นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่ ๓
เริ่มชัดเจน
ต้นน้ำเล่าทุกอย่างให้ฝุ่นดินกับปณาลีฟังั้แ่ต้นจนจบ
“ที่จริง ถ้าพวกเราเรียก ’จารย์เตโชว่า ‘ครูโช’ ก็ดีนะ” ฝุ่นดินเสนอความคิด
“ดีดี” ปณาลีผสมโรง
“งั้นพวกเราก็..” ต้นน้ำลากเสียง..แล้วจึงพูด “รีบทำตามที่ครูโชสั่งกันดีกว่า”
แล้วต้นน้ำก็เปิดหนังสือ ‘งานฉากละคร1’ ที่อาจารย์เตโชให้มาและดูไปพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งฝุ่นดิน ทั้งปณาลีต่างก็สุมหัวกันดู และช่วยกันอ่านทีละหัวข้อ หัวข้อไหนที่ดูจะใหญ่เกินตัวทั้งสามก็ไม่เอา เื่ไหนหัวข้อไหนที่ดูเหมาะกับละครของพวกเขา ฝุ่นดินก็จะจดเขียนเป็หัวข้อๆ ไว้
ทั้งสามทดลองวางแผนการสร้างละครเวทีเื่แรกในชีวิตทีละหัวข้อ ทีละขั้น ทีละตอน ั้แ่ต้นจนจบ และจดลงรายละเอียดรายวันว่า วันไหนจะทำอะไร วันไหนอะไรต้องเสร็จ
“เฮ่อ.. เสร็จแล้วววววว” ต้นน้ำะโบอกทุกสรรพสิ่ง
“เอาไปให้ ’จารย์ เอ๊ย..ครูโชดูเลย ดีมั้ย?” ฝุ่นดินถามความเห็น
“ก็ดีนะ ถ้าจะต้องแก้ไขอะไร ก็จะได้ทำคืนนี้” ปราลีเห็นดีด้วย
“งั้นก็ไปกันเลย” แล้วต้นน้ำก็รีบเก็บข้าวของ
“รักพวกแกสองคนจริงๆ” ฝุ่นดินกอดคอสองเพื่อนรักที่มารวมหัวกันเรียนละครและทำละครด้วยกัน โดยไม่มีใครห้ามกันเลย หากเป็เื่ละคร
พอทั้งสามออกมาจากห้องชมรมโรมิโอ ก็เห็นว่าห้องพักครูของอาจารย์เตยังเปิดไฟอยู่ จึงเสี่ยงดวงขึ้นลิฟท์ไปหาหากอาจารย์เตโชยังไม่กลับบ้าน ก็จะได้ส่งงานให้แกดู
ซึ่งอาจารย์เตโชก็ยังไม่กลับบ้านจริงๆ ทั้งสามจึงเอาแผนการสร้างละครที่เพิ่งทำเสร็จ ส่งให้อาจารย์ตรวจเช็ค
"..’จารย์คะ พวกหนูขออนุญาตเรียกอาจารย์ว่า‘ครูโช’ ได้ไหมคะ” ฝุ่นดินเป็ตัวแทนเพื่อนๆขออนุญาตอาจารย์เตโช
อาจารย์เตโชยิ้มให้ทั้งสาม แล้วก็ตรวจแผนการสร้างละครทีละขั้นทีละตอน แล้วชี้แนะ และปรับแก้บางจุดให้ลงตัวมากขึ้น
ทั้งสามเพื่อนรักจึงได้ ‘แผนการทำละคร’ ที่ลงตัวั้แ่ขั้นการฝึกการแสดง การซ้อมการแสดงทีละแบบ จนไปถึงการแสดงละครวันสุดท้าย
..
จากนั้น แล้วทั้งฝุ่นดินต้นน้ำ และปณาลีก็เริ่มดำเนินการตามแผนงานนั่น ขั้นแรกต้นน้ำอาสาเอา ‘แผนการทำละคร’ไปส่งให้ชลวิทย์ดูเป็คนแรก
“ขอบคุณครับพี่ ” ชลวิทย์ตอบต้นน้ำเรียบๆ
“ไม่เป็ไรน้องชลเป็หน้าที่ที่พี่ต้องทำให้น้องชลอยู่แล้ว”
ชลวิทย์ยิ้มแห้งๆ ฟังต้นน้ำพูดไป
“น้องชลรีบเอาไปให้ทีมละครดูนะครับ เพราะถ้าน้องชลเซย์เยสเราจะได้เริ่มงานกันเลย” ต้นน้ำยังคงพูดเจี้ยวแจ้งอย่างมีความสุขต่อไปโดยที่ไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายไม่ยินดีที่จะฟังเท่าใดนัก
ชลแปลกใจ “ทำไมยังงั้นล่ะพี่”
ต้นน้ำยิ้มเจื่อนๆ “ก็ถ้าน้องชลเซย์โน พี่ก็ต้องหาโรมิโอกันใหม่น่ะสิ ถ้าหาไม่พบพี่อาจจะไม่ได้ทำละครเื่นี้ก็ได้”
“ครับ ผมจะรีบจัดการให้และจะไปส่งข่าวที่ชมรมโรมิโอทันทีที่รู้ผลนะครับ”
“พี่มาถามกับน้องชลที่โรงเรียนนี่ก็ได้” ต้นน้ำยังหวังดี
“ไม่เป็ไรครับ ผมไม่รู้ว่าจะได้คำตอบเมื่อไหร่ หรือวันไหนพี่ไม่ต้องมารอหรอกครับ” ชลวิทย์พูดเรียบๆแต่ก็ตรงและชัด เขาหวังจะให้ต้นน้ำเข้าใจ
แต่.. ต้นน้ำก็ยังไม่รู้เื่อยู่ดี “ไม่เป็ไรหรอกน้องชล”
“ไม่ครับพี่” ชลวิทย์เสียงเข้ม “ถ้าพูดกันไม่รู้เื่ ผมไม่เล่นครับ”
ต้นน้ำที่หน้าบานๆ ฝันหวานสวยๆ อยู่สะดุ้งทันที.. !!
ก็ชลวิทย์พูดเสียงดังฟังชัดขนาดนั้น
“เอ่อ.. พี่ไปรอที่ชมรมโรมิโอก็ได้จ้ะ อย่าเพิ่งปฏิเสธละครพี่นะ”
ชลวิทย์หน้าตึง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
ต้นน้ำใจเสีย “พี่ขอโทษ”
“ผมไม่ได้อยากให้พี่ขอโทษ แต่ถ้าเราต้องทำงานด้วยกันแล้วพูดกันไม่รู้เื่ ก็ไม่รู้จะทำงานด้วยกันให้ชีวิตมันวุ่นวายทำไม?” ชลวิทย์พูดชัดเจน
ต้นน้ำรู้สึกได้ทันทีว่า.. เด็กคนนี้เป็คนดีซื่อตรง และชัดเจนจริงๆ .. น่าจะเป็แฟนของต้นน้ำเป็ที่สุด “พี่รอคำตอบที่ห้องชมรมโรมิโอนะ”
“ครับพี่” แล้วชลวิทย์ก็รวบทั้งหนังสือสมุดแล็กเชอร์ และ ‘แผนการทำละคร’ นั่นมาใส่กระเป๋านักเรียนจากนั้นก็เดินขึ้นตึกเรียนไป
ต้นน้ำถอนหายใจ .. เกือบไปแล้วนะแก .. ทีนี้ ..คราวหน้าคราวหลัง .. ก็อย่าตื๊อออกนอกหน้าอย่างวันนี้ .. ค่อยๆ พูดค่อยๆจาน่าจะดีกว่า .. ยังไงน้องชลก็เป็ที่หนึ่งในใจต้นน้ำเสมอ ..พอบอกตนเองอย่างนั้นต้นนำก็ยิ้มออก และมีความสุขกับโลกความรักในฝันต่อไป
..
ชลวิทย์เอาแผนการสร้างละครไปเทียบกับคิวการทำงานของเขา ซึ่งก็มี่เวลาที่น่าจะทำงานด้วยกันได้มากพอควรมีบางส่วนที่ต้องปรับต้องแก้ เขาจึงไปที่ชมรมโรมิโอในเย็นวันต่อมา
ชลวิทย์ยังคงเห็นต้นน้ำยืนรอเขาอยู่ใต้ต้นไม้ขนาดที่ไม่สามารถบังแดดให้ต้นน้ำได้ แต่เขาก็ยังเลือกยืนอยู่ตรงนั้น ชลวิทย์จึงอ้อมไปขึ้นตึกอีกมุมหนึ่งแล้วไปที่ห้องชมรมโรมิโอ โดยที่ต้นน้ำไม่เห็น
ที่ชมรมโรมิโอ ชลวิทย์พบกับฝุ่นดินและปณาลีทั้งสองกำลังทำจดหมายขอสปอนเซอร์สนับสนุนละครเวทีอยู่
“หวัดดีครับพี่ฝุ่นพี่ลี” ชลวิทย์ทักทายอย่างสุภาพ
สองสาวนั่นรับไหว้เด็กหนุ่ม แล้วก็ถามเข้าประเด็นที่อยากรู้ทันทีนั่นคือเื่ ‘แผนการทำละคร’ ว่าลงตัวไหม? ต้องปรับอะไรหรือเปล่า?
ชลวิทย์จึงบอกไปว่า เกิน ๖๐เปอร์เซ็นต์เขาสะดวกมาก แต่มีส่วนที่ต้องปรับ มีบางวันที่ต้องฝึกการแสดงแต่ชลไม่ว่าง เขาก็ขอสลับมาวันที่เขาว่าง หากบางวันที่สลับไม่ได้จริงๆชลก็ต้องของดซ้อมบ้าง หรือบางวันที่เป็วันว่างของทั้งทีมงานและชลวิทย์ชลก็ขอให้มีการฝึกการแสดง หรือการซ้อมในวันนั้น หากคนอื่นไม่ว่างชลขอฝึกเดี่ยวก็ได้
“งั้น.. ชลไปหาครูโชกะพวกพี่เลยมั้ย?” ฝุ่นดินชวนพร้อมเหตุผล “ชลจะได้ฟังคำตอบเลยว่าวันที่เพิ่มน่ะ หรือวันที่ขอฝึกเดี่ยวน่ะ ครูโอเคหรือเปล่า”
“ดีครับ ไปกัน” ชลตอบและยิ้มให้สองสาวแล้วก็แอบมากระซิบกับปฐวี ที่อยู่ใกล้ๆ เขา “พี่วีไปคุยเป็เพื่อนพี่ต้นน้ำหน่อยสิ”
วีตาโต “ที่ไหนเหรอ?”
“หน้าตึกกิจกรรมครับ”
วียิ้มให้ชล “ขอบใจมาก”
“อย่าเพิ่งบอกพี่ต้นน้ำว่าผมมาแล้วนะ พี่วีจะได้คุยกะพี่ต้นน้ำนานนาน”
วีส่งสัญญาณมือโอเคให้ชล แล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องชมรมฯ ไป
ชลวิทย์ก็รีบเดินตามฝุ่นดินกับปณาลีที่เดินออกจากห้องชมรมฯ ไปแล้ว
..
การไปพูดคุยกับอาจารย์เตโชครั้งนี้ ชลวิทย์รู้สึกได้เลยว่าครูโชของเขาดูจะเอ็นดูเขามากกว่าทุกครั้ง โดยเฉพาะตอนที่ชลขอเพิ่มวันฝึกและขอฝึกเดี่ยวของชลวิทย์ อาจารย์เตโชยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจมาก จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็พูดคุยปรึกษาอารืออาจารย์เตโชต่ออีกพักนึง
..
ปฐวีไปยืนคุยเป็เพื่อนกับต้นน้ำด้วยเื่สัพเพเหระ เื่ฟ้าดิน เื่การเมืองอยู่พักใหญ่
“ขอบใจนะวีที่มาคุยเป็เพื่อนต้นน้ำ”
“วียินดีอยู่แล้ว ที่ได้ช่วยต้นน้ำ” พร้อมกับส่งสายตาที่ต้นน้ำเข้าใจความหมาย
แต่ต้นน้ำกลับแสดงออกด้วยการมองผ่านไป “สงสัยคงไม่มาแล้วมั้ง?”
“ใครเหรอ?” วีตัดสินใจถาม แม้เขาจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่การถาม แล้วบอกความจริงไปต้นน้ำคงไม่โกรธเขาหรอกมั้ง?
“น้องชลสุดหล่อไงล่ะ”
“อ้าว!! วีไม่รู้ว่าต้นน้ำรอน้องชล” วีทำท่าใได้ ‘เฟค’ มาก
แต่อารมณ์ตรงนั้น ต้นน้ำมัวแต่ใจึงไม่ได้ดูแอ๊คติ้งวีให้ดี “ทำไมเหรอ? วี”
“ก็น้องชลเค้ามาห้องชมรมฯ จนคุยกะฝุ่นกะลี จนไปหา’จารย์เตโชกันแล้ว”
ต้นน้ำถอนหายใจ “ยังงี้ตอนนี้ก็คงกลับแล้วสิ”
“เราลองไปดูอีกทีมั้ย?” วีทำใจดีสู้เสือ ชวนต้นน้ำ
“ม่ายอะ” ต้นน้ำบอกแล้วก็เดินเข้าใต้อาคารซึ่งเป็โรงอาหาร ที่ตอนนี้เหลือเปิดอยู่แค่สองสามร้าน
วีเดินตามต้นน้ำมาติดๆ “วีกินเป็เพื่อนต้นน้ำนะ ว่าแต่..ต้นน้ำอยากกินอะไรดีล่ะ”
“แหม.. วีพูดยังกะมันเปิดขายทุกร้านยังงั้น” ไม่วายที่ต้นน้ำจะจิกกัดปฐวี “เวลาแบบนี้เหลือแค่ก๋วยเตี๋ยวกับข้างแกงก้นหม้อสองเ้านั่นเท่านั้น”
“งั้นวีไปซื้อน้ำให้นะต้นน้ำจะได้เลือกดูว่าจะกินอะไรดี” วียังร่าเริงคุยกับต้นน้ำ
“ต้นน้ำกินข้าวแกงนั่นแหละ” ต้นน้ำบอกเพื่อน แล้วเดินไปที่เคาเตอร์เพื่อสั่งอาหาร
วีเดินไปซื้อน้ำดื่มมาให้
ต้นน้ำวางข้าวแกงของเขาลงที่โต๊ะพร้อมกับที่วีวางน้ำดื่มให้คนละแก้วที่โต๊ะพอดี “วีไปสั่งก๋วยเตี๋ยวก่อนนะ จะสั่งเกาเหลามากินด้วยกันดีไหม?”
ต้นน้ำพยักหน้ารับ
วียิ้มหน้าบาน รีบวิ่งไปจัดการทันที
“พวกเราก็.. ฝึกการแสดงกันมาพอสมควรแล้ว ที่ผ่านมามีใครมีปัญหาอะไร หรือคิดว่าตัวเองเข้าใจอะไรไม่ชัดบ้างไหม?” พูดไปอาจารย์เตโชก็กวาดสายตาไปสบตาทุกคนที่ฝึกการแสดง ซึ่งแต่ละคนก็ไม่มีคำถามอะไร
“น้องชลมีอะไรจะถามครูโชมั้ย?” ต้นน้ำถามชลวิทย์ด้วยความหวังดี
“ไม่มีครับ” ชลวิทย์หันไปตอบครูโช.. ในใจเขาอึดอัดกับสารพัดอย่างที่.. พี่ต้นน้ำพยายามดูแลเขาให้ดีที่สุด ..แต่ชลก็ไม่รู้จะทำอย่างไร .. ถึงเขาไม่ชอบเลย ..แต่เขาก็รู้ว่าต้นน้ำทำด้วยความหวังดี
"ต้นน้ำ ต่อไปไม่ต้องถามนำอะไรแบบนี้อีก" เสียงครูโชตำหนิ"นักแสดงต้องรู้ตน รู้ว่าตัวเองเข้าใจไหม? หรือมีคำถามหรือเปล่า? ไม่ต้องรอให้ใครมาสะกิดถามเขาใจไหม"
"ครับครู" ต้นน้ำสลดลง
“ถ้าไม่มีอะไร หรือไม่กล้าถามต่อหน้าเพื่อนก็มาถามส่วนตัวได้นะ แต่อย่าเก็บไว้ในใจให้เป็ตัวถ่วงตัวเองนะ” อาจารย์เตโช หรือครูโชเปิดช่องให้เด็กๆ คุยกับเขา
เด็กๆ ทุกคนรับคำ
“งั้นวันนี้พอแค่นี้นะ ผมกลับก่อน ถ้าพวกเธอไม่รีบกลับบ้านก็ฝึกทบทวนกันไปนะ”
แต่ละคนรับคำและไหว้ลาครูโช
อาจารย์เตโชเดินออกจากห้องฝึกการแสดงไป
..
“สนุกมั้ยน้องชล” ต้นน้ำถามขึ้นทันที
“ครับพี่” ชลตอบแบบขอไปที
“วันนี้สนุกมาเลยนะต้นน้ำ ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นตั้งเยอะ” วีตอบแทนชล อย่าลิงโลด
ต้นน้ำหันไปยิ้มให้วีเจื่อนๆแล้วจะหันมาคุยกับชลวิทย์
“เออ ต้นน้ำ แบบฝึกหัดกระจกเงาเนียะครูให้เราเรียนรู้อะไรนะ” วีถามขึ้น
“ก็.. การเลียนแบบ การทำให้เหมือน อะไรพวกนี้แหละ” ต้นน้ำตอบแบบขอไปที
“สมาธิด้วยนะครับพี่วี” ชลวิทย์บอกเพิ่มเติม
“จริงด้วยครับน้องชล” วีดีใจที่ชลบอกเขา เขาเองก็แอบชอบผลงานของชลวิทย์อยู่ไม่น้อย
“คราวต่อไปพี่วีมาฝึกใกล้ๆ ผมก็ได้นะครับจะได้ยินครูสอนชัดๆ” ชลถือก็โอกาสชวนวีซะเลย จะได้ใช้วีเป็ไม้กันหมา .. เอ๊ย!! .. กันต้นน้ำ
เพราะชลวิทย์รู้สึกว่า.. ปฐวีแอบชอบต้นน้ำอยู่ เพียงแต่เขาไม่กล้าพอที่จะแสดงความรู้สึกนั่นออกมา หรือพูดให้ใครเข้าใจ
“เออ.. เออ.. แต่..!!” ต้นน้ำก็ไม่รู้จะอ้างอะไร เพราะเขาอยากฝึกการแสดงกับชลวิทย์คนเดียวอย่างเมื่อครู่ ตอนฝึกแบบฝึกหัดกระจกเงา ต้นน้ำก็ฝึกคู่ชลวิทยคนเดียว
“ให้ผมเปลี่ยนคู่ฝึกบ้างเถอะพี่ พี่เองก็ควรเปลี่ยนคู่ฝึกบ้าง จะได้เรียนรู้ให้มากกว่าที่” ชลพูดกับต้นน้ำชัดๆ ตรงๆ
จนต้นน้ำหน้าเสียไป
วีเองก็รู้สึกถึงความตึงเครียด “เออ.. พี่ไปฝึกแบบเดิมก็ได้”
“ไม่ครับพี่วี” ชลเอาจริง “ผมควรได้เปลี่ยนคู่ฝึกบ้าง ถ้าฝึกจำเจอยู่กับคนเดียวผมก็ไม่ต้องมาบ่อยแบบนี้ก็ได้”
“ครับ ครับ” จนวีต้องยอมทั้งที่ตนเองก็หน้าเสีย ที่ไปขัดทางของต้นน้ำ
ฝุ่นดินเดินผ่านมาพอดี
“ฝุ่นนนนน” วีเรียกฝุ่นเขาหวังว่า ฝุ่นดินอาจจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น
ซึ่งก็จริง ฝุนดินมาคุยนั่นคุยนี่จนบรรยากาศดีขึ้นจริงๆ
ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน ต้นน้ำรู้สึกว่า.. ชลวิทย์แอบมองฝุ่นดินมากกว่าปกติ “ชลครับ เราไปกินข้าวกันไหมครับ?”
“ไม่ครับ” ชลวิทย์ตอบชัดเจน
จบตอน ๓