มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี

    ตอนที่ 40 คำปฏิญาณของกษัตริย์สหทัศน์

    ณ มุมตรอกแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน มีเสนาอำมาตย์จำนวนห้าคนกำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสภาวะบ้านเมืองของพวกเขา และยังกล่าวถึงการด้อยความสามารถของบุคคลที่เป็นผู้นำ

     

    “ข้าเกิดมาร่วมห้าสิบปี ไม่เคยเห็นแคว้นเกษพลตกต่ำถึงขนาดนี้”

     

    “เห็นด้วยเลยขอรับ ดันปล่อยให้พวกกองโจรไร้น้ำยา มาลูบคมเอาซะได้ ช่างน่าอนาถใจจริงๆ”

     

    ข้าเกรงว่าอีกไม่นานแผ่นดินของพวกเราจะถูกพวกมันยึดครองไปทั้งหมด”

     

    “เหอะ ก็เลือกนักวิชาการขึ้นแต่งตั้งเป็นพระมหากษัตริย์กันเองนี่นา อืม หรือว่าจะเป็นนักสืบดีหล่ะ” 

     

    รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้กล่าว ไม่นานเสียงหัวเราะของอำมาตย์ทั้งห้าก็ดังลั่นขึ้น

     

    “ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ท่านยังหาเรื่องมาให้ข้าหัวเราะได้อีกนะขอรับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” 

     

    อำมาตย์ทั้งห้าเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ โดยหารู้ไม่ว่ามีบุคคลคนหนึ่งกำลังยืนแอบฟังพวกเขาอยู่

     

    ในช่วงเวลาโพล้เพล้ที่แดดอาทิตย์จวนเจียนจะมืดค่ำลงเต็มที กษัตริย์สหทัศน์ปรากฏตัวขึ้นในเขตพื้นที่อพยพ กับท่ามกลางเหล่าพี่น้องประชาชนที่กำลังนั่งนึกถึงอิสรภาพในช่วงชีวิตที่ผ่านมา

     

    “ฝ่าบาท เหตุการณ์จะกลับไปเป็นปกติในไม่ช้านี้ใช่ไหมขอรับ” 

     

    คุณตาคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่มหากษัตริย์หนุ่มเดินผ่าน

     

    “ตอนนี้ยังเร็วไป แต่ข้าขอสัญญาว่าเราจะเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน ขอให้พวกท่านทนรออีกสักหน่อยนะ” 

     

    กษัตริย์สหทัศน์ตอบกลับคุณตาอย่างนิ่มนวล

     

    “ทำไมพระองค์ถึงไม่ยกไปทั้งกองทัพ เพื่อประจันหน้ากับพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ” 

     

    คุณตาเอ่ยถามต่ออย่างห้ามใจตัวเองไม่ได้

     

    กษัตริย์สหทัศน์ยังคงตอบกลับคุณตาอย่างนิ่มนวลว่า 

     

    “ตอนนี้ทางเรากำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ข้าบอกท่านได้แค่นี้” 

     

    พอสิ้นสุดประโยคกษัตริย์สหทัศน์ก็เดินจากคุณตาไป

     

    การที่พระองค์เสด็จมาที่นี่ด้วยตัวเอง ก็เพราะเหตุนี้ กษัตริย์สหทัศน์ต้องการที่จะมาบอกกล่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ให้กับเหล่าพี่น้องประชาชนได้รับทราบและพระองค์ยังมีความประสงค์ที่จะใช้โอกาสนี้ป่าวประกาศจุดยืนของตัวเองในฐานะผู้ถือศักดิ์สูงสุดของแผ่นดิน

     

    ทันใดที่พระมหากษัตริย์เจ้าขึ้นเหยียบบนเวทีประชาสัมพันธ์ เสียงพูดคุยซุบซิบจอแจก็เงียบสงัดลง กษัตริย์หนุ่มปรากฏกายขึ้นท่ามกลางผู้คนที่ยืนเบียดเสียดกันอย่างแน่นขนัด ทุกสายตาต่างก็จ้องมองขึ้นมาบนเวที การพูดต่อหน้าพสกนิกรนับหมื่นของกษัตริย์สหทัศน์จึงได้เริ่มต้นขึ้น

     

    “ข้าสหทัศน์ องค์กษัตริย์แห่งแคว้นเกษพล ข้ารู้ดีว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของข้า และข้าก็น้อมรับมันอย่างเต็มใจ ข้ารู้ว่าทุกท่านต้องการอิสรภาพกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด รู้ว่าพวกท่านต้องการทำลายล้างกองโจรสวรรค์ทมิฬให้สิ้นซาก รู้ว่าทุกท่านต้องการให้บ้านเมืองของเรากลับมาเปี่ยมอำนาจรุ่งเรืองเฉกเช่นดั้งเดิมอีกครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายนี้ ใช่ว่าข้าจะปล่อยปละละเลย หรือยอมจำนนให้กับฝ่ายศัตรู มันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

     

    -- ตอนนี้ทางเราอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลที่จะใช้ประกอบในสมรภูมิการรบ เพื่อลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็น ขอให้พวกท่านทนรออีกสักนิด รอการประกาศชัยชนะของพวกเรา ในนามของพระมหากษัตริย์ข้าขอเปล่งศักดิ์วาจาไว้ ณ ที่แห่งนี้ว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็จะจัดการกองโจรสวรรค์ทมิฬให้จงได้ ข้าจะกอบกู้ทุกอย่างกลับคืนมาสู่บ้านเมืองของพวกเราอีกครั้ง ข้าจะช่วงชิงอิสรภาพและนำมันกลับมามอบให้กับพวกท่านทุกคนเอง”

     

    เสียงตะเบ็งทุกถ้อยคำของกษัตริย์สหทัศน์สิ้นสุดลง กษัตริย์สหทัศน์รู้ดีว่าเพียงแค่คำพูดของพระองค์ไม่อาจทำให้ทุกคนหันมาเชื่อมั่นในตัวของพระองค์ได้ แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้ป่าวประกาศถึงจุดมุ่งหมายในการปกครองแผ่นดินของตน ที่เหลือก็แค่ทำตามสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาให้เป็นจริง

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี ที่คุณอ่าน