ในที่สุด รถเข็นซิ่งฝ่านรกก็มาถึงสวนมะพร้าวโดยสวัสดิภาพ แต่สภาพของผู้โดยสารนั้นหัวกระเซิงไม่ไหว เสี่ยวหลินนั่งหน้าบูดบึ้งอยู่บนรถเข็นจนเทียนเฉินต้องมาขอโทษอย่างเร่งด่วน
"อาขอโทษจริงๆ เอาอย่างนี้ วันนี้อาจะเป็นทาสให้เสี่ยวหลินหนึ่งวัน ดีหรือไม่"
"อย่างนั้นท่านอาก็ไปเก็บมะพร้าวน้ำหอมมาเยอะๆ เลยเจ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะเอาไปฝากทุกคนที่ชายหาด" ใบหน้ากลมเชิดขึ้นอย่างถือดี มือป้อมชี้ไปยังต้นมะพร้าวน้ำหอมที่อยู่ใกล้ๆ
"ขอรับๆ คุณหนูน้อย บ่าวจะไปเก็บให้เดี๋ยวนี้ขอรับ"
เทียนเฉินรีบไปทำตามคำสั่งของหลานสาว เพราะกลัวเจ้าตัวกลมจะไม่ทำอาหารอร่อยๆ ให้เขากินอีก ด้วยวันนี้เขาหยิบมีดมาด้วยจึงตัดมาพร้าวได้ง่ายหน่อย
เสี่ยวหลินลงมาจากรถเข็นเพื่อให้ท่านอาของนางขนมะพร้าวราวยี่สิบลูกใส่ลงไปในรถเข็น ก่อนที่เขาจะมาอุ้มนางวางลงบนลูกมะพร้าวอีกที
"คราวนี้ไม่ต้องรีบแล้วนะเจ้าคะ"
"ขอรับคุณหนู"
"ฮึ"
สองอาหลานค่อยๆ เดินเลียบชายหาดไปยังกระท่อมหลังน้อยสองหลังที่สร้างอยู่ข้างกัน ยามนี้กำลังมีคนกลุ่มหนึ่งทำงานอยู่อย่างขยันขันแข็ง
พวกของอู่จงออกเรือกลางดึก ขนหมึกมาเก็บเอาไว้บนฝั่งตั้งแต่เช้ามืด หลังจากนั้นพวกเขาก็นอนพักเอาแรงก่อนจะลุกมาชำแหละหมึกช่วงสายเพราะแดดกำลังดี
"ไปไหนกันมาล่ะสองอาหลาน" ฮุ่ยสงเอ่ยทักเมื่อเห็นรถเข็นคันน้อยมาจอดอยู่หน้ากระท่อม เขาเดินไปอุ้มเด็กตัวอ้วนลงจากรถเข็น
"ไปเก็บมะพร้าวขอรับท่านลุง"
"ดีเลย อย่างนั้นก็เอามาเฉาะกินเลยดีกว่าจะได้สดชื่น"
เสี่ยวหลินรับมะพร้าวที่เฉาะแล้วมาดื่มอย่างเอร็ดอร่อย เด็กน้อยโยกตัวซ้ายขวาอย่างอารมณ์ดี พลันก็มีร่างสีน้ำตาลดำมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
"เสี่ยวจง! ว้าว เสี่ยวจงก็ใส่ชุดกันหนาวหรือ" เสี่ยวหลินมองดูเสี่ยวจงที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ มันเข้ามาออดอ้อนใช้หัวถูไถตัวเสี่ยวหลินย่างคิดถึง นางก็กอดมันกลับไปเช่นกัน
"เอ๊ะ เสี่ยวจงเขาเริ่มงอกแล้วนี่นา น่ารักจังเลย" นางลูบเขาเล็กๆ ของมัน ซึ่งดูเหมือนมันจะชอบจึงนอนลงตรงหน้าแล้วเอียงหัวมาให้
เสี่ยวหลินก็ลูบเขาเล็กๆ ให้มัน สลับกับลูบเกาที่คาง เจ้าวัวอ้วนสบายจนหลับไปเลยทีเดียว ร่างกลมลุกขึ้นเดินไปยังโขดหินของหอยแมลงภู่ เป็นครอบครัวหลิงที่กำลังแกะหอยอย่างขมักเขม้น
"พี่ชายไห่ อาหาน ไม่เจอกันนานเลยนะเจ้าคะ"
"อ้าวเสี่ยวหลิน ออกมาทำไม ไม่หนาวรึ" หลิงไห่เอ่ยถามเด็กตัวกลม แต่พอเขาหันมามองก็เห็นว่าเด็กน้อยถูกจับห่อตัวจนกลมดิ๊ก เห็นเพียงแค่ใบหน้ากับแก้มกลมๆ สีชมพูเท่านั้น
"ก็ไม่หนาวเท่าไหร่เจ้าค่ะ" นางหันไปมองหลิงหานที่นั่งแกะหอยเงียบๆ เจอทีไรเด็กคนนี้ก็ไม่เปิดปากพูดทุกที
พูดคุยอีกเล็กน้อยเสี่ยวหลินก็ขอตัวกลับไป โดยมีหลิงหานหันมองตามหลังไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมานั่งแกะหอยเหมือนเดิม
เสี่ยวหลินมาหยุดยืนดูบิดาและท่านอาทั้งสองที่กำลังนั่งแกะหอยนางรมให้นาง หอยนางรมตัวสดอวบอ้วนหน้าตาดูดีทีเดียว
"หอยนางรมกินสดๆ ได้นะเจ้าคะ"
"หมายถึงกินดิบๆ น่ะหรือ" หลิวห้าวหันมาถาม พอเห็นเด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักเขาก็ทำหน้าผะอืดผะอม เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
"มันกินได้จริงๆ เจ้าค่ะ กินกับน้ำจิ้มเผ็ดและผักสด"
"อาเองก็กินไม่ลงหรอกนะเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินมองเจ้าหอยตัวอวบอ้วนที่อยู่ในมือ รู้สึกเหมือนอาหารมื้อเช้าจะมากระจุกอยู่ที่คอ
"โถ่ ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจนะเจ้าคะ" นางเองก็ไม่ชอบกินของไม่สุกเช่นกัน แต่ได้ยินคนอื่นเขาบอกมาว่าอร่อยสุดยอด ในอนาคตถ้านางขายหอยนางรมสดๆ ได้ก็น่าจะดีนะ
"พ่ออยากลอง ไปบอกแม่เจ้าทำน้ำจิ้มให้ดีกว่า" เทียนหรงไม่ได้เหมือนน้องชายทั้งสอง เขาเคยลองกินปลาสดๆ มาบ้าง ก็คิดว่ามันไม่ได้แย่เท่าไหร่
ร่างสูงลุกขึ้นเดินกลับไปหาภรรยาที่นั่งต้มเกลืออยู่ข้างกระท่อม กับเหล่าภรรยาของสหายรุ่นพี่และมารดาของนาง
"พี่ใหญ่บ้าไปแล้ว" เทียนเฉินมองตามหลังพี่ชายของตน เขาหันกลับมามองเจ้าหอยตัวอวบอย่างขนลุก
เสี่ยวหลินคิดในใจว่าถ้าเขาเห็นพี่ชายกินอย่างเอร็ดอร่อยจะต้องอยากลองแน่นอน
"แกะแค่ครึ่งถังพอนะเจ้าคะ เสี่ยวหลินจะลองเอาไปทำดูก่อน"
"ได้สิ เสี่ยวหลินไปหลบหนาวที่กระท่อมเถอะ แก้มแดงหมดแล้ว" หลิวห้าวเอ่ยบอกเด็กน้อย ซึ่งนางก็เดินกลับไปที่กระท่อมแต่โดยดี
ร่างกลมหยุดยืนมองดูท่านตาที่กำลังใช้มือสางขนให้เสี่ยวจง เจ้าวัวอ้วนนี่ช่างสบายเสียจริง
"เสี่ยวหลินน้อย เจ้ายังมีไข่เค็มอยู่อีกหรือไม่ ป้าอยากจะซื้อสักหน่อย" ภรรยาของอู่จงเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นเด็กตัวกลมเดินเข้ามานั่งที่ชานกระท่อม
"มีเจ้าค่ะ แต่อีกสองวันเสี่ยวหลินถึงจะเปิดไห ท่านป้าไปซื้อได้นะเจ้าคะ หากเป็นพวกท่านป้า เสี่ยวหลินขายให้ฟองละหนึ่งอีแปะเจ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ ขอบใจมากนะจ๊ะ เดี๋ยวพวกป้าจะไปซื้อ" พวกนางมองเด็กตัวกลมอย่างเอ็นดู ตัวเท่านี้ก็รู้จักทำการค้าแล้ว ช่างเฉลียวฉลาดและมีความสามารถเกินเด็กเสียจริง
"ท่านแม่กับท่านพ่อไปไหนแล้วเจ้าคะท่านยาย"
"เห็นว่ากล้บไปทำน้ำจิ้มที่บ้านน่ะ แม่เจ้าคงจะไปหุงข้าวมาเพิ่มสำหรับกินข้าวเที่ยงที่นี่เลยกระมัง เดี๋ยวเหล่าหนุ่มๆ เขาก็คงอยากจะกินสัตว์ทะเลย่างอีกนั่นแหละ มาถึงที่นี่ทีไรหาเรื่องกินตลอด"
"ฮิฮิ ก็มันอร่อยนี่เจ้าค่ะ เสี่ยวหลินเองก็ไม่ได้กินกุ้งนานแล้วเช่นกัน"
"เจ้าเด็กตะกละ ตัวหลานอวบกลมขนาดนี้แล้วยังกินไม่หยุดอีกหรือ หืม" จางรั่วกอดหอมหลานสาวอย่างมันเขี้ยว เด็กน้อยหัวเราะคิกคักเพราะจั๊กจี้
"ท่านยายอย่าแกล้งเสี่ยวหลิน" เด็กอ้วนดิ้นหนีเมื่อถูกจางรั่วจี้เอว
"ใครใช้ให้ตัวอวบแน่นเช่นนี้ หืม มันเขี้ยวจริงๆ เลยเจ้าเด็กอ้วน" จางรั่วแกล้งงับแก้มกลมๆ ไม่หยุด
"อ๊า ท่านยายย"
ร่างอวบดิ้นหนีวิ่งตุบตับไปหลบหลังฮุ่ยสง ซึ่งเขาก็รวบเอาร่างของหลานสาวมากอดไว้ เจ้าลูกหมูน้อยช่างช่วยคลายหนาวได้ดีนัก
"เจ้าเด็กขี้โกง หาตัวช่วยหรือ"
"เสี่ยวหลินโป้งท่านยาย"
"ชิ ยายไม่พูดด้วยแล้ว"
ฮุ่ยสงนั่งกอดหลานสาวเอาไว้สลับกับโยกตัวเบาๆ เสี่ยวหลินก็เหมือนถูกกล่อมจึงเริ่มตาปรือ ช่วงนี้นางตื่นตั้งแต่เช้ามืดทุกวันเพื่อมาเตรียมของขาย ดูเหมือนวันนี้จะหมดพลังงานแล้วจึงค่อยๆ หลับไป แก้มกลมๆ ซบอยู่กับแขนข้างหนึ่งของฮุ่ยสง
"อ้าว หลับไปแล้ว อารั่วหยิบผ้าห่มของหลานมาให้หน่อยเถอะ"
"หลับไปแล้วหรือเจ้าคะ"
"อืม ช่วงนี้หักโหมตื่นเช้าไปขายของทุกวัน"
ฮุ่ยสงรับผ้าผืนนุ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ มาห่มให้หลานสาวจนถึงคอ เหลือแค่แก้มล้นๆ ขาวๆ ที่โผล่ออกมา
เสี่ยวหลินนอนเพลินจนถูกปลุกขึ้นมากินข้าวกลางวัน วันนี้มีคนร่วมกินมื้อกลางวันด้วยหลายคนเลย กลุ่มของอู่จงและเหล่าภรรยา รวมถึงบ้านหลิงด้วย อาหารวันนี้ก็มีปลาทะเลย่าง หมึกย่าง กุ้งย่าง และหอยแมลงภู่ต้มกินกับน้ำจิ้มเผ็ด
เด็กอ้วนอ้าปากงับกุ้งตัวอ้วนที่มารดาแกะป้อนให้ เพราะไม่อยากให้บุตรสาวมือเปื้อน ตามด้วยข้าวคำโต นางเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง
"แปลกนะ พวกข้าหาหากินกับทะเลมาเป็นสิบปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าพวกนี้มันกินได้" เถียนอี้พูดขึ้นมา ทั้งโมโหทั้งตลกขบขัน หากพวกเขารู้แบบนี้คงจะไม่ต้องลำบากอดมื้อกินมื้ออย่างที่ผ่านมา
"นั่นสิ ช่างโง่เง่านัก" ฉางเซินเคี้ยวหมึกย่างอย่างมีอารมณ์ เคยมีบางครั้งที่พวกเขาจับปลาไม่ได้เลยสักตัว พาลทำให้ลูกเมียต้องอดไปด้วย มันน่าโมโหนัก เขามองหมึกย่างในมือก่อนจะกัดมันอย่างแรง
"จริงขอรับ เราคงต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้" เทียนหรงเอ่ยขึ้นมาบ้าง
เจ้าเด็กตากลมอ้าปากรับของกินไป ตาก็มองคนนั้นคนนี้สลับกันไปมา พวกเขาจะมาโกรธอะไรกับหมึกย่างพวกนี้เล่า เฮ้อ
หลังมื้อเที่ยงทุกคนก็เฉาะมะพร้าวดื่มน้ำหอมๆ ให้สดชื่น บางคนถึงกับถามว่าไปเก็บมาจากที่ไหน เทียนเฉินก็บอกไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
"ดีจริง ที่พวกเจ้ามีตัวนำโชคน้อยอยู่ด้วย ดูอย่างบุตรข้า อายุเท่าเสี่ยวหลินแต่ยังพูดไม่ค่อยชัดเลย" กั่วลู่พูดอย่างขำขัน จนถูกภรรยาทุบหลังไปหนึ่งที
"อย่าว่าลูกนะเจ้าคะ"
"อะไรเล่า ข้าก็ไม่ได้ว่าร้ายเสียหน่อย เขาก็เป็นลูกข้านะ"
"ฮึ!"
กั่วลู่มองภรรยาอย่างงุนงง ก่อนจะเฉาะมะพร้าวลูกใหม่ให้เพื่อเอาใจนาง
"แล้วนี่จะต้องตากหมึกไปอีกนานแค่ไหนเล่าอาหรง" อู่จงเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง
"ตากให้ได้สักร้อยยี่สิบชั่งขอรับ ส่วนหลังจากนั้นพวกท่านก็ตากเอาไปเก็บไว้เป็นเสบียงด้วยเถอะ ก่อนที่หิมะจะตกแล้วจะออกเรือไม่ได้"
"พวกข้าก็ตั้งใจไว้ว่าอย่างนั้นนั่นแหละ แล้วนี่ต้องตากหอยด้วยใช่หรือไม่"
"หน้าที่ตากหอยข้ามอบให้บ้านหลิงขอรับ พวกเขามีเสบียงเพียงพอแล้ว พอข้าไปถามพวกเขาก็ยินดีตากให้" อู่จงพยักหน้ารับ เขาเคยพูดคุยกับหลิงเหิงอยู่บ้าง และยังรู้ว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
"อย่างนั้นก็ดี พวกข้าจะได้เร่งตากหมึกให้ ช่วงนี้แดดก็ไม่ค่อยแรงแล้ว ต้องตากหลายวันหน่อย"
"แล้วพอพ้นหน้าหนาวจะยังทำอยู่อีกหรือไม่" เถียนอี้ถามอย่างมีความหวัง งานตากหมึกรายได้ดีกว่าตอนที่พวกเขาจับปลาไปขายเองเสียอีก
"หลังจากพ้นหน้าหนาวไปแล้วก็ยังต้องทำอยู่ขอรับ บ้านข้าตั้งใจจะทำร้านขายอาหารทะเลตากแห้ง"
"โอ้! หมู่บ้านเราจะมีพ่อค้าใหญ่แล้วหรือนี่" เหลยซานที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมา เขากอดใหญ่เทียนหรงอย่างสนิทสนม เทียนหรงได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะเบาๆ
"ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับพี่เหลย ก็แค่ร้านค้าเล็กๆ"
"ข้ามั่นใจว่าบ้านถังจะต้องเป็นพ่อค้าใหญ่ มีกิจการมากมายแน่นอน" ฉางเซินพูดขึ้นมา
"ถึงเวลานั้นอย่าลืมพวกข้านะขอรับนายท่าน"
เสียงหัวเราะของเหล่าบุรุษที่นั่งพูดคุยกันอยู่ด้านหน้ากระท่อมดังเข้ามา เสี่ยวหลินที่นั่งห่มผ้าเป็นก้อนกลมอยู่ที่ชานกระท่อมมองดูภาพเหล่านั้นอย่างสนใจ นางเห็นใบหน้าสดใสของบิดาก็หลุดยิ้มออกมา
"เสี่ยวหลิน ทำยำอีกได้หรือไม่ อาอยากกินยำกุ้ง" เทียนเฉินที่นอนอืดอยู่ไม่ไกลไถลตัวเข้ามาซุกตักหลานสาว เสี่ยวหลินก้มมองคนตะกละแล้วก็ถอนหายใจออกมา
"ท่านอาจะอ้วนเหมือนเสี่ยวหลินแล้วนะเจ้าคะ"
เทียนเฉินได้ยินก็มองไปยังพุงของตน เขาเอามือลูบๆ ดูก็พบว่ามันเริ่มเป็นก้อนๆ ชั้นๆ แล้วเหมือนกัน
"ไม่เป็นไร อาจะเป็นหมูอ้วนที่แข็งแรงเหมือนเสี่ยวหลิน"
"เฮ้อ"
แล้วนางจะทำอะไรได้เล่านอกจากต้องทำยำให้เขากิน เนื่องจากน้ำจิ้มเผ็ดยังมีอยู่ หัวหอมมารดาก็นำมาด้วย นางจึงไล่ให้ท่านอาหนุ่มน้อยไปจับกุ้งมาลวก แล้วคลุกกับน้ำจิ้มเผ็ดและหอมซอย เด็กหนุ่มนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะร้องโวยวายเมื่อเหล่าบุรุษทั้งหลายต่างเข้ามารุมแย่ง
"อร่อยนัก ทำอีกสิเสี่ยวเฉิน" เหลยซานบอกเทียนเฉินเมื่อเห็นว่าในชามของเด็กหนุ่มไม่มีกุ้งเหลืออยู่แล้ว
"พวกท่านแย่งข้ากินหมดเลย ข้าเพิ่งได้กินไปแค่สามตัวเองนะขอรับ"
"เอาน่าๆ เดี๋ยวพวกข้าช่วยแกะกุ้งให้ เจ้าก็ลวกกุ้งแล้วซอยหัวหอมใส่แค่นั้นเอง ดีหรือไม่"
"แต่ข้าไม่ไปจับกุ้งแล้วนะขอรับ"
"เดี๋ยวพวกข้าไปจับเอง"
เหล่าบุรุษผู้อู้งานทั้งหลายจึงจับกลุ่มกันไปยังแอ่งน้ำพร้อมกับหิ้วถังไปด้วย เทียนเฉินก็ลุกไปขอให้พี่สะใภ้ซอยหัวหอมให้เยอะๆ ส่วนเจ้าตัวก็เติมน้ำใส่กระทะรอลวกกุ้ง ดีหน่อยที่พวกของอู่จงนำถังน้ำใบใหญ่มาไว้ที่กระท่อมและยังเติมน้ำเอาไว้จนเต็ม
กลุ่มของบุรุษแสนตะกละกลับมาพร้อมกุ้งถังใหญ่ พวกเขานั่งแกะกุ้งกันอย่างขมักเขม้นก่อนจะส่งกุ้งให้เทียนเฉินนำไปลวกแล้วคลุกเคล้ากับน้ำจิ้มเผ็ดและหัวหอมซอย เสร็จแล้วพวกเขาก็นั่งสวาปามยำกุ้งกันอย่างเมามันจนแน่นท้องไปหมด
"อร่อยยิ่ง วันพรุ่งเราลองทำยำหมึกกันดีหรือไม่"
"ดีๆ"
"ลุกไปทำงานได้แล้วเจ้าพวกนี้ มัวแต่กิน ไม่เห็นรึเมียพวกเจ้าชำแหละหมึกเอาไว้ได้กี่ถังแล้ว" ฮุ่ยสงมองกลุ่มบุรุษหนุ่มไม่ได้เรื่องที่นั่งกินกันเหมือนอดอยากแล้วก็ส่ายหัว
เขาไม่น่ากลับไปเอานมกับหญ้าให้เจ้าวัวอ้วนเลย ไม่อย่างนั้นคงจะได้กินด้วยแล้ว
เมื่อถูกดุพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของเองอย่างขันแข็ง ท้องอิ่มก็มีแรงทำงานหนักแล้ว
"ไม่ใช่ทำดุกลบเกลื่อนนะเจ้าคะ" จางรั่วมองสามีอย่างรู้ทัน
"กลบเกลื่อนอะไรกัน เจ้าพวกนี้มันตัวขี้เกียจเอาแต่กิน"
"ฮิฮิ ท่านตาอยากกินก็บอกสิเจ้าคะ กุ้งยังเหลืออยู่นะเจ้าคะ" มือป้อมชี้ไปยังถังกุ้งที่ท่านลุงทั้งหลายจับมา
"ไหนๆ อย่างนั้นข้าทำกินบ้างดีกว่า อารั่วซอยหัวหอมให้หน่อยเร็วเข้า" ฮุ่ยสงรีบไปนั่งข้างถังกุ้ง แล้วแกะเปลือกอย่างรวดเร็ว จางรั่วมองสามีแล้วก็ถอนหายใจ
"เฮ้อ บุรุษหมู่บ้านนี้นี่ตะกละกันทุกคนหรือไม่นะ ช่างน่าอายจริงๆ เลยเชียว"
เสี่ยวหลินได้ยินก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
ด้านจวนหลังใหญ่ใจกลางเมือง มีร่างงามที่สวมชุดกันหนาวสีสวยนั่งจิบชาอยู่ในศาลาข้างสระบัวของจวนด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
"หลายวันนี้เป็นอะไร น้องดูสีหน้าไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ" ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในศาลาเอ่ยทักภรรยาคนงามที่นั่งอยู่กับเหล่าสาวใช้
กลุ่มสาวใช้ที่เห็นว่านายท่านของจวนเดินมาก็รีบหลบออกไปเพื่อให้สามีภรรยาได้มีเวลาส่วนตัวด้วยกัน ร่างงามหันมองสามีของตนก่อนจะถอนหายใจออกมา
"หลายวันมานี้น้องไม่เห็นแม่ค้าน้อยแก้มกลมเลยเจ้าค่ะ ออกไปรอดูทุกเช้าก็ไม่พบ ลูกจ้างร้านขายยาเองก็ไม่รู้ว่านางหายไปไหน"
"แม่ค้าน้อยที่เจ้าไปซื้อไข่กับได้เป็ดมาเลี้ยงสองตัวน่ะหรือ" เขานึกถึงเจ้าเป็ดที่ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงเป็ดในวัง ได้มีชุดสวยๆ ใส่ มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์จนตอนนี้กลายเป็นเป็ดอ้วนไปแล้ว
"เจ้าค่ะ นางน่ารักมากเลยนะเจ้าคะท่านพี่" เหลียนฮวาจับมือสามี นางรู้สึกอยากเจอแม่ค้าน้อยอีก หากเป็นไปได้ก็อยากจะขอนางมาเลี้ยง
โจวหมิงมองภรรยาแล้วถอนหายใจออกมา เขารู้ว่าแม่ค้าน้อยของนางอยู่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากให้นางไปรบกวนครอบครัวของเด็กน้อย เพราะถ้าหากนางรู้ที่อยู่ นางจะต้องอยากไปเจอทุกวันแน่นอน เขาเข้าใจดี เพราะนางยึดติดกับบุตรสาวที่จากไป
"ฮวาเอ๋อร์ ท่องจำไว้ ตั้งสติให้ดี ว่านั่นคือบุตรของผู้อื่น หากเจ้าเอ็นดูนางพี่ไม่ว่า แต่อย่าแย่งบุตรผู้อื่นมาเข้าใจหรือไม่"
จบคำของสามีเหลียนฮวาก็น้ำตาไหลออกมา โจวหมิงต้องรวบร่างภรรยามากอดเอาไว้
############################################
น้องมีอีบุ๊คลดราคาที่เมพนะคะ ลดราคาถึงวันที่ 2 ก.พ. ถ้าใครสนใจสามารถคลิกที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ
https://www.mebmarket.com/ebook-217119-?fbclid=IwAR1fBhPGoV0kmbvBEF_hPDjdIaJT4t5d0Ss2edSGVDerJe0FpaMXvNuX0tU