ณ มุมตรอกแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน มีเสนาอำมาตย์จำนวนห้าคนกำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสภาวะบ้านเมืองของพวกเขา และยังกล่าวถึงการด้อยความสามารถของบุคคลที่เป็นผู้นำ
“ข้าเกิดมาร่วมห้าสิบปี ไม่เคยเห็นแคว้นเกษพลตกต่ำถึงขนาดนี้”
“เห็นด้วยเลยขอรับ ดันปล่อยให้พวกกองโจรไร้น้ำยา มาลูบคมเอาซะได้ ช่างน่าอนาถใจจริงๆ”
ข้าเกรงว่าอีกไม่นานแผ่นดินของพวกเราจะถูกพวกมันยึดครองไปทั้งหมด”
“เหอะ ก็เลือกนักวิชาการขึ้นแต่งตั้งเป็นพระมหากษัตริย์กันเองนี่นา อืม หรือว่าจะเป็นนักสืบดีหล่ะ”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้กล่าว ไม่นานเสียงหัวเราะของอำมาตย์ทั้งห้าก็ดังลั่นขึ้น
“ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ท่านยังหาเรื่องมาให้ข้าหัวเราะได้อีกนะขอรับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อำมาตย์ทั้งห้าเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ โดยหารู้ไม่ว่ามีบุคคลคนหนึ่งกำลังยืนแอบฟังพวกเขาอยู่
ในช่วงเวลาโพล้เพล้ที่แดดอาทิตย์จวนเจียนจะมืดค่ำลงเต็มที กษัตริย์สหทัศน์ปรากฏตัวขึ้นในเขตพื้นที่อพยพ กับท่ามกลางเหล่าพี่น้องประชาชนที่กำลังนั่งนึกถึงอิสรภาพในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
“ฝ่าบาท เหตุการณ์จะกลับไปเป็นปกติในไม่ช้านี้ใช่ไหมขอรับ”
คุณตาคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่มหากษัตริย์หนุ่มเดินผ่าน
“ตอนนี้ยังเร็วไป แต่ข้าขอสัญญาว่าเราจะเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน ขอให้พวกท่านทนรออีกสักหน่อยนะ”
กษัตริย์สหทัศน์ตอบกลับคุณตาอย่างนิ่มนวล
“ทำไมพระองค์ถึงไม่ยกไปทั้งกองทัพ เพื่อประจันหน้ากับพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ”
คุณตาเอ่ยถามต่ออย่างห้ามใจตัวเองไม่ได้
กษัตริย์สหทัศน์ยังคงตอบกลับคุณตาอย่างนิ่มนวลว่า
“ตอนนี้ทางเรากำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ข้าบอกท่านได้แค่นี้”
พอสิ้นสุดประโยคกษัตริย์สหทัศน์ก็เดินจากคุณตาไป
การที่พระองค์เสด็จมาที่นี่ด้วยตัวเอง ก็เพราะเหตุนี้ กษัตริย์สหทัศน์ต้องการที่จะมาบอกกล่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ให้กับเหล่าพี่น้องประชาชนได้รับทราบและพระองค์ยังมีความประสงค์ที่จะใช้โอกาสนี้ป่าวประกาศจุดยืนของตัวเองในฐานะผู้ถือศักดิ์สูงสุดของแผ่นดิน
ทันใดที่พระมหากษัตริย์เจ้าขึ้นเหยียบบนเวทีประชาสัมพันธ์ เสียงพูดคุยซุบซิบจอแจก็เงียบสงัดลง กษัตริย์หนุ่มปรากฏกายขึ้นท่ามกลางผู้คนที่ยืนเบียดเสียดกันอย่างแน่นขนัด ทุกสายตาต่างก็จ้องมองขึ้นมาบนเวที การพูดต่อหน้าพสกนิกรนับหมื่นของกษัตริย์สหทัศน์จึงได้เริ่มต้นขึ้น
“ข้าสหทัศน์ องค์กษัตริย์แห่งแคว้นเกษพล ข้ารู้ดีว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของข้า และข้าก็น้อมรับมันอย่างเต็มใจ ข้ารู้ว่าทุกท่านต้องการอิสรภาพกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด รู้ว่าพวกท่านต้องการทำลายล้างกองโจรสวรรค์ทมิฬให้สิ้นซาก รู้ว่าทุกท่านต้องการให้บ้านเมืองของเรากลับมาเปี่ยมอำนาจรุ่งเรืองเฉกเช่นดั้งเดิมอีกครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายนี้ ใช่ว่าข้าจะปล่อยปละละเลย หรือยอมจำนนให้กับฝ่ายศัตรู มันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
-- ตอนนี้ทางเราอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลที่จะใช้ประกอบในสมรภูมิการรบ เพื่อลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็น ขอให้พวกท่านทนรออีกสักนิด รอการประกาศชัยชนะของพวกเรา ในนามของพระมหากษัตริย์ข้าขอเปล่งศักดิ์วาจาไว้ ณ ที่แห่งนี้ว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็จะจัดการกองโจรสวรรค์ทมิฬให้จงได้ ข้าจะกอบกู้ทุกอย่างกลับคืนมาสู่บ้านเมืองของพวกเราอีกครั้ง ข้าจะช่วงชิงอิสรภาพและนำมันกลับมามอบให้กับพวกท่านทุกคนเอง”
เสียงตะเบ็งทุกถ้อยคำของกษัตริย์สหทัศน์สิ้นสุดลง กษัตริย์สหทัศน์รู้ดีว่าเพียงแค่คำพูดของพระองค์ไม่อาจทำให้ทุกคนหันมาเชื่อมั่นในตัวของพระองค์ได้ แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้ป่าวประกาศถึงจุดมุ่งหมายในการปกครองแผ่นดินของตน ที่เหลือก็แค่ทำตามสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาให้เป็นจริง