ตอนที่ 13. ภารกิจสัมภาษณ์ราชินีน้ำแข็ง
เปลวแดดยามบ่ายแก่ๆ แผดเผาลงมาบนลานคอนกรีตหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์จนเกิดเป็ไอระอุวิบวับ ราวกับภาพลวงตาในทะเลทรายที่กั้นขวางระหว่างโลกความจริงกับดินแดนแห่งศิลปะ
บรรยากาศรอบตึกเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่แปลกแยกสำหรับเด็กนิเทศฯ อย่างพวกเขา กลิ่นสีน้ำมันฉุนจมูกผสมปนเปไปกับกลิ่นบุหรี่ราคาถูก
นักศึกษาผมยาวเซอร์ๆ นั่งจับกลุ่มดีดกีตาร์กันอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ขณะที่บางกลุ่มกำลังแบกหุ่นปูนปลาสเตอร์เดินสวนกันขวักไขว่
วินยืนปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม พยายามรักษาสีหน้าให้ดูสงบนิ่งที่สุด ทั้งที่ในใจกำลังก่นด่าโชคชะตาและเพื่อนตัวดีทั้งสองคนอย่างหนักหน่วง
"เอาล่ะ... ถึงถ้ำเสือแล้ว" จอมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะปลุกใจตัวเองมากกว่าเพื่อนร่วมทีม มือไม้สั่นเล็กน้อยขณะเช็กแบตเตอรี่กล้อง "จำแผนได้ใช่ไหม? ไอ้แว่นมึงถือไมค์ กูจดบันทึก ส่วนมึง... ไอ้วิน มึงเป็คนสัมภาษณ์พี่เขา"
"เดี๋ยว..." วินขมวดคิ้ว หรี่ตามองเพื่อนรักผ่านเลนส์แว่นสายตา "ทำไมหน้าที่กูมันดูหนักที่สุดวะ? มึงเป็คนเสนอชื่อพี่เมย์เองนะเว้ย ทำไมไม่ไปคุยเองวะ?"
"โธ่... ไอ้เพื่อนยาก" จอมตบไหล่วินดังปุบๆ ยิ้มแหยๆ เหมือนหมาที่เพิ่งไปกัดรองเท้าเ้าของมา "มึงก็รู้ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนสวยๆ ลิ้นกูมันจะพันกัน มึงน่ะพูดเก่งสุดแล้ว วาทศิลป์ดี หน้าตาก็ดูซื่อๆ เหมือนเด็กเรียน พี่เขาไม่ด่ามึงหรอก"
วินถอนหายใจเฮือกใหญ่จนไหล่ตก 'ซื่อบ้าซื่อบออะไรล่ะ... นี่กูต้องไปยืนสัมภาษณ์คนที่ตัวเองหมายตาไว้เนี่ยนะ? ขืนทำตัวเด๋อด๋า ภาพลักษณ์แมวมองผู้ลึกลับในอนาคตจะเหลืออะไร'
แต่วินก็รู้ดีว่าปฏิเสธไม่ได้ เพราะนี่คืองานกลุ่มที่มีคะแนนเป็เดิมพัน และลึกๆ เขาก็อยากจะประเมินนิสัยใจคอของว่าที่ "Diva" คนนี้ในระยะประชิดด้วย
"เร็วเข้า ไอ้วินมึงอย่าลีลา! พี่เขานั่งอยู่ตรงโน้นแล้ว!" แว่นชี้มือไปที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีต้นใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ที่ตรงนั้นที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของเด็กสินกำ หญิงสาวคนหนึ่งนั่งโดดเด่นอยู่ราวกับดอกบัวขาวกลางบึงโคลน "เมย์" นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่เพียงลำพัง รัศมีรอบตัวเธอแผ่ความเย็นะเืออกมาจนไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้ สมกับฉายา 'ราชินีน้ำแข็ง' แห่งคณะศิลปกรรมฯ อย่างแท้จริง
"ไปเลยไอ้วิน! เพื่อเกรด A ของพวกเรา!" จอมและแว่นพร้อมใจกันผลักหลังวินอย่างแรงจนเขาถลาไปข้างหน้า
วินเซถลาไปสองสามก้าวจนเกือบหน้าทิ่ม เขาหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน ก่อนจะจำใจจัดเสื้อนักศึกษาให้เรียบร้อย สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกิญญา 'มืออาชีพ' ให้เข้าสิงร่าง เขาเดินตรงเข้าไปหาเป้าหมายด้วยฝีเท้าที่มั่นคง
"ขอโทษนะครับ... รุ่นพี่"
เมย์ละสายตาจากหนังสือ เงยหน้าขึ้นมองช้าๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองวินนิ่งๆ ราวกับกำลังสแกนหาเชื้อโรค วินรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมา
"มีอะไร?" เธอถามสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเฉียบ
"เอ่อ... ผมวิน นักศึกษาปี 1 คณะนิเทศฯ ครับ" วินกล่าวทักด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
"คือกลุ่มพวกผมมีโปรเจกต์วิชาสื่อและสังคม ต้องสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจในมหาวิทยาลัย... พวกผมเห็นว่ารุ่นพี่เป็นักศึกษากิจกรรมตัวอย่างและมีความสามารถด้านดนตรี เลยอยากขอรบกวนเวลาสักเล็กน้อยครับ"
เมย์ปิดหนังสือในมือดัง ปึก! ทำเอาไอ้จอมและแว่นที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังสะดุ้งโหยง
"ฉันไม่ว่าง" เธอตอบปฏิเสธทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย "ไปหาคนอื่นเถอะ ประธานสโมสรนักศึกษาก็ได้ รายนั้นชอบออกกล้อง"
เธอทำท่าจะลุกหนี วินรู้ทันทีว่าถ้าปล่อยให้เธอลุกไปตอนนี้ ภารกิจล้มเหลวแน่นอน และเขาจะเสียโอกาสประเมินนิสัยของนักร้องคนสำคัญในอนาคตไปด้วย
"แค่คำถามเดียวครับพี่!" วินพูดโพล่งขึ้นมา "เกี่ยวกับ... 'ดนตรีที่ช่วยเยียวยารอยร้าวในจิตใจ' ครับ"
คำว่า 'เยียวยารอยร้าว' ทำให้เมย์ชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับมามองหน้าวินอีกครั้ง คิ้วที่เรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แววตาที่เคยเ็าเริ่มมีความสงสัยเข้ามาแทนที่ เธอไม่เคยเห็นหน้าเด็กปี 1 คนนี้มาก่อน แต่ทำไมคำพูดของเขามันดู... เจาะจงแปลกๆ
"เมื่อกี้... นายว่าอะไรนะ?"
วินสบตาเธอนิ่ง ปรับน้ำเสียงให้ดูจริงจังขึ้น "หัวข้อในสัมภาษณ์คือ 'อิทธิพลของดนตรีที่มีต่อชีวิต' ครับ... ผมแค่อยากรู้ว่า สำหรับคนที่ร้องเพลงได้เพราะขนาดพี่ ดนตรีมันจะช่วยรักษาแผลในจิตใจ หรือมันแค่เป็สิ่งที่ตอกย้ำรอยร้าวเ่าั้กันแน่"
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงในชั่วอึดใจ จอมและแว่นอ้าปากค้าง มองหน้าเพื่อนตัวเองอย่างทึ่งๆ 'ไอ้วินมันไปเอาสคริปต์ลิเกแบบนี้มาจากไหนวะ?'
เมย์มองหน้าวินนิ่งอยู่นาน ราวกับกำลังพิจารณาว่าไอ้เด็กนี่กำลังกวนประสาทเธออยู่รึเปล่าหรือว่าถามเธอจริงๆ แต่แววตาของวินดูใสซื่อและมุ่งมั่นจนเธอถอนหายใจออกมา
"นายไปได้ยินใครเขาพูดมาล่ะว่าฉันร้องเพลงเพราะ?" เธอถามเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
"ผมเคยเห็นพี่ร้องที่ร้าน... เอ่อ งานกิจกรรมคณะน่ะครับ" วินเกือบหลุดปากเื่ร้านหมูกระทะ แต่ยั้งปากทันหวุดหวิด "แถมเขายังว่ากันว่าเสียงของพี่สะกดคนฟังได้จริงๆ"
"เฮ้อ... ก็ได้" เมย์นั่งลงที่เดิม "ให้เวลาแค่ 10 นาทีนะ ฉันมีธุระต่อ"
"ขอบคุณครับ!" วินยิ้มกว้าง รีบหันไปกวักมือเรียกเพื่อนๆ "เฮ้ย! เตรียมกล้องเร็ว!"
……
การสัมภาษณ์ดำเนินไปอย่างทุลักทุเลเล็กน้อยใน่แรก เพราะไอ้แว่นตื่นเต้นจนมือสั่นถือไมค์เกือบจะกระแทกปากพี่เมย์ ส่วนวินที่ต้องถือสคริปต์ก็พยายามถามคำถามที่ดูฉลาดกว่าเด็กปี 1 ทั่วไป เพื่อดึงดูดความสนใจของเธอ
"คำถามสุดท้ายนะครับ..." วินมองหน้าเมย์ผ่านเลนส์แว่น "ในฐานะคนที่ร้องเพลง พี่คิดว่าเพลงที่ดี คือเพลงแบบไหนครับ?"
เมย์นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง สายตาเหม่อมองไปไกลยังตึกเรียนฝั่งตรงข้าม
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเพลงจากวิทยุของซุ้มขายกาแฟใต้ตึกคณะก็ดังแทรกขึ้นมา... มันคือเสียงเปียโนอินโทรที่แสนเศร้า ตามด้วยเสียงกีตาร์ที่หนักหน่วงกระแทกใจ
…เหนื่อยจนใจมันด้านชา… ต้องแบกรับศรัทธาจนเกินจะยืนไหว…
เพลง "ด้านชา" ของ Future ที่วินเพิ่งปล่อยไปเมื่อคืน กำลังแผดเสียงก้องกังวานไปทั่วลานคณะศิลปกรรมฯ ราวกับจัดฉาก
เมย์ชะงัก เธอเงี่ยหูฟังเสียงเพลงนั้นโดยอัตโนมัติ แววตาที่เคยแข็งกร้าวค่อยๆ อ่อนลงจนเห็นความไหววูบภายใน ปลายเท้าของเธอขยับตามจังหวะเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
"เพลงนี้..." เมย์พึมพำ
"ครับ?" วินแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่ ทั้งที่ในใจเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองชุดในเพลง "เพลงอะไรเหรอครับ?"
"เพลงที่ดี..." เมย์ตอบคำถามของวินโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปทางต้นเสียง "คือเพลงที่พูดแทนความรู้สึกที่เราพูดออกมาไม่ได้... เหมือนเพลงนี้"
เธอนิ่งฟังท่อนฮุกจนจบ ก่อนจะหันกลับมามองวินด้วยแววตาที่จริงจังที่สุดั้แ่เริ่มสัมภาษณ์
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าวง Future นี่เป็ใคร... แต่เขาเขียนเพลงเหมือนเขาเคยตายมาก่อนเลย" เมย์พูดเสียงแ่ ราวกับกำลังพูดอยู่กับตัวเอง
"เนื้อเพลงมันไม่ได้แค่เศร้า แต่มันเข้าใจ... เข้าใจความรู้สึกของการแบกความคาดหวังจนตัวตนจะแตกสลาย เพลงแบบนี้แหละ... คือเพลงที่ดี"
วินต้องก้มหน้างุดทำทีเป็จดบันทึก เพื่อซ่อนรอยยิ้มและความรู้สึกตื้นตันที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
คำชมจากคนแปลกหน้าในอินเทอร์เน็ตเป็หมื่นคอมเมนต์ ยังไม่ทำให้ใจฟูเท่ากับคำพูดของคนตรงหน้า... คนที่เข้าใจสารที่เขา้าจะสื่อออกไปจริงๆ
"ผมก็คิดแบบนั้นครับพี่..." วินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ยิ้มบางๆ "เขาคง... ดีใจถ้ารู้ว่ามีคนเข้าใจเพลงของเขา"
"หมดเวลาแล้ว" เมย์ตัดบท ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดกระโปรงเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองวินและเพื่อนๆ เป็ครั้งสุดท้าย
"ขอบคุณที่มาสัมภาษณ์ หวังว่าจะได้คะแนนดีๆ นะ"
เมย์เดินสะบัดผมจากไป ทิ้งกลิ่นหอมจางๆ และความประทับใจไว้เื้ั วินมองตามแผ่นหลังของเธอไปจนลับสายตา