ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 5 ตอนที่ 8 การต่อสู้ภายในแดนเทพรกร้าง 2/2

    ในจังหวะที่ร่างของชิกิงามิของอูหลินเฟิงโดนทำลาย

            “ระยะของวิชาควบคุมโลหิต คือห้าสิบเมตรสินะ” อูหลินเฟิงกล่าว จอมยุทธ์ที่สร้างจากชิกิงามิ ถูกสร้างขึ้นเพื่อการตรวจสอบเขตแดนระยะของวิชาละอองโลหิตที่เทพศพโลหิตใช้ อูหลินเฟิงพบว่าทันทีที่เข้าสู่ระยะห้าสิบเมตรภายในร่างของชิกิงามิได้มีเลือดแปลกปลอมแฝงเข้าไปภายในชิกิงามิผ่านการหายใจ

            “สันนิษฐานได้ว่าอีกฝ่ายจะสามารถนำโลหิตของตนเองเปลี่ยนแปลงเป็นละอองโลหิตที่มองไม่เห็นแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของศัตรู ผ่านการหายใจหรือบาดแผล ให้ทุกคนออกห่างจากเทพศพโลหิต ห้ามเข้าไปภายในระยะห้าสิบเมตรเป็นอันขาด” อูหลินเฟิงกล่าว ในตอนนี้ทุกๆ คนภายในกองกำลังพันธมิตรต่างได้รับยันต์สื่อสารของอูหลินเฟิง อูหลินเฟิงได้บอกข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้ผ่านยันต์

            “รีบมาช่วยข้าได้แล้วญาติผู้น้อง ข้าคนเดียวรับมือเทพศพโลหิตผู้นี้ไม่ไหว” เสียงของเนี่ยหลุนดังออกมาผ่านยันต์สื่อสาร หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นอูหลินเฟิงก็เร่งพลังวิญญาณของตนเองออกมา พลังอาคมที่แข็งแกร่งไหลออกมาทั่วร่าง อูหลินเฟิงได้หยิบยันต์อาคมชิกิงามิระดับพิเศษอีกหนึ่งใบของตนเองออกมา

    "ได้เวลาออกมาแล้ว พี่ชาย"อูหลินเฟิงกล่าว พลังวิญญาณของอูหลินเฟิงพุ่งขึ้น จนตราประจำตระกูลเนี่ยปรากฏขึ้นมา 

            ชิกิงามิมังกรเหมันต์ ประสาน วิญญาณแฝด เรน

            ยันต์ชิกิงามิระดับพิเศษ ค่อยๆกลายร่างเป็นมนุษย์ ร่างนั้นสวมชุดที่ไม่เหมือนกับจอมยุทธ์แต่ว่ามันเหมือนกับจอมเวทในความทรงจำที่อูหลินเฟิงได้รับมาจากเรน สีผมของเรนเองก็มีสีที่แตกต่างจากอูหลินเฟิงที่มีสีม่วงเข้มและลุคที่มีสีทอง สีผมของเรนมีสีน้ำเงินเข้ม มีเพียงตาหน้าและดวงตาสีเทาเท่านั้นที่ทั้งสามมีเหมือนกัน และ อีกอย่างที่เรนไม่เหมือนกับทั้งสองก็คือภายในร่างของชิกิงามิมังกรเหมันต์ ทำให้บนตัวของเรนมี เขาของมังกรงอกออกมาสองอัน หลังจากที่ร่างนั่นกลายเป็นร่างที่สมบูรณ์พลังเวทมหาศาลไหลทะลักออกมาจากร่างกายของเรน

            “พลังเวทมหาศาลยิ่งกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ซะอีก ให้ร่างที่ดีจริงๆ ขอบใจมาก น้องชาย” เรนหันไปพูดกับอูหลินเฟิง ภายในร่างนี้เรนสามารถได้พลังในรูปแบบเดียวกับตอนที่ยังมีชีวิตได้ และ ยังสามารถทำได้ดียิ่งกว่าเพราะว่าแหล่งกำเนิดพลังเวทตอนนี้มาจากสัตว์อสูรสายเลือดพิเศษ

            “ไม่เป็นไรพี่ชาย อยากอาละวาดไหม” อูหลินเฟิงกล่าวพร้อมกับจงมองไปยังเทพศพโลหิตและเนี่ยหลุนที่กำลังต่อสู้กัน

            “คู่ต่อสู้คือผู้ที่เคยเป็นถึงชนชั้นเทวะ หลังจากมีร่างกายที่แสนพิเศษน ก็เตรียมคู่ต่อสู้ระดับสูงมาให้เลยดีจริงๆ ถือเป็นการทดสอบร่างนี้อย่างดีทีเดียว” เรนกล่าวพร้อมกับยิ้มไปด้วย ในตอนนี้เรนรู้แล้วว่าแดนจันทราโลหิต มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่โจมตีตระกูลแวนแจนซ์ของเขาเพราะว่าการ์กอยล์ทมิฬ ที่กำลังโบยบินและพุ่งโจมตีเข้าหาจอมยุทธ์ทั้งหลาย มันช่างเหมือนกับพวกที่มาโจมตีตระกูลแวนแจนซ์ของเขาไม่มีผิด เรนไม่พูดจาอะไรต่อไป ร่างกายของเรนรอบรวมจิตและเวทมนตร์ในร่างกาย พุ่งเข้าไปหาเทพศพโลหิตอย่างไม่เกรงกลัว 

    ในจังหวะเดียวกันที่อสุรกายไร้ผิวกำลังจะพุ่งตัวให้เทพศพโลหิตกลืนกิน

            อักขระมนตรา ปิดกั้นอาณาเขต

            เรนตวัดมือเพียงครั้งเดียวอักขระหลายรูปแบบก็ได้ร้อยเรียงกัน และพุ่งออกไปจนกลายเป็นอาณาเขตอักขระที่ปิดกั้นการเข้าออก ไม่ให้ผู้ใดต้องเสี่ยงโดนพลังของเทพศพโลหิตสังหาร เนี่ยหลุนมองผู้ที่กำลังเดินเข้ามาผ่านในอาณาเขตนี้อย่างข้องใจ

            “เดี๋ยวนะ!! นี่เจ้าไม่ใช่ลุค เจ้าคือใครกัน??” เนี่ยหลุนกล่าวออกมา หลังจากที่เห็นว่าได้มีคนกำลังเดินเข้ามาภายในอาณาเขตอักขระแห่งนี้ เนี่ยหลุนสามารถมองเห็นกระแสพลังวิญญาณได้ พลังวิญญาณที่ออกมาจากร่างของคนผู้นี้ แตกต่างจากอูหลินเฟิงและลุค แม้ว่าจะมีส่วนประกอบบางอย่างคล้ายกันก็ตาม

            “ข้าชื่อเรน เป็นจิตวิญญาณแฝดอีกคนของอูหลินเฟิงและลุค” เรนกล่าวแนะนำตัวเอง

            “มีจิตวิญญาณแฝดถึงสามเลยงั้นเหรอ สุดยอดจริงๆ” เนี่ยหลุนในร่างยักษ์ขาวพูดออกมาอย่างตกตะลึง จิตวิญญาณแฝดของตระกูลเนี่ยเกิดจากพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์และมหาศาลกว่าคนทั่วไปจึงได้แบ่งตัวเองออกมาเป็นสองจิตวิญญาณ แต่การที่อูหลินเฟิงมีถึงสาม นั่นหมายถึงพลังวิญญาณที่มหาศาลเสียยิ่งกว่าคนตระกูลเนี่ย

            “คิดว่าอาณาเขตแค่นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ” เทพศพโลหิตกล่าวพร้อมกับโคจรลมปราณของตนเอง

            ปราณโลหิต เส้นเลือดกลืนศพ

            บนแผ่นหลังของเทพศพโลหิตกำลังยืนอยู่ได้ปรากฏเส้นเลือดจำนวนมากพุ่งออกมา เส้นเลือดเหล่านั้นโจมตีไปยังอาณาเขตอักขระ แม้ว่าเส้นเลือดเหล่านั้นในตอนนี้จะไม่สามารถนำมาดูดกลืนเลือดได้อีกต่อไปเพราะว่าร่างของเนี่ยหลุนและเรนในตอนนี้แต่ไม่มีเลือดอยู่ภายใน แต่ว่าเส้นเลือดเหล่านั้นก็มีความแข็งแรงและทนทานอย่างมหาศาล และเมื่อบีบอัดจนมารวมกันแล้ว มันยังสามารถนำมาทะลวงได้ดั่งกับหอกเหล็ก รวมกับพลังแห่งเจตจำนงแห่งโลหิตที่เทพศพโลหิตได้บรรลุ โจมตีไปยังโดมที่สร้างจากอักขระจำนวนมากที่กำลังเคลื่อนไหว แต่ว่าเมื่อเส้นเลือดที่ถูกบีบอัดโจมตีไปยังอักขระเหล่านั้นพวกมันกลับไม่ปะทะกลับอักขระ แต่เหมือนกับถูกดูดกลืนไปอีกมิติหนึ่งมากกว่า

            “อักขระสายมิติ!!” เทพศพโลหิตเมื่อเห็นการโจมตีของตนเองราวกับว่าถูกดูดกลืนไปยังอีกมิติ เขาได้หันไปเรนอย่างไม่เชื่อสายตา ตัวเขาที่เป็นถึงชนชั้นเทวะย่อมต้องรู้เรื่องของโลกทั้งสามที่มีพลังแตกต่างกัน รวมถึงพลังอักขระก็เป็นหนึ่งในวิชาของโลกมนตราที่มียากในการฝึกฝน พลังอักขระจะใช้การเขียนแทนคำกล่าวเพื่อหยิบยืมพลังจากธรรมชาติประสานเข้ากับพลังของตนเอง และอักขระสายมิติถือเป็นอักขระที่ใช้ได้ยากที่สุด เทพศพโลหิตแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าจะสามารถใช้อักขระประเภทนี้ได้

            “เจ้าเป็นใครกันแน่!!” เทพศพโลหิตกล่าวออกมา เมื่อกี้เขาได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นจิตวิญญาณแฝด แต่ว่าจิตวิญญาณแฝดของตระกูลกลับสามารถใช้พลังเวทและอักขระได้ ทั้งๆ ที่นั่นเป็นพลังของโลกแห่งมนตรา

            “คนที่จะสังหารเจ้า” เรนกล่าว

            “คิดว่ามีคนมาเพิ่มอีกคนแล้วจะสามารถสังหารข้าได้ กำลังฝันอยู่งั้นหรือ” เทพศพโลหิตกล่าวออกมา จากนั้นด้วยควบคุมเส้นเลือด เมื่อไม่สามารถโจมตีทำลายอาณาเขตนี้ได้ มีแต่ต้องสังหารผู้ที่สร้างอาณาเขตนี้ขึ้นมาเท่านั้น ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ยินดีที่จะสังหารอีกฝ่ายให้ตายเสีย เขาจะดับทำลายทั้งร่างกายและวิญญาณของอีกฝ่ายให้จงได้ เส้นเลือดจำนวนมากถูกบีบอัดเข้าไปอีก หอกที่สร้างจากเส้นเลือดต่างพุ่งไปหาร่างของเนี่ยหลุนและเรน

            อาคมดาราสิบแฉก รูปแบบสองวงแหวน อาณาเขตเหมันต์หน่วงศิลา

            แรงโน้มถ่วงมหาศาลและไอเย็นอันมหาศาล ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของยักษ์ขาว เส้นเลือดจำนวนมากที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วค่อยๆ ช้าลง น้ำหนักของมันค่อยๆ เพิ่มขึ้นภายในเขตแดนแห่งนี้ และไม่ใช่เพียงแค่นั้นกระแสไอเย็นยังทำให้เส้นเลือดค่อยๆ เกิดการแข็งตัว

            เวทน้ำแข็ง โลงศพนิรันดร์ เรนปลดปล่อยพลังเวทย์น้ำแข็งของตนเอง ผนึกเส้นเลือดจำนวนมากเอาไว้ภายในน้ำแข็ง

            “ดูเหมือนว่าพลังสายน้ำแข็ง จะเป็นดาวข่มของปราณโลหิตสินะ” เรนกล่าวออกมาหลังจากที่เห็นว่าพลังน้ำแข็งส่งผลต่อปราณโลหิตอย่างมาก 

    ปราณโลหิต ปราณที่มีความอเนกประสงค์เป็นอย่างมาก สามารถใช้ได้ทั้งฟื้นฟูร่างกาย และ ยังปรับเปลี่ยนรูปร่างของเลือดได้ดังใจไมม่ว่าจะเป็น การโจมตีแบบของเหลว ผนึกรวมจนกลายเป็นของแข็ง ทำเป็นละลองแทรกไปยังร่างของศัตรู แต่ความสามารถอันหลากหลายของมันก็ย่อมมีจุดอ่อน หนึ่งในนั้นก็ความเย็น 

            “เจ้าพวกเด็กเปรต!!” เทพศพโลหิตตะโกนออกมาอย่างหัวเสียอีกครั้ง จะควบคุมเลือดภายในร่างของอีกฝ่ายก็ไม่ได้ เพราะว่าทั้งสองคนไม่มีเลือดภายในร่างเลยแม้แต่น้อย จะใช้ปราณโลหิตโจมตีอีกฝ่ายก็ยากเ พราะดูเหมือนว่าทั้งสองจะสามารถใช้พลังสายน้ำแข็งที่สามารถสะกดพลังของปราณโลหิตได้เป็นอย่างดี เทพศพโลหิตได้พยายามมองไปรอบๆ เขากำลังหาจังหวะที่จะหลบออกไปจากเนี่ยหลุนและเรน

            “หากคิดจะออกไปจากที่นี่ล่ะก็ จะต้องทำลายร่างของเราสองคนให้ได้ก่อน” เรนกล่าวยิ้มไปด้วย พร้อมกับที่ เร่งพลังเวทย์ในร่างกาย ส่งความเย็น ออกมาอย่างต่อเนื่อง

            “คิดว่าพลังน้ำแข็งเป็นดาวข่มของปราณโลหิตแล้วข้าจะพ่ายแพ้งั้นหรือ อ่อนหัด!!”

            ปราณโลหิต ร้อยดาบโลหิต

            เทพศพโลหิตได้โคจรลมปราณของตนเองสร้างดาบทับทิมโลหิตขึ้นมา เมื่อเส้นเลือดที่มีของเหลวจำนวนมากภายในทำให้ อาณาเขตเหมันต์ส่งผลให้เคลื่อนไหวช้า เทพศพโลหิตจึงได้เปลี่ยนจากใช้เส้นเลือดมาเป็นเลือดที่ตกผลึกเปลี่ยนจากสถานะของกึ่งเหลวมาเป็นของแข็งแทน

            “เวทน้ำแข็ง ดาบน้ำแข็งพันปี” เรน รวมพลังเวทร่ายเวทย์น้ำแข็งออกมา สร้างเป็นดาบเรเบียร์น้ำแข็ง เสริมความแข็งแกร่งด้วยพลังจิตสายเสริมกำลังที่เรนถนัด และ นอกจากนั้น อีกมือที่ไม่ได้ถือดาบไว้ก็ สะบัดมือสร้างอักขระมนตรา ผนึกเข้าไปไว้ภายในดาบ เสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับ

    เทพศพโลหิตและเรน ต่างพุ่งตัวเข้าหากัน ดาบน้ำแข็งและดาบโลหิตต่างปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

            ‘เพลงดาบของเจ้าเด็กนี่ ไม่เลวเลย ไอ้เจ้ายักษ์ขาวตัวนั้น แม้ว่าจะมีพลังในร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่จิตวิญญาณที่อาศัยภายในร่างกายไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิด แต่เจ้าเด็กมีเขามังกรมีความสามารถในการต่อสู้ระยะปะชิดที่สูงกว่า’ เทพศพโลหิตคิดในใจ ในการปะทะกับเนี่ยหลุนที่สร้างหอกจากอาคมดาราสิบแฉกแม้ว่าจะสร้างหอกออกมาได้ แต่เนี่ยหลุนกลับไม่มีฝีมือในการใช้หอก ไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่มีความสามารถในการใช้ดาบในระดับสูง

            “อย่าลืมข้าสิ” เนี่ยหลุนกล่าวพร้อมกับที่ใช้พลังอาคมของตนเองออกมา

            อาคมดาราสิบแฉก รูปแบบสองวงแหวน มังกรคู่เพลิงเหมันต์

            เมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถที่จะต่อสู้ในระยะประชิด และ มีคนที่สามารถต่อสู้ระยะประชิดได้ดีกว่า เนี่ยหลุนจึงได้ทิ้งระยะห่างออกมา สองวงแหวนปรากฏขึ้นด้านหลังของเนี่ยหลุนปรากฏหัวของมังกรสองตัวที่มีสีต่างกัน ตัวนึงมีพลังที่ร้อนแรงของเปลวเพลิง อีกหัวหนึ่งมีพลังที่เย็นยะเยือกของพลังน้ำแข็ง พุ่งออกมาจากวงแหวนและโจมตีไปยังเทพศพโลหิต

    จากนั้นการต่อสู้ที่รุนแรงก็ได้ ดำเนินต่อไปภายในเขตแดนอักขระที่ไม่มีใครสามารถเข้าและออกได้นอกจากผู้ที่เรนต้องการให้เข้าหรือออก

    …

    …

    ด้านอูหลินเฟิง

            “ดูเหมือนว่าจะสามารถทำให้จิตวิญญาณแฝดออกมากันได้หมดแล้วสินะ” จงหมิ่นกล่าว เขาคือคนที่รู้ว่าอูหลินเฟิง มีสหายภายในความฝัน จากการที่อูหลินเฟิงเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนที่เขายังอาศัยภายในตระกูลอู หลังจากที่เขาเห็นลุคภายในตระกูลโอวหยางเขาก็รับรู้แล้วว่าอีกไม่นาน เรนจะต้องออกมาได้อย่างแน่นอน

            “ลำบากแทบตายกว่าจะสามารถหาร่างที่เหมาะสมให้แก่เรนได้ แต่ว่าขอเตือนไว้ก่อนนะเรนไม่ได้มีนิสัยขี้เล่นเหมือนลุค ถ้าคิดจะปากหมาด่ากันอีกละก็เรนไม่มีทางเป็นพวกเดียวกับนายของคนแน่ๆ” อูหลินเฟิงกล่าวจากนั้นก็หันไปหาลุค

            “นี่ไม่คิดจะไปร่วมวงกับเรนหรือไง” อูหลินเฟิงถาม เพราะว่าคนทั้งหมดภายในที่แห่งนี้มีเพียงลุคอีกคนที่สามารถเข้าไปต่อสู้เทพศพโลหิตได้โดยที่จะไม่เป็นอะไร

            “เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรดีๆ มา ก็เลยคิดว่าจะรออีกนิด แล้วค่อยเข้าไปช่วย” ลุคพูดพร้อมกับยิ้มไปด้วย

            “อะไรดีๆ อะไรงั้นหรือ” จงหมิ่นถาม

            “ก็คือ……”

    ..

            ในจังหวะเดียวกันเมื่อทางฝั่งเทพศพโลหิตโดนอาณาเขตอักขระปิดกั้นทางเข้าออก ไม่มีใครที่จะสามารถเข้าไปหรือออกมาจากอาณาเขตนั้นได้ อสุรกายไร้ผิวจำนวนมากที่ในทีแรกมีไว้เพื่อทำให้เทพศพโลหิตฟื้นพลังจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งตรงไปยังกองกำลังพันธมิตรเพื่อต่อสู้แทน

    ในจังหวะนั้นไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของกองกำลังพันธมิตรหรือแดนจันทราโลหิต แต่ละคนต่างเคลื่อนไหวพุ่งเข้าหาเป้าหมายของตนเองทันที จอมยุทธ์ทั้งหลายต่างระเบิดลมปราณของตนเองพุ่งเข้าหาอสุรกายโลหิตอย่างไม่เกรงกลัว

            “ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เข้ามา!! เขาจะเผาผลาญมันให้หมด” เฟิ่งหวงหยางชุนนำหอกของตนเองออกมาและโคจรลมปราณเพลิงฟีนิกซ์ผลาญฟ้า ทั่วร่างเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดง พุ่งทะยานหาอสุรกายโลหิตโดยไม่เกรงกลัว แต่ว่าในตอนนั้นเองก็ได้มีพลังอันมหาศาลพร้อมกับเส้นแสงสีดำพุ่งเข้ามาหาเฟิ่งหวงหยางชุนอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือกงซุนลี่ เคียวสีดำขนาดใหญ่ที่มีทั้งปราณมรณะและเวทแห่งเงา ฟาดฟันไปยังเฟิ่งหวงหยางชุน แต่ว่าเฟิ่งหวงหยางชุนก็สามารถยกหอกของตัวเองขึ้นมาป้องกันได้

            “โหห ดูเหมือนว่าหน้าตาของเจ้าจะสวยขึ้นนะเนี่ย” เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าว แม้ว่ากงซุนลี่จะสามารถรอดชีวิตมาได้ แต่ในตอนนี้ผิวหนังของนางทั่วตัวมีแต่แผลเป็นจากการโดนแผดเผาด้วย เปลวเพลิงฟีนิกซ์ผลาญฟ้า เรียกได้ว่าจากผิวหนังทั่วตัวของนางตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผล

            “ข้าจะฆ่าเจ้าซะ เฟิ่งหวงหยางชุน!!! เวทแห่งเงาสนามเด็กเล่นของปีศาจ” กงซุนลี่ตะโกนออกมาอย่างเคียดแค้น พร้อมกับร่ายเวทอาณาเขตเงาของตนเอง ที่นางต้องมาเสียโฉมแบบนี้ก็เพราะว่าเปลวเพลิงของอีกฝ่าย ในครั้งนี้นางจะฆ่าอีกฝ่ายให้ได้  กงซุนลี่จึงโคจรลมปราณประสานเวทมนตร์ ควันสีดำผนึกลงไปยังเคียวสีดำขนาดใหญ่

            แต่ว่าภายในอาณาเขตเงาแห่งนี้ อาณาเขตเงาที่เคยลดทอนพลังเปลวเพลิงของเฟิ่งหวงหยางชุนได้ แต่ว่าตอนนี้เปลวเพลิงของเฟิ่งหวงหยางชุนกลับไม่ได้ลดความรุนแรงลงเลยแม้แต่น้อย มันยังคงส่องสว่างและทวีความร้อนแรงมากขึ้นไปอีก

            “คิดว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมหรือไง ข้าเองก็ฝึกมาเพื่อต่อสู้กับเจ้าโดยเฉพาะ เปลวเพลิงของข้าในตอนนี้คือเปลวเพลิงที่จะแผดเผาแม้แต่ความมืด” เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าว พร้อมกับแทงออกไปยังกงซุนลี่ การปะทะกันที่รุนแรงของเงามรณะและเปลวเพลิงฟีนิกซ์ผลาญฟ้าได้ปะทะกันอย่างรุนแรง ศัตรูคู่แค้นต่างฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

    ….

            ฝั่งของเสวี่ยหานเอ๋อร์ในตอนนั้นเองเสวี่ยหานเอ๋อร์จึงก้าวเท้าออกมาข้างหน้า นางคิดจะจัดการกับอสุรกายไร้ผิวเหมือนกับที่นางเคยทำภายในตระกูลโอวหยาง แต่ว่าก่อนที่นางจะได้ลงมือได้มีนิ้วมือของใครบางคนทะลวงหน้าอกของนางจากทางด้านหลัง

            "อ็อค" เสวี่ยหานเอ๋อร์จ้องมองมือที่กำลังทะลวงร่างของตนเองและกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก

            “อย่าได้คิดจะทำอะไรดีกว่านะสาวน้อย หลับให้สบายเถอะ” แบล็คแคทนางคือคนที่ลงมือโจมตีเสวี่ยหานเอ๋อร์จากทางด้านหลัง นางใช้พลังจิตซ่อนเร้นของตนเองรอบเว้นเข้ามาสังหารคนที่มีความสามารถในการรักษาและมีความสามารถในการต่อต้านอสุรกายไร้ผิว ถือเป็นคนที่จะต้องกำจัดเป็นคนแรกของฝั่งกองกำลังพันธมิตร นางค่อยๆ นำมือออกมาหลังจากที่ทะลวงออกของเสวี่ยหานเอ๋อร์แล้ว

    แต่ในตอนที่นางคิดว่าสามารถทำภารกิจได้เรียบร้อยแล้ว ร่างที่สมควรตายไปแล้วกับขยับและคว้ามือของนางเอาไว้

            “อะไรกันเหตุใดยังไม่ตาย” แบล็คแคทพูดอย่างตกใจ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีปราณพฤกษาพิสุทธิ์แต่ว่าการโดนทะลวงหน้าอกนั้นโดนหัวใจด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ในตอนนั้นเองร่างกายของเสวี่ยหานเอ๋อร์ค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกลายเป็นกู่ซือเอิน กู่ซือเอินปลอมเป็นเสวี่ยหานเอ๋อร์ด้วยพลังของยันต์จากอูหลินเฟิง

            “ข้าไม่มีวันตายในการต่อสู้” กู่ซือเอินกล่าว นางโคจรลมปราณของตนเองและเกร็งพลังกล้ามเนื้อของตนเอง

            ปราณเทวราชพันพิษ ฝ่ามืออสรพิษ กู่ซือเอินซัดฝ่ามือไปยังร่างของแบล็คแคทความรุนแรงและพลังพิษที่แฝงไว้ภายในฝ่ามือนั้น ถึงกลับสามารถปลิดชีพของแบล็คแคทได้ภายในการโจมตีครั้งเดียว

    ..

    ระหว่างการเดินทางมายังโบราณสถานของตระกูลโอวหยาง

            “เสวี่ยหานเอ๋อร์ เจ้าจะต้องซ่อนตัวไว้จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย พลังของเจ้าที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออสุรกายไร้ผิว และยังเป็นเพียงผู้ที่มีความสามารถในการรักษาระดับสูง ตัวเจ้าจะต้องเป็นคนแรกที่ถูกหมายหัวไว้อย่างแน่นอน” อูหลินเฟิงกล่าวขณะที่พวกเขากำลัง แอบไว้ในภาพมายา เคลื่อนตัวติดตามกองกำลังของแดนจันทราโลหิต

            “ข้ามีข้อเสนอ ข้าจะปลอมตัวเป็นศิษย์น้องล่อให้พวกนั้นออกมา แล้วจัดการในทีเดียว” กู่ซือเอินกล่าวออกมา

            “ทำแบบนั้นอันตรายเกินไป” อูหลินเฟิงไม่ได้อยากให้คนรักของตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนั้นถึงแม้ว่านางจะมีความสามารถในการรักษาตนเองก็ตาม

            “เชื่อใจข้า” กู่ซือเอินกล่าวออกมาด้วยความแน่วแน่ อูหลินเฟิงที่เห็นแบบนั้นก็ไม่กล้าที่จะเถียงต่อไป เขาสามารถรับรู้ได้เลยว่าในตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะโน้มน้าวกู่ซือเอินได้แล้ว

    ..

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน

    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508