ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 73 : รูปปั้นทองคำ

    “ กรร “ เสียงของเหล่ามนุษย์หมาป่าส่งออกมา ทำเอาชายหนุ่มสะท้านทั่วร่าง

     

    เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วหมุนควงกระบี่สีเงินยวง ประกายแสงวับวาบพลันสาดส่องเข้าไปในมุมมืด

     

    “ หือ “ หัวคิ้วของชายหนุ่มพลันขมวดเข้าเป็นปม

     

    “ พวกมันกัดกินกันเองเพื่อความอยู่รอด “ เขาเอ่ย

     

    “ อืม “ ซามานพยักหน้าเมื่อมองยังจอภาพที่ถูกส่งมา

     

    “ ปราบ พยายามจับเป็น “ เขาเอ่ยย้ำเตือนอีกครั้ง

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    “ มา “ ชายหนุ่มวาดมือออก

     

    “ วู๊มม “ ร่างของมนุษย์หมาป่าที่หิวโซล่องลอยเข้าในกล่องคุกอย่างง่ายดาย

     

    “ ทำไมมันง่ายขนาดนี้ “ ซามานเอ่ย

     

    “ นั่นสิ มันต้องมีแอคชั่นบ้างอะไรบ้างมิใช่รึ นี่อะไร “ เจ้าหน้าที่วิจัยเอ่ย

     

    “ มันคงมิมีเรี่ยวแรงแล้ว “ ซามานเอ่ย

     

    เมื่อทำการเก็บมนุษย์หมาป่าเข้าในกล่องคุกแล้วเขาได้ทำการสำรวจพื้นที่

     

    ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆเมื่อมิมีสิ่งใดแล้วเขาเร่งกลับไปยังลานกว้าง

     

    เหล่านักวิจัยทั้งหลายต่างมองยังชายหนุ่มอย่างมิพอใจสักเท่าใดเพราะพวกเขามิได้สิ่งใดเลย

     

    ปราบยิ้มออกแล้วส่งกล่องคุกออกไป

     

    หัวหน้าคณะวิจัยฉีกยิ้มจนหน้าบานแล้วรับเอากล่องคุกก่อนที่จะถอนตัวออกจากเมืองโบราณใต้ดิน

     

    ชายหนุ่มมองยังพวกเขาที่ขึ้นไปจนหมดแล้วหันหลังกลับ ชายหนุ่มมองยังทางเดินหลักแล้วสูดหายใจเข้าลึกก่อนที่จะเดินเข้าไปใน

     

    ซามานมองยังจอภาพบนกล่องคุกแล้วพยักหน้าช้าๆ “ พวกมันไม่มีแม้แต่แรงจะกลายร่างกลับเป็นมนุษย์ “ เขาเอ่ย

     

    “ ไม่ต้องให้อาหาร ให้เพียงพลังปราณเพื่อต่อชีวิตของพวกมัน “ ซามานเอ่ย

     

    “ ได้ “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    ซามานหันกลับมามองยังจอภาพที่กล้องบนหน้าอกของชายหนุ่มส่งมา

     

    ปราบกวาดตามองทั่วเพราะทางเดินแลผนังรวมทั้งเพดานนั้นเป็นหินก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางเรียงกันเป็นทางเดินทรงสี่เหลี่ยม

     

    เขาเดินไปตามทางเดินอยู่ประมาณสิบนาทีจนมาถึงทางออกที่มืดดำไร้แสง ชายหนุ่มนำเอาโดรนส่องสว่างออกมาหลายตัวแล้วส่งเข้าไปในความมืดมิดนั้น

     

    “ วิ้ง “ เมื่อโดรนส่องสว่างปลดปล่อยแสงสว่างออกมา

     

    สองตาของเขาพลันเบิกโพลงเมื่อพบรูปปั้นที่ทำจากทองคำใหญ่ยักษ์นั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองอร่ามสองตัว

     

    ชายหนุ่มมองยังรูปปั้นทองคำทั้งสองตัว “ มันเป็นราชากับราชินี “

     

    “ อืม “ ซามานพยักหน้าช้าๆ

     

    เหล่าคณะนักวิจัยพวกเขามองค่าที่วัดได้แล้วพลันสะท้านทั่วร่างเพราะนี่เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่

     

    “ ปราบ อายุของมันเก่าแก่กว่าที่เคยพบเจอ อายุของมันไม่ต่ำกว่าสามพันล้านปี “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    “ แม่เจ้า “ ปราบร้องออก

     

    “ สามพันล้านปี “ เขาพึมพำ

     

    “ ไดโนเสาร์ที่โลกของผมมีอายุราวสองร้อยล้านปี นี่ก็ว่าเก่าแก่แล้ว “ ปราบเอ่ย

     

    “ ใช่ มันยากเกินจะบรรยายจริงๆ “ หัวหน้าวิจัยคณะเอ่ย

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วอาณาของลานกว้าง เขาพบว่าที่บริเวณเท้าของรูปปั้นทองคำทั้งสองนั้นเป็นลักษณะของลานพิธีกรรมบางอย่าง เพราะมันมีคราบสีดำที่แห้งกรังติดอยู่ทั่ว

     

    “ ปราบนั่นเป็นคราบเลือด “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    “ มันอาจเป็นลานบูชายัญก็เป็นได้ “ ซามานเอ่ย

     

    “ หัวหน้าซามาน คนพื้นเมืองของที่นี่มีเรื่องเล่าขานรึไม่ “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ ข้าขอคิดก่อน “ ซามานเอ่ย

     

    “ มีเรื่องอยู่หลายเรื่องแต่ละเรื่องนั้นไม่มีพูดถึงเกี่ยวกับรูปปั้นทองคำนี่ “ ซามานเอ่ย

     

    “ เช่นนั้นแล้วคนพื้นเมืองอาจไม่เกี่ยวข้องกับรูปปั้นนี่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ผมจะลงไปดู “ ปราบเอ่ย

     

    เซเลียที่นั่งลุ้นอยู่หน้าจอภาพนางกำสองหมัดแน่น เพราะคนรักของนางกำลังลงไปเสี่ยงภัยเพียงลำพังโดยปราศจากหน่วยสนับสนุน

     

    นางไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่พวกเขาไม่ได้สนใจชายหนุ่มคนรักของนางเลยแม้นแต่น้อย นางได้แต่พ่นลมหายใจออกอย่างแรง

     

    นางพลันยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงประกาศนางเร่งไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ วู๊มม “ ร่างของเขาลอยอยู่สูงจากพื้นราวสามสิบเมตร

     

    เขากวาดตามองทั่วพบว่ามันเป็นอัฒจันทร์ไว้นั่งชมการบูชายัญ มันทำให้เขานั้นงุนงงหนักยิ่งขึ้นไปอีก

     

    “ เห็นความตายเป็นของสนุกรึยังไง “ เขาเอ่ย

     

    ชายหนุ่มมองยังช่องทางเดินระหว่างอัฒจันทร์แล้วส่งโดรนสำรวจเข้าไป

     

    ภาพที่ส่งมานั้นทำเอาชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก เพราะมันเป็นคุกที่ใช้ขังนักโทษ

     

    ในคุกนั้นมีรูปรอยของโครงกระดูกมนุษย์แลสัตว์ “ มันคงเนิ่นนานมากแล้วโครงกระดูกทั้งหลายจึงเสื่อมสภาพเป็นเพียงฝุ่นผง “ เขาเอ่ย

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วจอภาพแล้วพยักหน้าช้าๆก่อนที่จะทำการเรียกโดรนสำรวจกลับแล้วส่งไปยังทางเดินอื่น

     

    “ เหมือนกันหมดเป็นคุก “ เขาเอ่ย

     

    “ นอกจากทางเข้าหลักแล้วมันน่าจะมีทางเข้าอีก “ เขาพึมพำ

     

    “ หัวหน้าชีนคุณสแกนพื้นที่ได้รึไม่ “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ รอสักครู่ “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    “ ปราบมีทางเข้าเพียงทางเดียว “ หัวหน้าซีนเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้า

     

    เขาทะยานร่างไปยังรูปปั้นทองคำแล้ววางฝ่ามือแตะลงยังผิวของมัน “ อืม “ เขาพยักหน้าช้าๆ

     

    “ มีพลังบางอย่างแผ่ออกมาแต่บางเบานัก “ เขาเอ่ย

     

    “ ไม่มีฝุ่นเกราะที่รูปปั้นทองคำเลย น่าแปลกมาก “ เขาเอ่ย

     

    “ อาจเป็นเพราะพลังงานนั้นทำการขจัดฝุ่นออกก็เป็นได้ “ ซามานเอ่ย

     

    “ อาจใช่ “ ปราบเอ่ย

     

    เขามองยังเท้าทั้งสองข้างของรูปปั้นทองคำบุรุษ

     

    เขาวาดมือเรียกกระบี่ออกมาแล้วแทงเข้าไปยังรอยบางๆที่ช่วงหัวนิ้วโป้งเท้าของรูปปั้นทองคำบุรุษ

     

    “ แคร็ก “ เสียงบางสิ่งแตกหัก

     

    ชายหนุ่มใช้กระบี่งัดที่รอยแตก “ ครืดด “ พลันกลับกลายเป็นประตูเปิดออก

     

    “ อ้า “ หัวหน้าซีนร้องลั่น

     

    “ เมื่อครู่ก็สแกนแล้วแต่ทำไมไม่พบเห็นประตู “ หัวหน้าซีนเอ่ย

     

    “ หัวหน้าคงเป็นพลังนั่นที่บดบังการสแกน “ นักวิจัยเอ่ย

     

    “ อาจเป็นได้ “ ปราบเอ่ย

     

    ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะส่งโดรนสำรวจเข้าไป

     

    “ หยุด “ เสียงทรงพลังส่งออกมาดังลั่น

     

    ชายหนุ่มเหลียวมองยังต้นเสียที่อยู่ทางเดินหลัก

     

    “ ถอยห่างออกมาเอ็งหมดหน้าที่แล้ว ปล่อยให้มืออาชีพเขาทำงาน “ ชายชราเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงแล้วทะยานร่างกลับมายังทางเดินหลัก

     

    ชายหนุ่มไม่ได้พูดจากับใครเขาเร่งเดินออกจากทางเดินหลักอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน