าใจไหม"
มิ้นสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเธอหลับตาลง เมื่อดนตรีบีทหนักหน่วงเริ่มดังขึ้น มิ้นก็เปล่งเสียงออกมา ทว่าเธอร้องไปได้ไม่กี่ประโยคจินฮยอกก็กดหยุดทันที
"หยุด"เขาเอ่ยสั้นๆ
"อารมณ์ยังเบาไปถ้ายันอยากจะร้องเหมือนเด็กฝึกหัดแบบนี้ เธอก็จะเป็ได้แค่นี้ไปตลอดกาล..."
เสียงดนตรีบีทหนักหน่วงเริ่มวนลูปใหม่อีกครั้งมิ้นสูดลมหายใจที่สั่นพร่าเข้าปอด เธอพยายามเค้นทุกความรู้สึกที่มีเปล่งเสียงออกมาด้วยความอัดอั้นและทะเยอทะยานจนสุดพลังเส้นเืที่ลำคอปูดโปนขึ้นอย่างชัดเจนแววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
ทว่า...
"หยุด"เสียงเรียบเฉียบของจินฮยอกดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง "เริ่มใหม่"
มิ้นกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอเธอตั้งสติแล้วเริ่มร้องประโยคเดิมซ้ำอีกรอบ
"ยังไม่ใช่เริ่มใหม่"
"น้ำหนักเสียงหายไปไหนเริ่มใหม่"
"อารมณ์มันปลอมเริ่มใหม่!"
คำสั่งที่สั้นและเ็าดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเครื่องจักรไร้หัวใจเหงื่อเริ่มซึมตามไรผมแม้แอร์ในห้องจะเย็นจัด ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า เริ่มใหม่ ความมั่นใจของเธอค่อยๆถูกกัดกร่อนจนเริ่มสั่นคลอน
จินฮยอกจ้องมองร่างบางผ่านกระจกด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกเขาเห็นความพยายามที่แทบขาดใจของเธอ แต่กลับไม่มีท่าทีจะโอนอ่อน
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน"ในที่สุดเขาก็ถอดหูฟังออกแล้ววางลงบนแผงควบคุม
"พรุ่งนี้ค่อยมาอัดกันใหม่...ร้องแบบนี้ทั้งวันก็เสียเวลาเปล่า"
มิ้นยืนนิ่งอยู่หน้าไมโครโฟนไหล่ที่เคยตั้งตรงห่อลงเล็กน้อยด้วยความล้าและผิดหวังความเงียบที่ตามมาหลังดนตรีดับลงมันบีบคั้นจนเธอแทบจะร้องไห้ แต่เธอกลับทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่น
…
มิ้นเดินออกจากห้องมาพบกับมินอาและซูยอนที่รออยู่ข้างนอกทั้งคู่รีบเข้ามาหาและยื่นน้ำให้ มิ้นฝืนยิ้มให้เพื่อนร่วมวง แต่ในใจเธอตระหนักได้แล้วว่าการเป็ศิลปินนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
จินฮยอกลุกจากที่นั่งแล้วผลักประตูหนาหนักของห้องควบคุมก้าวเข้ามาในห้องอัดเสียงบรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยรังสีความกดดันที่ทำให้มิ้นรู้สึกว่าห้องสี่เหลี่ยมนี้แคบลงจนหายใจลำบากเขาเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
“ไอวี่...เธอไม่มีสมาธิเลยนะ”
เขาเรียกชื่อในวงการของเธอด้วยเสียงต่ำพร่าแต่มันกลับฟังดูน่าขนลุกยิ่งกว่าตอนเขาเรียกชื่อจริงเธอเสียอีก
“อารมณ์ที่พยายามสื่อเมื่อกี้...มันว่างเปล่าจนผมหาจุดที่น่าประทับใจไม่เจอเลยสักนิด”
มิ้นรีบก้มหน้าลงจนคางชิดอกความรู้สึกผิดและอับอายแล่นริ้วไปทั่วหน้า
“ขอโทษค่ะ... ฉันจะพยายามให้มากกว่านี้ขอโอกาสลองอีกสักครั้งนะคะ คราวนี้ฉันจะ...”
“โอกาสมีไว้สำหรับคนที่พร้อมเท่านั้น”
จินฮยอกพูดแทรกขึ้นมาอย่างเ็าเขาขยับก้าวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเกือบจะชนกันมิ้นััได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ออกมาข่มขวัญเธอ
“แต่วันนี้เธอพิสูจน์ให้ผมเห็นแล้วว่าเธอยังไม่พร้อม...!!!”
เขาเอื้อมมือไปจับที่ต้นแขนของเธอแล้วบีบเบาๆแต่มันกลับทำให้มิ้นรู้สึกสะท้านไปถึงกระดูก
“เย็นนี้...ไปรอผมที่ห้องซ้อม...”
เขาโน้มตัวลงมาประซิบที่ข้างหูจนเส้นผมของเขาเฉียดผ่านแก้มเธอไป
“เราจะฝึกกันจนกว่าเธอจะจำได้ว่าอารมณ์ของเพลงนี้คืออะไร”
มิ้นได้แต่ยืนนิ่งราวกับถูกสาปคำว่า ฝึก จากปากของจินฮยอกอาจจะไม่ได้หมายถึงแค่การซ้อมร้องเพลง