ชีพจรลมปราณสร้างเงาภูเขาห้านิ้วมือรูปร่างพิสดารออกมาตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ว่าวิญญาณติดชีพนี้ราวกับบรรจุพลังห้าธาตุไว้อยู่ นี่ต้องไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างปกติแน่นอน
ธาตุห้าธาตุที่มีบนโลกภายในสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ต่างจะมีพลังห้าธาตุนี้อยู่แบ่งเป็นทองไม้น้ำไฟดินห้าอย่าง บางคนจะเบนไปทางธาตุทองบางคนจะเบนไปทางธาตุไฟแล้วแต่คน
อสูรก็เช่นเดียวกันอสูรแต่ละตัวจะมีธาตุภายในตัวที่ไม่เหมือนกันดังนั้นพลังโจมตีของอสูรแต่ละตัวก็จะไม่เหมือนกันเช่นกัน
สรุปรวมๆแล้วธาตุห้าธาตุจะมีจุดเด่นที่ต่างกัน ไม่ค่อยมีคนสนใจเรื่องธาตุนี้ว่าทว่าธาตุเกี่ยวข้องโดยตรงกับการฝึกวิทยายุทธรวมถึงการบรรลุอย่างอื่นอีกหลายอย่างที่ลึกซึ้งไปอีกขั้น
ปกติแล้ว วิทยายุทธเองก็มีแยกประเภทเช่นกันอย่างเช่นจอมยุทธมีพลังธาตุไฟในตัวมาก ฝึกวิทยายุทธธาตุไฟใช้กระดูกหายากบนตัวอสูรธาตุไฟ จะเหมาะสมและทำให้บรรจุได้ง่ายกว่าทว่าหากยังฝืนไปฝึกวิทยายุทธและใช้กระดูกหายากของอสูรธาตุอื่นๆ ต่อให้ฝึกสำเร็จ ก็อาจจะต้องเปลืองเวลามากเกินกว่าโดยใช่เหตุ
ชีพจรลมปราณเองก็เช่นกัน จอมยุทธเลือกวิญญาณติดชีพจรก่อนที่จะเลือกโลหิตสกัดของอสูรที่แข็งแกร่งมาเปิดใช้ชีพจรลมปราณในการเรียกใช้วิญญาณติดชีพจรต้องระวังเรื่องธาตุด้วย
จอมยุทธที่ในตัวมีธาตุไฟมากก็ควรเลือกโลหิตสกัดของอสูรธาตุไฟมาใช้ในการเปิดใช้ชีพจรลมปราณสำหรับสร้างและรวบรวมร่างของวิญญาณติดชีพจรหากใช้โลหิตสกัดของอสูรธาตุอื่น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสำเร็จทว่าผลลัพธ์อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรขณะเดียวกันมีผลต่อการฝึกฌานในภายภาคหน้าอย่างมาก รุนแรงถึงกระทั่งทำให้ระดับฌานไม่อาจพัฒนาต่อไปได้
ทว่าตู้เซ่าฝู่พบว่าวิญญาณติดชีพจรที่ตัวเองสร้างขึ้นมามีพลังครบทุกห้าธาตุ เขาเองก็เป็นนักเวทยันต์และก็เป็นนักเวทค่ายกลที่มีพลังครบห้าธาตุ เมื่อมีวิญญาณติดชีพจรอย่างภูเขาห้านิ้วมือที่มีครบทุกห้าธาตุได้พิสูจน์ได้ว่าตนสามารถฝึกวิทยายุทธธาตุอะไรก็ได้แล้วยังสามารถใช้กระดูกหายากของอสูรประเภทได้ก็ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่น่าจะแย่อีกด้วย
“ก้อนหินก้อนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรนะ?”
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกแปลกใจและตกตะลึงกับก้อนหินที่มีรูปร่างเป็นภูเขาห้านิ้วมือก้อนหินก้อนนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงปรากฏอยู่ในถ้ำพันช่องหรือว่านั่นคือสิ่งที่ยอดฝีมือที่เสียชีวิตในนั้นคนนั้นทำตกไว้
เช้าตรู่ บรรยากาศมีหมอกบางๆ ปกคลุมกลุ่มเทือกเขาที่ทอดยาวมีชั้นสีขาวของหมอกหุ้มอยู่จางๆสีหมอกทำให้ภาพทิศทัศน์ดูขมุกขมัวให้ความรู้สึกน่าหลงใหล
“ฟู่……”
ตู้เซ่าฝู่พ่นปราณโสมมออกมาผ่านลำคอออกจากร่างเขาหยุดร่ายพลังด้วยฝ่ามือ พักการฝึกฌาน เมื่อพลังปราณสีทองอ่อนๆ ดับหายไปดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เปิดออก ทว่ายังมีประกายแสงสีทองจางๆติดอยู่ลึกข้างในนัยน์ตาของเขา
“ใคร!”
ทันใดนั้น ตู้เซ่าฝู่ก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างเขาอุทานออกมาเบาๆ ลุกขึ้นจากเตียงและรีบเดินไปผลักประตูทันใดเขาพบว่ามีเงาของคนกำลังรีบกระโดดหนีไป
“จะหนีไปไหน!”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนใส่เสียงดังเมื่อเห็นว่าคนที่มาลับๆ ล่อๆ หนีไป คนคนนั้นต้องไม่ใช่คนของจวนหลันหลิงและต้องไม่ใช่คนที่หวังดีแน่นอนเขาปล่อยพลังปราณโถมออกมา และเริ่มตามออกไปทันที
เพียงแต่คนที่หนีไปที่อยู่ด้านหน้าสัมผัสได้ว่าตู้เซ่าฝู่ตามมาจึงรีบเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น
“ต้องไม่ประสงค์ดีแน่”
เมื่อเห็นเงาของคนด้านหน้าพุ่งออกไปไวขึ้น ตู้เซ่าฝู่ก็สะดุ้งหน้ากระตุกหรี่ตามองร่างคนที่พุ่งหนีไปด้านหน้าที่ระยะห่างไกลยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขาขมวดคิ้วปล่อยพลังปราณสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มร่างกาย และส่งลมปราณไปที่ฝีเท้าผลักร่างให้พุ่งไปข้างหน้าได้ไวขึ้น
ขณะนี้ความเร็วของตู้เซ่าฝู่เพิ่มสู้ขึ้นเกือบเท่าตัวในไม่ช้าก็เริ่มเข้าใกล้ร่างของคนที่หนีข้างหน้าได้ ระยะห่างระหว่างสองคนสั้นลงเรื่อยๆ
บุคคลปริศนาด้านหน้าเหมือนว่าจะคุ้นเคยพื้นที่ภายในจวนหลันหลิงเป็นอย่างดีวิ่งไปในทางคดเคี้ยวทุกท้ายก็ไปถึงลานกล้างที่ไม่มีคนอยู่
พวกเขาสองคนอยู่ใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่กี่เมตรแล้ว ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่จึงมองเห็นเงาของคนที่อยู่ข้างหน้าชัดเจนขึ้นมองจากหลังของเขาดูออกว่าเป็นคนที่ร่างสูงโปร่งและสง่าคนหนึ่ง
“จะหนีไปไหน!”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนเสียงดัง เมื่อเท้ากระทบพื้นก็มีพลังปราณระเบิดออกมาร่างของเขากระโจนไปด้านหน้า มือขวากำหมัดปล่อยพลังออกมามีเคลื่อนพลังที่ไร้รูปร่างระเบิดออกมาดั่งคลื่นยักษ์มีเสียงระเบิดติดต่อกันสิบสามครั้งโจมตีออกไปพร้อมกัน
“เหอะ!”
เงาคนด้านหน้ารู้สึกได้ว่าตู้เซ่าฝู่โจมตีใส่เขาอุทานเหอะออกมาเบาๆ จากนั้นหมุนตัวปล่อยพลังหมัดไปรับการโจมตีนั้นเป็นพลังหมัดที่ดูคล้ายคลื่นสงบทว่าจู่ๆก็เร่งความเร็วระเบิดออกไปราวกับคลื่นพายุ สุดท้ายพลังหมัดนั้นก็พุ่งเข้าไปปะทะกับพลังหมัดของตู้เซ่าฝู่
“ปึง!”
สองหมัดปะทะกัน เกิดคลื่นพลังแผ่ซ่านซัดไปทั่วทำให้ฝุ่นรอบลานกว้างฟุ้งตลบอบอวล
“ตึงๆ!”
ตู้เซ่าฝู่เซถอยหลัง ทุกก้าวที่เหยียบทำให้ลานกว้างเกิดรอยร้าว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมาก
“ดูท่าฝีมือไม่เลวจัดมาต่อไปสิ!”
ขณะที่พูดร่างนั้นก็หันมาคนปริศนาพุ่งเข้ามาปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขาไวมากจนทำให้ตู้เซ่าฝู่มองร่างของเขาได้ไม่ชัดเจนจากนั้นเขาก็ปล่อยพลังหมัดใส่ตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง
ความเร็วพลังหมัดนี้ปานฟ้าแลบเกิดคลื่นพลังอันดุดันน่าสะพรึงกลัวโถมเข้าใส่ เกิดพลังลมที่ไม่ได้สาดตรงๆ เป็นคลื่นลมที่เป็นวงๆล้อมรอบตัวตู้เซ่าฝู่
เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังลมอันร้ายกาจพุ่งเข้ามาใกล้ตู้เซ่าฝู่ก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม พละกำลังความสามารถของอีกฝ่ายเก็บไว้อย่างดีจนยากที่จะอ่านออกทว่าความเร็วของเขาไวมากเกินไป ตนไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขารวบรวมพลังฝ่ามือรอบกายมีแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้ม บนผิวหนังมีอักขระยันต์เปล่งแสงจ้าออกมาทันใดนั้นเขาก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่อย่างแรง
“ปีกทะยานสนั่นเวหา!”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนออกมาสองแขนกางออกสะบัดแขนเหวี่ยงไปอย่างแรง บริเวณที่ฝ่ามือวิ่งผ่านมีร่องรอยอักขระยันต์บนผิวของเขาทิ้งไว้เป็นสายเป็นฝ่ายลักษณะคล้ายหัวจรวดพุ่งแหวกจนเกิดมุมโค้งและมีแสงทองเรืองแสงจางๆในชั้นบรรยากาศ
บริเวณพลังฝ่ามือมีอักขระสีทองจำนวนมากรวมอยู่เรียงรายซ้อนๆ กันลักษณะราวกับเป็นปีกของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองพลังลมปราณอันดุดันโหดเหี้ยมแผ่ออกมาจากภายในร่างตู้เซ่าฝู่จนทำให้อากาศรอบๆสั่นสะเทือน พลังฝ่ามือนี้ปะทะชนกับพลังหมัดของอีกฝ่าย
การโจมตีนี้ เป็นทักษะของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองเมื่อตอนอยู่ในขั้นเบิกนภา ตู้เซ่าฝู่ยังไม่สามารถใช้มันได้ แต่พอบรรลุถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวก็สามารถดึงมาใช้ได้ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกระบวนวิชาและทักษะอื่นๆ อีกมากที่สามารถใช้ได้เมื่อบรรลุขั้นชีพจรพลิ้วไหวเท่านั้นเมื่อคืนตู้เซ่าฝู่เพิ่งจะทำความเข้าใจไปเพียงท่าปีกทะยานสนั่นเวหากระบวนวิชานี้
“ปึง!”
เกิดเสียงระเบิดทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับคลื่นแรงดันซัดแผ่ออกไปโดยรอบอักขระยันต์รอบมือของตู้เซ่าฝู่หยุดชะงักสักครู่มันจึงระเบิดพลังใส่การโจมตีของอีกฝ่ายในทันใด
“ตึงๆ!”
ร่างของตู้เซ่าฝู่ถูกพลังอันแข็งแกร่งของอีกฝ่ายกระแทกจนกระเด็นถอยหลังอีกครั้งเขาเซถอยไปสิบกว่าก้าวจึงจะรับแรงปะทะนี้และยืนนิ่งได้บริเวณที่เท้าเหยียบทรงตัวได้ พื้นแตกละเอียดเป็นผุยผง
“คนนี้แข็งแกร่งมาก!”
ตู้เซ่าฝู่เงยหน้าในที่สุดเขาก็มองลักษณะท่าทางของอีกฝ่ายชัดเจน เขาคือบุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาดวงตาสดใสราวกับสายธารและสุกใสดูมีประกาย ลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ตู้เซ่าฝู่คิดถึงอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าและชายชุดดำชุดขาวที่เคยเจอที่เมืองสือเฉิง
“นี่มันวิทยายุทธอะไรทำไมดุดันเฉียบคมได้ถึงเพียงนี้!”
บุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาพูดลอยๆออกมาเบาๆ สายตามองไปที่ตู้เซ่าฝู่ จากนั้นเลิกคิ้วทำท่ากวนๆ กล่าวว่า “เจ้าหนู ใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้ามาโจมตีข้าให้ข้าดูหน่อยสิว่าบุตรชายของตู้ถิงเซวียนจะมีกึ๋นมีดีแค่ไหนดูสิว่าจะทำให้เขาเสียหน้าหรือไม่”
ตู้เซ่าฝู่ได้ยิน แววตาก็เป็นประกายจ้องมองไปที่บุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาที่อยู่ด้านหน้า จากนั้นเขาก็ปิดตาและรวบรวมพลังฝ่ามือ เร่งพลังปราณให้แผ่ออกมารอบกาย ทันใดนั้นก็มีอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมาพลังลมปราณอันร้ายกาจแผ่ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
“หืม!”
เมื่อบุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาเห็นก็มองเด็กหนุ่มอย่างแปลกใจ ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจากนั้นนัยน์ตาก็สั่นไหวด้วยความแปลกใจ
ทันใดนั้นเอง เมื่อพลังฝ่ามือรวบรวมเสร็จก็มีคลื่นลมปราณอันน่าหวาดผวาพลุ่งพล่านออกมา จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็เปิดตาสองข้างดวงตาสุกใสสองข้างมีแสงทองสาดออกมาวิบวับ ชุดยาวของเขาสะบัดอย่างแรงตามคลื่นพลังร่างของเขาเป็นจุดศูนย์กลางแผ่แรงดันจนใต้ฝ่าเท้ามีรอยแยกยาวเขาร้องออกมาเสียงดังด้วยเสียงแปลกพิสดาร……
“แกว่ก!”
เสียงร้องดังกังวานราวกับเสียงมังกรคำรามหรือสัตว์เทพขู่ร้องทันใดนั้นพื้นรอบๆ ลานกว้างก็สั่นโครมคราม ชั้นบรรยากาศสั่นสะเทือน เป็นพลังที่ร้ายกาจและอานุภาพรุนแรงมหาศาล……………………
“โครม!”
พลังปราณอันร้ายกาจแผ่ออกมา รอบกายของตู้เซ่าฝู่มีอักษรยันต์พรุ่งพรูออกจากร่างเป็นคลื่นพลังฝ่ามือแยกออกมาเป็นสายจำนวนมาก สุดท้ายกลับมารวมเป็นพลังเดียวอีกครั้งเกิดเสียงฟ้าผ่าโครมครามที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกลึกลับเขาใช้เท้าถีบพื้นพุ่งตัวเข้าหาบุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นภายในชั่วพริบตาก็มาปรากฏต่อหน้าอีกฝ่ายได้แล้ว
บุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลานัยน์ตาสั่นไหวสะบัดชายเสื้อ จากนั้นก็ส่งพลังฝ่ามือออกไปปะทะ เขาซัดฝ่ามือใส่การโจมตีตู้เซ่าฝู่อย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเอง สองฝ่ามือก็ปะทะกันเกิดเสียงระเบิดโครมครามสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว พลังงานจากพลังทั้งสองสาดออกเป็นรัศมีวงกว้างทั่วบริเวณสั่นไหวอย่างแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว
“ตึงโครม!”
ชั้นบรรยากาศสั่นไหว คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวพัดออกมาราวกับพายุหมุนสาดออกไปไกลจนผ่อนแรงและหายไปในบริเวณที่อยู่ห่างออกไปมาก
“ตึงๆ!”
ตู้เซ่าฝู่โซเซครั้งนี้เขาเซถอยหลังเพียงสามก้าว ทุกก้าวที่ถอยกระแทกพื้นสั่นอย่างแรงและก้าวสุดท้ายที่เหยียบทรงตัวได้ เขาก็หน้าซีดลงในทันใด
“ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานใช่ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานจริงหรือพลังป้องกันร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ราวกับราชาอสูรเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อจริงๆ!”
บุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาไม่ขยับตัวทว่าสีหน้าของเขาในตอนนี้ตื่นเต้นประหลาดใจที่สุด ราวกับว่ากำลังพบเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเด็กหนุ่มมีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานทว่าพลังที่แสดงออกมาเมื่อกี้ น่าจะพอสู้กับพลังผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานได้เลย
มีพลังป้องกันขนาดนั้นทำให้เขาเองก็ประหลาดใจมาก เขาใช้แรงไปเท่าไร ตัวเองชัดเจนดีดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของเขาน่ากลัวมากแค่ไหนหากเป็นผู้ฝึกฌานในระดับเท่ากับเขารับพลังนี้ ผลลัพธ์ไม่อยากจะคิดเลย