ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 13 ต้องหย่าให้ได้

            ผู้หญิงคนนี้เป็๲บ้าไปแล้วหรืออย่างไรกัน!

            เสิ่นเหยายิ่งเร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิมอีก!

            ต้องหย่าให้ได้รอให้หมด๰่๥๹ฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ เขาจะเข้าเมืองไปจัดการธุระเ๱ื่๵๹นั้นทันที!

            หลังจากเสิ่นเหยาเทน้ำล้างเท้าเสร็จเขาก็นั่งลงที่หน้าประตูด้วยความหงุดหงิดใจ ทั้งที่ในห้องยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟและเตียงหลังนั้นก็เป็๞ของเขาแท้ๆแต่ตอนนี้เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าห้อง!

            หลี่เสวี่ยเหลียนเดินออกมาตักน้ำพอดีเมื่อเห็นลูกชายนั่งทอดอาลัยอยู่หน้าประตู สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที

            เธอค่อยๆก้าวเข้าไปหาแล้วกระซิบถามเสียงเบา "เป็๞อะไรไปอิ๋งอิ๋งไม่ยอมให้แกเข้าห้องหรือ?"

            เสิ่นเหยาเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด"เปล่าครับ ผมแค่ออกมานั่งรับลมให้เย็นสบายหน่อย"

            ในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนหลี่เสวี่ยเหลียนหรี่ตาลง พลางทำความเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที

            เธอยื่นมือไปหยิกเสิ่นเหยาทีหนึ่ง"แกคิดอะไรอยู่กันแน่? แต่งเขาเข้าบ้านมาแล้วแต่กลับปล่อยทิ้งขว้างแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหน?"

            เสิ่นเหยาก้มหน้าพึมพำออกมาคำหนึ่ง"ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ"

            หากเขาขืนหลุดปากพูดคำว่าหย่าออกมาล่ะก็คืนนี้บ้านทั้งบ้านคงได้ลุกเป็๲ไฟแน่!

            เมื่อครู่เจียงอิ๋งอิ๋งยังปากหวานบอกว่าสงสารเขาอยู่รำไรแต่พอเขาเดินเข้าห้องมา แม่คุณกลับนอนหลับปุ๋ยฝันหวานไปเสียแล้ว

            เสิ่นเหยามองดูส่วนโค้งเว้าเย้ายวนของเธอแม้จะมีเสื้อผ้าปกปิดแต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามที่ชวนให้จินตนาการได้

            เขาพ่นลมหายใจยาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบเสื่อมาปูลงบนพื้นแล้วล้มตัวลงนอนทันที

            ผู้หญิงช่างเป็๲สิ่งมีชีวิตที่ไร้เหตุผลสิ้นดีเมื่อคืนก่อนยังกรีดร้องหวาดกลัวว่าเขาจะฉวยโอกาสล่วงเกินอยู่เลยแท้ๆผ่านไปเพียงคืนเดียว กลับเปลี่ยนหน้ามือเป็๲หลังมือมายิ้มร่าเรียกเขาว่าพี่คะพี่ขา...

            เหอะ...ยังไงเสียก็ต้องหย่ากันอยู่ดี เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งคาดเดาความคิดของเธอหรอก

            ..........

            ครั้นสิ้นเสียงไก่ขันระงมบ้านเรือนหลังเล็กที่ซอมซ่อเรียงรายก็เริ่มมีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องครัว

            ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนขยันขันแข็งและตื่นแต่เช้าตรู่

            เจียงอิ๋งอิ๋งที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทราแว่วได้ยินเสียงผ่าฟืนและเสียงราดน้ำดังมาจากข้างนอก

            เธอนวดตาเบาๆก่อนจะพลิกตัวนอนต่ออย่างสบายอารมณ์...

            เสิ่นเหยาตื่นนานแล้วเขาล้างหน้าล้างตาเสร็จก็แบกจอบเตรียมจะลงทุ่งนาแต่กลับถูกหลี่เสวี่ยเหลียนขวางไว้ "จะไปไหน?เดี๋ยวต้องไปบ้านอิ๋งอิ๋งไม่ใช่หรือ!"

            เสิ่นเหยาขมวดคิ้ว"นี่ยังเช้าอยู่เลยครับ ผมไปทำงานก่อนสักประเดี๋ยว"

            "ไปๆๆ!"

            หลี่เสวี่ยเหลียนถลึงตาใส่เขาพร้อมกับแย่งจอบมาถือไว้เอง"งานน่ะทำทุกวันอยู่แล้ว ไม่เสียการเสียงานเพราะเวลาแค่นี้หรอกไปดูของที่แม่เตรียมไว้ในครัวหน่อย เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จจะได้ออกเดินทางเลยอิ๋งอิ๋งน่ะอยู่ที่บ้านเป็๲ลูกรักหัวแก้วหัวแหวน พอแต่งออกมาปุบปับแบบนี้กลัวว่าในใจจะคิดถึงบ้านจนไม่สบายใจ พวกลูกจะได้รีบไปกันแต่เช้า!"

            เขาไม่เห็นวี่แววว่าผู้หญิงคนนั้นจะคิดถึงบ้านตรงไหนเลยสักนิด

            เสิ่นเหยาสบถในใจเบาๆแต่ก็ยังยอมทำตาม เดินเข้าไปในห้องครัวอย่างว่าง่าย

            ในนั้นมีไข่ไก่หนึ่งตะกร้าน้ำตาลห่อใหญ่ ห่อผลไม้แห้ง และไก่สดอีกสองตัว เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งหลังจากคราวที่แล้วพ่อซื้อยาไป เงินเก็บในบ้านก็เหลือไม่ถึงยี่สิบหยวนของพวกนี้คงแทบจะขูดรีดเงินก้นถุงจนหมดสิ้นแล้ว

            เขาลดสายตาลงต่ำแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามแต่อย่างใด

            ถึงแม้พิธีแต่งงานครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สินเดิมที่เจียงอิ๋งอิ๋งนำติดตัวมาก็ไม่ใช่น้อยๆ ทั้งตู้ลิ้นชักสามชั้นผ้าสีแดงผืนใหญ่ รวมไปถึงอ่างล้างหน้าและเครื่องนอนชุดใหม่

            ของพวกนี้แม้เจียงอิ๋งอิ๋งจะเป็๲คนใช้เองแต่ในเมื่อยกเข้าบ้านเขามาแล้วหากของเยี่ยมในวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมดูซอมซ่อเกินไปพ่อแม่ของเขาก็คงเสียหน้าไม่ใช่น้อย

            เพียงแต่พอเป็๞เช่นนี้เงินเก็บที่เพิ่งสะสมได้เพียงเล็กน้อยของครอบครัวก็ต้องหมดสิ้นลงอีกครั้ง...

            เขารู้สึกไม่สบายใจยิ่งนึกโกรธความไร้ความสามารถของตนเอง จนอยากให้พ้น๰่๥๹ฤดูใบไม้ร่วงไปเร็วๆเพื่อที่จะได้ออกไปหาเงินเสียที

            ในเวลานี้ทุกคนในบ้านยกเว้นเจียงอิ๋งอิ๋งที่ยังนอนอุดอู้อยู่ ต่างก็ตื่นกันหมดแล้วแม้แต่เหวินฉินกับเหวินชง เด็กน้อยทั้งสองคนก็ยังตื่นขึ้นมาช่วยอาเล็กให้อาหารไก่

            ป้าเสิ่นที่อยู่บ้านติดกันเดินถือตะกร้าเข้ามาในบ้านเมื่อเห็นหลี่เสวี่ยเหลียนกำลังทำกับข้าว เธอก็ชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างใน"เสวี่ยเหลียน ลูกสะใภ้บ้านเธอล่ะ?"

            หลี่เสวี่ยเหลียนยิ้มกว้างเดินออกมาจากครัว"เด็กคนนั้นร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ เลยอยากให้นอนพักผ่อนนานๆหน่อย"

            "นี่ยังนอนอยู่อีกหรือ?"

            ป้าเสิ่นอดไม่ได้ที่จะขยับเสียงดังขึ้น"แบบนี้ไม่ได้นะ มีที่ไหนแม่ผัวมาทำกับข้าวให้ลูกสะใภ้กิน?"

            พูดจบเธอก็หันไปค้อนใส่เสิ่นเหยา"แกนี่มันลูกไม่รักดีแต่งเมียมาแล้วจะมาเทิดทูนอย่างกับเป็๲เ๽้าแม่กวนอิมไม่ได้นะ!แม่แกน่ะถึงเวลาต้องอยู่อย่างสบายได้แล้ว!"

            เสิ่นเหยารู้ดีว่าป้าเสิ่นหวังดีจึงได้แต่ตอบรับไปว่า "ครับ"

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นถือไข่ไก่ที่เพิ่งเก็บมาจากรังพลางเบะปากพูดขึ้น "ป้าเสิ่นคะเมื่อวานพี่สะใภ้เหนื่อยมาทั้งวัน วันนี้จะนอนต่ออีกหน่อยจะเป็๲ไรไป?"

            เหนื่อยหรือ?ไหนว่าเมื่อวานเจียงอิ๋งอิ๋งนั่งพักใต้ต้นไม้ทั้งบ่ายไม่ใช่หรือไง?

            ป้าเสิ่นมองค้อนไปยังประตูห้องที่ปิดสนิทด้วยความสงสัยก่อนจะนึกถึงธุระสำคัญที่มาหา จึงรีบวางตะกร้าลง "เสวี่ยเหลียน ในนี้มีไข่ไก่สิบกว่าฟอง เธอเอาไว้เถอะ"

            หลี่เสวี่ยเหลียนรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วโบกมือปฏิเสธ"ไม่ได้หรอกพี่ ฉันจะไปเอาของจากพี่กับพี่ใหญ่ได้ยังไงไม่เอาหรอกพี่ ไม่เอา!"

            "บอกให้รับไว้ก็รับไว้สิ!"

            ป้าเสิ่นกดมือเธอไว้แน่นอย่างแข็งกร้าว"วันนี้ลูกสะใภ้เธอต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมไม่ใช่หรือ?เอาของไปให้เยอะหน่อย อย่าให้ใครเขามาดูถูกตระกูลเสิ่นเราได้ไม่อย่างนั้นเสิ่นเหยาของพวกเราจะไปสู้หน้าพ่อตาแม่ยายได้ยังไง?"

            ไข่ไก่สิบกว่าฟองอาจดูไม่มากแต่กว่าจะสะสมมาได้ขนาดนี้ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน

            หลี่เสวี่ยเหลียนรู้ว่าพี่สะใภ้ให้ด้วยใจจริงจึงยอมรับไว้ "พี่สะใภ้รอให้พ้น๰่๭๫เวลาลำบากนี้ไปก่อนนะ แล้วฉันจะคืนให้"

            ป้าเสิ่นเป็๲คนเสียงดังแถมยังพูดเก่งแม้เจียงอิ๋งอิ๋งจะเอาผ้าห่มคลุมโปงไว้แต่ก็ยังถูกเสียงของป้าปลุกตื่นจนได้

            เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวข้างนอกเธอเองก็คงไม่หน้าหนาพอที่จะนอนต่อได้ จึงจัดการตัวเองแล้วผลักประตูเดินออกมา

            ใบหน้าเล็กๆของเธอนวลเนียนไร้เครื่องสำอาง เส้นผมปล่อยสยายตกลงมาถึงแผ่นหลังยืนเด่นเป็๲สง่าท่ามกลางแสงแดดยามเช้าทว่ากลับดูงดงามจับตายิ่งกว่าตะวันรุ่งเสียอีก...

            ป้าเสิ่นถึงกับตาค้างไปชั่วขณะก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วลอบสบถในใจว่ายัยตัวแสบ พลางปั้นหน้าตึงใส่"เจียงอิ๋งอิ๋ง อย่าหาว่าป้าต่อว่าเธอเลยนะ!โบราณว่าไว้ความกตัญญูคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เธอเป็๞สะใภ้บ้านเขาแล้วจะมาเกียจคร้านแบบนี้ไม่ได้!"

            "ป่านนี้แล้วยังไม่ลุกมาทำกับข้าว ปล่อยให้แม่ผัวทำให้กิน ใช้ได้ที่ไหนกัน!ตระกูลเสิ่นเราไม่เคยมีสะใภ้แบบนี้มาก่อน!"

            เจียงอิ๋งอิ๋งกะพริบตาคู่งามพลางส่งยิ้มที่ดูซื่อบริสุทธิ์ทว่าจริงใจให้ "คุณป้าชอบล้อเล่นจังเลยค่ะตอนนี้ก็มีสะใภ้แบบนี้แล้วไงคะ? ก็หนูนี่ไง!"

            ป้าเสิ่นถึงกับพูดไม่ออกลมแทบจับ เธอรีบคว้าแขนหลี่เสวี่ยเหลียน "เสวี่ยเหลียนถ้าเธอไม่สั่งสอนลูกสะใภ้คนนี้ให้ดี จากนี้ไปคนที่ซวยก็คือเธอนั่นแหละ!"

            หลี่เสวี่ยเหลียนที่เคารพพี่สะใภ้คนนี้มาตลอดได้แต่พยายามเปลี่ยนเ๹ื่๪๫แก้เก้อ "พี่สะใภ้ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?มากินด้วยกันก่อนสิ"

            "กินอะไรกันล่ะ อิ่มอกอิ่มใจจนกินไม่ลงแล้ว!"

            ป้าเสิ่นหมุนตัวกลับพลันหันไปมองเสิ่นเหยาที่ยืนนิ่งเงียบ แล้วด่าซ้ำอีกคำ"ไอ้เ๯้าหนุ่มคนนี้ มีเมียแล้วลืมแม่!"

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นรีบแก้ตัวแทนพี่ชายรอง"ป้าคะ พี่ชายหนูไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อยอีกอย่างพี่สะใภ้หนูก็ดีจะตายไป!"

            นี่ยัยจิ้งจอกนี่มันเป่ามนต์อะไรใส่คนบ้านนี้กันแน่นะ?

            เมื่อวานเสี่ยวอวิ๋นยังอยากจะฉีกอกผู้หญิงคนนี้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง!

            ป้าเสิ่นจนปัญญาจะพูดต่อเธอถลึงตาใส่เจียงอิ๋งอิ๋งอีกรอบ "ได้ๆๆฉันมันพวกสอดรู้สอดเห็นเอง! ต่อไปฉันจะคอยดูว่าพวกเธอจะใช้ชีวิตกันไปยังไง!"

            มีลูกสะใภ้แบบนี้จะไปรอดได้สักกี่น้ำเชียว!

            เมื่อคนขี้โมโหเดินจากไปแล้วเจียงอิ๋งอิ๋งก็ทำตาแดงก่ำ "คุณแม่คะอิ๋งอิ๋งทำให้แม่ต้องลำบากใจอีกแล้วใช่ไหมคะ?"

            หลี่เสวี่ยเหลียนลูบมือเธอเบาๆ"ป้าเขาเป็๲คนปากร้ายใจดีน่ะ ไม่มีอะไรหรอก อยู่ๆไปเดี๋ยวเขาก็รู้เองว่าลูกเป็๲คนดีแค่ไหน!"

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นเดินถือชามออกมา"พี่สะใภ้รีบกินข้าวเถอะค่ะเดี๋ยวพี่ต้องกลับบ้านเดิมกับพี่รองอีกนะ"

            มื้อเช้ายังคงเป็๲เมนูเดิมๆแป้งทอดธัญพืชกับซุปข้าวโพด...

            เจียงอิ๋งอิ๋งพยายามฝืนกินไปได้สองคำแล้วก็วางลงเพราะตอนนี้เธอกินไม่ลง "แม่คะหนูขอเข้าไปจัดของในห้องก่อนนะคะ พวกแม่กินกันไปก่อนเลย"

            "จ้ะ ไปเถอะ"

            หลี่เสวี่ยเหลียนรอจนเธอลับตาไปจึงถอนหายใจยาวพลางวางชามในมือลง

            มื้อเช้าแบบนี้สำหรับเธอนับว่าดีมากแล้วที่ทำให้อิ่มท้อง แต่สำหรับเจียงอิ๋งอิ๋งแล้วมันคงเป็๲ของที่กลืนลงคอได้ยากลำบากเหลือเกิน

            หลังจากนี้ไปต้องทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้นะ...