เย่เฟิงลูกยังไม่ตื่นอีกหรอ วันนี้เป็วันสำคัญทดสอบวัดพลังถ้าลูกยังไม่รีบลุกเดียวจะไปสายเอาได้นะพ่อของเย่เฟิงเรียก
“เย่เฟิง” ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับนึกสงสัย นี้เราฝันไปหรอเนี่ยแต่เดียวก่อนนะ วันที่วัดพลังมันเมื่อสามปีที่แล้วนิ นี้ข้าย้อนกลับมาอดีตเมื่อสามปีก่อนยังงั้นหรอ ข้านึกว่าข้าจะได้ไปอยู่กับท่านแม่ที่ภพหลังความตายเสียแล้ว
แอ๊ะ!! ทำไมข้าััพลังปราณในรางกายไม่ได้เลย นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่ แล้วทีนี้ข้าจะทำยังไงดีวันนี้ต้องไปวัดพลังด้วย
ในระหว่างทางเดินที่จะไปสนามวัดพลัง “เย่เฟิง” ก็ได้บังเอิญเจอกับ “เย่เอ๋อ” ที่เป็พี่สาวที่เป็ลูกพี่ลูกน้องกันกับ “เย่เฟิง” “เย่เอ๋อ” นั้นอายุมากกว่า “เย่เฟิง” อยู่สองปี
วันนี้เ้าเป็อะไรหรือป่าวดูน่าซีดๆ ไม่สบายหรือป่าว เย่เอ๋อถามด้วยความเป็ห่วง
“พี่เย่เอ๋อ” นี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ ั้แ่ข้าเล็กๆ ก็มีแต่ท่านนี้แหละที่ค่อยดูแลข้าท่านแม่ข้าก็เสียไปแล้วท่านพ่อกูไม่ค่อยมีเวลาเพราะด้วยหน้าที่ของพ่อที่เป็ถึงหัวหน้าตระกูล “เย่เฟิง” นึกขึ้นในใจ พร้อมกับตอบกลับไปว่า ข้าไม่เป็อะไรข้าสบายดีเรารีบไปที่สนามกันเถอะเดียวจะไปสายกันพอดี
ตัดภาพมาที่สนามวัดพลังของตระกูลเย่ มีผู้คนมากมายมามารอชมการวัดพลังของเหล่าลูกหลานตระกูลเย่ว่าใครจะเป็อัจฉริยะหรือใครที่จะเป็แค่ไอ่ขยะ ใครที่ได้อันดับหนึ่งจะได้รับตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลตระกูล และจะได้รับการสนับสนุนพร้อมทรัพยากรมากมายจากทางตระกูลอีกด้วย
เอาละถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว ข้า “เย่ปิง” เป็ผู้าุโของตระกูลเย่จะเป็ผู้ควบคุมการวัดพลังในวันนี้ ถ้าทุกคนมากันพร้อมแล้วก็เริ่มการวัดพลังได้นะบัดนี้
ข้า” เย่ซู” ข้าขอวัดเป็คนแรก หลังจากพูดจบ “เย่ซู” ก็ได้ทำการเดินขึ้นไปบนลานวัดพลังเพื่อเอามือไปแปะที่เสาวัดพลัง (ติ่งๆๆๆ) เสียงวัดระดับพลัง
“ผลออกมาแล้ว “เย่ซู” ได้ระดับ สร้างรากฐานขั้น เก้า”
(ผู้ชม) โอ้โห “เย่ซู” ด้วยวัยเพียง 12 ปี ก็อยู่ขั้น สร้างรากฐานขั้น เก้า เสียแล้วเป็อัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากจริงๆ หากเปรียบเทียบกับ เด็กวัยเดียวกันแล้วค่าพลังเฉลี่ยอยู่ที่ สร้างรากฐานขั้นที่ สามถึงห้าเท่านั้นเอง
<เย่ซู> (นึกในใจ) วันนี้ข้าเนี่ยละที่จะเป็ว่าที่จะได้เป็ว่าที่ผู้นำตระกูลอันดับหนึ่งจะมีใครมีพร์เทียบข้าได้
เวลาได้เลยผ่านไปมีหลายคนที่ได้ขึ้นไปทดสอบมีั้แ่ขั้นสร้างรากฐานขั้นหนึ่งไปจนถึงขั้นห้าขั้นหกแต่ก็ไม่เคยมีใครเลยที่ไปถึงขั้นสร้างรากฐานขั้นที่เจ็ดขึ้นไปนอกเสียจาก “เย่ซู” คนเดียวที่อยู่ขั้นสร้างรากฐานขั้นที่เก้า และแล้วก็ถึงตาของ “เย่เอ๋อ”
ถึงตาข้าแล้วข้าไปทดสอบก่อนนะ “เย่เอ๋อ” ได้กล่าวบอก “เย่เฟิง” พร้อมกับเดินขึ้นไปบนเวทีทดสอบพลังหลังจากที่พูดจบ เสียงตรบมือโห่ร้องมากมายจากคนที่มาร่วมชมงานวัดระดับพลังดังก้องไปทั่วสนามด้วยเพราะความสวยงามอันหาผู้ใดเปรียบได้ก็มิปาน
<ผู้ชม1>เ้าดูแม่นาง “เย่เอ๋อ” สิชั่งสวยยิ่งนักถ้าข้าได้แม่นางเป็เมียรับลองเลยว่าข้าจะปิดบ้านเจ็ดวันเต็มๆ ไม่ออกไปไหนเลยคอยดู
<ผู้ชม2>เ้าอย่ามานอนฝันกลางวันอยู่เลยแม่นางเปรียบดังเทพธิดาส่วนเ้าไม่ต่างจากหมาข้างถนน ฮ่าๆๆๆ
“เย่เอ๋อ” ได้ทำการวางมือลงที่เสาวัดระดับ ติงๆๆๆ (เสียงเสาวัดระดับพลัง) “เย่เอ๋อ” ได้ระดับสร้างรากฐานขั้นที่แปด ผู้ชมในสนามยิ่งโหร้องกันดังสนั่นขึ้นไปอีก ทำให้แม่นาง “เย่เอ๋อ” เป็ที่นิยมของเหล่าบรุษหนุ่มขึ้นไปอีก
และแล้วก็ถึงตาของพระเอกของเราขึ้นบนเวทีซึ่งเป็คนสุดท้ายในการทดสอบพลัง “เย่เฟิง” ได้เดินขึ้นไปบนเวทีทดสอบพลัง ผู้คนต่างจ้องมองมาที่เขาเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า “เย่เฟิง” เป็ลูกชายของ “เย่ซือ” ผู้นำตระกูลเย่ โดยเฉพาะเหล่าบรุษทั้งหลายที่จับตามอง “เย่เฟิง” เป็พิเศษเพราะอิจฉาที่ “เย่เฟิง” นั้นได้ใกล้ชิดแม่นาง “เย่เอ๋อ”
<ผู้ชมเอ>เ้าดูเ้า “เย่เฟิง” นั้นสิน่าตาอย่างกับเล็บหมาริอาจมายืนข้างแม่นาง “เย่เอ๋อ” นางฟ้าของข้าได้
<ผู้ชมบี>ใช่ๆ มันไม่คู่ควรกับนางฟ้าของข้าเลยซักนิด
ในขณะนั้นเอง “เย่เฟิง” ได้วางฝ่ามือลงไปที่เสาวัดระดับพลัง ทุกอย่างเงียบสนิด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนในสนามเงียบสนิด
<เย่เฟิง> (นึกในใจ) นี้พลังของข้ามันหายไปแล้วจริงๆ อย่างนั้นหรอ ไม่จริงใช่ไหม แล้วทีนี้ข้าจะไปแก้แค้นเ้า
“เย่ซู” ได้อย่างไร ไม่จริงไม่จริงใช่ไหม
<ผู้ชมกอ>เ้า” เย่เฟิง” เ้าขยะแม้แต่เด็กห้าขวบก็อยู่ขั้นสร้างรากฐานที่หนึ่งแล้วแต่เ้ากับไม่มีแม้แต่พลัง
ทุกคนต่างโยนข้าวของร้องไล่ให้ “เย่เฟิง” นั้นลงจากเวที พูดดูถูก “เย่เฟิง” ต่างๆ นาๆ
<เย่ซือ> (นึกในใจ) ไม่จริงใช่ไหมลูกชายของข้าจะเป็ขยะจริงๆ หรอข้าไม่เชื่อ
<เย่เอ๋อ> (นึกในใจ) นึกแม้เ้าจะไร้พลังข้าจะปกป้องเ้าและอยู่เคียงข้างเ้าเสมอ
ในระหว่างที่ทุกคนโหร้องไล่ “เย่เฟิง” อยู่นั้น “เย่เฟิง” ได้พบความจริงบางอย่างว่า เมื่อก่อนที่ข้านั้นจะได้ย้อนกลับมา ณ ตอนนี้นั้น ที่ทุกคนทำดีกับข้า เกรงใจข้า นั้นเพราะ ข้ามีพลัง และเป็ถึงว่าที่ผู้นำตระกูล “เย่” แต่พอมาตอนนี้สิหมาซักตัวยังไม่แลมองข้าเลย ทำให้เขานั้นได้เข้าใจโลกนี้มากขึ้นนั้นก็คือ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก มีแต่ผู้ที่มีพลังและอำนาจเท่านั้นที่จะกำหนดทุกอย่าง
ในขณะที่ “เย่เฟิง” กำลังโซกเศร้ากับการสูญเสียพลังของเขาอยู่นั้น จู่ๆ เวลาก็ได้หยุดเดินทุกคนในรอบตัวเขาหยุดนิ่งเขาได้ตกไปในห้วงจิตรใต้สำนึกของเขา ทันไดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงชายประหลาดวัยกลางคนพูดขึ้นมาว่า เ้า้าพลังอย่างนั้นหรือ หึๆๆๆ