ลานประเมินวิญญาณตั้งตระหง่านเหนือเมฆาสีทอง ศิลาหยกขาวปูลาดกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาเปล่งประกายสัจธรรมบริสุทธิ์ เหล่าศิษย์สายนอกและศิษย์สายในนับพันสรีระนั่งขัดสมาธิบ่มเพาะปราณอย่างสงบเงียบ ทุกก้อนเนื้อล้วนสวมชุดคลุมไหมสวรรค์งดงาม แววตาพวกมันเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยองเหนือสรรพชีวิตเบื้องล่าง รอคอยการทดสอบเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร
ทว่าความสงบเงียบแห่งสวรรค์พลันถูกฉีกกระชาก
ครืนนนน!
คลื่นความถี่ต่ำหนักหน่วงกระแทกชนศิลาหยกจากใต้บาดาล ลานประเมินศักดิ์สิทธิ์เกิดกังวานสั่นสะเทือนรุนแรง รอยปริแตกดุจใยแมงมุมลุกลามขยายวงกว้าง ศิษย์เซียนนับพันสะดุ้งสุดตัว พวกมันต่างลืมตาขึ้นมองใจกลางลานหยกด้วยความตื่นตระหนก
ตูมมมม!
พื้นหยกสวรรค์ระเบิดแตกกระจายกลายเป็นหลุมลึก ควันสีดำเน่าเหม็นคลุ้งกลิ่นกำมะถันพวยพุ่งทะลักบดบังนภากาศ กรงเล็บสีหมึกปูดโปนด้วยข่ายเส้นเอ็นสีแดงคล้ำกระชากจับขอบหลุมมรณะ แรงบีบมหาศาลบดขยี้หินสวรรค์จนกลายเป็นผุยผง ก่อนสรีระสูงใหญ่ดุจเทพมารจะค่อยๆ ดึงตนเองขึ้นมาจากห้วงอเวจีมืดมิด
เย่เฉินยืนตระหง่านท่ามกลางหมอกพิษ กายหยาบอาบชโลมไปด้วยตะกรันโลหิตผสมน้ำเหลืองแห้งกรัง เนตรมารบรรพกาลรูม่านตาสามชั้นกวาดมองฝูงก้อนเนื้อบริสุทธิ์เบื้องหน้า ทารกวิรูปในตันเถียนเต้นกระหน่ำดิ้นพล่าน
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงชีพจรวิปลาสดังก้องสะท้อนทะลวงโสตประสาทเซียนทุกคน คลื่นความหิวโหยแผ่ซ่านออกจากรูขุมขนมัจจุราช ไอกรดหยดย้อยจากปลายคางกระทบพื้นหยก เกิดกังวานฉ่ากัดกร่อนสัจธรรมจนละลายยุบตัวลงไป
ศิษย์สายในสวมชุดคลุมไหมสวรรค์ก้าวเท้าออกมายืนประจันหน้า ชายหนุ่มชักกระบี่สีเงินวาววับชี้ปลายแหลมตรงไปยังใบหน้ามัจจุราช ศิษย์สายในตวาดลั่นด้วยความจองหอง “เดรัจฉานชั้นต่ำ! เจ้ากล้าบังอาจเหยียบย่างขึ้นมาบนลานประเมินวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เชียวหรือ! คุกเข่าลงยอมรับสัจธรรมความตายเดี๋ยวนี้!”
เย่เฉินเอียงคอเล็กน้อยจนกระดูกคอลั่นกร๊อบ ชายหนุ่มยกมือซ้ายขึ้นเกาผิวหนังบริเวณลำคอจนเกล็ดสีหมึกหลุดร่วง เย่เฉินแสยะยิ้มวิรูปพลางกล่าวสำเนียงแหบพร่า “สัจธรรมความตายงั้นหรือ... ข้าเพิ่งคลานหนีมันขึ้นมา... รสชาติมันไม่อร่อยเอาเสียเลย”
ศิษย์สายในขบกรามแน่นจนเส้นเลือดขมับปูดโปน ชายหนุ่มตวัดกระบี่สร้างคลื่นปราณสีเงินรูปจันทร์เสี้ยว ศิษย์สายในแผดเสียงสั่งหาร “อวดดีนัก! จงแหลกสลายกลายเป็นธุลีไปซะ!”
คลื่นกระบี่ฟันทะลวงมวลอากาศพุ่งเข้าหาทรวงอกมัจจุราชรวดเร็วดุจสายฟ้า ทว่าเย่เฉินหาได้ขยับหลบหลีกไม่ ชายหนุ่มเพียงยกมือขวาขึ้นรับคมกระบี่ด้วยฝ่ามือเปล่า!
เปรี้ยง!
ปราณสีเงินปะทะกรงเล็บสีหมึกจนเกิดระเบิดกึกก้อง ทว่าไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนปรากฏบนเกล็ดเนื้อวิปลาส ศิษย์สายในเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้น รอยยิ้มอัปลักษณ์ของเดรัจฉานพลันขยายกว้างขึ้น
เย่เฉินกำหมัดขวาบดขยี้คลื่นกระบี่จนแตกสลายคามือ ชายหนุ่มงอเข่าย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนถีบส่งร่างพุ่งทะยานไปข้างหน้า เย่เฉินเอ่ยเสียงเหี้ยมดุจมัจจุราชทวงวิญญาณ “แต่เนื้อสดบนแดนสวรรค์... กลิ่นหอมยั่วน้ำลายข้าเหลือเกิน”
เงาสีหมึกพุ่งทะลวงฝ่ามิติเข้าประชิดตัวศิษย์สายในรวดเร็วจนมองไม่ทัน กรงเล็บสีหมึกแทงทะลุทรวงอกศิษย์ปากดีดุจจิกลงบนเต้าหู้เปื่อย!
ฉึก!
ศิษย์สายในกระตุกเกร็ง สรีระแข็งค้างดุจถูกสาป ชายหนุ่มก้มมองทรวงอกตนเองด้วยความงุนงง โลหิตสีทองทะลักล้นออกจากริมฝีปาก เย่เฉินออกแรงดึงกระชากกรงเล็บกลับหลัง แคว่ก! ขั้วหัวใจสีทองเต้นตุบๆ ถูกควักออกมาทั้งดวงพร้อมข่ายเส้นเอ็นขาดสะบั้น!
เย่เฉินยกก้อนหัวใจสวรรค์ขึ้นเหนือศีรษะ ชายหนุ่มอ้าปากกว้างจนเห็นเตาหลอมเดือดพล่านในลำคอ เย่เฉินปล่อยก้อนเนื้อสดร่วงหล่นเข้าสู่กระเพาะ กร้วม! คมเขี้ยวสีหมึกบดขยี้หัวใจเซียนจนโลหิตสาดกระเซ็นอาบใบหน้า ทารกวิรูปในตันเถียนส่งคลื่นความถี่ปีติยินดีบีบรัดตัวอย่างบ้าคลั่ง
สภาวะช็อกทางสรีระระเบิดขึ้นทั่วลานหยกขาว ศิษย์เซียนนับพันต่างเบิกตาโพลง สัจธรรมแห่งความสูงส่งพังทลายลงในพริบตา เมื่อประจักษ์แจ้งชัดเจนเต็มสองตา... พวกมันกลายเป็นเพียงอาหารว่างของเดรัจฉานหลุดจากอเวจี!
ผู้คุมสอบสวมชุดคลุมสีชาดสามคนลอยตัวขึ้นกลางเวหา พวกมันชูแผ่นป้ายสัจธรรมสีทองขึ้นเหนือหัว ผู้คุมสอบอาวุโสแผดเสียงบัญชาการก้องกังวาน “ทุกคนตั้งค่ายกลกระบี่ประหารมาร! อย่าให้มันสูบกลืนผู้ใดได้อีก!”
ศิษย์นับพันดึงสติกลับคืน พวกมันชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกันจนเกิดกังวานแสบแก้วหู ปราณกระบี่นับพันสายหลอมรวมกันกลางนภากาศก่อตัวเป็นกระบี่ยักษ์สีทองสว่างไสว ปลายกระบี่ชี้ตรงลงมายังสรีระสีหมึก หมายบดขยี้มฤตยูให้แหลกคาลานหยก
เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมองค่ายกลกระบี่ยักษ์ ชายหนุ่มตวัดทัณฑ์ปฐพีในมือขวาสะบัดคราบโลหิตทิ้ง เย่เฉินหัวเราะร่วนจนทรวงอกสั่นกระเพื่อมพลางเอ่ยเยาะเย้ย “ค่ายกลกระบี่งั้นหรือ... ช่างเป็นไม้จิ้มฟันขนาดเหมาะมือข้าเสียจริง!”
ชายหนุ่มย่อตัวลงต่ำรวบรวมพละกำลังทั้งหมดลงสู่ท่อนขา ตูม! พื้นศิลาหยกใต้ฝ่าเท้าแหลกละเอียด เย่เฉินพุ่งทะยานขึ้นฟ้าพุ่งสวนทางกระบี่ยักษ์สีทอง เตาหลอมวิปลาสกลางทรวงอกอ้าออกกว้าง ไอกรดสีดำทะมึนพุ่งทะลักอาบชโลมทัณฑ์ปฐพีจนกลายเป็นดาบมรณะ
เปรี้ยงงงง!
ดาบยักษ์สีเลือดฟาดฟันปะทะกระบี่สวรรค์กลางนภากาศ คลื่นพลังทำลายล้างกวาดมวลอากาศกระจุยกระจาย ทว่าแทนเกิดการแตกหัก ทัณฑ์ปฐพีกลับทำหน้าที่ดุจปากกระเพาะอาหาร! น้ำย่อยทางวิญญาณไหลทะลักจากใบดาบกัดกร่อนปราณกระบี่สีทองอย่างตะกละตะกลาม!
ฉ่าาาา!
กระบี่ยักษ์สีทองเริ่มเน่าสลายละลายกลายเป็นของเหลว ปราณสวรรค์ถูกดูดกลืนผ่านทัณฑ์ปฐพีไหลย้อนกลับเข้าสู่เตาหลอมบนทรวงอกมัจจุราช ค่ายกลกระบี่ประหารมารพังทลายลงดุจเศษกระจกแตก
ผู้คุมสอบทั้งสามกระอักโลหิตคำโต สรีระร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหยกอย่างรุนแรง ศิษย์นับพันล้มกลิ้งระเนระนาด ทะเลวิญญาณพวกมันได้รับความเสียหายจากการถูกย่อยสลายค่ายกล
เย่เฉินร่อนกายหยาบลงประทับฝ่าเท้าบนลานหยกอีกครั้ง ชายหนุ่มลากทัณฑ์ปฐพีไปตามพื้นจนเกิดประกายไฟสีดำ เนตรมารบรรพกาลทอดมองฝูงก้อนเนื้อบาดเจ็บระเนระนาดเบื้องหน้า ทารกวิรูปส่งคลื่นความถี่เรียกร้องอาหารมื้อใหญ่
เย่เฉินตวัดปลายดาบยักษ์ชี้ไปยังฝูงศิษย์เซียน ชายหนุ่มกวาดลิ้นเลียคราบโลหิตบนริมฝีปากพลางเอ่ยเสียงต่ำลึก “บัดนี้... ถึงเวลาป้อนอาหารลูกข้าแล้ว”
มัจจุราชพุ่งตัวทะลวงเข้ากลางฝูงปศุสัตว์ ดาบยักษ์สีเลือดเหวี่ยงกวาดเป็นวงกว้าง เปรี้ยง! สรีระศิษย์เซียนห้าร่างถูกฟันขาดสะบั้นพร้อมกัน โลหิตสีทองและเครื่องในทะลักสาดกระเซ็นย้อมลานหยกขาวจนเน่าเฟะ แคว่ก! กรงเล็บสีหมึกคว้าจับกะโหลกผู้คุมสอบอาวุโส บีบอัดจนกะโหลกแตกละเอียดคาฝ่ามือ สมองและไขกระดูกถูกสูบกลืนผ่านเส้นใยปรสิตบนกรงเล็บ
กังวานร้องขอชีวิตดังก้องระงมสลับกังวานกระดูกแตกหัก ศิษย์เซียนพยายามคลานหนีผ่านกองเลือด ทว่าเงาสีหมึกพุ่งตามประกบเหยียบย่ำสรีระพวกมันจนแหลกเหลว เตาหลอมวิปลาสสูบกระชากแก่นวิญญาณและตะกรันโลหิตเข้าสู่กระเพาะอย่างไม่หยุดหย่อน
การสังหารหมู่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและโหดเหี้ยม ลานประเมินวิญญาณถูกเปลี่ยนสภาพเป็นโรงเชือดสุกรขนาดยักษ์ ซากศพกองพะเนินสูงขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทะลวงชั้นเมฆ
ห่างออกไปบนยอดตำหนักสูงตระหง่าน ระฆังสวรรค์สีทองใบยักษ์เริ่มสั่นสะเทือนตอบสนองต่อภัยพิบัติ
หง่างงงง! หง่างงงง!
กังวานระฆังเตือนภัยดังก้องทะลวงลึกทั่วนครเซียนศักดิ์สิทธิ์ คลื่นความถี่หนักหน่วงแผ่ซ่านแจ้งเตือนยอดฝีมือทุกสารทิศ
เย่เฉินหยุดชะงักการฉีกทึ้งสรีระเหยื่อ ชายหนุ่มสะบัดซากศพไร้หัวทิ้งลงพื้นหยก เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงระฆัง เนตรมารบรรพกาลสามชั้นหรี่แคบลงเมื่อคลองจักษุจับจ้องเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือนภากาศเบื้องบน
ก้อนเนื้อชั้นสูงในคราบเซียนเฒ่าแผ่กลิ่นอายกดดันมหาศาลยืนตระหง่านอยู่กลางเมฆาโลหิต ผู้คุมกฎสูงสุดแห่งนครเซียนปรากฏตัวแล้ว
เย่เฉินกระชับด้ามทัณฑ์ปฐพีแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน ชายหนุ่มแสยะยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเรียงซ้อนกันพลางเปล่งสำเนียงท้าทายก้องฟ้า “ส่งอาหารจานใหญ่มาเสิร์ฟถึงปากข้าเชียวหรือ... ช่างรู้ใจข้าเสียจริง!”
สงครามระหว่างเดรัจฉานอเวจีและสัจธรรมสูงสุดแห่งนครเซียน... กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า!
[จบตอนที่ 96]