ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และ ชักชวน

     แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

               ตอนนี้ชิงเถาเทแร่กรีดร้องได้ครึ่งทางแล้วยิ่งใกล้จะเสร็จแทนที่นางจะเหน็ดเหนื่อยแต่กลับยิ่งเร่งมือทำให้รวดเร็วกว่าเดิมถ้าหากช้าไปกว่านี้ หูนางนี่แหล่ะจะไม่ไหวเอา

     

               ด้านนอกทุกคนในครอบครัวยิ่งเป็นห่วงนางกว่าเดิม เพราะเสียงที่ดังมาเป็นเวลานานอาจจะทำให้ชิงเถาเกิดอันตรายได้พวกเขาอยากจะเข้าไปดูนางใกล้ๆ กว่านี้ แต่ก็ต้องรั้งรออยู่ที่เดิม มีแต่ตัวพวกเขาที่พากันกระสับกระส่ายกังวลกันไป

     

               ตระกูลเยี่ยนฮูหยินรอคนไปสืบข่าวไม่นาน ก็กลับมาบอกความกับนาง

    “เป็นจวนในหมู่บ้านข้างๆขอรับ” บ่าวรับใช้รีบบอกนางออกไปทันที

    “นำทางข้าไปวันนี้ต้องได้เห็นดีกัน” ฮูหยินตระกูลเยี่ยนเร่งออกจากบ้านถึงจะรีบนางก็ยังไม่ลืมเรียกบ่าวนำเกี้ยวมาหามพานางไปยังที่เกิดเหตุ

     

               ผู้คนในหมู่บ้านได้ยินเสียงดังติดต่อกันนานขึ้นก็เริ่มออกมาสอดส่องดูแหล่งที่มาบ้างก็เดินตามหาต้นทางเสียง บ้างก็ออกมาพูดคุยกับเพื่อบ้านจนสรุปได้ว่าพวกเขาจะไปดูต้นตอของเสียงนี้ด้วยกัน

     

               ชิงเถาใกล้จะทำส่วนของนางเสร็จแล้ว  แต่หน้าบ้านของนางตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนหลายสิบคนที่เดินมาตามเสียงนี้

    “ต้องจวนหลังนี้แน่นอน”เสียงผู้หนึ่งในกลุ่มคนนี้เอ่ยออกมา

    “ข้าก็ว่าใช่ฟังเสียงดูสิดังกว่าที่อื่น ต้องมาจากที่นี่แน่ๆ”อีกเสียงก็เอ่ยสนับสนุนออกมา  และอีกหลายๆ คำพูดที่เริ่มวิจารณ์ออกมา 

    “เราต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาทำอะไรกันแน่”ผู้หนึ่งพูดนำออกมา คนอื่นๆ ก็คล้อยตามอย่างยิ่ง

    “ก๊อกๆๆๆ”เสียงเคาะประตูหน้าจวนดังขึ้นแข่งกันเสียงที่ชิงเถาทำจนมาถึงหูของครอบครัวเจ้าของจวนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

    “เสียงอะไรกัน”จิ้นสิงพูดออกมา พร้อมหันมาถามความเห็นของภรรยา

    “น่าจะมาจากด้านนอกน่ะเจ้าคะ”นางลี่จูบอกออกไป เพราะเสียงนี้มันไม่ใช่จากที่ลูกสาวนางกำลังทำแน่

    “ก๊อกๆๆๆ”เสียงยังดังแว่วออกมาอีก จนพวกเขาแน่ใจแล้ว จึงเดินออกมาดูนำโดยจิ้นสิงที่ไปเปิดประตูดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น

    “เปิดแล้วๆๆ”เสียงผู้คนร้องดังเข้ามาให้ได้ยิน

    “พวกท่านมีอะไรกันหรือไม่”จิ้นสิงถามออกมา เพราะตอนนี้ผู้คนหลายสิบมายืนรวมกลุ่มกันอยู่หน้าจวนเขา ที่หน้าตาพร้อมหาเรื่องพวกเขาอย่างเต็มที่

    “มีแน่อยู่แล้วก็เสียงดังๆ ที่มาจากบ้านเจ้าอย่างไร” ชายผู้หนึ่งร้องตะโกนตอบเขาตะโกนทั้งด้วยความโกรธทั้งกลัวว่าชายเจ้าของจวนนี่จะไม่ได้ยินเขา

    “เสียงนี้”จิ้นสิงหยุดคิดไปชั่วขณะ จนอดรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้นี่เสียงนี้มันดังออกไปไกลแค่ไหนกัน ผู้คนถึงได้มากันขนาดนี้

    “ใช่เสียงนี้แหล่ะพวกข้าจะมาดูให้แน่ชัด ว่าพวกเจ้าทำอะไรกันแน่” ชายผู้นั้นตอบออกมาอีก

    “ใช่ๆๆๆๆ” แล้วก็ตามด้วยเสียงคนอื่นๆที่กล่าวอย่างเห็นด้วย

    “แต่ว่าคงไม่ได้หรอก ข้าให้พวกท่านเข้ามาไม่ได้หรอก” จิ้นสิงตอบกลับไปแม้กระทั่งพวกเขาชิงเถายังไม่ใช้เห็นการสร้างเลยถ้าคนพวกนี้เข้าไปจะไม่เป็นอะไรหรือ

    “อย่างนี้มันต้องมีเรื่องไม่ดีแน่พวกเราเข้าไปดูกัน” เสียงชายที่ดูว่าจะกลายเป็นผู้นำไปเสียแล้วร้องบอกทุกคนอีกครั้งก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างในจวน ครอบครัวเจี้ยนเฉิงไหนเลยจะต้านพวกเขาได้ดูสิส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้นและยังเป็นชายอีกกว่าครึ่งทั้งยังเป็นพวกที่ยังมีน้ำโหอยู่แล้วครอบครัวเขาไม่สามารถหยุดพวกเขาได้

     

    “หลังนี้ขอรับฮูหยิน”บ่าวชายเอ่ยบอกเจ้านายที่นั่งอยู่ในเกี้ยวออกไปเมื่อเกี้ยวหยุดตรงหน้าจวนหลังหนึ่ง เมื่อนางได้ยินก็ออกมาจากเกี้ยวทันที

    “ที่นี่หน่ะรึฮึ เข้าไปข้างในกัน” นางมองไปยังรอบๆ ที่เจอเพียงกำแพงจึงเอ่ยออกไปพร้อมเดินนำบ่าวเข้าไปด้านใน

     

               ด้านในจวนตระกูลเจี้นเฉิงเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเดินวนหาที่มาของเสียงจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง ซี่งก็ใช่แล้วมันคือแหล่งที่มาของเสียงนั้นจริงๆ พวกเขากำลังจะบุกเข้าไปแต่พวกจิ้นสิงรีบเข้ามาขวางไว้ก่อน

    “เข้าไปไม่ได้นะ”เสียงทุกคนในครอบครัวร้องบอกออกไป พร้อมแขนที่กางออกขวางทางเข้าไว้ช่วยกันอย่างเต็มแรง

    “วันนี้พวกข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเจ้าทำอะไรกัน”  “ใช่” “ต้องรู้และหยุดมันซะ” อีกหลายเสียงหลายคำพูดที่ร้องออกมา  พวกอยากเข้าก็จะเดินดันเข้ามาคนต้านก็พยายามจะดันกลับไป เป็นอย่างนี้ไม่นาน เสียงด้านในก็เงียบไปจนได้ยินเสียงหายใจโล่งอกจากคนในครอบครัวดังขึ้นพร้อมๆ กัน

    “เฮือกกก”เสร็จแล้วสินะ นี่คือสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวคิด ไม่ต่างกับคนอื่นๆที่สบายหูไปมากเมื่อเสียงเงียบไป

    “เสียงเงียบแล้ว”  เสียงหายไปแล้ว”  “พวกเขาต้องหยุดเพราะกลัวพวกเราแน่”  “ถึงจะหยุดไปแล้วแต่พวกเราก็ไม่ยอมหรอก”ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังร้องตะโกนเรียกร้องออกมาอยู่ดี โดยมีฮูหยินตระกูลเยี่ยนยืนมองอยู่หลังสุดห่างจากพวกเขาไปเล็กน้อยนี่สินะ พวกที่เดือดร้อนถึงนางยังไม่ได้ทำอะไรก็มีอีกหลายคนที่ต้องการเอาเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

     

               ส่วนด้านในชิงเถาไม่ได้ยินหรอกว่าข้างนอกมีเสียงอะไรร้องดังสู้กับเสียงนางเทแร่กรีดร้องอยู่จนเมื่อนางทำหน้าที่ของนางเสร็จไป เชี่ยนเชี่ยนก็เริ่มทำหน้าที่ของนางต่อทันทีผ่านไปไม่นานเสียงของแร่กรีดร้องก็หายไปจากการที่เชี่ยนเชี่ยนร่ายเวทผนึกแร่เข้ากับตู้หลายร้อยใบเสร็จแล้วแต่กลับยังมีเสียงร้องดังอยู่

    “เสียงอะไร”ชิงเถาบ่นออกมา งานนางก็เสร็จแล้ว แต่ยังมีเสียงอะไรมารบกวนหูนางอยู่

    ‘ไปดูข้างนอกสิ’เชี่ยนเชี่ยนบอกออกมา ก่อนจะหนีนางไปพักผ่อนก่อนแล้ว

    “ข้างนอกรึ”ชิงเถาได้ยินคำตอบจึงเปิดประตูห้องออกมาดู เพียงเงยหน้าขึ้นก็เจอกับผู้คนยืนรวมกลุ่มกันเต็มหน้าทางเข้าห้องนี้

    “นี่ๆนี่มันอะไรกัน” ชิงเถาเอ่ยออกมาเบาๆ อย่างตกใจ

    “เอ่อออเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” ชิงเถาถามครอบครัวที่ยืนหันหลังให้นางอยู่ใกล้ๆ ชิงเถาเอ่ยถามทุกคนออกมาอย่างงงงวยนางมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างหรอหร่า

    “ก็พวกเขา”จิ้นสิงยังไม่ทันตอบลูกจบก็มีผู้อื่นร้องตอบขึ้นมาแทนเสียแล้ว

    “ก็เสียงที่พวกเจ้าก่อขึ้นอย่างไรมันดังรบกวนพวกเรา รู้บ้างไหม” ชายที่ฟังพวกเขาคุยถามกันจึงตะโกนบอกขึ้นมาแทน

    “เสียงที่ข้าทำเมื่อครู่มันรบกวนพวกท่านขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ” ชิงเถาถามออกมา นางคิดว่าอาจจะดังไกลออกไปเพียงจวนหลังใกล้ๆติดกัน ไม่คิดว่าจะได้ยินกันทั้งหมู่บ้านขนาดนี้

    “ใช่น่ะสิพูดแบบนี้ เหมือนไม่รู้ ถึงจะไม่รู้ก็มีความผิดอยู่ดี” คนร้องตอบกลับชิงเถาออกมา

    “ข้าต้องขอโทษทุกคนด้วยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเมื่อรู้ความผิดของตนเองก็ยกมือประสานกันก้มหัวลงให้ทุกคนอย่างนอบน้อม

    “คิดว่าทำแค่นี้พวกเราจะยกโทษให้อย่างนั้นรึ”เสียงร้องคาดโทษพวกนางออกมา

    “ใช่แล้วสิ่งที่พวกเจ้าทำ เป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้เราเข้าไปดูให้เห็นกับตากันเถอะ” เสียงร้องเรียกกำลังพวกพ้องออกมาอีก

    “เอ่อ คือว่า”พวกนางยังไม่ทันตอบ พวกเขาก็ดันพวกนางจะเข้าไปแล้ว แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัด

    “พวกเจ้ามาเอาผิดเขาแต่จะทำผิดโดยการบุกรุกผู้อื่นมิได้นะ” เสียงสตรีสูงวัยเอ่ยออกมาเสียงนั้นช่างดูสูงส่งกว่าพวกเขานัก ทุกคนจึงหยุดที่จะทำการเมื่อครู่ลง

    “ขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราเจ้าคะ”นางลี่จูที่เห็นเสียงดังเอ่ยช่วยพวกนาง จึงขอบคุณกลับไป

    “ข้าไม่ได้มาช่วยข้าก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่จะมาจัดการพวกเจ้าเช่นกันแต่วิธีของข้านั้นต้องไม่ป่าเถื่อนอย่างนี้แน่” นางเอ่ยออกมายังไม่ขาดคำดี ก็มีเจ้าหน้าที่เดินเข้าหยุดคำนับให้นางก่อนจะเดินเข้ามาถึงพวกชิงเถา

    “ข้าได้รับแจ้งว่ามีเสียงดังรบกวนชาวบ้านจึงได้มาดู”เจ้าหน้าที่เอ่ยออกมากับพวกนาง ตอนนี้หน้าพวกนางซีดไปกว่าครึ่งแล้วไม่คิดว่าชาตินี้จะก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่มาจับตัวพวกนางได้

    “แล้วพวกข้าจะโดนโทษอย่างไรบ้างขอรับ” จิ้นสิงรีบถามออกไปทันทีถ้ามีโทษหนักเขาจะต้องรีบรับไว้คนเดียวแน่

    “เหตุจากเสียงทำให้ผู้คนเกิดความรำคาญจะเจรจากับเจ้าทุกข์ถ้าเจ้าทุกข์ไม่ยอมความแล้วต้องจ่ายค่าชดเชย” เจ้าหน้าที่บอกออกมานี่ไม่ใช่คดีใหญ่อะไร แต่ผู้แจ้งเหตุกลับใหญ่โตเขาจะต้องทำงานให้ดีที่สุด

    “ถ้าอย่างนั้นเราจะต้องจ่ายค่าชดเชยเท่าไหร่หรือขอรับ” จิ้นสิงยังถามออกมาอีกคงมิใช่ต้องขายทั้งบ้านหรือจึงจะพอค่าจ่ายเงินชดเชน

    “จะต้องตกลงกันก่อนยังไงล่ะ”เจ้าหน้าที่ตอบออกมาอีก นี่ชายผู้นี้เขายังไม่เข้าใจที่เขาพูดหรือยังไง ถึงได้ถามวกไปวนมาอยู่ได้

    “ถ้าเช่นนั้นเรามาพูดคุยกับทุกคนถึงค่าชดเชยกันเถอะเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยออกมา  หลังจากนั้นพวกนางก็เชิญพวกเขาไปนั่งยังลานหน้าเรือนโดยรีบน้ำโต๊ะตั่งที่ซื้อมาใช้ตอนวันเกิดสองแฝดออกมารับแขกกันจนหมดพวกเขาพวกเจราจากันอยู่นาน เมื่อคนกลุ่มนี้สงสัยว่านางทำอะไรในห้องนั้นให้เกิดเสียงดังก็ได้คำตอบคือสร้างตู้เก็บสมบัติ พวกเขาจึงคลายความโกรธลงบ้างเพราะสิ่งนี้พวกเขาบางคนก็ได้ใช้งานมันแล้ว ผ่านไปเกือบสองชั่วยามสุดท้ายจิ้นสิงก็ตกลงจ่ายชดเชยเป็นตู้โลหะเก็บสมบัติที่มีให้คนที่มาครอบครัวละหนึ่งหลังใหญ่ส่วนฮูหยินผู้นั้นจะต้องพิเศษกว่าผู้อื่นเพราะดูเหมือนขนาดเจ้าหน้าที่ยังต้องประจบประแจงนางพวกเขาจึงมอบตู้โลหะให้นางครบทั้งสามขนาดไป โดยผู้อื่นที่รู้ก็มิได้โวยวายอะไรเพราะถ้าไม่มีนาง พวกเขาอาจจะไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้านด้วยซ้ำไป

    “เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ/ขอรับ” ตอนนี้คนที่บุกมาเอาเรื่องบ้านพวกนางก็เริ่มทยอยกันกลับแล้วโดยมีพวกนางออกมายืนส่งอย่างพร้อมเพรียงหน้าชื่นตาบานแต่ในใจนั้นน้ำตาไหลท่วมปอดหมดแล้ว

     

     

     

     

    ชักชวน

              หลังจากที่ส่งผู้เสียหายของพวกนางกลับไปหมดแล้วทั้งครอบครัวก็ต้องมาล้อมวงปรึกษาหาลือกันอย่างเร่งรีบ

    “เราเสียตู้ไปยี่สิบกว่าหลังเลยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยเปิดออกมาอย่างรู้สึกผิดเพราะนางเองที่ไม่รอบคอบทำให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น

    “นั่งสิแล้วแบบนี้จะเป็นปัญหากับเราไหมเจ้าคะ” ลี่ถิงถามออกมาอย่างเคร่งเครียด

    “ก็คงมีเสียรายได้ไปพันกว่าตำลึงนี่แหล่ะลูกดีที่ยังเหลือตู้อีกมาก ของที่ต้องส่งให้พ่อค้าไปขายต่างเมืองก็ไม่ได้เสียหายอันใดแต่ปัญหาคือต่อไปเราคงสร้างตู้ได้ยากขึ้นแล้ว” จิ้นสิงตอบลูกๆ ออกมาเสียงเครียด

    “ตอนนี้เราก็งดการสร้างตู้เก็บสมบัติแบบเพิ่มแร่กรีดร้องไปก่อนเจ้าค่ะข้าจะลองหาวิธีในการเก็บเสียงอีกที ดูว่าเราพอทำอย่างไรได้บ้าง” ชิงเถาบอกออกไป

    “ดี ตอนนี้เราจะทำอย่างไรก็ระวังให้มากๆหน่อย เกิดทำอะไรผิดพลาดอีก เราคงลำบาก” จิ้นสิงบอกทุกคนออกมา

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนเข้าใจดี  หลังจากที่เรื่องนี้หาแนวทางที่พอจะดำเนินการต่อไปก่อนได้แล้วพวกเขาก็เข้าเรื่องต่อไป

    “แล้วเรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”ชิงเถาถามทุกคนออกมา นางรู้แล้วว่าจิ้นสิงตกลงซื้อร้านได้สำเร็จแล้วแต่รายละเอียดอื่นๆ ยังไม่รู้

    “พ่อไปตรวจดูแล้วโครงสร้างของร้านยังอยู่ดีไม่ต้องซ่อมแซมอะไรจึงเพียงสั่งชั้นและโต๊ะไปเท่านั้น ตอนนี้เราก็ขายที่เดิมไปก่อนก็แล้วกัน”

    “เจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบออกไปตอนนี้นางไม่ได้ไปช่วยที่ร้านมากนัก เพราะมัวยุ่งกับการฝึก แล้วตอนนี้นางก็กำลังสะสมปราณให้เพิ่มเป็นระดับหนึ่งขั้นกลางอยู่(ถ้าเริ่มฝึกปราณก็ถือว่าอยู่ขั้นต้นแล้ว) ซึ่งนางคิดๆดูแล้วนางก็อยากให้ทุกคนในครอบครัวได้ฝึกกันด้วย แต่จะทำได้ยังไงหล่ะเพราะพวกเขายังมีงานอื่นๆ ให้ทำอีกเยอะ

    “ทุกคนเจ้าคะ ตอนนี้ข้ากำลังเริ่มฝึกปราณแล้วนะเจ้าคะ”หลังเห็นทุกคนเงียบๆ ไป ชิงเถาเลยเอ่ยหัวข้อใหม่ที่เป็นเรื่องของตนเองออกมานี่มันก้าวแรกที่ต้องภูมิใจเลยนะ นางจะต้องให้ทุกคนร่วมยืนดีด้วยสิ

    “หืม ฝึกปราณรึ ตั้งแต่เมื่อไหร่”จิ้นสิงได้ยินบุตรสาวบอกออกมา ก็รีบเอ่ยถามอย่างสงสัยทันที พวกเขาก็อยู่ด้วยกันตลอดแล้วชิงเถาไปแอบฝึกตอนไหน

    “เมื่อเร็วๆ นี้แหล่ะเจ้าค่ะช่วงไม่กี่วันมานี้ข้าเลยไม่ได้ไปช่วยพวกท่าน เพราะมัวแต่ฝึกอยู่”ชิงเถาบอกออกไปอย่างเกรงใจที่ปล่อยให้คนอื่นทำงาน โดยที่มีนางกินแรงพวกเขาอยู่

    “ฝึกปราณข้าก็อยากฝึกเหมือนกันขอรับ”  “ข้าด้วย พี่รองสอนพวกข้าด้วยนะ”สองแฝดร้องออกมา เรื่องฝึกปราณนั้นใครๆ ก็อยากฝึกอยู่แล้วแต่อยู่ที่ว่าจะมีโอกาสได้ฝึกหรือไม่

    “แต่ตอนนี้พี่พึ่งจะเริ่มฝึก เกรงว่าจะสอนพวกเจ้ายังไม่ได้นะสิ”ชิงเถาบอกน้องๆ ออกไป จริงๆ นางก็อยากให้ทุกคนในครอบครัวได้ฝึกกันต้องบอกก่อนว่าถ้าผู้ฝึกมีปราณที่มีขั้นห้าก็มีอายุขับเพิ่มไปห้าปี และทุกๆขั้นก็เพิ่มไปอีกห้าปี ถ้านางฝึกแล้วมีอายุขัยเพิ่มคนเดียวคงไม่ดีนางอยากให้ทุกคนมีอายุยืนยาวไปร่วมกับนางด้วย

    “แต่พวกข้า”สองแฝดเริ่มจะงอแงที่พี่สาวไม่ยอมสอน

    “เจ้าก็ได้ยินว่าพี่เจ้าบอกว่าพึ่งจะเริ่มฝึกจะไปสอนพวกเจ้าได้อย่างไรกัน อย่าไปกวนพี่สาวเจ้าเลย”นางลี่จูเอ่ยเตือนบุตรชายออกมา

    “แสดงว่าต่อไปน้องรองก็ต้องฝึกปราณทุกวันน่ะสิ”ลี่ถิงเอ่ยออกมา นางมีความน้อยใจนิดๆ ที่น้องๆได้ทำสิ่งที่ชอบโดยที่พ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไร แล้วน้องของนางก็เก่งกว่านางด้วยซึ่งนางเป็นพี่กลับไม่ได้เรื่องแต่ความรู้สึกนี้ที่มาเพียงครู่แล้วหายไป นางจะคิดแบบนี้กับน้องไม่ได้เพราะยิ่งมีอาการน้อยใจขึ้นตัวนางเองยิ่งโกรธตัวเอง ที่รู้สึกแบบนี้ออกมา

    “ข้าก็กังวลอยู่เจ้าค่ะอีกอย่างข้าอยากจะชวนทุกคนมาฝึกปราณด้วยกัน เราจะได้อยู่ด้วยกันนานๆ ไงเจ้าคะ”ชิงเถาบอกความคิดของตนออกมา

    “แม่ไม่มีความสามารถจะฝึกหรอกใช่ว่าการฝึกปราณจะเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ง่ายๆ”นางลี่จูเอ่ยขัดความคิดบุตรสาวออกมา

    “ลองหาหนังสือมาศึกษาดูก็ไม่เสียหายนะ”จิ้นสิงดูเหมือนจะสนใจในความคิดของบุตรสาวเสียแล้ว

    “ข้ามีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งเจ้าค่ะแต่อธิบายได้ไม่ละเอียดเลย ข้าต้องตีความเสียนาน” ชิงเถาออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจกับหนังสือของนาง

    “พ่อว่าที่ร้านหนังสือใหญ่ๆน่าจะมีหนังสือดีๆ อยู่ เดี๋ยวจะลองไปหาซื้อมาดู” จิ้นสิงบอกทุกคนออกมา จนตอนนี้ทุกคนก็เริ่มจะสนใจตามเขาแล้วส่วนชิงเถาสะอึกไปแล้วกับคำพูดบิดาที่เอ่ยว่าหนังสือดี ๆ

    “ข้าจะรอขอรับ”  “ข้าก็จะรอฝึกกับทุกคน”  สองแฝดเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

    “ถ้าเราเริ่มฝึกปราณจริงๆแล้วเรื่องร้านล่ะเจ้าคะท่านพี่” นางลี่จูถามสามีออกมา นางตามใจพวกเขาอยู่แล้วแต่ยังห่วงร้านอยู่

    “นั่นสินะ เราไม่ได้มีผู้ช่วยหรือคนงานด้วย”จิ้นสิงเอ่ยออกมาอย่างใช้ความคิดกับเรื่องร้าน ถ้ามีร้านก็ต้องมีคนดูแลและอาจจะต้องนอนเฝ้าที่ร้านด้วยซ้ำ

    “คนงานๆ หรือเราจะต้องมีบ่าวเจ้าคะ”ชิงเถาออกถามออกมาเมื่อนึกออกว่าคนงานที่ต้องการนั้นมีจำนวนหลายคนและจะมาในรูปแบบใดได้บ้างก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น และหนึ่งในนั้นที่เกือบทุกบ้านมีกันก็คือบ่าว

    “บ่าว” หลายเสียงตอบรับเสียงลากยาวและน้ำเสียงเบาหวิวดังจะปลิวไปตามลมคำพูดนางเมื่อครู่ช่างฟังแล้วดูเศร้าสร้อยพิกล ชิงเถามองหน้าทุกคนก็มืดครึ้มเหมือนโลกนี้พบแต่เรื่องร้ายๆ 

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน