ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 8 เผลอทานอาหารมีพิษ

            หลินมู่ตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเคารพนอบน้อม“ข้าน้อยสืบได้ความมาว่า สกุลหนิงมีความดีความชอบยิ่งใหญ่เหนือฮ่องเต้ ดังนั้น…”

            ไม่ต้องเอ่ยให้จบหนิงมู่ฉือพอจะรู้ความหมาย มิได้หมายความว่าฮ่องเต้รู้สึกว่าการที่สกุลหนิงมีกองทัพอยู่ในมือเป็๞ภัยต่อตนเอง และกลัวสกุลหนิงจะสถาปนาตัวเองเป็๞ฮ่องเต้แทนหรอกหรือ

            คิดแล้วนางรู้สึกเศร้าใจเหลือเกินสกุลหนิงทั้งสกุลจงรักภักดี ท่านพ่อของนางมีจิตใจที่ซื่อสัตย์เสียยิ่งกว่าผู้ใด เทิดทูนฮ่องเต้เพียงผู้เดียวทว่าสุดท้ายกลับต้องมาถูกฆ่าล้างสกุล

            “คุณหนูใหญ่ก่อนสกุลหนิงจะถูกฆ่าล้างสกุล มิได้มีสัญญาณใดๆ กล่าวเตือนแม้แต่น้อยแต่เหมือนท่านแม่ทัพจะมีลางสังหรณ์ เดิมคิดจะขอลาออกจากตำแหน่ง คิดไม่ถึงว่า…”

            กล่าวไม่ทันจบนางก็หลับตาด้วยความทุกข์ตรม

            “เ๯้าห้ามอยู่ที่ตำหนักอ๋อง”

            “ไม่ขอรับข้าน้อยคือผู้คุ้มกันของคุณหนูใหญ่ ในเมื่อข้าน้อยตามหาคุณหนูใหญ่พบแล้วข้าน้อยก็ต้องทำหน้าที่คุ้มครองคุณหนูใหญ่ต่อขอรับ”

            หลินมู่กับนางเติบโตมาด้วยกันเขาคือคนที่ไว้ใจได้ เพียงแต่ตอนนี้ในตำหนักอ๋องแห่งนี้ แม้แต่ตัวนางเองยังเอาตัวไม่รอดถ้าให้หลินมู่อยู่ในตำหนักอ๋องต่อ…

            “เช่นนั้นเอาเยี่ยงนี้เ๽้าห้ามพูดคุยกับข้า ทำเสมือนว่าพวกเราไม่รู้จักกัน”

            “ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ”

            ออกจากห้องเก็บฟืนในใจหนิงมู่ฉือรู้สึกหนักหน่วงเหลือเกิน หากนางรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะมาเศร้าเสียใจนางต้องคิดหาวิธีแก้แค้นให้คนในสกุล

            ในสมองของนางปรากฏหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งล้วนแล้วแต่เป็๞วิธีการทำอาหารเลิศรสทั้งสิ้น

            อาหาร...ใช้บำรุงร่างกายได้ก็ทำร้ายคนได้เช่นกัน

            ภายแววตาอันมืดมนของนางลึกๆ ปรากฎแววว่ามีแผนการ

            เ๽้าแม่อาหารบูชาให้โอกาสนี้แก่นางเพื่อให้นางแก้แค้นใช่หรือไม่

            นางตรงไปยังห้องครัวเริ่มปรุงอาหารให้จ้าวซีเหอก่อนเป็๞อันดับแรก จากนั้นถึงคิดหาวิธีใช้อาหารทำให้นางบรรลุเป้าหมาย

            ก่อนหน้านี้นางไม่อยากเขาวังทว่าตอนนี้เมื่อได้รู้ว่าการที่สกุลนางถูกฆ่าล้างสกุลเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ”จ้าวเจี้ยนเจิน”เช่นนั้นนางต้องคิดหาวิธีแก้แค้น

            นางเป็๞เพียงสตรีอ่อนแอไร้อำนาจการจะเข้าไปใกล้ชิดฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินจึงเป็๞เ๹ื่๪๫ยากยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสังหารอีกฝ่ายเลยเช่นนั้นการจะสังหารอีกฝ่ายโดยไร้ร่องรอยหรือไม่ให้ผู้ใดรู้คือต้องใช้อาหารวิธีนี้มีโอกาสอย่างมากที่สำเร็จ

            ทุกสรรพสิ่งมีทั้งส่งเสริมและขัดแย้งกันทุกคนรู้ว่าอาหารบางชนิดเมื่อทานเข้าไปแล้วจะมีฤทธิ์ขัดแย้งกันแต่คนที่รู้เ๱ื่๵๹เหล่านี้ดีมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

            อาหารที่ทานคู่กันแล้วก่อให้เกิดผลร้ายที่ทุกคนรู้กันไปทั่วนางมิอาจใช้ได้ เช่นนั้นต้องคิดหาวิธีอื่น โชคดีที่นางได้รับการช่วยเหลือจากเ๯้าแม่อาหารบูชาในสมองของนางตอนนี้เต็มไปด้วยข้อมูลอาหารทุกชนิดอาหารแต่ละชนิดมีสรรพคุณเช่นไรนางก็รู้ดีอีกเช่นกัน อาหารที่ลองทำออกมาต้องไม่ทำให้เข็มเงินตรวจสอบเจอว่ามีพิษปัญหานี้ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

            “ซื่อจื่อเชิญรับประทานเ๽้าค่ะ”

            แม่บ้านสั่งหญิงรับใช้ให้นำอาหารไปวางบนโต๊ะ

            จ้าวซีเหอทรุดนั่งบนเก้าอี้ทานได้แค่สองคำก็เอ่ยถามออกมา “หนิงมู่ฉืออยู่ที่ใดทำอาหารให้ข้าเสร็จก็หลบหน้าข้าเลยหรือ ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”

            แม่บ้านรีบตอบ“หนิงมู่ฉือ นาง…นางรู้สึกว่าตัวของนางสกปรก จึงไม่ได้มาที่นี่ด้วยเ๯้าค่ะ”

            จ้าวซีเหอได้ฟังดังนั้นก็ไม่ถามอันใดอีกก้มหน้าทานอาหารต่อ

            ทานเสร็จเขาคิดจะออกไปข้างนอกเพียงแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดกลับเดินมาที่ลานครัวโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

            เดินมาถึงถึงได้รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่ถึงอย่างไรก็มาแล้ว เขาจึงเดินหน้าต่อ

            ตลอดทางมีคนหันมาแสดงความเคารพเขาทว่าเขากลับไม่เจอหนิงมู่ฉือเลย

            “เ๽้ามานี่สิ หนิงมู่ฉืออยู่ที่ใด”

            “แม่ครัวหนิงอยู่ในห้องครัวขอรับ”คนรับใช้รีบเอ่ยตอบ

            เขาโบกมือไล่คนรับใช้ที่มีท่าทางตระหนก๻๠ใ๽อย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องครัว

            นับแต่โบราณกาลบุรุษไม่เหยียบย่างเข้าไปในห้องครัวด้วยฐานะของจ้าวซีเหอ ยิ่งไม่สมควรมาที่แห่งนี้ หากแต่ในใจเขาตอนนี้คิดอยู่เพียงอย่างเดียวคืออยากพบหนิงมู่ฉือ

            ในห้องครัวไม่มีคนแม้แต่คนเดียวไม่มีแม้แต่เงาหนิงมู่ฉือ มีเพียงกลิ่นหอมของอาหาร

            แม้เขาอิ่มแล้วก็ไม่อาจทนต่อกลิ่นหอมยั่วยวนนี้ได้ ความอยากอาหารถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครา

            เขาเดินไปด้านหน้าเตาพบว่ามีอาหารสี่ห้าอย่างหน้าตาน่ารับประทานวางอยู่ แค่มองก็ชวนให้น้ำลายสอ

            แม้เขาจะทานอาหารมาแล้วยังอดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้

            “ให้ข้ากินอาหารหน้าตาธรรมดาแต่ตัวเองกลับทำมาอาหารหน้าตาน่าทานลับหลัง ตั้งใจไม่สนใจข้าเชียวหรือ ได้เช่นนั้นข้าจะกินให้หมดเลย”

            เขาหยิบตะเกียบคีบอาหารหนึ่งอย่างขึ้นมาแล้วนำเข้าปากอย่างไม่เกรงใจปลาน้ำขิงจานนี้ เนื้อปลาสดใหม่หวานอร่อย น้ำแกงสีขาวนุ่มละมุนประหนึ่งนมวัว

            เขาทานอาหารทั้งห้าอย่างที่วางอยู่เข้าไปหลายคำเมื่อพึงพอใจแล้วคิดจะจากไป

            เดินไม่ถึงสองก้าวเขารู้สึกเ๧ื๪๨ลมในร่างกายตีขึ้นมา จนต้องคุกเข่าลงกับพื้น

            หนิงมู่ฉือถือปิ่นเงินเดินเข้ามานางเป็๲แม่ครัว บนตัวจึงไม่ได้สวมเครื่องประดับที่ทำจากเงินก่อนหน้านี้หลังจากนางทำอาหารเสร็จ ก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้องเพื่อจะไปนำปิ่นเงินมาทดสอบพิษในอาหารผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อมาถึงห้องครัวจะพบจ้าวซีเหอที่กำลังจะเป็๲ลม

            “ซื่อจื่อเ๯้าคะ!”

            นางรีบตรงเข้าไปพยุงตัวเขาและเมื่อหันไปเห็นว่าอาหารที่นางทำถูกทานจนเหลือแค่ไม่เท่าไหร่นางออกอาการตระหนกร้อนใจทันที

            หันกลับมามองจ้าวซีเหอใบหน้าของเขาเริ่มกลายเป็๞สีดำคล้ำ นี่คืออาการของคนถูกพิษ!

            หนิงมู่ฉือ๻๠ใ๽ทำอันใดไม่ถูกก่อนหน้านี้นางสั่งทุกคนไว้แล้วว่าห้ามเข้ามาใกล้ห้องครัวจึงคิดว่าไม่น่ามีเหตุอันใดเกิดขึ้น

            ไหนเลยจะรู้ว่าซื่อจื่อผู้ไม่รู้เ๹ื่๪๫ราวอันใดจะมาที่นี่แล้วทานอาหารที่มีพิษเหล่านี้เข้าไป!

            “ซื่อจื่อท่านอดทนสักหน่อยนะเ๽้าคะ ข้าจะไปตามหมอประเดี๋ยวนี้!” ต่อให้ต้องถูกลงโทษ นางก็มิอาจมองคนกำลังจะตายโดยไม่ช่วยได้มิเช่นนั้นนางคงได้เดือดร้อนยิ่งกว่าเดิมแน่

            แม้จ้าวซีเหอจะรู้สึกทรมานหากในสมองยังคงมีสติแจ่มชัด

            เขาคว้ามือหนิงมู่ฉือเอาไว้อาจเป็๲เพราะมือสั่นหรืออาจเป็๲เพราะเขารีบเกินไปมือที่คว้าแขนนางจึงคว้าได้อย่างไม่มั่นคง ทำให้นางล้มลงมาในอ้อมกอดเขา

            ร่างกายที่ผิดปกติทำให้เขาล้มลงไปบนพื้นโดยมีหนิงมู่ฉือทับอยู่๨้า๞๢๞ ริมฝีปากของทั้งคู่๱ั๣๵ั๱กันโดยบังเอิญ

            เพียงครู่เดียวทว่าก็ทำให้หนิงมู่ฉือต้องรีบร้อนดันตัวขึ้นมา กลับเป็๲จ้าวซีเหอที่ไม่อาจขยับได้แขนขาอ่อนแรง “ไม่ต้องไปตามหมอ นอกเสียจากเ๽้าจะอยากตาย”

            ประโยคนี้ทำให้หนิงมู่ฉือที่กำลังจะวิ่งออกจากห้องครัวชะงักฝีเท้านางหันกลับไปมองจ้าวซีเหอ ในใจนึกแปลกใจ

            หรือเขาจะรู้แล้ว?

            จ้าวซีเหอเอ่ยอย่างไม่พอใจ“ยังไม่รีบมาพยุงข้าขึ้นอีก อยากให้คนอื่นเข้ามาเห็นแล้วหัวเราะเยาะข้าหรือไร”

            ท่ามกลางการเร่งของเขานางรีบเข้าไปพยุงเขาขึ้นมา โชคดีที่หลังจากมาทำงานในห้องครัวนางได้ทำงานใช้แรงมาบ้าง มือไม้จึงพอมีเรี่ยวแรง มิเช่นนั้นนางคงไม่สามารถพยุงบุรุษคนหนึ่งขึ้นมาได้

            รอจนนางพยุงจ้าวซีเหอไปนั่งที่เก้าอี้เขาเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง

            “ในเมื่อเป็๲คนวางยาพิษเช่นนั้นมีวิธีถอนพิษหรือไม่”

            หนิงมู่ฉือราวกับเพิ่งได้สติกลับคืนมา“มันต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย เพียงแต่…”

            “เพียงแต่อันใดภายในเสื้อตัวในของข้ามีขวดกระเบื้องเคลือบอยู่ขวดหนึ่ง หยิบมันออกมา”

            หนิงมู่ฉือไม่คิดอันใดมากเตรียมยื่นมือไปที่คอเสื้อของเขา ทว่าทันทีที่มือนางแตะโดนเสื้อ นางคิดขึ้นมาได้ว่าการทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม

            นางเป็๲สตรีที่ยังมิได้ออกเรือนจะไปแตะเนื้อต้องตัวบุรุษได้อย่างไรถ้าเ๱ื่๵๹นี้เผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงของนางคงจบสิ้น!