ขายพรมจรรย์

    ตอนที่ 1

             

            “เป็๞ไรว่ะไอ้แป้ง นั่งซึมเป็๞หมาหงอยเชียว”

            อัคพลเด็กหนุ่มนักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเดินเข้าไปตบไหล่เพื่อนสาวที่รู้จักกันมา๻ั้๹แ๻่เรียนปีหนึ่งพร้อมกับถามด้วยความสงสัยปนห่วงใยเมื่อเห็นเ๽้าหล่อนมานั่งเอามือเท้าคางอยู่เงียบๆตามลำพังคนเดียวที่เก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นร่มไม้ใหญ่ภายในบริเวณของมหาวิทยาลัย

            “กลุ้มใจว่ะ”

            ปวรินทร์ เด็กสาววัยยี่สิบปีเศษๆตอบกลับสั้นๆ สีหน้ายุ่งเหยิงคิดหนัก

            “เออ ดูหน้าก็รู้แล้วว่ากลุ้ม แต่ที่ถามเพราะอยากรู้ไง  ว่ากลุ้มเ๹ื่๪๫อะไร  เผื่อช่วยได้”

            อัคพลนั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วจ้องหน้าเพื่อนอย่างสงสัย  เพื่อนของเขาคนนี้สวยมากจริงๆ  เสียดาย ถ้าหากว่าไม่ใช่เพื่อนกัน เขาต้องหาทางฟันเธอให้ได้แน่ๆ

            “พ่อกับแม่หาค่าเทอมให้ไม่ทันว่ะ กำหนดจ่ายค่าเทอมวันสุดท้ายวันจันทร์นี้แล้ว  แล้วนี่วันศุกร์  เวลาแค่สองวันจะไปหาเงินก้อนที่ไหนทันว่ะ”

            กล่าวจบเด็กสาวก็ถอนใจด้วยความหนักใจจริงๆ

            “เป็๞เด็กเสี่ยสิว่ะ ทันแน่ๆ”

            อัคพลกล่าวกลั้วหัวเราะ ส่วนหนึ่งที่พูดแบบนั้นก็หวังว่าจะทำให้เพื่อนหายเครียดแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเท่านั้นเอง

            “เป็๞ได้ก็ดีสิว่ะ แต่จะไปหาเสี่ยตาบอดที่ไหนได้ภายในเวลาสั้นๆแค่นี้”

            “เฮ้ย  จริงดิ  แกพูดจริงเหรอ”

            อัคพลอุทานอย่างนึกไม่ถึง

            “เออ...”

            ปวรินทร์ตอบสั้นๆอย่างจนตรอก เธอเป็๞เด็กจากต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนต่อระดับปริญญาตรีในกรุงเทพ  ฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้จัดว่าดีนัก เธอจึงพยายามกัดฟันถีบตัวเองเพื่อยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น  ซึ่งก็เกือบจะประสบผลสำเร็จอยู่แล้วนะ  เหลือเพียงแค่ด่านสุดท้ายเนี่ย

            “งั้นฉันมีข้อเสนอ  สนใจป่ะ”

            อัคพลกล่าวขึ้นอีกเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “ใครว่ะ  สวยดีนี่”

            ลุงใหญ่เอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นภาพเพื่อนสาวของเขาผ่านจอโทรศัพท์ทางเฟสบุค

            “เพื่อนที่มหาวิทยาลัยครับ”

            “โสดมั้ย  น่าสนใจนะ”

            “ไม่แน่ใจนะครับ แต่รู้จักมาสี่ปี ยังไม่เห็นมันคบใครจริงจังเลย”

            “ติดต่อให้ลุงหน่อยสิ ถ้าได้เดี๋ยวลุงให้ทิป”

            นั้นคือคำพูดของลุงใหญ่ผู้เป็๲พี่ชายของมารดาที่พูดคุยกับเขาเมื่อหลายวันก่อน

            ตอนนี้...อัคพลกำลังอยากได้เงินสักก้อนอยู่พอดี  และนี่คือโอกาสที่ดีสำหรับเขา

            “ลองว่ามาสิ”

            ปวรินทร์ถามไปอย่างนั้นเอง ไม่คิดว่าจะได้คำตอบอะไรที่ดีนักหรอก สมองของเธอก็ยังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่เช่นเดิม

            “ลุงของฉันไงล่ะ”

            “ลุงของแกตาบอดเหรอ”

            “เห้ย  ไอ้บ้าแป้ง  แกก็ช่างคิดได้นะ”

            “ก็แล้วไงล่ะ ก็แกไม่พูดให้เคลียร์”

            “คืองี้ ลุงของฉันเคยเลี้ยงเด็กอยู่บ่อยๆ และเขาก็สนใจแก”

            “แล้วเขาเคยรู้จักฉันเหรอ”

            “เขาเคยเห็นรูปที่แกโพสต์ลงเฟสในโทรศัพท์ของฉัน”

            “แล้วแกคิดว่าฉันควรจะได้ค่าตัวเท่าไหร่”

            “รูปร่างหน้าตาอย่างแกก็น่าจะสูงอยู่นะ  ยิ่งถ้าแกไม่เคยทำงานนี้มาก่อน  หรือว่าเป็๲สาวบริสุทธิ์ด้วยแล้ว  ฉันว่าแกเรียกได้เต็มที่เลย”

            ปวรินทร์ฟังเพื่อนไปก็ใช้ความคิดไป ตอนนี้เธอกำลังมีความจำเป็๞ต้องใช้เงิน พ่อแม่กับน้องๆที่อยู่ทางบ้านก็กำลังลำบาก ถ้าได้เงินก้อนโตๆสักก้อน ปัญหาที่มีอยู่ก็จะหมดสิ้นไปในพริบตา

            การเป็๲เด็กเสี่ยมันไม่ใช่งานที่ดีหรือมีเกียรติหรือสังคมยอมรับเลย  แล้วไงล่ะ ตอนที่เธอลำบาก  สังคมช่วยอะไรไหม  และอาชีพนี้ก็เป็๲ที่รู้กันวงในว่าพวกนักศึกษาบางคนแอบทำกันมานานแล้ว

            “งั้นฉันขอครั้งแรกหนึ่งล้าน ต่อไปเดือนละหนึ่งแสนตลอดสัญญาว่าจ้าง ฉันไม่เคยทำงานนี้และยังเป็๞สาวบริสุทธิ์”

            ฟังสรรพคุณของเพื่อนแล้ว อัคพลก็แอบน้ำลายไหล ไม่ต่างอะไรกับหมาเห็นปลากระป๋อง

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            “ลุงใหญ่ครับ  ยังสนใจเพื่อนของผมคนนั้นอยู่หรือเปล่าครับ”

            อัคพลเอ่ยถามกับผู้เป็๞พี่ชายของมารดาในเย็นวันนั้น  ขณะที่กำลังรับประทานอาหารเย็นอยู่ด้วยกัน

            “คนไหนว่ะ”

            อนันต์ยศหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสี่ปีมองหน้าหลานชายที่มาพักอาศัยอยู่ด้วยเป็๞การชั่วคราวเพราะบ้านของเขาอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมากกว่าบ้านผู้เป็๞มารดาของเด็กหนุ่มซึ่งเป็๞น้องสาวของเขานั้นเอง

            “คนที่ลุงเคยบอกว่าสนใจและให้ผมติดต่อให้เมื่อหลายวันก่อนไงครับ”

            “จำไม่ได้ว่ะ”