ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 10 บทที่ 290 ดินแดนพลังปราณ! พลังปราณแห่งความโกลาหล!

        “นำทาง!”

        เย่เทียนสั่งสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้น

        “ขอรับนายท่าน!”

        สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิบินไปในทิศทางหนึ่งโดยมีเย่เทียนตามหลังมันไปติดๆ

        หลังจากนั้นไม่นาน

        ในที่สุดสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็พาเขามาถึงทะเลสาบน้ำแข็งทะเลสาบน้ำแข็งแห่งนี้แห้งเหือดอย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่จะไม่มีน้ำ แม้แต่น้ำแข็งก็ไม่มีและพื้นดินโดยรอบก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

        เห็นได้ชัดว่าที่นี่เพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา

        “นายท่าน คนคนนั้นกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากในตำแหน่งนี้เมื่อข้าเห็นเขา ข้าก็รีบกลับไปรายงานท่านทันที!”

        สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิดูหวาดกลัวเป็นอย่างมากมันรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว

        “ฉันเข้าใจแล้ว!”

        เย่เทียนพยักหน้า

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตได้สังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากที่นี่ความเร็วในการสังหารของเขานั้นค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงจากไปแล้ว และสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้ก็มาถึงช้าไปก้าวหนึ่ง

        แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเย่เทียน

        “เรายังจับกลิ่นอายของเขาได้จักรพรรดิมารดาบโลหิต นายหนีฉันไม่พ้นหรอก!”

        เย่เทียนเปิดพรสวรรค์ในการติดตามเพื่อจับกลิ่นอายจักรพรรดิมารดาบโลหิตและเริ่มติดตามอีกฝ่ายไป

        สำหรับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่ถูกเขาควบคุมเขาเลือกที่จะปล่อยพวกมันทั้งหมดไปโดยที่ไม่ได้ฆ่าพวกมันทิ้ง

        โลกสัตว์อสูรนี้ไม่ได้อยู่ในการดูแลของฐานจงไห่อย่างไรก็ตามการจัดการสัตว์อสูรเหล่านี้เป็นหน้าที่ของผู้ฝึกยุทธ์จากฐานทัพโอเยอร์ดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสังหารสัตว์อสูรเหล่านี้ให้กับผู้ฝึกยุทธ์ของฐานทัพโอเยอร์

        เป้าหมายของเขาในการมาที่นี่มีเพียงเป้าหมายเดียวนั่นคือการจับตัวจักรพรรดิมารดาบโลหิต

        วูป!!!!

        เย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านความเร็วสูงสุดของเขาไล่ตามจักรพรรดิมารดาบโลหิตไป

        และในตอนนี้เขาก็ได้ปลอมตัวเป็นยอดฝีมือของเผ่ามังกรที่จำแลงร่างเป็นมนุษย์แล้ว

        เพียงไม่นาน

        เย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจักรพรรดิมารดาบโลหิตและจักรพรรดิมารดาบโลหิตก็สัมผัสได้ถึงการมาของเย่เทียนเช่นกัน

        ไกลออกไป

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตที่กำลังสังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้หยุดมือลงและหันมองไปยังทิศทางที่เย่เทียนมุ่งหน้ามา

        “ระดับจักรพรรดิกำลังใกล้เข้ามา!”

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตพึมพำ

        แต่เขาก็ไม่ได้จากไปหรือคิดจะหนีในฐานะผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิ 8 ดารา เขาหวาดกลัวแค่เพียงระดับจักรพรรดิ 9 ดาราเท่านั้นและบนโลกก็มีจักรพรรดิ 9 ดาราเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถเข้าสู่โลกสัตว์อสูรเหมันต์ได้และคนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นจักรพรรดิ 9 ดาราของกองกำลังจากภายนอก

        ในระหว่างที่ร่วมมือกัน กองกำลังอื่นๆไม่มีทางกล้าที่จะลงมือกับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หวาดกลัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

        พริบตาเดียวเย่เทียนก็มาถึง

        “เผ่ามังกร?น่าแปลก ทำไมเผ่ามังกรถึงมาที่นี่? ทำไมพวกมันถึงสามารถผ่านผู้ฝึกยุทธ์และค่ายกลของฐานทัพโอเยอร์เข้ามาได้?”จักรพรรดิมารดาบโลหิตสงสัย แต่ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยจิตสังหารและความตื่นเต้น

        “เผ่ามังกรมาก็ดีแล้วถ้าฉันสามารถดูดซับโลหิตของเผ่ามังกรได้มากพอ วิชามารของฉันอาจจะสำเร็จไปอีกขั้น ดีเลยฉันจะใช้โอกาสนี้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 15!” จักรพรรดิมารดาบโลหิตหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

        เป้าหมายของเขาในการมายังโลกของสัตว์อสูรนี้คือการล่าสัตว์อสูรเพื่อรวบรวมเลือดของพวกมันจำนวนมากเพื่อใช้ฝึกฝนทักษะการบ่มเพาะของเขาและเลือดของเผ่ามังกรนั้นก็ให้ผลดีกว่าเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั่วไปหลายเท่าตัว

        ก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะฆ่ามังกรระดับจักรพรรดิไปหลายตัวแต่ภายใต้สายตาของผู้อื่น เขาจึงไม่กล้าที่จะนำเลือดของพวกมันไป เพราะเกรงว่าการกระทำของเขาจะไปทำให้เผ่ามังกรโกรธเคือง

        แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เผ่ามังกรในร่างมนุษย์ตัวนี้มาหาเขาด้วยตนเองและจะไม่มีใครรู้หากเขาฆ่ามัน

        สิ่งเดียวที่เขารู้สึกแปลกใจก็คือบนร่างกายของมนุษย์มังกรตนนี้ไม่มีร่องรอยของกลิ่นอายมังกรเลยแม้แต่น้อย

        “บางทีมันอาจจะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อซ่อนกลิ่นอายของมัน!”

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตคาดเดา

        “ตาย!”

        ทันใดนั้นจักรพรรดิมารดาบโลหิตก็ลงมือ

        คมดาบโลหิตสายหนึ่งตัดผ่านอากาศพุ่งเข้าหาเย่เทียน

        พลังการต่อสู้ระดับจักรพรรดิระดับ8 ดาราได้เปิดเผยออกมาและมันก็ไม่ใช่พลังการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ 8 ดาราทั่วไป

        การโจมตีในครั้งนี้รวดเร็วเป็นอย่างมากหากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ 7 ดาราคงไม่สามารถตอบสนองได้ทันและถูกสังหารในทันที

        อย่างไรก็ตาม

        สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในขณะนี้เขาสัมผัสได้ว่ามิติโดยรอบถูกแช่แข็ง

        ฮึ่มม!!!

        ความว่างเปล่าเริ่มสั่นสะเทือนคลื่นพลังสั่นสะเทือนมิติแผ่เข้ามาถึงร่างกายของเขา

        “พรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับ!”

        สีหน้าของจักรพรรดิมารดาบโลหิตเปลี่ยนไปเล็กน้อยพรสวรรค์ด้านมิติของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากกระทั่งสามารถทำร้ายเขาได้

        นอกจากนี้ภายใต้การกักขังมิติความเร็วที่เขามั่นใจมากที่สุดถูกจำกัดลดทอนลงอย่างมาก

        ในขณะเดียวกัน

        เย่เทียนใช้ทักษะดาบระดับตำนานฟันออกไปตัดแขนของจักรพรรดิมารดาบโลหิตจนขาดออกอย่างรวดเร็ว

        จักรพรรดิ 9 ดาราสามารถจัดการจักรพรรดิมารดาบโลหิตได้อย่างง่ายดายแม้ว่าเย่เทียนจะไม่ใช้ทักษะดาบระดับเทพหรือทักษะกรงเล็บระดับเทพ แต่เขาก็สามารถสังหารจักรพรรดิมารดาบโลหิตได้

        “วิชาระเบิดโลหิต!”

        ร่างของจักรพรรดิมารดาบโลหิตระเบิดเป็นหมอกเลือดลอยออกไปทั่วทุกทิศทาง

        นี่เป็นเทคนิคลับที่ใช้ในการหลบหนีจักรพรรดิมารดาบโลหิตรู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่มือของเย่เทียน เขาจึงเตรียมที่จะหลบหนีไป

        “หนี?นายหนีไม่พ้นหรอก!”

        “ชะลอเวลา!”

        คลื่นพลังแห่งเวลาส่งผลกระทบต่อพื้นที่เล็กๆบริเวณที่จักรพรรดิมารดาบโลหิตอยู่ ห้วงเวลารอบตัวเขาช้าลงถึง 10 เท่า และภายใต้อิทธิพลของพรสวรรค์ด้านเวลาความเร็วของจักรพรรดิมารดาบโลหิตในสายตาของเย่เทียนนั้นเชื่องช้ามาก

        “บีบอัดมิติ!”

        ตูม!

        มิติค่อยๆ ถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่องหมอกโลหิตถูกบีบอัดกลับมารวมตัวกัน

        พรูดดดดด!!!!!

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

        เขามองไปที่เย่เทียนด้วยความหวาดกลัวมันเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ลึกจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ

        “นายเป็นใคร?”

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตเอ่ยถาม

        “นายไม่จำเป็นต้องรู้!”

        เย่เทียนพูดเบาๆ

        จากนั้นเย่เทียนก็ใช้ทักษะหนามวิญญาณและหอกวิญญาณโจมตีออกไปอีกครั้ง

        พรูดดดด!!!

        วิญญาณของจักรพรรดิมารดาบโลหิตได้รับความเสียหายครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้วิญญาณของเขาอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว

        “สะกดจิต!”

        เมื่อเห็นว่าวิญญาณของจักรพรรดิมารดาบโลหิตได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงแล้วเย่เทียนก็เริ่มสะกดจิตจักรพรรดิมารดาบโลหิตด้วยพรสวรรค์สะกดจิตทันที จักรพรรดิมารดาบโลหิตที่ได้รับบาดเจ็บทางวิญญาณอย่างสาหัสไม่สามารถต้านทานการสะกดจิตของเย่เทียนได้

        “จักรพรรดิมารดาบโลหิตฉันขอถามนาย นายเคยสาบานหรือไม่ว่าจะไม่เปิดเผยความลับของขุมกำลังตัวเอง!”

        เย่เทียนถาม

        เขาไม่อยากถามคำถามที่ไม่ควรถามออกไปเพราะหากเป็นเช่นนั้น บางทีด้วยผลของคำสาบาน มันอาจจะทำให้จักรพรรดิมารดาบโลหิตตายโดยไม่ตั้งใจหากเขาตายเร็วเกินไป นั่นจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเย่เทียน

        “ฉันเคยให้คำสาบานไว้ว่าจะไม่เปิดเผยความลับใดๆ หากผิดคำสาบาน ในอนาคตฉันจะไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็นระดับเทพได้!”

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตกล่าวตอบ

        “โอ้ ที่แท้นายก็สาบานไว้แบบนี้นี่เองถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวล!” เย่เทียนไม่สนใจว่าอนาคตของจักรพรรดิมารดาบโลหิตเป็นอย่างไรตราบใดที่จักรพรรดิมารดาบโลหิตไม่ตายเพราะคำสาบานก็เพียงพอแล้ว

        ดังนั้นเย่เทียนจึงถามสิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุด“จักรพรรดิมารดาบโลหิต นิกายเงาทมิฬ หอคอยเกียรติยศ และกองกำลังอื่นๆ ที่เข้ามายังโลกจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร?”

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตไม่ลังเลที่จะพูดออกมา“เป้าหมายที่แท้จริงคือดินแดนพลังปราณ!”

        “ดินแดนพลังปราณ?มันคืออะไร?”

        หัวใจของเย่เทียนเต้นระรัวเขาตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นหัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง

        “ดินแดนพลังปราณเป็นมิติที่พิเศษหรืออาจจะเป็นดาวเคราะห์บางดวงก็ได้ โลกที่เป็นดินแดนพลังปราณนั้นหาได้ยากมาก แม้แต่ในจักรวาลก็ยังมีน้อยมากมีข่าวลือว่าดินแดนพลังปราณเกี่ยวข้องกับตำนานลึกลับ แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้อะไรมากเมื่อหลายปีก่อนโลกแห่งนี้เริ่มมีพลังปราณปรากฏขึ้น และพลังปราณเหล่านี้ก็จะช่วยบำรุงดาวเคราะห์ฟื้นฟูพลังของมัน ถ้าผ่านไปสักระยะเวลาหนึ่ง ปราณปฐมแห่งฟ้าดินที่กระจัดกระจายเหล่านี้ก็จะถูกดูดซับจนหมดหลังจากนั้นดาวเคราะห์ก็จะกลายเป็นดินแดนที่ไร้พลัง หากวัฏจักรเช่นนี้วนเวียนไปจนถึงครั้งที่9 โลกที่มีพลังปราณจะเติบโตขึ้นและกลายเป็นดินแดนแห่งพลังปราณที่แท้จริงได้ในอดีตมันถูกเรียกว่าดินแดนต้นแบบของโลกแห่งพลังปราณ!” จักรพรรดิมารดาบโลหิตอธิบาย

        “ดินแดนพลังปราณเกี่ยวข้องกับแผนของพวกนายอย่างไร?”

        เย่เทียนถามอีกครั้ง

        จักรพรรดิมารดาบโลหิตกล่าวต่อว่า“ดินแดนพลังปราณมีประโยชน์อย่างมาก และประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมันก็คือมันสามารถช่วยในการขัดเกลาร่างกายได้มันช่วยให้ระดับจักรพรรดิทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ปกติสมบัติทั่วไปหรือแม้กระทั่งสิ่งมหัศจรรย์ก็ยากที่จะทำให้ผู้ฝึกระดับจักรพรรดิทำลายขีดจำกัดของร่างกายจนถึงครั้งที่16 ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงครั้งที่20 แต่เมื่อโลกกลายเป็นดินแดนแห่งพลังปราณ ลมปราณหลักของโลกก็จะถูกเรียกว่าพลังปราณแห่งความโกลาหลปราณโกลาหลนี้สามารถช่วยให้ระดับจักรพรรดิทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16หรือแม้แต่ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 17 18 ได้เมื่อดินแดนพลังปราณถือกำเนิดขึ้น จะเกิดการเข่นฆ่าแย่งชิงจากกองกำลังนับไม่ถ้วน กระทั่งหลายนิกายยังต้องถูกกวาดล้าง”

        “อะไรนะ! โลกที่เป็นดินแดนพลังปราณสามารถทำเช่นนั้นได้ด้วย!!!”

        เย่เทียนประหลาดใจอย่างแท้จริง

        และในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมกองกำลังภายนอกถึงได้ให้ความสำคัญกับโลกมากนักพวกเขาคงวางแผนมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะหากเทียบกับโลกที่เป็นดินแดนพลังปราณ สิ่งมหัศจรรย์ที่พวกเขาพูดถึงก็เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น!

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน