" เล่อเยียน นี่ หลี่เล่อเยียน หล่อนจะนอนตื่นสายแบบนี้ไม่ได้นะ ..." เสียงแหลมเเสบแก้วหูะโเรียกหญิงสาวผมยาวดำขับกับผิวสีขาวราวหิมะร่างผอมบางที่นอนไม่ได้สติเนื่องจากเธอไม่เคยทำงานหนักจนส่งผลให้เธอล้มป่วยจับไข้ไม่ได้สติทั้งคืน ใครเลยจะคิดว่าการที่เธอถูกเกณฑ์ให้มาใช้แรงงานของปัญญาชนจนทำให้เธอเสียชีวิตเพราะไม่เคยทำงานหนักมาก่อน
" อือ... นะ น้ำ คอแห้งจัง " หลี่เล่อเยียนที่เหน็ดเหนื่อยจากการตระเวนซื้อของเข้ามิติถูกรบกวนการนอนโดยเสียงของหญิงสาวแหลมปี๊ดก็เกิดอาการมึนงงเล็กน้อย หรือเมื่อคืนเธอเปิดทีวีทิ้งไว้ทั้งคืนกันนะ
" หล่อน...... ได้เวลาทำอาหารเช้าแล้ว หล่อนจะกินแรงคนอื่นไม่ได้นะ ฮึ่ย ตัวซวยจริงๆ เลย" ฟ่านเหมยเหมย หญิงสาวอายุราวๆ 18 ปีเอ่ยเสียงเขียว เนื่องจากเธอก็ถูกส่งมายังพื้นที่ห่างไกลบ้านเพื่อมาเป็ปัญญาชนชั้นแรงงานทำงานแลกแต้มค่าแรงเหมือนกันกับหลี่เล่อเยียน ผ่านมาได้ 10 วันแล้วเธอรู้ซึ้งถึงสันดานของหลี่เล่อเยียนดี ทำตัวสูงส่ง งานหนักไม่เข้าใกล้ กินข้าวก็ต้องค่อยๆ เคี้ยวเห็นแล้วขัดหูขัดตานัก เป็ผู้รากมากดีมาจากไหนกันเชียว อีกทั้งสายตาดูแคลนที่มองมายังเพื่อนปัญญาชนด้วยกันอีก เรียกได้ว่าไม่มีใครถูกชะตากับหลี่เล่อเยียนเลยสักคน
เนื่องจากหลี่เล่อเยียนนั้นเรียนจบถึงชั้นมัธยมปลาย ตอนมาถึงจึงถูกเสนอชื่อให้ไปเป็ครูสอนหนังสือแต่ด้วยความที่หน้าตาผิวพรรณของเธอนั้นมันช่างโดนเด่นเกินใครในหมู่ปัญญาชนรวมไปถึงเธอไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับใครเลยจึงไม่มีใครสนับสนุนเธอสักคน ตำแหน่งครูจึงตกไปยัง ิเสี่ยวฮวาสาวงามอีกผู้หนึ่ง กิริยาอ่อนหวาน นอบน้อมถ่อมตน เป็ที่รักของเพื่อนปัญญาชนที่เดินทางมาร่วมกันเป็เวลา 3 วันเต็มๆ เธอได้หัวใจของเพื่อนปัญญาชนเกินครึ่ง จึงไม่ต้องทำงานหนักเพียงแค่ออกไปสอนหนังสือแถมยังได้ค่าแรงเดือนละ 10 หยวนอีกด้วย
" อือ.. เธอเป็ใคร มาห้องฉันได้ยังไง " หลี่เล่อเยียนที่พอได้สติมาบ้างหลังจากมึนงงกับอาการไข้นี่เธอซื้อของแค่นี้ถึงกับไข้จับเชียวรึ เธอได้แต่สงสัยกับตัวเองว่าเธอกลายเป็คนอ่อนแอั้แ่เมื่อไหร่กัน อีกทั้งหญิงฟันดำคนนี้อีกที่มาตะโดนเรียกจนแก้วหูแทบแตก
" เหอะ หลี่เล่อเยียน เธอที่มัน.... หึ ..ฉันก็คือปัญญาชนฟ่านเหมยเหมยเพื่อนร่วมบ้านพักเดียวกับหล่อนยังไงล่ะ " ฟ่านเหมยเหมยคาดไม่ถึงว่าอาศัยอยู่ร่วมกันมาเป็เวลาสิบวันไม่ช่วยให้สมองของหล่อนจำชื่อเธอได้เลยหรืออย่างไรกันนะ เจอหน้าทีไรหล่อนเป็ต้องถามทุกทีว่าเธอเป็ใคร น่าเจ็บใจนักนังจิ้งจอก
" แล้วเธอมาห้องฉันทำไม เข้ามาได้ยังไง " หลี่เล่อเยียนที่มึนงงกับพิษไข้ก็ยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก แต่พอมองสำรวจสภาพแวดล้อมที่เธออยู่แล้วนั้นก็คงพอจะเดาได้ว่าเธอคงมายังอีกโลกหนึ่งเป็ที่เรียบร้อยแล้วแน่นอน ดูจากการแต่งตัวรวมไปถึงเตียงที่เธอนอน เฮ้อ...
" ฉันก็มาปลุกเธอไปทำอาหารน่ะสิ อย่าคิดจะกินแรงคนอื่นนะ ทุกคนทำงานเหนื่อยเหมือนกัน วันนี้เป็เวรเธอที่จะต้องทำอาหาร รีบๆ ลุกขึ้นมาได้แล้ว " ฟ่านเหมยเหมยกอดอกมองหลี่เล่อเยียนด้วยความอิจฉาพร้อมกับคิดในใจว่า ขนาดเพิ่งตื่นนอนหล่อนยังสวยเลย ฮึ่ย..ขัดใจนักเชียว หมาป่าจิ้งจอกชัดๆ
" วันนี้คงไม่ได้ ฉันไม่ค่อยสบาย แต่ฉันมีซาลาเปาอยู่พวกเธอเอาไปกินแทนอาหารเช้านี้แล้วกัน ฝากบอกหัวหน้าด้วยว่าฉันขอลา " หลี่เล่อเยียนลุกขึ้นพร้อมกับมองซ้ายขวาทำทีเป็เปิดตู้เสื้อผ้าพร้อมกับรีบหยิบซาลาเปา 6 ลูกออกมาจากมิติ
" ซาลาเปาแค่ 6 ลูกเนี่ยนะ มันจะไปพอกินอะไร " ฟ่ายเหมยเหมยเอ่ยออกมาเสียงเหยียดๆ แต่ดวงตากลับลุกวาวด้วยความตื่นเต้น นี่มันซาลาเปาอะไรกันทำไมลูกใหญ่สีขาวน่ากินอะไรเช่นนี้
" งั้นเธอก็ไม่ต้องกิน ฉันมั่นใจว่าซาลาเปาของฉันเป็อาหารที่ดีที่สุดแล้วั้แ่ที่มาถึงที่นี่ " หลี่เล่อเยียนไม่พูดพร่ำอะไรมากรีบชักซาลาเปากลับ แต่เนื้อเข้าปากเสือไปแล้วมีหรือที่มันจะคายออกมา
" อา อา... ได้ยังไงกัน นี่ก็สายมาแล้วพวกเราต้องรีบไปทำงาน ไม่มีเวลามาี้เีสำออยแบบหล่อนหรอก ไปกันเถอะพวกเราดีกว่าไม่มีอะไรลงท้อง
"อ้อ...ฉันหวังว่าเย็นนี้จะมีอาหารเตรียมไว้ให้พวกเรากินนะ " หลังจากคว้าซาลาเปาได้แล้วฟ่านเหมยเหมยก็รีบสาวเท้าออกจากห้องทันทีไม่รอให้เ้าของห้องเอยไล่ให้เสียเวลา
ช่วยไม่ได้เมื่อถูกส่งมาก็ใช่ว่าจะได้กินอยู่อย่างสบาย ทุกคนยังคงต้องทำงานแลกแต้มค่าแรงเพื่อรับส่วนปันผลหลังการเก็บเกี่ยว ก่อนผลผลิตทั้งหมดจะถูกส่งไปยังทางการ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ใช่ว่าจะมีคนที่ยินดีมาแต่ไม่มีใครสามารถขัดได้ แล้วส่วนใหญ่จะเป็ปัญญาชนที่เป็หญิงมากกว่า ผู้ชายส่วนใหญ่จะถูกเกณฑ์ไปเป็ทหาร
" ฉันจะบอกหัวหน้าให้ เธอพักผ่อนเถอะ " เหอหมี่เมี่ยน หญิงสาวร่างผอมบางหน้าตาถือว่าสวยใช้ได้เลยทีเดียวแต่ไม่มีอะไรโดดเด่นรีบเอ่ยบอกหลี่เล่อเยียนก่อนจะเดินตามหลังพวกฟ่านเหมยเหมยไป
ทางด้านของหลี่เล่อเยียนนั้นไม่รับรู้อะไรภายนอกอีกแล้ว เนื่องจากตอนนี้สมองของเธอกำลังจดจำเื่ราวมากมายที่เกิดขึ้นมาในหัวของเธอตอนนี้
ซึ่งเ้าของร่างเดิมนี้มีชื่อว่าหลี่เล่อเยียนเหมือนกับเธอเลย แต่ต่างกันตรงที่ร่างนี้อายุเพียง 17 ปีเท่านั้น อีกอย่างคือเธอเรียนจบชั้นมัธยมปลาย เธอมีพี่น้อง 3 คนรวมเธอด้วย มีพี่ชายพี่กำลังจะจบระดับมหาวิทยาลัย มีน้องชายที่กำลังจะขึ้นชั้นมัธยมปลาย เธอจึงต้องเสียสละตัวเองเพราะทางการจัดให้ปัญญาชนแต่ละครอบครัวต้องมีตัวแทนไปใช้แรงงานแลกแต้มค่าแรงยังดินแดนห่างไกล เพื่ออนาคตของครอบครัวเธอจึงเป็ผู้ถูกเลือก ด้วยเหตุผลว่าเธอเป็หญิงอีกหน่อยก็แต่งงานออกเรือนเหมือนน้ำเน่าที่สาดออกจากบ้าน พี่ใหญ่เธอจะต้องมีอนาคตที่ดี ส่วนน้องเล็กจะต้องก้าวตามพี่ใหญ่แน่นอน
เอาล่ะในเมื่อไม่มีใคร้า ฉันก็จะทำให้ร่างนี้มีชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด แต่ก่อนอื่นจะต้องสำรวจของส่วนตัวของเธอก่อนว่ามีอะไรติดตัวมาบ้าง
เมื่อพอรู้ที่มาที่ไปก็ได้เวลาสำรวจ มีเสื้อผ้าอยู่ 3 ชุด แป้ง 2 ชั่ง ข้าว 2 ชั่ง เกลือ น้ำตาลอย่างละก้นกระปุก ไข่ไก่ 1 ชั่ง เงินอีก 40 หยวน อืมยังถือว่าไม่ลำบากอะไรมากนัก ทางครอบครัวคงไม่คิดจะทอดทิ้งเธอจริงๆ หรอกเพราะหากจะทิ้งจริงๆ เธอคงไม่มีเงินติดตัวมากเพียงนี้ ถ้าจำไม่ผิดนี่คงจะอยู่ใน่ปี 1956 -57 สินะ ในยุคที่ปัญญาชนจะต้องมาใช้แรงงานในค่ายชนบท อยู่ในยุคมืดดำของยุคเลยก็ว่าได้ แล้วเธอจะรอดใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นไรเล่า