Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่66 วั่งซูแสดงฝีมือ (3)

    “ไหนลองแสดงให้ผมเห็นหน่อยว่าไอ้ศิลปะการต่อสู้แบบผู้ใหญ่ของคุณมันเป็นยังไง?’’เห็นท่าทีตกตะลึงของคนอื่นๆ วั่งซูก็หัวเราะหยันแล้วยืดฝ่ามือออกไปเพียงเขาออกแรงผลักเบาๆ ร่างของเย่หลงที่กําลังตะลึงอยู่ก็เซแทบล้ม

     

    “เหวอ!’’ด้านเย่หลงที่กําลังจะล้มพลันตั้งสติแน่นแล้วกลับมาทรงตัวได้อีกครั้งแต่สายตาของเขาที่มองไปยังเด็กหนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    เป็นไปได้อย่างไร!

     

    เด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?

     

    หวังชาวเย่และหลินไห่ก็ตะลึงไปเหมือนกันปากของพวกเขาอ้ากว้างอย่างเห็นได้ชัด

     

    แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทําอะไรวั่งซูก็เคลื่อนไหวอีกครั้งเขาไปปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของหลินไห่แล้วออกแรงผลักเบาๆ “แล้วก็คุณน่ะถ้าเจ๋งจริงทําไมไม่ลองหยุดผมดูหน่อยล่ะ?’’

     

    “เหวอ!’’เป็นอีกครั้งที่ความเหวอออกมา มันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินไห่ที่กําลังจะเซล้มลงอย่างเห็นได้ชัด

     

    “ฮึ่ม!’’แต่หลินไห่ก็แค่นเสียงเย็นแล้วกลับมาทรงตัวได้

     

    เห็นอย่างนั้นวั่งซูก็เพียงแค่ยิ้มแล้วเคลื่อนไหวต่อเขามุ่งหน้าไปทางที่หวังชาวเย่ยืนอยู่

     

    “หนอยอย่าได้ใจให้มันมากนักไอ้หนู!’’ ถึงจะตกตะลึง หวังชาวเย่ก็ไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มจะเก่งกาจไปกว่าตัวเองที่เป็นผู้ใช้กําลังภายในยิ่งเมื่อเหลือบมองเห็นหญิงสาวที่สังเกตอยู่เขาพลันต้องจริงจังและโคจรลมปราณเข้าช่วยเพื่อความไม่ประมาท

     

    “อะไรกัน?เวลาอย่างนี้ยังจะมาเหล่หญิงอีกเหรอ? เหอะ!แล้วคุณจะรู้ว่าการเหล่หญิงในสถานการณ์อย่างนี้มีแต่ทําให้ตัวเองอับอายเปล่าๆ!’’รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวั่งซูด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ เพียงกระพริบตาร่างของเขาก็หายไปปรากฏที่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม

     

    หวังชาวเย่ที่เห็นพลันตกใจเขาเป็นถึงผู้ใช้กําลังภายใน ดังนั้นสัมผัสต่างๆของเขาจึงเฉียบคมขึ้นมาก ยิ่งเมื่อได้โคจรลมปราณเข้าช่วยความแข็งแกร่งของเขาย่อมเหนือกว่าคนธรรมดา ทว่าเด็กหนุ่มคนนี้กลับต่างออกไปอีกฝ่ายมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก

     

    แท้จริงแล้วนี่มันความเร็วบ้าอะไรกัน?

     

    ทว่าหวังชาวเย่ก็ไม่ลังเลเลยที่จะงัดสองแขนขึ้นมาแล้วเตรียมป้องกันอย่างไรก็ตามเขากลับพบว่าเด็กหนุ่มไม่เปลี่ยนท่าแต่กลับยื่นมือออกมาแล้วออกแรงผลัก

     

    ตุบ!

     

    ด้วยแรงผลักที่เจาะจงเป็นพิเศษหวังชาวเย่ถึงกลับเซจนล้มลงก้นจํ้าเบ้าในทันที

     

    “กรอดดดด!’’เห็นว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ถูกกระทําเป็นพิเศษหวังชาวเย่ก็กัดฟันกรอดแล้วกระเด้งตัวขึ้นมาเพื่อมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความโกรธเขาโกรธเป็นอย่างมากที่ถูกทําให้ขายขี้หน้าเยี่ยงนี้!

     

    เวลานั้นนอกจากหวังชาวเย่จะโกรธแล้วเขายังสังเกตเห็นหญิงสาวที่หลุดหัวเราะขําออกมาด้วยหน้าของเขาจึงแดงกํ่าและร้อนผ่าวอย่างเห็นได้ชัด

     

    “ไอ้เด็กบัดซบ!ฉันจะสั่งสอนเธอเองว่าผู้ใหญ่อย่างฉันไม่ใช่คนที่ควรล้อเล่นได้!’’ฉับพลันหวังชาวเย่พลันเปล่งเสียงตะโกนลั่น

     

    สิ้นเสียงหวังชาวเย่ก็ทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มด้วยความรวดเร็ว

     

    เย่หลงและหลินไห่ที่เห็นก็มองหน้ากันพวกเขาเองก็รู้สึกอับอายเหมือนกันที่ถูกเด็กเก้าขวบหยามแบบนี้ดันนั้นพวกเขาจึงไม่รอช้าที่จะเข้าล้อมโดยต้องการจับเด็กหนุ่มมาสั่งสอน

     

    “หึๆพวกคุณน่ะต่อให้รวมหัวกันก็ยังสู้ผมไม่ได้หรอก!’’ เห็นทุกคนโกรธจนคลั่งวั่งซูก็หัวเราะหึๆหยัน ขนาดลุงหูยังพ่ายแพ้เขาในหมัดๆเดียวเลยแล้วตอนนี้ที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมหาศาล คนพวกนี้จะมาเทียบได้ๆอย่างไร?

     

    ไร้สาระ!

     

    วูบ!วูบ! วูบ!

     

    เสียงการโจมตีจั่วลมดังขึ้นเป็นช่วงๆไม่ช้า มันก็ดังขึ้นต่อเนื่อง

     

    เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้หลังจากที่หวังชาวเย่และพวกหลินไห่ทุ่มสุดตัวพวกเขาก็ยังไม่สามารถโจมตีโดนเด็กหนุ่ม แม้จะเฉียดสักนิดก็ไม่มี

     

    นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

     

    คนอื่นๆต่างมองหน้ากันอย่างตกอกตกใจ

     

    แท้จริงแล้วเด็กเก้าขวบคนนี้เป็นใครกันแน่?

     

    ทําไมเขาถึงได้เก่งกาจขนาดนี้!

     

    “บัดซบ!แน่จริงอย่าหลบดิวะ!’’ หลินไห่คํารามกร้าวอย่างเสียสติเขาไม่เคยถูกทําให้อับอายขายขี้หน้าต่อคนมากมายขนาดนี้มาก่อนเลยยิ่งเป็นพวกคนดังยิ่งแล้วใหญ่เขาจึงโกรธและรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากที่ต้องมาไล่ตีกับเด็กเก้าขวบแบบนี้

     

    “เออ!แน่จริงอย่าหลบดิวะไอ้หนู!’’ เย่หลงก็เริ่มฉุนขาดเขาไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อนเลยว่าคุณชายอย่างเขาต้องบ้าคลั่งไล่ตีเด็กแบบนี้ซํ้ายังไม่สามารถทําอะไรอีกฝ่ายได้เลย นี่มันช่างน่าอับอายจริงๆ

     

    “ย๊ากกกก!’’แต่คนที่โกรธที่สุดก็คงไม่พ้นหวังชาวเย่ เขาในตอนนี้ดูเสียสติเป็นอย่างมากเพราะนอกจากการที่ว่าต้องการแสดงให้หญิงสาวเห็นคุณค่าในตัวเขาแล้วเขายังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในการดวลครั้งนี้อีกด้วยและด้วยความที่ว่าไม่สามารถทําอะไรได้เลยนอกจากซัดเข้าใส่ลมเขาจึงโกรธจนเสียสติไปแล้ว

     

    อึ้ง!

     

    ตอนนี้ไม่มีใครที่จะไม่อึ้งและตกตะลึงเพราะในเวลานี้แม้จะเป็นพวกจื่อหงส์ก็ยังอดเบิกตากว้างไม่ได้พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อจริงๆว่ามันจะกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้

     

    ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ต้องหันไปจับจ้องชายชราหูเฟิงเป็นตาเดียวกัน

     

    เห็นทุกสายตาจับจ้จองมาหูเฟิงก็หัวเราะเบาๆ “อย่าเสียเวลามาจับจ้องคนอย่างผมเลย เกมกําลังจะจบแล้วเพราะงั้นอย่าพลาดที่จะชม!’’

     

    เวลาเดียวกันวั่งซูก็หัวเราะหยันอีกครั้ง “เอา! เอาเลย! ผมจะไม่หลบและยืนให้พวกคุณโจมตี!’’

     

    “หนอยแน่!’’รู้สึกเหมือนถูกโดนดูถูก หลินไห่ก็เป็นคนแรกที่ซัดหมัดออกไป

     

    “รับไปซะไอ้เด็กเวร!’’หวังชาวเย่ซัดลูกเตะตามไปติดๆ

     

    “เด็กน้อยเธอเป็นคนแรกที่ทําให้ฉันโกรธแบบนี้ได้!’’เย่หลงเองก็ไม่แพ้กัน เขาซัดฝ่ามือเข้าใส่อย่าไม่ปรานี

     

    ทว่า!ทว่าท่ามกลางการโจมตีทั้งสามมุมเด็กหนุ่มเพียงแค่หาววอดออกมาแล้วยกแขนขึ้นพลางใช้มือข้างนั้นปัดป้องการโจมตีทั้งหมดด้วยท่าทีสบายๆ

     

    “พวกคุณมีแรงกันรึเปล่า?ถ้าจะโจมตีแบบนี้นะ...ไปหัดตบเหมือนผู้หญิงจะดีเสียกว่าอีก!’’หลังจากที่รับพวกมันได้ ขณะที่หาววอดไปด้วยวั่งซูก็กลอกตาเขารู้สึกว่าการโจมตีพวกนี้มันเบาไปจริงๆ

     

    คนพวกนี้น่ะน่าไปเรียนตบจะดีกว่า!

     

    “กรอดดดด!’’เห็นว่าการโจมตีทั้งหมดทําอะไรไม่ได้เลยหวังชาวเย่และพวกหลินไห่ก็หน้าแดงกํ่ากัดฟันกรอด

     

    นี่มันบ้าอะไรกันวะ!

     

    แล้วไอ้ที่จะให้ไปเรียนตบนี่อะไร?พวกเขาเอาจริงแล้วนะเว้ย!

     

    แกเองต่างหากที่เป็นสัตว์ประหลาด!

     

    “เอาล่ะผมจะจบๆการต่อสู้นี้เสียทีเพราะงั้น...รับมือ!’’ เห็นว่าหยอกล้อกันมามากพอแล้ว วั่งซูก็คํารามเสียงเย็นแล้วเอียงตัวหลบการโจมตีทั้งหมด

     

    พริบตาต่อมาเพียงร่างกายของเด็กหนุ่มเคลื่อนผ่าน ทั้งสามคนก็ล้มลงกระแทกเข้ากับพื้นจังๆ

     

    ตุบ!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน