“เป็ไรว่ะไอ้แป้ง นั่งซึมเป็หมาหงอยเชียว”
อัคพลเด็กหนุ่มนักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเดินเข้าไปตบไหล่เพื่อนสาวที่รู้จักกันมาั้แ่เรียนปีหนึ่งพร้อมกับถามด้วยความสงสัยปนห่วงใยเมื่อเห็นเ้าหล่อนมานั่งเอามือเท้าคางอยู่เงียบๆตามลำพังคนเดียวที่เก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นร่มไม้ใหญ่ภายในบริเวณของมหาวิทยาลัย
“กลุ้มใจว่ะ”
ปวรินทร์ เด็กสาววัยยี่สิบปีเศษๆตอบกลับสั้นๆ สีหน้ายุ่งเหยิงคิดหนัก
“เออ ดูหน้าก็รู้แล้วว่ากลุ้ม แต่ที่ถามเพราะอยากรู้ไง ว่ากลุ้มเื่อะไร เผื่อช่วยได้”
อัคพลนั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วจ้องหน้าเพื่อนอย่างสงสัย เพื่อนของเขาคนนี้สวยมากจริงๆ เสียดาย ถ้าหากว่าไม่ใช่เพื่อนกัน เขาต้องหาทางฟันเธอให้ได้แน่ๆ
“พ่อกับแม่หาค่าเทอมให้ไม่ทันว่ะ กำหนดจ่ายค่าเทอมวันสุดท้ายวันจันทร์นี้แล้ว แล้วนี่วันศุกร์ เวลาแค่สองวันจะไปหาเงินก้อนที่ไหนทันว่ะ”
กล่าวจบเด็กสาวก็ถอนใจด้วยความหนักใจจริงๆ
“เป็เด็กเสี่ยสิว่ะ ทันแน่ๆ”
อัคพลกล่าวกลั้วหัวเราะ ส่วนหนึ่งที่พูดแบบนั้นก็หวังว่าจะทำให้เพื่อนหายเครียดแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเท่านั้นเอง
“เป็ได้ก็ดีสิว่ะ แต่จะไปหาเสี่ยตาบอดที่ไหนได้ภายในเวลาสั้นๆแค่นี้”
“เฮ้ย จริงดิ แกพูดจริงเหรอ”
อัคพลอุทานอย่างนึกไม่ถึง
“เออ...”
ปวรินทร์ตอบสั้นๆอย่างจนตรอก เธอเป็เด็กจากต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนต่อระดับปริญญาตรีในกรุงเทพ ฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้จัดว่าดีนัก เธอจึงพยายามกัดฟันถีบตัวเองเพื่อยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น ซึ่งก็เกือบจะประสบผลสำเร็จอยู่แล้วนะ เหลือเพียงแค่ด่านสุดท้ายเนี่ย
“งั้นฉันมีข้อเสนอ สนใจป่ะ”
อัคพลกล่าวขึ้นอีกเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ใครว่ะ สวยดีนี่”
ลุงใหญ่เอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นภาพเพื่อนสาวของเขาผ่านจอโทรศัพท์ทางเฟสบุค
“เพื่อนที่มหาวิทยาลัยครับ”
“โสดมั้ย น่าสนใจนะ”
“ไม่แน่ใจนะครับ แต่รู้จักมาสี่ปี ยังไม่เห็นมันคบใครจริงจังเลย”
“ติดต่อให้ลุงหน่อยสิ ถ้าได้เดี๋ยวลุงให้ทิป”
นั้นคือคำพูดของลุงใหญ่ผู้เป็พี่ชายของมารดาที่พูดคุยกับเขาเมื่อหลายวันก่อน
ตอนนี้...อัคพลกำลังอยากได้เงินสักก้อนอยู่พอดี และนี่คือโอกาสที่ดีสำหรับเขา
“ลองว่ามาสิ”
ปวรินทร์ถามไปอย่างนั้นเอง ไม่คิดว่าจะได้คำตอบอะไรที่ดีนักหรอก สมองของเธอก็ยังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่เช่นเดิม
“ลุงของฉันไงล่ะ”
“ลุงของแกตาบอดเหรอ”
“เห้ย ไอ้บ้าแป้ง แกก็ช่างคิดได้นะ”
“ก็แล้วไงล่ะ ก็แกไม่พูดให้เคลียร์”
“คืองี้ ลุงของฉันเคยเลี้ยงเด็กอยู่บ่อยๆ และเขาก็สนใจแก”
“แล้วเขาเคยรู้จักฉันเหรอ”
“เขาเคยเห็นรูปที่แกโพสต์ลงเฟสในโทรศัพท์ของฉัน”
“แล้วแกคิดว่าฉันควรจะได้ค่าตัวเท่าไหร่”
“รูปร่างหน้าตาอย่างแกก็น่าจะสูงอยู่นะ ยิ่งถ้าแกไม่เคยทำงานนี้มาก่อน หรือว่าเป็สาวบริสุทธิ์ด้วยแล้ว ฉันว่าแกเรียกได้เต็มที่เลย”
ปวรินทร์ฟังเพื่อนไปก็ใช้ความคิดไป ตอนนี้เธอกำลังมีความจำเป็ต้องใช้เงิน พ่อแม่กับน้องๆที่อยู่ทางบ้านก็กำลังลำบาก ถ้าได้เงินก้อนโตๆสักก้อน ปัญหาที่มีอยู่ก็จะหมดสิ้นไปในพริบตา
การเป็เด็กเสี่ยมันไม่ใช่งานที่ดีหรือมีเกียรติหรือสังคมยอมรับเลย แล้วไงล่ะ ตอนที่เธอลำบาก สังคมช่วยอะไรไหม และอาชีพนี้ก็เป็ที่รู้กันวงในว่าพวกนักศึกษาบางคนแอบทำกันมานานแล้ว
“งั้นฉันขอครั้งแรกหนึ่งล้าน ต่อไปเดือนละหนึ่งแสนตลอดสัญญาว่าจ้าง ฉันไม่เคยทำงานนี้และยังเป็สาวบริสุทธิ์”
ฟังสรรพคุณของเพื่อนแล้ว อัคพลก็แอบน้ำลายไหล ไม่ต่างอะไรกับหมาเห็นปลากระป๋อง
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ลุงใหญ่ครับ ยังสนใจเพื่อนของผมคนนั้นอยู่หรือเปล่าครับ”
อัคพลเอ่ยถามกับผู้เป็พี่ชายของมารดาในเย็นวันนั้น ขณะที่กำลังรับประทานอาหารเย็นอยู่ด้วยกัน
“คนไหนว่ะ”
อนันต์ยศหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสี่ปีมองหน้าหลานชายที่มาพักอาศัยอยู่ด้วยเป็การชั่วคราวเพราะบ้านของเขาอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมากกว่าบ้านผู้เป็มารดาของเด็กหนุ่มซึ่งเป็น้องสาวของเขานั้นเอง
“คนที่ลุงเคยบอกว่าสนใจและให้ผมติดต่อให้เมื่อหลายวันก่อนไงครับ”
“จำไม่ได้ว่ะ”