เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่69 คู่แข่งเต็มตัว

    อาเธอร์ ยักคิ้ว กลั้วหัวเราะเล็กๆ ยังกล่าวออกมาบ้าง “การปะทะมันก็ต้องมีบาดเจ็บกันบ้าง”

     

    เมื่อมันกล่าวต่อ “พวกเจ้าไปตกลงก่อนดีหรือไม่  ว่าใครจะเป็นคนสู้กับข้า?” ขณะเดียวกันแววตาอาเธอร์ ก็เผยความเฉียบคม ดุร้าย เปลี่ยนเป้าหมายเป็นอาเวยทันที

     

    ครั้นอาเวยเอ่ยเสียงเรียบโต้ตอบ แฝงด้วยอันตรายจากแววตาคู่นั้น “ข้าประลองกับเจ้าเอง”

     

    อาเธอร์ไม่รอช้า เปิดใช้งาน  [สกิลสายฟ้าตรึงโซ่]  ทันที ประจุไฟฟ้าพุ่งเข้าหา ‘อาเวย’  ผู้แส่หาเรื่อง เป็นเป้าหมายทันที

     

    ส่วนด้าน อาเวย รีบผลักร่างของรินให้ถอยห่างออกไป

     

    รินเม้มปากแน่นด้วยความกังวล เมื่อเห็นแสงระเบิดจากสายฟ้า แล่นพล่านไปทั่วร่างของอาเวย

     

    "ฮ่าๆ เจ้าเสร็จแน่!" อาเธอร์ยิ้มอย่างมั่นใจ เมื่อเห็นอาเวยถูกพันธนาการด้วยโซ่สายฟ้า

     

    ทว่าอาเวยกลับแค่นเสียง "หึ" ออกมาเบาๆ เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือหนาลูบผ่านใบดาบ "เวสป้า" หน้าตาประหลาดอย่างรวดเร็ว เคลือบใบดาบด้วยพลังสามธาตุ จนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน และบิดเบี้ยวราวกับจะล่มสลาย

     

    อาเวย ก็เหวี่ยงพุ่งคลื่นดาบสวนกลับไปในพริบตา พลังทำลายล้างที่รุนแรงเกินคาด ทำให้อาเธอร์ที่พุ่งเข้ามาต้องรีบถอยกรูด

     

    "ยังหรอกน่า!" อาเธอร์ตั้งโล่เตรียมใช้  [สกิลคำรามยั่วยุ]  แต่ในเสี้ยวกะพริบตานั้นเอง ร่างของอาเวยก็หายไปจากครรลองสายตา และไปปรากฏตัวที่ด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดอับ [สกิลยั่วยุ] ของมัน!

     

    อาเวยเตรียมกระแทกหลังมือที่อัดแน่นด้วยปราณมานา เพื่อสั่งสอนอาเธอร์ให้รู้สำนึก "เจ้าต้องเจ็บตัวซะบ้าง จะได้ลดความโอหังลง!"

     

    ซึ่งหลายคนเองต่างก็กำลังงุนงง ไม่เข้าใจอาเธอร์แพ้ร่างเสมือนของเชนได้อย่างไร จากสกิลป้องกันอีกฝ่ายใช้ น่าจะไม่มีใครเจาะเข้าง่ายๆ

     

    ทว่าการต่อสู้ที่เหมือนจะรู้ผลเร็วมากเสี้ยวลมหายใจ ก็กลายเป็น อาเวยกำลังเผด็จศึก อาเธอร์สั่งสอนด้วยหลังมือฟาดเข้าใส่หัวอีกฝ่าย

     

    จู่ๆ ฟิ้ว! [สกิลเคลื่อนที่แสงอรุณสาดส่อง] ร่าง มาร์คอันแลน ระเบิดพลังธาตุแสงออกมาอย่างเต็มที่ หยุดการเหวี่ยงกระแทกหลังมือ อาเวย ไว้ทันที

     

    ปึง! ภาพนั้นที่เกิดขึ้นเร็วมาก ทั้งสองแยกเขี้ยวใส่กันเล็กน้อย ก็ถอย ผละ ตัวห่างออกจากกันในทันที

     

    ‘อาเธอร์’ ถูกมาร์กช่วยไว้ เข้าใจได้ทันที ว่าเขายังตามความเร็วระดับคนพวกนี้ไม่ทัน ‘ไอ้พวกนี้มันอัพคล่องแคล่ว ค่า AGI ไปเท่าใดกันแน่’

     

    ซึ่งย้อนนึกไปถึงเชน ก็ไม่คิดว่าสายสนับสนุน กากๆ จะว่องไว คล่องแคล่ว พอๆ กับคนพวกนี้ เผลอๆ จะรวดเร็วกว่าด้วยซ้ำ

     

    มาร์ค ดึงร่างอาเธอร์ ถอยออกมาพร้อมตัวมัน พลางแค่นเสียง ชิ! เล็ดลอดไรฟันอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก เมื่อฝ่ามือรับการโจมตีอีกฝ่ายเมื่อครู่ รู้สึกสั่นไหว ชาหนึบ

     

    มาร์คอันแลน มันก็เปลี่ยนท่าที ยืนมือไพล่หลัง ซ่อนมือสั่นไหว เก็บไว้แล้วกล่าว “ตามจริงตอนนี้ ข้ายังไม่อยากปะทะกับเจ้าเท่าใด อาเวย”

     

    ที่มาร์คพูดตอนนี้ถือเป็นความจริง ไม่ได้เสแสร้ง พลัง 3 ธาตุ วิปลาสของอีกฝ่ายถือว่ารับมือยากจริงๆ สำหรับเขา ไม่เว้นแม้แต่ คลาร์กดีแลน หย่าเฟย ที่มาดูชมเรื่องสนุก ยังคิดแบบเดียวกับมาร์ค

     

    ซึ่งไม่อาจมองข้าม ‘อาเวย’  เป็นคู่แข่งได้อีกต่อไป

     

    น้ำเสียงไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มหล่อ อาเวย กล่าวออกมาตอนท้าย “ความวุ่นวายจบแล้ว ทุกท่านแยกย้าย!”

     

    ซึ่งก็คล้าย…เรื่องยุ่งวุ่นวาย จะจบลงไปได้ด้วยดี ตามที่อีกฝ่ายกล่าว

     

    หัวหน้าบ้านทีม 10 พลางชวน อาเวย ที่ช่วยจบความยุ่งวุ่นวาย ขณะพวกเขาว่าจะไปกินฉลองร้านอาหารด้านนอกมหาวิทยาลัย “เจ้าหนุ่มสนใจ มาร่วมดื่มสังสรรค์ กับพวกเราไหม?”

     

    อาเวย มองไปทางรุ่นพี่ริน ก่อนเหลือบมองเชนเสี้ยวแวบหนึ่ง เขาจะตอบออกมาประโยคสั้นๆ “ผมเองก็จะไปเลี้ยงฉลองกับบ้านทีมที่5 กระชับสัมพันธ์เหมือนกัน”

     

    “เหอะๆ นั้นซินะ จริงอย่างเจ้าว่า” ปู้จิ้งอวิน เดินออกไปไม่พูดเซ้าซี้กวนใจอาเวยอีก…เมื่อก้าวฝีเท้าหนักกลับไปฝึกฝน พลางพยักหน้าออกไปให้ หัวหน้าโรงฝึก ลุงเจียง คอยแอบเฝ้าดูสถานการณ์ ห่าง ๆ ตั้งแต่แรกเริ่ม

     

    ก็คล้ายบ้านทีม10ของเขาสร้างเรื่องลำบากใจให้ ลุงเจียงผู้ดูแลแล้ว เมื่อโค้งคำนับ อย่างเสียมารยาท

     

    หัวหน้าโรงฝึก เองก็เหมือนไม่ใส่ใจ ที่โบกฝ่ามือไล่หลัง ร่างนั้นก็หายไปทำหน้าที่ของตนต่อ

     

    เชน เองก็ค่อนข้างดูนิ่ง เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ จบลง ไม่ได้ขอบคุณอะไร รุ่นพี่...ส่วนรินเองก็ดูเงียบขรึม ดูท่าจะคิดอะไรกับตนเองมากขึ้น ขณะทั้งสองแยกย้ายไปฝึก

     

    …ก่อนช่วงเย็น วันนั้นเชนจะถูกลากไปร่วมงานเลี้ยง บ้านทีม10 ฉลองทีม เชื่อม สัมพันธ์ ผูกมิตรภายในทีมให้ดีขึ้น ทีมต่างๆ ก็ทำเช่นกัน ภายในร้านอาหารแสงสี เหมือนบาร์เหล้ามากกว่าร้านอาหารปกติ

     

    หัวหน้าบ้านทีม10 เข้าไปพูดคุยกับแคชเชียร์ เรื่องห้องส่วนตัว แต่เหมือนว่าที่นี่จะเต็มหมดแล้ว

     

    ซึ่งเป็นช่วงจังหวะเวลาพอดี หัวหน้าบ้านทีม5 รุ่นพี่ ‘เหมียวเซียน’ ที่พวกเชน ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน ตั้งแต่งานพิธีรับน้อง ต้องถามรุ่นพี่วิลเลียมออกมา “พี่สาวคนสวยคนนี้ เป็นใครกัน?”

     

    ซึ่งอีกฝ่ายเองก็เหมือนจะมองมาทางเชนแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดคุยกับ หัวหน้าปู้จิ้งอวิน คล้ายตกลงอะไรกันบ้างอย่างอยู่

     

    วิลเลียมอธิบายเบาๆ ว่านางคือลูกคุณหนูจาก 'เสินหลัวกรุ๊ป' บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน…เหมียวเซียนมองมาที่เชนแวบหนึ่งก่อนจะตกลงอะไรบางอย่างกับปู้จิ้งอวิน จนสุดท้ายทีมบ้าน 10 และทีมบ้าน 5 ก็ตัดสินใจใช้ห้องส่วนตัวร่วมกัน

     

    บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน เชนเดินเข้าไปนั่งลงที่โต๊ะโค้งตรงข้ามกับอาเวยทันที

     

    ปึง!

     

    "ใครสั่งให้เจ้านั่ง!" รุ่นพี่จากอีกทีมตวาดลั่นใส่เชนที่ทำตัวเสียมารยาท

     

    เชนไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแต่หยิบน้ำส้มขึ้นมาเทลงแก้วท่ามกลางสายตา ที่ถลึงมองอย่างไม่อยากเชื่อ

     

    ภาพทหารรับจ้างผมขาวที่นั่งจิบน้ำหวานช่างดูขัดหูขัดตาทุกคนยิ่งนัก เชนไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ชี้ไปทางเหมียวเซียนเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางอนุญาตแล้ว ทำให้ไม่มีใครกล้าปริปากด่าต่อ

     

    สายตาของอาเวยและเชนประสานกันท่ามกลางความเงียบ... สงครามประสาทครั้งใหม่ กำลังเริ่มต้นขึ้นบนโต๊ะอาหารอย่างไม่ต้องสงสัย ที่พวกเขาภายในห้อง แอบมองตากัน คล้ายรับรู้ความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา ของพวกเชนกับอาเวย