ในระหว่างที่หว่านชิงเยว่กำลังเปิดมินิคอนเสิร์ตของตัวเองอยู่นั้น ไม่ได้รับรู้เลยว่าทั้งสามตัวละครหลักได้มาอยู่ที่อำเภอลั่วหยางโดยที่ไม่ได้นัดหมาย หยางิหลงและลู่จิ้นฝานปลอมตัวมาสืบข่าวของไส้ศึกที่เป็คนของแม่ทัพหวังเมื่อหลายวันก่อน
พระองค์ไม่ได้อยู่ในงานชมดอกเหมยของฮองเฮาที่จัดขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์อะไรพระองค์ทรงรู้ดีที่สุด แต่พระชายาที่พระองค์อยากจะได้จะต้องไม่มีดีเพียงแค่ร่ายรำเป็เท่านั้น นางจะต้องเป็คู่คิดได้ด้วย โฉมงามที่เห็นทั่วไป ที่พระองค์เคยรู้จัก ทำเป็แค่พยักหน้ากับเอียงอาย ไม่ก็เสแสร้งไร้เดียงสา
พระองค์พอจะเห็นมารยาของเหล่าสนมของเสด็จพ่อมาบ้างเพื่อ่ชิงความโปรดปรานอะไรที่ทำได้ล้วนทำหมด
หากต้องเจอแบบนี้ทั้งชีวิต สู้ไม่มีจะดีกว่าความตั้งใจแรกคิดแบบนั้นแต่พอหยางิหลงได้พบนางที่กำลังร้องเพลงอย่างมีความสุข มีเสียงร้องที่ไพเราะ กิริยาท่าทางเป็ธรรมชาติความรู้สึกที่ใจเต้นแรงไม่หยุด ก็ทำให้แปลกใจนัก
เขาเห็นนางเด่นชัดั้แ่ลงจากรถม้า มองตามจนกระทั่งเห็นว่านางหยุดคุยกับเด็กสองคนนั้น ภาพที่นางร้องเพลงสนุกสนานดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เสียงหวานที่ทำให้เขาถึงกับมองนางตาไม่กระพริบ แทบลืมที่ตัวเองเคยค่อนขอดไม่อยากได้หญิงที่เอาดีแต่ร้องรำ แต่ไม่รู้ทำไมหากเป็นางมาร้องรำให้เขาฟังคนเดียว เขาคงจะมีความสุขมาก
หยางิหลงยิ้มตามท่าทางของนางอย่างลืมตัวทำเอาสหายรักอย่างลู่จิ้นฝานถึงกับแปลกใจว่าเหตุใดหยางิหลงบุรุษที่ได้ชื่อว่ารูปงามที่สุดถึงสนใจหญิงชาวบ้านที่มาแสดงข้างทาง
จริงอยู่บทเพลงกับเสียงร้องของนางไพเราะแต่ก็ไม่ถึงขนาดต้องมองตาค้างขนาดนี้นี่นา รูปโฉมก็มองไม่เห็นชัดแจ้ง เห็นแค่ดวงตาเพียงเท่านั้นสาวงามที่เมืองหลวงมีมากมายก็ไม่เคยเหมือนสหายคนนี้มีอาการแบบนี้สักครั้ง มีแต่ทำสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่ก็ดูเ็าให้รู้ว่าเขากำลังไม่พึงใจ
ถึงขนาดหลบหลีกงานดูตัวมาถึงอำเภอลั่วหยางนี่ ไม่รู้ว่าป่านนี้คนที่ทราบว่าองค์รัชทายาทไม่อยู่จะว่าอย่างไร โดยเฉพาะลู่เจียวจิงนางตั้งใจมากในวันประกวดยอดบุบผางาม ครั้นคิดถึงน้องสาวบุญธรรมแววตาของลู่จิ้นฝานก็หม่นแสงลง เขารับรู้ได้ว่านางชื่นชอบองค์รัชทายาทหยางิหลงไม่ได้ชอบเขาเลย นางมอบให้เขาได้เพียงฐานะพี่ชายเท่านั้น
หยางิหลงส่งสัญญาณให้องครักษ์เงามาปรากฏตัว
“ไปสืบเื่นางมาให้ละเอียด”
“ทำไมต้องให้คนไปสืบเื่ของหญิงชาวบ้านด้วย ไม่ใช่ว่าเ้าสนใจนางกระมัง”
“หากว่าข้าสนใจนางเล่า” ดวงตาคมฉายแววขุ่นเคืองสีหน้าเฉยชาขึ้น
“นางไม่คู่ควร่ หากแค่เล่นชั่วครั้งชั่วคราวข้าจะไม่ว่า แต่ถ้าหากคิดจริงจังคงมีหลายคนไม่ยินยอมเป็แน่”
“หากข้าพอใจ ใครก็ห้ามข้าไม่ได้” หยางิหลงเสียงเข้มขึ้น บรรยากาศสบายๆ เมื่อครู่เปลี่ยนเป็เยือกเย็นลงทันที ลู่จิ้นฝานไม่พูดอะไรอีกด้วยรู้ว่าองค์รัชทายาททรงเป็คนที่หากตั้งใจจะทำอะไรไม่เคยถอยกลางทางั้แ่ได้รู้จักกันมานี่เป็ครั้งแรกที่องค์รัชทายาทหยางิหลงให้ความสนใจสตรีจึงได้แต่ภาวนาในใจให้สตรีนางนั้นมีคนรักหรือไม่ก็อัปลักษณ์มาก จนองค์รัชทายาทถอดใจไปเอง
อีกด้านนึงของโรงเตี๊ยมชายในชุดขาวที่ใส่หน้ากากสีเดียวกันกำลังนั่งนิ่งอยู่ในมุมเงียบๆ กระตุกยิ้มหยันมุมปากั้แ่ครั้งแรกเขาได้ยินที่คนทั้งคู่สนทนากันเกี่ยวกับนาง ด้วยพลังยุทธ์ที่เขามีอยู่ใกล้แค่นี้ เขาก็สามารถได้ยินอย่างชัดเจนแววตาหงส์หรี่ลง ก่อนจะมีประกายกร้าวขึ้นมุมปากโค้งขึ้นเยาะหยัน นิ้วมือเรียวยาวกำถ้วยชาในมือแน่นขึ้น กล้าดีอย่างไรมาส่งคนไปตรวจสอบนาง เขาคงต้องสั่งสอนสักหน่อยกระมัง ให้รู้ว่าหากมายุ่งกับคนของเขาจะต้องเจอกับอะไร
ซูจิ้นเหิง หันไปมองร่างบางที่ร้องเพลงอยู่ด้านล่างริมถนน สายตาที่มองร่างบางอ่อนเชื่อมลง ตัวนางเหมือนลูกแมวน้อยสมกับเพลงที่นางร้อง ลูกแมวน้อยของเขาช่างไม่ระมัดระวังตัวเองเลยว่าจะมีคนไม่หวังดีอยู่ใกล้ตัวนาง
เขาตามนางมาั้แ่มารดานางชวนมาตลาดแล้วกำลังหาทางทำความรู้จักกับนางอยู่แต่ยังไม่มีโอกาสจึงมานั่งรอนางที่เหลาอาหารใต้โรงเตี๊ยมเพราะคิดว่านางคงขึ้นมากินอาหารที่นี่
หากแต่ลูกแมวน้อยของเขากลับไปดีดผีผาร้องเพลงอยู่ด้านล่าง ซูจิ้นเหิงนึกไม่พอใจลูกแมวน้อยไม่รู้หรืออย่างไรว่าตัวนางงดงามและดึงดูดผู้คนแค่ไหนถึงแม้จะใส่ชุดธรรมดาหรือมีผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้ ซึ่งเขาก็คิดไม่ผิด มีคนคิดไม่ดีกับนางจริงๆ แต่อย่าหวังว่าจะสำเร็จถ้าหากมีซูจิ้นเหิงคนนี้อยู่
“คุณหนูเ้าคะเรากลับกันเถอะเ้าคะ นี่ก็สายมากแล้ว”
“จริงสิต้องไปซื้อของฝากให้ตัวเล็กด้วย พี่สาวกลับก่อนนะทั้งสองคน เป็อย่างไรบ้างมีพอที่จะซื้อยาให้มารดาเ้าไหม?”
“มีเกินพอเ้าคะ ขอบคุณพี่สาวที่ช่วยเหลือนะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรพี่ช่วยนิดหน่อยเองพวกเ้าเต้นสนุกมากต่างหากพี่ไปก่อนนะหากวันหลังถ้าพี่มาได้จะมาหาพวกเ้าอีก”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ/ขอบคุณมากขอรับ”
หว่านชิงเยว่ไปเลือกซื้อของฝากให้พี่สะใภ้กับเ้าเล็กก่อนเมื่อได้ของที่ถูกใจแล้วทั้งหมดจึงขึ้นรถม้ากลับจวนโดยที่ไม่ได้รู้ว่ามีเงาร่างสีดำหลายสายได้ติดตามพวกนางไปจนกระทั่งถึงจวน