กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 บทที่ 105 คำสัญญา

            บทที่ 105 คำสัญญา

            “เจ้าจะไม่มีโอกาสดูดซับมันหรอก!ตายซะ! ซืด—!”

            มังกรทองจ้องมองอย่างดุเดือดเสียงแหบแห้งดังก้อง ร่างกายของมันส่องแสงเจิดจ้า และพ่นลมหายใจน้ำค้างแข็งอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

            มันเผาแก่นแท้เพื่อเริ่มต่อสู้อย่างสุดกำลังร่างของมันสั่นเทาด้วยความหนาวเย็นต้องใช้กำลังที่เหลืออยู่รัดคอราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิต

            มังกรปีศาจตัวนี้รู้ดีว่าถ้าราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตได้ดูดเลือดของฉู่อวิ๋นราชันราชสีห์ก็มีโอกาสพลิกกลับมาตอบโต้มันแล้วเป็นฝ่ายชนะในครั้งนี้ได้รับสมบัติล้ำค่าที่สุดของสวรรค์และพื้นพิภพไป ส่วนมันก็จะตกตายสู่ปรโลก

            “โฮก...โฮก!”

            ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตถูกรัดแน่นเลือดถูกบีบขับออกจากร่างกาย อวัยวะภายในบอบช้ำร้าวราน ถูกลมหนาวกัดกร่อนจนหนาวจับใจในเวลานี้มันก็ทรมานมากเช่นกัน

            “เจ้า...งูเหม็นนี่กำลังผลาญแก่นแท้ของตัวเอง!ช่างไม่รักชีวิตเสียนี่กระไร! หึ...ประเดี๋ยวก่อน... รอให้ข้ากินมนุษย์หนุ่มคนนั้นก่อน แล้วค่อยมาจัดการเจ้า!”

            เท้าของสัตว์อสูรเหยียบพื้นจนแตกเป็นร่องขณะที่เดินไปหาฉู่อวิ๋น ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็คำรามด้วยความเจ็บปวดฟันเขี้ยวของมันสั่นระริก การมองเห็นเริ่มพร่ามัว

            เพราะอย่างไรเสียพละกำลังของมันก็ลดลงไปไม่น้อยซ้ำตอนนี้ยังถูกรัดคอด้วยลมหายใจน้ำค้างแข็งของมังกรทองอีก ความเร็วของมันช้าลงมากพลังก็ถดถอยลงอย่างมากเช่นกัน

            “กล้าแช่แข็งข้า?... อีกเดี๋ยวข้าจะใช้วิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์ย่างเจ้ากินซะ!”ราชันราชสีห์ขู่ด้วยเสียงทุ้มลึก ร่างกายของมันเปลี่ยนเป็นสีม่วงเลือดกำลังจะแข็งตัวจนกลายเป็นน้ำแข็ง

            “แค่ก... เจ้าสิงโตน้อยเจ้าอารมณ์ใกล้จะตายแล้วยังพูดพล่ามอยู่อีก มาดูกันว่าเจ้าจะอดทนได้นานแค่ไหน!”มังกรทองกระชับลำตัวให้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อยแสงบนร่างกายของมันเองก็เริ่มแผ่วลงไปเช่นกัน

            “โฮกราชันราชสีห์เช่นข้าจะกลัวเจ้าหรือ?” ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตคำราม ลมหายใจของมันเชื่องช้าสายตาจ้องไปยังฉู่อวิ๋นที่อยู่ไม่ไกลเบื้องหน้าแล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปาก“เนื้อมนุษย์... ขอเพียงได้กินเนื้อล้ำค่าของเด็กหนุ่มคนนั้น... เจ้าก็ต้องตาย!”

            ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวราชันราชสีห์ก็เข้าใกล้ตำแหน่งของฉู่อวิ๋นมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังห่างออกไปอยู่บ้าง

            โดยทั่วไปสำหรับราชาสัตว์ปีศาจทั้งสองระยะทางหนึ่งพันหมี่นั้นสั้นมากซ้ำยังใกล้เพียงปลายนิ้ว แต่ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังต่อสู้ติดพันพวกมันจึงเคลื่อนตัวไปได้เพียงห้าร้อยหมี่เท่านั้น

            ยามนี้ ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตและมังกรทองยังคงต่อสู้กันอยู่เลือดของสัตว์อสูรหลั่งนองไปทั่วพื้นดิน ระยะทางสั้นๆนี้ได้กำหนดชะตากรรมของพวกมันเอาไว้ด้วย

            หากราชันราชสีห์สามารถกินเนื้อมนุษย์อันล้ำค่าได้พลังของมันจะเพิ่มขึ้นมากพอที่จะฆ่ามังกรทองที่อ่อนแอได้

            กลับกัน หากมังกรทองมีเวลามากพอจนรัดคอหรือแช่แข็งราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตให้ตายได้มันก็จะกลับกลายเป็นผู้ชนะ

            อาจกล่าวได้ว่ากุญแจสู่ชัยชนะในตอนนี้อยู่ที่ฉู่อวิ๋นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและนอนอยู่บนพื้นด้วยลมหายใจรวยริน

            “ตึง--”

            ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตเข้ามาใกล้อีกนิดและกำลังจะสังหารฉู่อวิ๋นแต่ตอนนี้ ฉู่อวิ๋นที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเลือดยังคงขยับไม่ได้เขาดูเหมือนซากศพที่เปื้อนเลือด พลังแผ่วเบาราวกับใยแมงมุม จะตายสนิทเมื่อใดก็ได้

            “ฮึ่ม...ไม่คิดว่ามนุษย์หนุ่มคนนี้จะหนังเหนียวอยู่ หลังจากถูกข้าตบไปก็แค่บาดเจ็บสาหัสเท่านั้น”ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตเห็นฉู่อวิ๋นนอนนิ่งอยู่บนพื้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยชายหนุ่มคนนี้ของขอบเขตควบแน่นพลังปราณถูกสัตว์อสูรระดับสูงโจมตีแต่กลับรอดมาได้นับเป็นปาฏิหาริย์

            จากนั้นมันก็เยาะเย้ยและพูดกับตัวเองว่า“แต่กระดูกหักทั้งร่างไปหมดแล้ว ไม่ต่างอันใดกับการนอนรอความตายตอนนี้เจ้าคงกำลังทนทุกข์กับความเจ็บปวด คงทรมานอย่างยิ่งสินะ"

            “มาเป็นอาหารของราชันราชสีห์เช่นข้าด้วยการจบชีวิตไร้ค่าของเจ้าเสียเถอะ!”

            ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตค่อยๆเร่งฝีเท้าเข้ามา ทำให้มังกรทองเริ่มเป็นกังวลหรือผลแพ้ชนะในวันนี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว?

            “ฟิ้ว——”

            ทันใดนั้นก็มีเสียงลมพัดเสียดสีกระแสแสงสีขาวหยกส่องประกายไปทั่ว ราวกับดวงดาวที่ส่องแสงเจิดจ้าไปทั่วท้องฟ้า

            นี่คือศรธนูอันล้ำค่าที่ทำจากกระดูกสัตว์อสูรอักษรบนตัวลูกศรไหลออกมาด้วยพลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่เท้าหลังของราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตทันทีอย่างแม่นยำทำให้เกิดคลื่นอากาศระเบิดออก

            “โฮก——!! ผู้ใดยิงข้า?! กล้าดีอย่างไรมายั่วยุราชันราชสีห์เช่นข้า?” ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวร่างของสัตว์อสูรนั้นทรงพลัง แต่ในเวลานี้มันได้รับบาดเจ็บสาหัสแม้ว่าลูกศรจะไม่ได้สร้างความเสียหายเท่าใดนัก แต่ก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้มันได้

            ทันใดนั้นราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็ก็หันกลับไป มองเห็นรูปร่างที่งดงามและบอบบางใบหน้ามุ่งมั่นที่รื้นไปด้วยน้ำตา นางยืนตัวตรงยกคันธนูที่มีศรธนูพาดสายขึ้นเล็งไปที่มัน

            นั่นคือมู่หรงซิน

            ในยามนี้นางถือธนูตามจันทร์อยู่ในมือ บีบมันแน่นจนมือหยกซีดขาว ร่างของนางสั่นคลอนเล็กน้อยแต่ก็ยังยืนทรงตัวได้

            ทันใดนั้นลูกศรกระดูกวิญญาณอีกลูกก็ถูกวางพาดลงบนสายธนู รัศมีอันแรงกล้าเปล่งประกาย

            หลังจากนั้น ตั้งสติ ง้างสายปล่อยธนู!

            “ฟุ่บ!”

            ด้วยเสียงเสียดสีศรกระดูกวิญญาณก็พุ่งผ่านอากาศมาอีกครั้งไปยังบาดแผลที่เท้าหลังของราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตกระแสเลือดสกปรกพุ่งกระเซ็น ทำให้มันส่งเสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวด

            “แค่ก…” ลำคอของมู่หรงซินฝืดเฝื่อนเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากมุมปากของนางและเกือบจะทรงตัวไม่อยู่

            แม้ว่าศรธนูสมบัตินี้จะทรงพลังแต่การยิงมันด้วยระดับขั้นการฝึกฝนของนางในตอนนี้ยังยากนัก ทุกครั้งที่ยิงนางจะต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดอย่างมาก มือของนางชาด้าน กระดูกแตกและพลังปราณก็ลดฮวบลง

            แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังกัดริมฝีปากสีแดงสดแน่น และพาดลูกศรกระดูกวิญญาณอีกอันด้วยสายตาที่แน่วแน่

            “เจ้าคนลามกเจ้าช่วยข้ามาหลายครั้งแล้ว คุณหนูเช่นข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก…”

            “คราวนี้...ให้ข้าช่วยเจ้าเถอะ”

            “แม้ว่าเมื่อเทียบกับเจ้าแล้วข้าจะอ่อนแอมากทุกครั้งทำได้แค่มองแผ่นหลังของเจ้า ช่วยอะไรก็ไม่ได้ ซ้ำยังเป็นภาระทำให้เจ้าต้องลำบากอีก…”

            “แต่ข้าปล่อยให้เจ้าตายไปต่อหน้าข้าไม่ได้!ข้าทำไม่ได้... ข้าทำไม่ได้ ข้าทำไม่ได้! ไม่เช่นนั้นหัวใจข้าจะเจ็บปวดเกินจะทนไหว...”

            “อย่างน้อยตอนนี้...ก็ขอให้ข้าเป็นคนที่จากไปก่อนเจ้าต้องรีบตื่นขึ้นมานะ...”

            เมื่อมองดูฉู่อวิ๋นที่กำลังจะตายจากไกลๆ มู่หรงซินก็พึมพำกับตัวเอง ดวงตาคู่งามของนางคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีหน้าหม่นหมองยิ่งนัก

            ทันใดนั้นศรธนูสมบัติกระดูกสัตว์ก็ถูกยิงออกไปอีกครั้งพลังของมันสว่างวาบไปทั่วความว่างเปล่าในเวลาเดียวกันกระดูกแขนของมู่หรงซินก็เกิดรอยแตกร้าว โลหิตสีสดพุ่งออกมาจากปากนางนี่คือการโจมตีที่นางทุ่มเทพลังปราณทั้งหมดลงไป

            เพื่อที่จะซื้อเวลาให้ฉู่อวิ๋นได้หลบหนีนางถึงกับใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ และเริ่มโจมตีราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิต

            “ฟิ้ว!”

            ด้วยเสียงเสียดสีของอากาศศรธนูกระดูกก็ถูกปล่อยออกมาอีกครั้งบาดแผลที่เท้าของราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตลึกขึ้น เลือดจากอุ้งเท้าพุ่งกระฉูดทันใดนั้นมันก็เบิกตาด้วยความโกรธ และส่งเสียงคำรามด้วยแรงกดดันอันหนักหน่วง

            “ตาลปัตร! กลับตาลปัตรไปหมดแล้ว! เด็กสาวตัวเล็กๆ กล้าดีอย่างไรถึงมายิงธนูใส่ราชันราชสีห์เช่นข้า? คิดว่าข้าเป็นสิงโตปีศาจธรรมดาหรือ?! ฮึ่ม! น่าโมโหนัก!”

            ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตโกรธมากไม่เพียงแต่จะมีมังกรทองไร้ยางอายที่แข่งขันกับมันเพื่อชิงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แต่จู่ๆ ก็ยังมีมนุษย์ที่อ่อนแออย่างมู่หรงซินแอบโจมตีมันด้วย ทนไม่ได้อย่างยิ่ง!

            “ตึง--”

            มันหันกลับมากระทืบเท้าอันใหญ่โตกับพื้น จับจ้องมู่หรงซินที่ซีดเซียวด้วยแววตาอันดุร้ายและพูดด้วยความโมโห “สาวน้อย! เจ้าทำข้าเจ็บ ข้าจะให้เจ้าชดใช้!ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย เช่นนั้นข้าก็จะส่งเสริมให้!”

            ทันทีที่พูดจบ ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็พุ่งไปหามู่หรงซินเผยให้เป็นเขี้ยวอันคมกริบและปากอันใหญ่โตมันรีบวิ่งเข้าหามู่หรงซินด้วยความเร็วกว่าครั้งไหนๆ แม้แต่มังกรทองเองก็ยังผงะ

            มนุษย์หญิงผู้นี้ทำให้ราสีห์เหี้ยมตัวนี้โกรธแล้วจริงๆ!

            “โฮก--!!!”

            ภายใต้แสงพระอาทิตย์ตกดินเงาราชสีห์เต็มไปด้วยพลังอันดุเดือด ระยะทางหลายร้อยหมี่ย่นย่อลงมาในพริบตา

            “ลาก่อน ฉู่อวิ๋น…”

            เมื่อเห็นสิงโตปีศาจบ้าคลั่งที่อยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยความโกรธขึ้งอันมหาศาลมู่หรงซินก็หลั่งน้ำตาพร้อมเสียงกระซิบ แข้งขาของนางอ่อนแรงแล้วทรุดลงกับพื้นตอนนี้ร่างกายของนางไร้เรี่ยวแรงจนไม่สามารถยืนหยัดได้

            “โฮก!”

            ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตจ้องมองอย่างดุเดือดในที่สุดก็มาถึงตัวมู่หรงซิน มันคำรามและพูดติดตลก “ดูเจ้าสิเด็กสาวผิวบางเนื้อนุ่ม แม้ว่าเลือดของเจ้าจะแย่กว่าเจ้าหนุ่มนั่นอยู่หน่อย แต่ก็ยังคุ้มค่า”

            “ซืด!”

            ในเวลานี้ มังกรทองไม่สนใจอะไรอีกมันผลาญแก่นแท้ของตัวเองอย่างบ้าคลั่งพ่นลมหายใจเย็นเยียบออกมาพลางรัดราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตแน่นขึ้นอีกถ้าราชันราชสีห์กลืนเด็กสาวคนนี้ลงไป พลังก็จะฟื้นคืนกลับมา

            “โฮก!!!!” ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตคำรามด้วยความเจ็บปวดปากอันใหญ่โตของมันอ้ากว้าง “รอข้ากินเด็กสาวนั่นเสร็จ ข้าก็จะฆ่าเจ้าซะ!”

            ทันทีที่พูดจบราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วมันหันหัวอันดุร้ายไปหามู่หรงซิน เปิดปากที่เปื้อนเลือดออก พ่นกลิ่นคาวสนิมออกมาดูน่ากลัวมาก

            ในขณะนี้มู่หรงซินดูตกใจ หายใจหอบทรุดนั่งลงบนพื้น ตัวสั่นระริกและค่อยๆ ถดตัวถอยหลัง

            อย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงเด็กสาวแม้ว่าจะตัดสินใจเสียสละตัวเอง แต่เมื่อเห็นราชสีห์คลั่งเข้ามาใกล้ปากที่อ้ากว้างของและนางกำลังจะถูกกินก็ย่อมสั่นสะท้านด้วยความกลัวเป็นธรรมดาหัวใจของนางเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก

            นี่คือการเผชิญหน้ากับความตายไม่อาจไม่กลัว

            “โฮก!!”ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตถูกมังกรทองรัดคอจนกระอักเลือด มันพูดอย่างเย็นชา“มนุษย์น้อยเอ๋ย เจ้ามีความกล้าหาญดี แต่..."

            “ตายเสียเถอะ!”

            “โฮก--!”

            ด้วยเสียงคำรามราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตก็อ้าปากที่เปื้อนเลือดออกกว้างน้ำลายหนืดเหนอะกระเซ็นออกมาเขี้ยวอันแหลมคมคู่นั้นพุ่งมากัดมู่หรงซินอย่างรวดเร็ว!

            “อ๊าก--!”

            เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชดังขึ้น

            “ฉึก--”

            ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกล้ามเนื้อฉีกขาดออกจากกัน

            มู่หรงซินหลับตาแน่นหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบ คิดว่าถูกกัดเข้าแล้ว

            แต่ไม่นานนางก็พบว่าร่างกายของตัวเองดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย?

            “เอ่อ...เอ่อ??”

            มู่หรงซินสงสัย ก่อนจะค่อยๆเปิดเปลือกตาสั่นๆ ขึ้น เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า นางก็ตกใจจนหัวใจเต้นรัว

            ตอนนี้ราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตยังคงอ้าปากกว้างอยู่ แต่ไม่สามารถปิดลงได้

            เพราะมีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งใช้กระบี่สีแดงเข้มทิ่มไปที่ระหว่างกรามและลิ้นของราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตและบังเอิญค้างอยู่ในท่านั้น

            เขาเต็มไปด้วยบาดแผลหน้าผากเลือดไหลมาปิดตาซ้าย กระดูกหักแทบทั้งตัว เขาเหยียดมือขวาจนตึงใช้กำลังที่เหลือจับขอบกระบี่ไว้ครึ่งหนึ่งแล้วคุกเข่าลงเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองลื่นล้มหลุดเข้าไปในหลอดอาหารของราชันราชสีห์

            “ร้องไห้ทำไม? ข้า...ยังไม่ตาย...”

            “ฉู่... ฉู่อวิ๋น!?”

            มู่หรงซินตกใจมากเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่เปื้อนเลือดอยู่ตรงหน้าดวงตาของนางสั่นไหว

            จากนั้น นางก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ตะโกนออกมาเสียงดัง “เจ้า... เจ้าทำอะไรอยู่?! ออกมาเร็ว! ทำไมต้องมาขวางข้าด้วย?!”

            เมื่อเห็นฉู่อวิ๋นที่บาดเจ็บสาหัสมู่หรงซินก็ตกใจและโศกเศร้าไปพร้อมๆ กัน

            เพื่อช่วยนางแล้วชายคนนี้กล้าที่จะแทงกระบี่เข้าไปในปากของราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตแต่นี่มันอันตรายเกินไป ต่างอะไรกับการพาชีวิตตนเองไปตาย?

            “ข้ารับปากไว้แล้วว่าจะช่วยนี่คือ... แค่ก... สัญญาของข้า…”ฉู่อวิ๋นเหยียบลิ้นของราชันราชสีห์เขี้ยวโลหิตและกระอักเลือดออกมาตาซ้ายของเขาปิดสนิท แต่ตาขวาที่จ้องมองนั้น... เต็มด้วยจิตวิญญาณอันแน่วแน่

            เมื่อได้ยินดังนั้นมู่หรงซินก็หลั่งน้ำตาทันที

            ผู้ชายคนนี้ทำตามสัญญานั้นจริงๆ!

            “คนโง่! มีโอกาสก็รีบหนีไปสิ!เจ้าจะกลับมาทำไม?!” มู่หรงซินสะอื้นฮักอยากจะลุกขึ้นไปดึงฉู่อวิ๋นออกมา แต่ร่างกายของนางเองก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

            “ไม่มีทางอื่นนี่…”ฉู่อวิ๋นยกมุมปากขึ้น ดวงตาเริ่มพร่ามัวเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา

            “ร่างกาย...มันไม่ฟังเจ้าของนี่นา...”

            “วิ้ง——”

            เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่อวิ๋นดวงตาคู่งามของมู่หรงซินก็เบิกกว้างนางรู้สึกว่าหัวใจของนางถูกกระแทกอย่างแรงจนแม้แต่จิตวิญญาณยังสั่นสะท้าน

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน