เราจูบกันอย่างดูดดื่มไฉต๋าตงถือว่าเป็บุคคลที่เรียนรู้ได้เร็วนัก ข้าแค่ทำให้เขาดูไม่กี่กระบวนท่าเขาก็สามารถจดจำและทำมันได้มากกว่าที่สอน รสจูบของเขาแม้ว่าอ่อนโยนหรือนุ่มนวลเพียงใดแต่มันสามารถ่ชิงลมหายใจข้าอย่างง่ายดาย จนภายในกายข้ามันร้อนระอุไปหมด
“เหม่ยหลิน”ต๋าตงกระซิบเรียกชื่อข้าเสียงเส่า เขาลามเลียมายังซอกคอเรียวระหงปลายลิ้นอุ่นร้อนหรือริมฝีปากหนาทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี
“อ่า~ นายท่าน”ข้ากลืนน้ำลาย ขยุ้มเส้นผมที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
“เรียกชื่อข้าสิเหม่ยหลินได้โปรด” เขาพึมพำ พลางปลดชุดข้าออกจนเผยผิวกายละเอียดที่ข้าบรรจงดูแลมาอย่างดีเขาจับจ้องเรือนร่างข้าที่นั่งซ้อนทับบนตัวเขา แม้ใบหูอีกฝ่ายจะแดงซ่านเพียงใดเขายังคงจ้องมันราวกับ้าเก็บไว้เป็ภาพจำ
“นายท่านข้าอยากทำให้ท่านมีความสุขนัก ให้ข้าได้ช่วยท่านดีหรือไม่”ข้าเอ่ยพลางช้อนตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาพรั่งพราว
ไฉต๋าตงกลืนน้ำลาย เขาพยักหน้าอย่างว่าง่ายตอนที่ข้ากำลังลงไปนั่งชันเข่าระหว่างขาเขา เ้าตัวจับแขนข้าไว้เราสบตากันแต่สุดท้ายเป็เขาเองที่หลุบตามองต่ำ
“เรียกชื่อข้าเถอะนะเหม่ยหลินข้าไม่อยากให้เ้าวางตัวห่างเหินเช่นนี้เลย” เขาเม้มปากบางแววตาวูบไหวและจับจ้องมายังข้า
ข้านั้นอยากเอ่ยนามของเขาในทุก ๆวันแต่ข้ารู้ว่าถ้าสนิทกับชายผู้นี้มากเกินไป วันใดที่อีกฝ่ายไม่โปรดปรานข้าแล้ววันนั้นใจของข้าคงแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี แต่ว่าตอนนี้ข้าสามารถเอ่ยนามเขาได้เพราะเขาขอร้อง แล้วเหตุใดข้าที่มีความ้าเช่นเดียวกัน จะไม่ตอบสนองเล่า
“ต๋าตง…”ข้าเอ่ยเสียงแ่เบา แต่มันกลับทำให้ชายผู้นี้ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ข้าดีใจยิ่งนักเหม่ยหลินข้าดีใจยิ่ง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นมากหลายส่วน
มิใช่แค่เขาหรอก ข้าเองก็ปลาบปลื้มยิ่งนักข้าระบายยิ้มอ่อนหวาน แล้วใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างในการปลดเปลื้องพันธนาการวันนี้ข้าคือคนแรกของเขา ข้ายินดีมอบเรือนร่างนี่ให้แก่อีกฝ่ายแค่สามารถทำให้เขามีความสุขได้ ข้าช่างรู้สึกยินดีนัก
ภายใต้ผ้าเนื้อหนา เขากลับซ่อนความเป็ชายไว้สิ่งนั้นค่อย ๆผงาดและขยายขึ้น ข้ากลืนน้ำลายจ้องมองแก่นเนื้อที่ชูชันเขามีสิ่งที่ดีขนาดนี้แต่กลับซ่อนเอาไว้เสียมิด
“เ้ากลัวอย่างงั้นหรือ”เขาเอ่ย น้ำเสียงปนความไม่มั่นใจอยู่หลายส่วน
“ไม่เลยเ้าค่ะ”ข้าส่ายหน้าเบา ๆ แล้วใช้ฝ่ามือเล็กกอบกุมไว้ มันเต็มมือเสียยิ่งกว่าที่คิด“มันงดงามมาก” ข้าเอ่ยพลางสบตากับเขา
ใบหน้าต๋าตงขึ้นสีอีกครา ข้าค่อยๆเคลื่อนฝ่ามืออย่างนิ่มนวล และเลื่อนใบหน้าอมปลายแก่นกายไว้เขาร้องคำรามในลำคอเบา ๆเมื่อข้าใช้ปลายลิ้นโลมเลียจนเปียกชุ่มก่อนที่ข้าจะผละออกและเลียแก่นกายั้แ่ปลายจนสุดโคนพลางเลื่อนใบหน้าดูดดึงพวง์จนเขาไม่อาจกลั้นเสียงร้องไว้ได้
ข้าลากลิ้นไปยังปลายแก่นเนื้ออีกครั้งแล้วอมมันเข้าไปจนคับแน่นภายในปาก
“ข้าข้าใกล้ทนไม่ไหวแล้ว” เขาพึมพำเสียงสั่น
พอได้ยินเช่นนั้น ข้าขยับศีรษะขึ้นลงพร้อมใช้มือนวดคลึงแก่นกายอีกฝ่าย ยิ่งข้าขยับมากเท่าใดเขายิ่งร้องครวญครางจนท้ายที่สุด เมื่อข้ารับรู้ได้ถึงการพองตัวข้าอมเข้าไปจนเกือบสุดเพื่อดื่มด่ำน้ำกามของเขา
น้ำกามไหลเยิ้มจนแทบทะลักออกริมฝีปากข้าคายบางส่วนใส่ปลายแก่นกายแล้วกลืนที่เหลือลงไปในระหว่างที่ข้ากำลังใช้ปลายนิ้วถูวน ไฉต๋าตงจับข้อมือข้าไว้
“มันสกปรกนะเหม่ยหลิน”เขาขมวดคิ้วแม้ยังคงหอบหายใจอยู่หนักหน่วง พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีเข้มมาเช็ดริมฝีปากให้ข้า
“แค่ท่านเท่านั้นที่ข้ายอมต๋าตง… ข้าอยากรู้ว่าท่านรู้สึกดีหรือไม่” ข้าช้อนตามองเขาภายในใจเต้นระรัวเมื่ออีกฝ่ายทำความสะอาดอย่างเบามือ
“แค่เพราะเป็เ้าไม่ว่าเ้าทำสิ่งใด ข้าย่อมรู้สึกดี” เขาเอ่ยพลางหลุบตามองไปทางอื่น
แม้ว่าอีกฝ่ายอาจพูดเพื่อเอาใจข้าหรือแค่เพราะตอนนี้โปรดปรานข้ามากเพียงใดแต่ไม่ว่าอย่างไรข้าย่อมรู้สึกดีเมื่อเขากล่าวเช่นนั้นข้าดึงมืออีกฝ่ายแนบกับพวงแก้มนุ่มหลับตาพริ้มวาดฝันว่าเราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันจนแก่เฒ่า
“ต๋าตงข้าอยากให้ท่านััเรือนร่างของข้า” ข้าเอ่ยเสียงแ่เบาความอ่อนโยนของชายผู้นี้ ช่างมอบความสุขให้แก่ข้านัก
เขาระบายยิ้มอ่อนหวาน แล้วดึงข้าเข้าสู่อ้อมกอดหามีผู้ใดอีกที่กอดข้าได้อบอุ่นเช่นเขา เขาไล้ฝ่ามือไปทางแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าหมุนวนอยู่บริเวณหัวไหล่มนก่อนเคลื่อนฝ่ามือดึงสายเชือกชั้นในสีขาวปักลายดอกโบตั๋น
“รู้หรือไม่ว่าเ้าช่างเหมาะกับสีขาว”เขากระซิบข้างใบหู ลมหายใจกรุ่นร้อนของอีกฝ่าย แทบทำให้ร่างกายข้าอ่อนระทวย
“ไม่เหมาะกับข้าหรอกสีขาวนี่ต่างหากที่เหมาะกับท่าน” ข้าลูบหน้าอกแกร่งอีกฝ่ายพลางปลดสายเสื้อนอกของเขา
ไฉต๋าตงเคลื่อนตัวข้าให้เขาเห็นได้ถนัดนักครานี้ชั้นในข้าหลุดออกไปจนร่างกายเปลือยเปล่าจริง ๆเสียแล้วข้าเสมียงสายตามองไปทางอื่น แม้ยามปกติข้าอาจหาญเพียงใดแต่ยามนี้ภายในกายข้ามันกลับร้อนผ่าว
“เ้างดงามมากเหม่ยหลินเ้าช่างเลอค่ายิ่งนัก ไม่ว่าเ้าสวมใส่สิ่งใด มันช่างส่งเสริมเ้าไปเสียหมด”ต๋าตงกล่าว ก่อนจุมพิตยังหน้าผาก
“ข้าเป็เพียงนางคณิกาความเลอค่าของข้ามีเพียงแค่เรือนร่าง…”
“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย”เขาเลื่อนใบหน้าฝังลงยังเนินอกที่ชูช่ออย่างงดงาม “เ้ามีค่ามากกว่านั้นอีกทั้งตอนนี้เ้าคืออาจารย์ของข้าแล้ว เ้ามีความสามารถมากนักรู้ตัวหรือไม่”
“ต๋าตง…”
ในตอนที่เราทั้งสองกำลังจูบกันอีกคราเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไฉต๋าตงหันไปมองยังหน้าประตูก่อนที่เขาจะหันกลับมายังข้า แววตาเขาวูบไหวพลันสีหน้าบ่งบอกถึงความเสียดาย
“ท่านต้องไปแล้ว”ข้าเอ่ยเสียงแ่เบา
“ไม่นานข้าจะกลับมา”ไฉต๋าตงกล่าว พลางถอดเสื้อนอกมาคลุมเรือนร่างข้าไว้ “อดทนรอข้าอีกหน่อยข้าจะกลับมาแน่นอน” เขาเอ่ย พลาวเคลื่อนใบหน้าจุมพิตยังริมฝีปากลากไล้มายังปลายจมูกน้อย ๆข้าที่เชิดขึ้น
พวกเราแนบหน้าผากเข้าหากันหลับตาพริ้มเพื่อฟังเสียงหัวใจของตนเอง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นอีกครั้งเขาลูบพวงแก้มข้าทั้งสอง มอบจูบอันอ่อนโยนและช่างนุ่มหวานเราจากลากันแต่ภายในใจข้ากลับโหยหาเขาเหลือเกิน
ไฉต๋าตงคือผู้ชายคนเดียวที่ข้ายินยอมมอบร่างกายนี้ให้แม้เขาไม่แตะต้องตัวข้าอย่างหมายมั่นเช่นคนอื่น ๆ หรือต่อให้ไม่ชำนาญอย่างใคร ๆแต่ข้ายินดีจะช่วยให้เขามีความสุข แม้ว่าสุดท้ายจะเป็เขาเองที่อาจหายไป
“ข้ารักท่าน” ข้าพึมพำเมื่อบานประตูถูกปิดลงแต่ใจข้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง